บทที่ 40 ทำได้จริงๆ!
ทันทีที่เซียวหลิงอวิ๋นเห็นพ่อบ้านเซียวหางตานางก็กระตุกเล็กน้อย พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ข้าขอดูหน่อยว่าใครกล้า พ่อบ้านเซียว ช่วงนี้ข้ายุ่งเลยไม่ทันสังเกตเจ้าแต่เจ้ากลับโผล่มาเอง ข้าจำได้ว่าข้าเคยสั่งให้ขายบ่าวไพร่ในจวนออกครึ่งหนึ่งดูเหมือนเจ้าจะยังไม่ทำสินะ เช่นนั้นเจ้าจะออกจากจวนเจิ้นกั๋วโหวด้วยตัวเองหรือให้คุณหนูผู้นี้เป็นคนลากเจ้าออกไปเอง?”
สีหน้าของพ่อบ้านเซียวแข็งค้างเต็มไปด้วยความโกรธและตกใจ ถึงขั้นนี้แล้วเซียวหลิงอวิ๋นยังกล้าพูดจาดูหมิ่นเขาต่อหน้าคุณชายใหญ่?!
ใบหน้าของเซียวฉางอวี่เปลี่ยนเป็นสีเขียวสลับขาวเซียวหลิงอวิ๋นช่างไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเลย!
เขาตวาดเสียงกร้าว“ยังมัวอึ้งอยู่อีก ทำไมไม่ลงมือ!”
พ่อบ้านเซียวเอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์ทันที“ลงมือ! จับคุณหนูใหญ่ไปศาลบรรพชน ลงโทษตามกฎตระกูล!”
เหล่าผู้คุ้มกันกรูกันเข้ามาแต่เซียวหลิงอวิ๋นกลับแค่นเสียงหัวเราะเย็น
“ข้าอยากเห็นนักว่าใครกล้าแตะต้องข้า!”
สิ้นคำร่างของเซียวหลิงอวิ๋นหมุนพลิกพลิ้วไหว ก่อนจะพุ่งกระโจนเข้าใส่พวกเขาปลายเท้ากวาดออกอย่างฉับไว ราวกับเหาะเหินอยู่บนเกลียวคลื่น
เสียง‘ผลัวะ! ผลัวะ! ผลัวะ!’ดังติดต่อกันไม่ขาดเมื่อเซียวหลิงอวิ๋นในชุดกระโปรงยาวพลิ้วไหวดุจเซียนจากสวรรค์ค่อยๆ ร่อนลงพื้นเหล่าผู้คุ้มกันก็พากันร้องโอดโอยระงม
ผู้คุ้มกันระดับหลังฟ้าขั้นสองเหล่านี้ถูกโค่นลงในเพียงกระบวนท่าเดียว
พ่อบ้านเซียวถึงกับสูดลมหายใจเฮือกใหญ่
เซียวหลิงอวิ๋นกล้าลงมือ!
ถัดมาเพียงพริบตาเดียวพ่อบ้านเซียวก็ถูกเตะอย่างแรงเข้าที่ท้องจนร่างลอยกระเด็นไปกระแทกกำแพงลานก่อนจะร่วงลงมากองกับพื้น กระอักเลือดออกมาเป็นสาย
เขาเงยหน้ามองเซียวหลิงอวิ๋นด้วยแววตาไม่อยากเชื่อ
เซียวหลิงอวิ๋นเอ่ยเสียงเย็น“หลิงเย่ ช่วยพี่สาวลากพ่อบ้านเซียวออกจากจวนเจิ้นกั๋วโหวไปเสียพี่สาวพูดแล้วก็ต้องทำ ตราบใดที่ข้ายังอยู่เซียวฝูจะไม่มีวันได้เป็นพ่อบ้านของจวนเจิ้นกั๋วโหวอีก!”
“ขอรับพี่สาว!” เซียวหลิงเย่รับคำทันที
เขาก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็ไปถึงตัวพ่อบ้านเซียวพ่อบ้านเซียวที่ถูกเตะจนเจ็บแทบขยับไม่ได้ ถูกเซียวหลิงเย่ซึ่งมีพลังระดับหลังฟ้าขั้นหนึ่งลากออกไปอย่างง่ายดาย
“คุณชายใหญ่ ช่วยข้าด้วย!” พ่อบ้านเซียวร้องดิ้นรน
ใบหน้าของเซียวฉางอวี่ดำคล้ำแต่ในใจกลับหวาดหวั่น
เซียวหลิงอวิ๋นมีพลังวิญญาณ!นางไม่ใช่คนไร้รากวิญญาณอย่างที่เขารู้มาตลอดหรือ!
