เด็กคนนั้นเดินตามเสียงไปอันดาก็เดินตามไปด้วย ภาพที่อยู่เบื้องหน้าไม่ค่อยน่าดูเท่าไหร่เป็นภาพของชายหญิงกำลังพลอดรักกัน แต่ว่าจู่ๆ ผู้หญิงก็ล้มลงเธอเห็นหน้าของผู้หญิงเป็นเงาๆ เพราะมันเป็นคืนเดือนมืด จู่ๆ ฟ้าก็ผ่า ใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นบิดเบี้ยวมีเลือดออกจากปากของเธอ
เธอทรุดและตาที่ถลึงจ้องไปพร้อมขี้มือไปที่เขา
“เจ้ามันไม่มีหัวใจ” ผู้หญิงคนนั้นกำลังจะสิ้นใจเธอล้มลงไปแต่สายตาของเธอมองมาที่อันดา เธอจ้องมาด้วยความโกรธฟ้าผ่าอีกครั้ง ฆาตกรเป็นใครกันนะ เธอเห็นเขาหยิบของบางอย่างขึ้นมาเป่า เด็กผู้หญิงถอยเหยียบกิ่งไม้หัก คนคนนั้นกำลังหันมาแต่ฟ้าร้องดัง
“อันดา!อันดา!ตื่นสิ!” แม่ทัพหยางร้อนรน
“ท่าน” อันดาลืมตาขึ้นมาเห็นหยางเจียจุ้นที่ตกใจหน้าซีด มือของเขาเต็มไปด้วยเลือด
“เจ้าฟื้นแล้ว” หยางเจียจุ้นคว้าตัวเธอขึ้นมากอด เขาตกใจแทบบ้าที่เห็นคนรักหมดสติไปแล้วเลือดกำเดาก็ไหลไม่หยุดเลย เขากลัวจริงว่าเธอจะเป็นอะไร
“อ๊อก” อันดากระอักเลือดออกมาเป็นลิ่มๆ
“อันดา” หยางเจียจุ้นเตรียมเดินลมปราณให้เธอ
“ไม่เป็นไร เลือดที่คั่งออกหมดแล้ว” อันดายิ้ม แต่แรงหมดเพราะเลียเลือดไปมากจึงหลับไป
“ซูเมิ่ง” แม่ทัพหยาง
“เจ้าคะ” ซูเมิ่ง
“เข้าช่วยเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางหน่อย” หยางเจียจุ้นนั้นเพลียกว่ารบกับข้าศึกเป็นไหนๆ คนรักที่เลือดไหลออกแทบหมดตัวแต่เขาไม่สามารถช่วยอะไรนางได้เลย
กว่าที่อันดาจะตื่นก็เป็นเช้าวันรุ่งขึ้นเธอหลับไปนานมาก แต่ภาพแรกที่เธอลืมตาตื่นขึ้นมาคือคนตาเป็นหมีแพนด้าหนวดเคราเริ่มเขียวครึ้มแล้ว นี่แสดงว่าเขาเฝ้าเธอทั้งคืนเลยไม่ใช่หรือไง
“หยางเจียงจุ้น หนวดท่านขึ้นแล้ว” อันดายื่นมือไปลูบที่คางของเขา
“ตื่นแล้ว หิวหรือไม่ อยากดื่มน้ำไหม” หยางเจียจุ้นประคองเธอขึ้นมานั่ง
อันดาไม่มีแรงเลยแต่ตอนนี้สมองของเธอกระจ่างชัด
“หิวน้ำ ท่านหิวหรือไม่ นี่เฝ้าข้าทั้งคืนเลยหรือ” อันดาถาม
“เห็นเจ้าเป็นเช่นนี้ใครจะหลับลง ฟื้นขึ้นมาก็ดีแล้ว” หยางเจียจุ้นค่อยโล่งใจที่อันดายังมีพลังเหลือพอมาสังเกตเห็นหนวดเคราที่กำลังขึ้นของเขา
“ท่านไม่พักหน่อยหรือ” อันดาถามหลังจากดื่มน้ำแล้ว
