ในดินแดนทวีปมืด ที่ได้ชื่อว่า เขตปลอดคนที่อันตรายที่สุด ยามนี้จักรวรรดิซูถู สั่นคลอนไม่หยุด จากโทสะของจักรพรรดิเพลิง ขั้นพลังของเขาตกลงไปอย่างมากมาย เนื่องด้วย เขาแทรกแซงฟ้าดินมากเกินไป หมายมั่นจะฆ่าสังหารเด็กหนุ่ม ถึงสองครั้งสองครา ในยามที่เด็กหนุ่มเลื่อนขั้นพลังเชื่อมต่อกับฟ้าดิน ทว่าทุกครั้งทุกครา เขาก็รอดพ้นมันไปได้ ส่งผลให้ขั้นพลังของเขาตกลงอย่างฮวบฮาบจนน่าตกใจ จนมาอยู่ในขั้นเซียนสวรรค์เท่านั้น
ประกายตาของเขายังฉายความหวาดกลัว กลัวว่ากงล้อแห่งโชคชะตา จะนำพาหายนะมาสู่ จักรวรรดิซูถู แห่งทวีปมืด จักรพรรดิเพลิง อันหลาน ยามนี้เขาที่นั่งบนบัลลังก์เพลิง ปลดปล่อยระลอกคลื่นออกมาไม่ขาด จนทำให้วิหารเพลิงอัคคี สั่นไหวไม่หยุด ก่อนเอ่ยสั่งการคำสั่งล่าสังหาร เหล่าองครักษ์ ทั้ง10ที่เป็นผู้แข็งแกร่งในอาณัติ ออกไปทำภารกิจสำคัญ "พวกเจ้ารับคำสั่งล่าสังหาร ชายหนุ่ม อย่าให้มันรอดพ้นเข้าไป ภายในสงคราม เทพพันปีได้ ก่อนภาพอี้เฉินจะถูกส่งออกไป ให้เหล่าองครักษ์ ทั้ง10ตน
"แดนนรกสีขาว อย่างนั้นหรือ? พวกข้าน้อมรับคำสั่ง จักรพรรดิเพลิง อันหลาน" ฉับพลันร่างเงาดำทั้ง10 ก็พุ่งปราดไปยังเขตชายแดน ทว่าหลายๆ คนก็ยังไม่เข้าใจ เหตุใดต้องฆ่าสังหารเด็กหนุ่มเพียงผู้เดียวด้วย แถมเด็กหนุ่มผู้นี้ ยังอยู่ในขั้นพลัง เทวะเท่านั้น อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ "ข้าว่า จักรพรรดิเพลิง อันหลาน คิดมากเกินไป มันก็แค่มดปลวกมีอะไร ให้องค์จักรพรรดิเพลิง อันหลาน ต้องใส่ใจ ถึงกับออกคำสั่งล่าสังหาร มันด้วย"
ชายวัยกลางคน ที่สวมชุดคลุมดำ เขากล่าวเตือนปากที่โอหังของเด็กหนุ่ม ที่เป็นองครักษ์ ผู้มีพรสวรรค์ อยู่ในขั้นพลังเทวะในทันที เหมือนว่าเขาจะเป็นหัวหน้ากลุ่มของ เหล่าองครักษ์พวกนี้ "ความคิดของ จักรพรรดิเพลิง อันหลาน ลึกล้ำเกินหยั่ง เปรียบดั่งมองเห็นอนาคต แม้ว่าเจ้าจะเป็นคนโปรดของ จักรพรรดิ มีแววเป็นจักรพรรดิในภายภาคหน้า ทว่าข้าขอเตือนหากพวกเราทำภารกิจไม่สำเร็จ โทษทัณฑ์นั้นหนักหนายิ่งนัก"
"ข้าเข้าใจแล้ว งั้นข้าจะเป็นคน ฆ่าสังหารมันเองกับมือของข้า"เด็กหนุ่มประกาศกร้าวออกมาด้วยความโอหัง ท่ามกลางหมอกควันที่ดำมืด