เซียวฉางอวี่ไม่กล้าลงมือโดยสุ่มสี่สุ่มห้าก่อนจะรู้ความจริงแน่ชัดเขาตวาดเสียงดัง
“เซียวหลิงอวิ๋น เจ้าช่างโอหังเกินไปแล้ว! ไม่เพียงแต่ขัดคำพี่ชายยังทำร้ายบ่าวไพร่ในจวนมากมาย จงใจทำให้ฮูหยินเจิ้นกั๋วโหวล้มป่วยและคิดทำลายจวนเจิ้นกั๋วโหว ในเมื่อเป็นแบบนี้ข้าจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไว้!ข้าจะเชิญเหล่าผู้อาวุโสจากทุกสายมา และลงโทษเจ้าตามกฎตระกูล! พวกเราไป!”
เมื่อได้ยินว่าจะเชิญผู้อาวุโสใบหน้าของเซียวเย่ว์หยาก็ปรากฏรอยยิ้ม หากมีผู้อาวุโสเข้ามาเกี่ยวข้องเรื่องนี้ย่อมร้ายแรง เซียวหลิงอวิ๋นตายแน่!
นางหัวเราะเยาะพลางโยนพระราชโองการลงพื้น “เซียวหลิงอวิ๋น เกือบลืมแสดงความยินดีกับเจ้าวันนี้มีราชโองการมาถึง ยกเลิกหมั้นหมายของเจ้ากับองค์ชายสามแล้วพระราชทานเจ้าให้แต่งกับท่านอ๋องเก้า เจ้าคงเสียใจมากสินะ อ้อข้ายังมีอีกเรื่องจะบอก ท่านอ๋องเก้านั้นมีหญิงคนสนิทซึ่งเป็นปรมาจารย์สื่อวิญญาณเจ้าเตรียมตัวใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานได้เลย หรือไม่ก็ภาวนาให้ตัวเองตายๆไปเสียจะดีกว่า”
พูดจบนางก็ยิ้มเย็นแล้วเดินจากไปพร้อมเซียวฉางอวี่ ส่วนเซียวฝู...พวกนางไม่สนใจ
เซียวหลิงอวิ๋นจึงสั่งให้เซียวหลิงเย่ลากเซียวฝูออกจากจวน
จนกระทั่งถูกโยนออกไปจริงๆเซียวฝูถึงได้ตระหนักว่าตนถูกไล่ออกแล้วแถมคุณชายใหญ่กับคุณหนูรองก็ทำอะไรเซียวหลิงอวิ๋นไม่ได้
ไม่...นี่ต้องเป็นเพียงเรื่องชั่วคราวคุณชายใหญ่บอกแล้วว่าจะเชิญผู้อาวุโสจากทุกสายมา ขอเพียงพวกเขามาถึงเขาย่อมกลับเข้าสกุลเซียวได้แน่!
เซียวฝูลุกขึ้นแล้วเดินจากไปอย่างแค้นเคืองโดยไม่ทันเห็นแววตาตกตะลึงของทหารยามหน้าประตู
คุณหนูใหญ่ถึงกับไล่พ่อบ้านเซียวออกจากจวนได้จริง!ทุกสิ่งที่คุณหนูใหญ่เคยพูดกลับเป็นความจริง!
คุณหนูใหญ่ช่างน่ากลัวนัก!
ข่าวการที่เซียวฝูถูกเซียวหลิงอวิ๋นไล่ออกแพร่กระจายไปทั่วจวนเจิ้นกั๋วโหวอย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างพากันหวาดหวั่นเมื่อนึกถึงอดีตที่เคยรังแกและเมินเฉยต่อเซียวหลิงอวิ๋น ตอนนี้ก็ยิ่งกังวลนางกล้าไล่พ่อบ้านเซียวได้ การจะไล่พวกเขาคงเป็นเพียงคำพูดเดียว
เหล่าบ่าวไพร่ไม่กล้าอวดดีต่อหน้าเซียวหลิงอวิ๋นอีกแม้แต่ต่อหน้าเซียวหลิงเฟิงและเซียวหลิงเย่ก็พากันนอบน้อม
ทางด้านเรือนชิวหยาหลังจากสั่งคนให้ส่งข่าวไปเชิญเหล่าผู้อาวุโสแล้ว เซียวฉางอวี่ก็ทำหน้าขรึมถาม
“เย่ว์หยา เหตุใดเจ้าจึงไม่บอกว่าหลิงอวิ๋นสามารถฝึกตนได้แล้วในหนึ่งปีที่ข้าไม่อยู่ เกิดอะไรขึ้นกันแน่!”