“ไม่ล่ะ ข้าจะไปดูพวกทหารฝึกซ้อม ไม่ต้องห่วงหรอกข้ากรำศึกไม่หลับไม่นอนติดกันเป็นสิบวันก็ไม่เป็นไร ยิ่งได้ฟื้นฟูลมปราณยิ่งแข็งแกร่งเข้าไปอีก แต่จะอายุสั้นเพราะเป็นห่วงเจ้านี่ล่ะ” หยางเจียจุ้นยิ้ม
“ข้าแค่หมดสติไป ครั้งนี้คงจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วล่ะ” อันดาตอบ
“เจ้าจำได้หมดแล้วหรือ” หยางเจียจุ้นถาม
“ยังหรอก แต่หากเจอหน้าพ่อกับแม่อาจจะจำได้ ที่ข้าบอกเพราะข้าเห็นลิ่มเลือดที่ออกมา เลยคาดว่าลิ่มเลือดที่คั่งอยู่อาจจะหลุดออกมาหมดแล้ว” อันดาจำไม่ได้ว่าศีรษะโดนกระแทกตอนไหนกันนะ แล้วเธอเริ่มจำไม่ได้ตอนไหนกัน
“อย่าเพิ่งคิดเลยข้ากลัวเจ้าจะเลือดหมดตัวน่ะ” หยางเจียจุ้น
“ได้ ท่านไปทำธุระของท่านเถอะ เย็นนี้ข้าจะโกนหนวดให้ท่านนะ” อันดายิ้มหวาน
“ได้ แต่เจ้าวันนี้อยู่เฉยๆ อย่าออกแรงมากเลยนะ เข้าไปพักในมิติก็ได้ ในนั้นมีปราณเจ้าเข้าไปพักเถอะ” หยางเจียจุ้นขอร้อง
“ถ้าอย่างนั้น” อันดาพูดจบก็โผเข้ากอดคนรัก
“เป็นอะไรไป” หยางเจียจุ้นเข้าใจว่าเธอกำลังเศร้า
“ข้ากอดท่านเพื่อเพิ่มพลังน่ะ” อันดากอดเขาแน่นๆ เพื่อให้รู้ว่าตัวเธอยังเป็นตัวเองอยู่ตรงนี้ เธอสับสนว่าตอนนี้เธอคืออันดาที่โตมากับทีมแพทย์หรือเด็กที่ถูกเรียกว่าท่านหญิงผิงอันกันแน่ ที่จริงเธอเป็นคนแบบไหนกันแน่นะ
“งั้นก็กอดข้านานๆ ข้าจะแบ่งพลังให้เจ้าทั้งหมดเลย” หยางเจียจุ้นกอดเธอแน่นแต่ไม่รัดจนเกินไป เขารู้สึกได้ว่าเธอตัวสั่น เขาไม่รู้หรอกว่าการที่ความทรงจำหายไปมันเป็นอย่างไร แต่ที่รู้มันคงทำให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ต้องยืนหยัดสู้ด้วยตัวเองคนนี้สับสนและกังวลอยู่ไม่น้อย
ขนาดเจออย่างนี้แล้วเธอก็ยังมีแก่ใจคอยดูแลคนอื่น แถมยังมอบความเข้มแข็งและมั่นคงให้คนอื่นได้โดยไม่รู้ตัว ตอนนี้เขากลัวมากว่าเขาจะกอดเธอแน่นเกินไปจนเธออาจจะแตกหัก ดูเธอช่างบอบบางและต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ
“ท่านไม่ไปซ้อมหรือ” อันดาถาม
“อยู่กับเจ้าอีกหน่อยดีกว่า” หยางเจียจุ้น
“ท่านไปเถอะ รู้ว่ามีท่านอยู่ข้าไม่เป็นไร ข้าจะเข้าไปเดินพลังในมิติแล้ว อ้อเรื่องมิติของท่านไว้วันหลังข้าจะเข้าไปเขียนวงเวทย์ทำซ้ำให้ท่านนะ ท่านจะได้มีอาวุธเพิ่มได้” อันดายิ้ม ดันตัวขึ้นไปหอมแก้มเขาแล้วก็หายเข้ามิติไป
หยางเจียจุ้นอารมณ์ดีได้แค่พักเดียวก็กลับไปเป็นแม่ทัพหยางที่ต้องไปดูคนเจ็บและการซ้อมรบ
“ท่านแม่ทัพ” หมอเจียงเดินมารับที่หน้าเรือนพยาบาล