****
ด้านอี้เฉินที่พูดคุยกับหลินเฟย ตามประสาคนคุ้นเคย ทำให้ความสัมพันธ์ ของทั้งสองค่อยๆ กลับมาเฉกเช่น ในยามที่อยู่ยังหมู่บ้านลมหวน เสียงหัวเราะน้อยๆ ของหญิงสาวเริ่มดังออกมาไม่ขาด ทว่าอี้เฉินกลับรู้สึกว่า นางมีคำพูดบางอย่างที่แอบซ่อนเขาอยู่
แต่อี้เฉินก็ไม่ได้คาดคั้น คำพูดใดจากตัวนาง ยามเมื่อฟ้าเข้าใกล้รุ่งสาง หลินเฟยนางกล่าวคำพูดบอกกล่าวอี้เฉินด้วยความจริงใจ "เจ้าระวังตัวด้วยอี้เฉิน สถานที่ที่ได้ชื่อว่า แดนนรกสีขาว นั้นอันตรายไม่น้อย" ก่อนหลินเฟยจะมอบแหวนมิติ ภายในมีเสื้อคลุมกันหนาว ไว้ให้อี้เฉิน
"ข้าเข้าใจแล้ว ..หลินเฟยแล้วเจ้าไม่ หาผลึกน้ำแข็ง สยบไฟเทพงั้นหรือ?" อี้เฉินไต่ถามนางด้วยความประหลาดใจ ทว่าเมื่อเห็นสายตาหลินเฟย ในกรอบสายตาลุกลี้ลุกลน น้อยๆ มันก็ทำให้เขาถอนหายใจออกมา
"เจ้าคงไม่ได้ปิดบังอะไรข้า หรอกนะ หลินเฟย"
"ถึงเวลานั้นข้าจะบอกเจ้าเองอี้เฉิน" เมื่อหลินเฟยเอ่ยคำพูดเสร็จสิ้น นางก็พลิ้วกายาจากอี้เฉินไปในทันที ทว่าฝ่ามือของนางกำหมัดไว้จนแน่น รับรู้ในพรสวรรค์ของตนเองเป็นอย่างดี ว่านาง ไม่เหมาะสมที่จะเข้าไปภายใน สงคราม เทพพันปี อย่างที่แม่บุญธรรมของนางบอกกล่าว หากตัวนางเข้าไป จะมีเพียงความตายเท่านั้นที่รอนางอยู่
...รุ่งเช้า ในยามนี้ มีจอมยุทธไม่มากที่ไปเสาะหา ผลึกล้ำค่า ครั้นพวกเขาเห็นอี้เฉิน เข้ามารวมอยู่ในกลุ่ม เหล่านั้น กลุ่มคนไม่น้อยต่างก็ถอยห่างจากตัวเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้
องค์หญิงซือหลิน ที่เห็นอี้เฉิน กลุ่มคนของพวกเขาเดินเข้าไปทักทายอี้เฉินในทันที ทว่ามันก็ทำให้อี้เฉินประหลาดใจไม่น้อย ครั้นเมื่อโค้งคำนับได้ เปิดปากไต่ถามอย่างไม่เกรงใจ "เหตุใดองค์หญิงซือหลิน ต้องไปหาผลึกน้ำแข็งด้วยตนเองเล่า?" กลุ่มคนของนางขมวดคิ้วมุ่นในทันที ครั้นได้ยินคำพูดโอหังของอี้เฉิน ไต่ถามอย่างไร้มารยาท
องค์หญิงซือหลิน ป้องปากขำน้อยๆ "ผลึกน้ำแข็ง มีเงินตราใช่ว่าจะได้ครอบครอง ผลึกน้ำแข็งระดับสูง ราชวงศ์ไม่ได้หนุนหลัง เหล่าองค์หญิงองค์ชายทุกๆ คน ทว่าการแสวงหาย่อมเป็นทางออกที่ดีที่สุด"