เซียวเย่ว์หยาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนตอบอย่างว่าง่าย “ข้าก็ไม่รู้ นางจู่ๆ ก็คลุ้มคลั่ง กลายเป็นหยิ่งผยองแม้แต่มารดายังบอกว่าที่ผ่านมาถูกนางหลอก ข้าเองก็ไม่รู้ว่านางได้พลังมาจากไหนครั้งก่อนนางก็ไม่รู้ทำอย่างไรถึงหักแขนข้าได้ในพริบตา”
เซียวฉางอวี่ขมวดคิ้วแน่นเอ่ยเสียงเย็น “ที่แท้ตลอดหลายปีมานี้ นางแสร้งตบตาพวกเรา คิดหลอกเราทั้งหมดนางต้องการอะไรกันแน่ หรือว่าต้องการทำลายจวนเจิ้นกั๋วโหวจริงๆ อย่างนั้นรึ!ไม่ได้ ต้องรีบเรียกเหล่าผู้อาวุโสมา วันนี้ต้องจัดการเรื่องของนางให้สิ้นไม่ให้นางได้หยิ่งผยองอีก!”
เซียวหลิงอวิ๋นไม่รู้ถึงแผนการของเซียวฉางอวี่นางกำลังอยู่ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของเซียวหลิงเฟิงและเซียวหลิงเย่
หรือควรบอกว่าพวกเขากำลังจ้องโอสถฟื้นปราณและโอสถถอนพิษที่วางอยู่บนโต๊ะ
“พี่สาว! ท่านหลอมโอสถขั้นห้าได้จริงๆ หรือนี่…นี่ข้ากำลังฝันอยู่หรือเปล่า พี่ใหญ่ ท่านลองตีข้าที ดูว่าเจ็บหรือไม่”
เซียวหลิงเย่เอ่ยอย่างตะลึงงันส่วนเซียวหลิงเฟิงก็เอาแต่จ้องโอสถนั้นอย่างตกตะลึงไม่ได้ยินเสียงของเซียวหลิงเย่เลยสักนิด
เซียวหลิงอวิ๋นหัวเราะเบาๆพลางจิ้มหน้าผากน้องชาย
“พูดอะไรเพ้อเจ้อรีบเอาโอสถไปป้อนให้ท่านแม่เถิด เริ่มจากโอสถถอนพิษหลังผ่านไปหนึ่งก้านธูปค่อยป้อนโอสถฟื้นปราณ อ้อ…พี่ใหญ่ท่านพูดว่าถูกวางยาพิษจนพลังฝีมือลดลงเรื่อยๆ งั้นหรือเดี๋ยวข้าอาบน้ำเสร็จจะไปดูให้”
ที่จริงนางตั้งใจจะป้อนโอสถด้วยตัวเองแต่สภาพนางตอนนี้ช่างอนาถเกินไป เมื่อตอนขึ้นโอสถเมื่อครู่ถูกคำพูดของเซียวฉางอวี่และเซียวเย่ว์หยาทำให้อารมณ์ขุ่นมัวเผลอให้ไฟปะทุจนเกือบเผาห้องหนังสือ โชคดีที่นางหยุดทันจึงหลีกเลี่ยงเหตุร้ายมาได้ แต่สภาพนางก็เละไม่เบา
เซียวหลิงเย่รีบพยักหน้ารับ“พี่สาวไปเถิด” เห็นใบหน้าที่เปื้อนเขม่าของนาง เขาก็แทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่
พอเซียวหลิงอวิ๋นออกไปเซียวหลิงเย่ก็เขย่าตัวพี่ชายที่ยังคงนิ่งงัน
“พี่ใหญ่ดูสิ เป็นโอสถฟื้นปราณขั้นห้าจริงๆ ด้วย! พี่สาวทำได้แล้ว!พวกนั้นยังกล้าพูดว่าพี่สาวเป็นคนไร้ค่าทั้งที่ตอนนี้นางไม่เพียงเป็นปรมาจารย์สื่อวิญญาณ แม้แต่โอสถขั้นห้ายังหลอมได้ทั้งหมดแคว้นฮั่วหลีไม่มีใครเก่งเกินพี่สาวของข้าแล้ว!”
เซียวหลิงเฟิงพลันเกิดความภาคภูมิใจขึ้นมาอย่างมากนี่มันเหนือความคาดหมายจริงๆ ตั้งแต่ตอนที่นางช่วยเขาเขาก็สัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณในตัวนาง ระดับหลังฟ้าขั้นเจ็ด!
พรสวรรค์เช่นนี้ในบรรดาสตรีผู้ฝึกตนทั้งหลาย นับว่าอยู่ในชั้นแนวหน้าแล้ว!
เขาอยากให้ทุกคนได้รู้ถึงความเก่งกาจของน้องสาวคิดได้ดังนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า “รีบป้อนโอสถให้ท่านแม่เถอะ!”
ทั้งสองทำตามที่เซียวหลิงอวิ๋นสั่งเริ่มจากป้อนโอสถถอนพิษ ก่อนจะให้โอสถฟื้นปราณแก่หลิ่วซื่อ