“เก้าเป็นอย่างไร” แม่ทัพหยาง
“กำลังเดินไปแจ้งเรื่องการอาบน้ำสมุนไพรอยู่เลยขอรับ เขาฟื้นตัวได้ดีอย่าน่าอัศจรรย์ข้ากำลังจะไปถามแม่นางอันดาว่าจะให้เขาอาบเพิ่มหรือไม่” หมอเจียงรายงาน
เมื่อวานตอนที่นำสมุนไพรไปต้มให้เก้าอาบนั้นเขาได้แยกสมุนไพรออกและชั่งไว้แล้วดังนั้นจึงไม่มีปัญหาแต่ไม่แน่ใจว่าอาบซ้ำได้หรือไม่
“อันดาไม่ค่อยสบายน่ะ ท่านหมอทำตามที่เห็นสมควรเถอะ” แม่ทัพหยาง
“ขอรับ ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปดำเนินการเดี๋ยวนี้” หมอเจียงรับคำสั่งเสร็จก็รีบไปในใจก็สงสัยว่าอันดานี่นะป่วยเด็กบ้าพลังก็มีวันนี้หรือนี่
"เก้า"แม่ทัพหยางทักเมื่อเห็นเก้าที่กำลังจะลุกขึ้นมาทำความเคารพ
“ท่านแม่ทัพ” เก้า
“ไม่ต้องลุก” แม่ทัพหยางนั่งข้างๆ เขา
“ข้าดีขึ้นมากท่านไม่ต้องมาเยี่ยมก็ได้ขอรับ” สีหน้าของเขาเหลือแค่ความอ่อนเพลียเท่านั้น ดูเหมือนการถ่ายเลือดพิษออกจะสามารถขจัดพิษได้อย่างหมดจดจริงๆ
“ข้ามาถามข้อมูลพวกที่โจมตีน่ะ” แม่ทัพหยาง
“พวกมันมากันเยอะเหมือนกองทัพเลยขอรับ แต่ฝีมือเหมือนทหารรับจ้างมากกว่าทหารของเป่ยซาน พวกมันระวังตัวกันมาก ถ้าไม่ได้ปืนที่ท่านให้ติดตัวไปและเจ็ดมาไม่ทันอาจจะรอดยาก” เก้าตอบ
“แล้วพวกมันโจมตีซูเมิ่งโดยตรงหรือนางแค่อยู่ตรงนั้น” ที่เขาห่วงคือเรื่องนี้ต่างหาก
“บอกยากขอรับแต่เมื่อพวกมันเห็นว่านางผมสั้นจึงโจมตี ทั้งที่ตรงนั้นสิบสองก็อยู่ด้วยแต่พวกมันเล็งไปที่สิบห้า เอ้อซูเมิ่งน่ะขอรับ” เก้าตั้งข้อสังเกต
“ถ้าเช่นนั้นก็น่าจะเป็นอย่างที่เจ็ดบอก พวกนั้นตั้งใจโจมตีนาง ขอบใจเจ้ามากที่เสี่ยงตายทำงานให้ข้า” แม่ทัพหยาง
“หามิได้ขอรับเป็นหน้าที่ของพวกเราอยู่แล้ว ว่าแต่แม่นางอันดานี่เป็นใครกันแน่ขอรับ เครื่องมือการแพทย์ของนางก็แปลกตาแต่มีประสิทธิภาพมาก เมื่อวานตอนที่นางให้เลือดข้ายังตกใจที่นางยอมสละเลือดเนื้อให้ข้าเก้ารู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก เลือดเนื้อเป็นของสำคัญแต่อันดามอบให้เขาอย่างไม่ลังเล
“เอาเป็นว่านางเป็นคนที่ข้ารักก็แล้วกัน และนางพิเศษกว่าใคร” แม่ทัพหยางดักคอไว้ก่อน เจ้าเก้านี่ประมาทไม่ได้ เจ้าเสน่ห์ขนาดนี้ต้องส่งไปให้ไกลหูไกลตาเสียแล้ว
__________________________
สงสัยต้องเปลี่ยนชื่อแม่ทัพหยางเป็นทศกัณฐ์เสียแล้ว