ก่อนน้ำเสียงหญิงสาวอีกท่านหนึ่ง จะกล่าวคำพูดเห็นพ้องต้องกัน กับองค์หญิงซือหลิน "อย่างที่นางกล่าวพูด องค์หญิง องค์ชาย ต่างก็ได้รับการโปรดปรานไม่เท่ากัน หากไม่ใช่ผู้มีพรสวรรค์ที่โดดเด่น" องค์หญิงชิงเหมย ครั้นเอ่ยคำพูดเสร็จสิ้น นางมองค้อนมาที่อี้เฉินด้วยแววตาดุร้ายไม่น้อย ยังจดจำในยามที่ เสียสมุนไพร ให้สมิงน้อยบนบ่า อี้เฉินได้ดี
อี้เฉินหนังตากระตุกน้อยๆ ครั้นสัมผัสได้ถึงอายสังหาร กลุ่มคนของสองราชวงศ์ ปลดปล่อยเล็ดลอดออกมา มันก็ทำให้เขาหน้าบึ้งตึง
ก่อนเหล่าผู้อาวุโสคุมยอดเขาสวรรค์ทั้ง5 จะมาปรากฏกายครั้นเมื่อแสงอรุณแรก สาดส่องตกกระทบยอดเขา เมื่อผู้อาวุโสคุมยอดเขาสวรรค์ โยนแผ่นหนังขึ้นสู่ท้องฟ้า มันก็ขยายออกกว้าง ราวกับเป็นพรมขนาดใหญ่ ก่อนน้ำเสียงที่แหบพร่าจะประกาศกร้าว"หากผู้ใดพร้อมจะไปยัง แดนนรกสีขาว จงเดินสืบเท้าขึ้นมา เหล่าผู้อาวุโส จะเป็นคนพาพวกเจ้าเข้าไปเอง"
อี้เฉิน เขาไม่รอช้าพุ่งปราด สืบเท้าขึ้นไปยืนบนพรมนั้นในทันที จนหมู่ชนที่ปลดปล่อยจิตสังหาร ออกมาพวกเขาถึงกับหน้าบูดหน้าเบี้ยว ก่อนจะตามๆ กัน ขึ้นไปยืนด้านบนแผ่นหนัง สององค์หญิง พวกนางเองก็เข้าไปยืนใกล้ๆ อี้เฉินเช่นเดิม ทว่าคำพูดของพวกนางผ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด "ข้าได้รับคำสั่งมาให้ ทาบทามเจ้าให้ไปอยู่ยังราชวงศ์ชิงของพวกเรา เจ้าคิดเห็นว่าเช่นไร อี้เฉิน"
"ข้าเองก็ได้รับคำสั่งมาเช่นกัน อี้เฉินราชวงศ์ซือ ของพวกเราก็ไม่ด้อยไปกว่า ราชวงศ์ ชิงหรอกนะ" องค์หญิงซือหลิน นางเองก็กล่าวออกมาอย่างไม่อ้อมค้อม
อี้เฉินที่จ้องมองวิวทิวทัศน์อยู่รอบๆ เขากล่าวตัดบทคำเชิญชวนอันหอมหวานในทันที ก่อนจะชี้นิ้วไปที่นกตัวหนึ่ง ที่บินอยู่ไกลๆ บินเล่นลู่ลม ราวกับเป็นหนึ่งกับท้องนภา "ข้าก็เปรียบเสมือนนกตัวนั้น หากข้าอยู่ในกรง มันก็คงจะดูสวยงามไม่น้อย ทว่าอิสระของข้าจะหายไป พวกเจ้าว่ามันไม่น่าเสียดายอย่างนั้นหรือ? ที่ปีกของข้าไม่อาจจะ กระพือ ไปยังโลกกว้างได้"
คำพูดของอี้เฉิน ทำให้ องค์หญิงซือหลิน องค์หญิงชิงเหมย เก็บคำเชิญชวนเหล่านั้นกลับไปในทันที ทว่าหัวใจพวกนางสั่นสะท้านไม่น้อย ราวกับชายหนุ่มกล่าวภาพสะท้อนของพวกนางเอง เป็นเพียงนกน้อยในกรงทอง
หมู่ชนที่ได้ยิน พวกเขาเองก็ไม่คิดเช่นกันว่าอี้เฉิน จะปฏิเสธมันเฉกเช่นนี้ ครั้นที่เห็นความยึดมั่นของคนผู้นี้ มันก็ทำให้พวกเขาอดไม่ได้ที่จะชมเชยในใจลึกๆ นำพาให้บรรยากาศรอบๆ เงียบสงัด ในทันใด
ผู้อาวุโสคุมยอดเขาที่1 เขายกยิ้มชื่นชม ความยึดมั่นอันแรงกล้าของ อี้เฉินไม่น้อย ที่ไม่ว่อกแว่ก กับสิ่งเร้าที่อยู่รอบตัว ด้วยหัวใจที่เข้มแข็งและทะนงตนของเขา หากเขาเติบใหญ่ ไม่ต้องสงสัยว่าเขาจะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ทว่าการไปยังจุดนั้นได้ ยากลำบากแสนเข็ญ หมู่ชนไม่น้อยล้วนต้องตายตก จนสูงเท่า หุบเขาคุนหลุน การจะไปอยู่ยังจุดนั้นได้มันไม่ง่าย
เมื่อแผ่นหนังแหวกอากาศไปด้วยความเร็วจี๋ จนมองเห็น ที่ที่ ไกลสุดสายตาเต็มไปด้วยความมืดปกคลุม มองเห็นทะเลหมึกสีดำ มันก็นำพาให้หมู่ชนโดยรอบ หัวใจสั่นสะท้าน
กายาที่รู้สึกหนาวเย็น จากความเย็นที่ลดลงฮวบฮาบ เริ่ม มองเห็นหิมะตกโปรยปราย เหล่าอนุชนก็ต่างนำเสื้อคลุมกันหนาวออกมาสวมใส่ แววตาหลายคนฉายแววหวาดหวั่นกันอยู่ไม่น้อย เมื่อเห็นดินแดนปลอดคน ที่เหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์ ยังไม่กล้ากล้ำกรายเข้าไปสำรวจ
เหล่าผู้อาวุโสคุม5ยอดเขา ครั้นพวกเขาพยักหน้าให้กันได้ ก็นำพาเหล่าศิษย์ลงไปเยือน ด่านผาแต้มโลหิตในทันที ส่งผลให้เมืองชายแดนแห่งนั้นแตกตื่นกันไม่น้อย เมื่อรับรู้ถึงกลุ่มคนระดับสูงมาเยือนยังเขตชายแดน
เจ้าเมืองด่านผาแต้มโลหิต ตัวเขาถึงกับต้องออกมาต้อนรับ เหล่าผู้อาวุโสสถาบันยอดเขาสวรรค์ ด้วยตัวของเขาเอง ผู้อาวุโสคุมยอดเขาที่หนึ่ง บอกกล่าวเหล่าอนุชนในทันใด "พวกเจ้ามีเวลา 10วัน ภายใน แดนนรกสีขาว แล้วอย่าหลงเชื่อการตรวจจับของพวกเจ้ามากเกินไป สถานที่แห่งนั้นการตรวจจับยุ่งเหยิงเป็นอย่างมาก แม้แต่พวกข้าเองก็อาจถูกลวงสัมผัสได้"
เหล่าศิษย์ครั้นโค้งคำนับ เหล่าผู้อาวุโสทั้ง5ได้ พวกเขาพุ่งปราดเข้าไป แดนนรกสีขาว ที่อยู่เบื้องหน้าในทันที
เจ้าเมืองด่านผาแต้มโลหิต อดไม่ได้ที่จะชื่นชม ครั้นเห็นอนุชนที่มีพรสวรรค์ ทั้งหลาย เมื่อเอ่ยเชิญชวน เหล่าผู้อาวุโสทั้ง5เข้าไปพักภายใน หน้าด่านผาแต้มโลหิต ที่โอบล้อมด้วยกำแพงสูง เขาก็สืบเท้าจากไปในทันที ไม่ได้รบกวนเหล่าผู้อาวุโสคุม5ยอดเขา แต่อย่างใด