วันต่อมา มุกจันทร์ยังคงติดรถสาลี่มาที่ร้านกาแฟเหมือนเดิม สิ่งที่แตกต่างจากเมื่อวานคือวันนี้เธอไม่ได้หยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วยมาด้วยพอมาถึงร้านกาแฟมุกจันทร์ก็เริ่มคิดว่ามื้อเที่ยงวันนี้เธอจะกินอะไรดี
ความจริงแล้วมื้อเย็นที่บ้านของไตรภพจะมีอาหารเย็นที่ป้านวลทำอยู่แล้วรสชาติอร่อยถูกปาก เสียอย่างเดียวคือเธอไม่กล้าถือวิสาสะเลือกเมนูเองบ้านไตรภพทำอะไรไว้เธอก็กินอย่างนั้น เธอเป็นแขกที่มาอาศัยบ้านเขาอยู่ถ้ายังจะไปเจาะจงอยากกินนั่นอยากกินนี่ก็ดูจะเรื่องมากเกินไปหน่อย ต่างกับมื้อเที่ยงแบบนี้ที่เธอสามารถเลือกเองได้ว่าอยากกินอะไรความน่าสนใจก็ต้องต่างกันอยู่แล้ว
เนื่องจากเมื่อวานเธอยังติดใจรสชาติของกุ้งตัวโตๆ พวกนั้นอยู่วันนี้เธอจึงเลือกผัดไทยกุ้งสดเป็นมื้อเที่ยง
ไม่รอให้สาลี่เดินมาถาม มุกจันทร์ถือแก้วเก็บความเย็นเดินไปสั่งกาแฟและบอกสาลี่ว่าวันนี้เธออยากกินผัดไทยกุ้งสดยังไม่ลืมถามว่าที่ร้านของรพีจะมีเมนูนี้ไหมสาลี่ที่กำลังชงกาแฟให้เธอพยักหน้ารับทราบและยืนยันว่ารพีหาผัดไทยกุ้งสดมาให้มุกจันทร์ได้แน่นอนพอได้กาแฟใส่แก้วเก็บความเย็นเรียบร้อยแล้วมุกจันทร์ก็พาตัวเองกลับมานั่งที่โต๊ะตามเดิมเปิดแล็ปท็อปทำงานเพื่อรอเวลามื้อเที่ยง
มุกจันทร์นั่งทำงานเพลินจนลืมเวลา รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่มีเสียงดังขึ้นข้างหน้า
“สวัสดีตอนเที่ยงครับ”
มุกจันทร์ละสายตาจากจอตรงหน้าและเงยหน้าขึ้นเธอจำได้ว่าเสียงนี้คือเสียงของรพี “คุณพี ทำไมมาเร็วจังคะ”
“ไม่เร็วนะครับ นี่เที่ยงกว่าแล้ว มาช้าไปหน่อยด้วยซ้ำ” รพีตอบเขามองดูท่าทางของมุกจันทร์ คิดว่าเธอคงจะมัวแต่ทำงานยุ่งจนคิดว่ายังไม่ถึงเวลาเที่ยง
“สงสัยมุกจะทำงานเพลินไปหน่อยค่ะ ตกลงมีผัดไทยกุ้งสดใช่ไหมคะ” พอเห็นหน้ารพีสิ่งแรกที่มุกจันทร์คิดถึงก็คือผัดไทยกุ้งสดของเธอ
“มีสิครับ อาหารเบสิคแค่นี้ทำไมจะไม่มีผมมาช้าเพราะแวะไปซื้อเจ้านี่มาด้วย” เขาชูกล่องอาหารโปร่งใสให้มุกจันทร์ดู
“สลัดโรลเหรอคะ”มุกจันทร์เห็นว่าภายในกล่องมีอาหารที่ถูกม้วนห่อเป็นคำไว้เรียงซ้อนกันอยู่อาหารที่ถูกห่อเป็นคำนั้นข้างในมีสีสันสวยงาม สีส้ม สีเขียว สีม่วง
สีส้มของปูอัด สีเขียวของผักสลัด สีม่วงของกะหล่ำม่วงถูกห่อด้วยแผ่นแป้งสีขาวนวลโปร่งแสง แค่ดูก็รู้ว่าคือสลัดโรล
“ใช่ครับ กินผักสดๆ ร่างกายจะได้สดชื่น สีสวยแบบนี้เห็นสาวๆ ชอบกินกันผมเลยซื้อมาให้คุณมุกด้วย”
“ขอบคุณมากเลยค่ะ มุกก็ชอบกิน แต่ไม่รู้ว่าแถวนี้มีขายด้วย”
“มีครับ แถวนี้มีของกินเยอะ เดี๋ยวผมจะหามาให้ชิมทุกวันเลย”
รพีอยู่คุยกับมุกจันทร์ไม่นานก็ขอตัวกลับเพราะเห็นว่ามุกจันทร์ทำงานยุ่งอยู่จึงไม่อยากรบกวน วันนี้เขารู้สึกอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูกการได้หาของกินอร่อยๆ มาให้สาวสวยอย่างมุกจันทร์แถมเธอยังดูท่าทางจะชอบของที่เขาหามาให้ด้วยทำให้เขารู้สึกเบิกบานใจจริงๆ นี่ขนาดว่ามุกจันทร์เป็นแฟนของเพื่อนเขายังรู้สึกดีใจขนาดนี้ ถ้าหากเขามีแฟนของตัวเองแล้วได้หาของอร่อยให้แฟนตัวเองกินบ้างไม่รู้จะมีความสุขมากแค่ไหนกัน เห็นทีเขาจะต้องรีบหาแฟนสักคนแล้ว
หลังจากรพีกลับไป มุกจันทร์ก็วางงานลงและเริ่มเปิดกล่องอาหารเพื่อกินมื้อเที่ยงพอเปิดกล่องออกมาได้กลิ่นกระเทียมเจียวผสมกับกลิ่นผักชีและกลิ่นถั่วลิสงคั่วลอยฟุ้งในอากาศกุ้งยังตัวใหญ่เท่าเดิม วางท้าทายสายตาเหมือนกับกำลังส่งเสียงเรียกว่า กินฉันสิกินฉันสิ มุกจันทร์ยิ้มออกมาและเริ่มลงมือจัดการผัดไทยกุ้งสดตรงหน้าทันทีระหว่างที่กินไปเธอสังเกตว่าสาลี่และบัวตองส่งสายตามองมาเป็นระยะๆเธอนึกสงสัยว่าสองสาวกินมื้อเที่ยงกันหรือยังและปกติสองสาวห่อข้าวอะไรมากิน
สาลี่กับบัวตองมองไปทางมุกจันทร์บ่อยๆเพื่อสังเกตว่าวันนี้มุกจันทร์มีท่าทางเอร็ดอร่อยเหมือนเมื่อวานหรือไม่ปรากฏว่าวันนี้มุกจันทร์ก็มีท่าทางเหมือนเดิมคือกินไปมีความสุขไป พวกเธอไม่เคยกินอาหารที่ร้านของรพีมาก่อนจึงไม่รู้ว่าอาหารที่ร้านนั้นมีรสชาติเป็นอย่างไรและเพราะอาหารที่ร้านของรพีนั้นราคาค่อนข้างแพงสำหรับพวกเธอ อาหารตามสั่งที่นั่นขั้นต่ำก็ห้าสิบบาทแล้วพวกเธอค่าแรงแค่วันละสามร้อยจะให้ซื้ออาหารจานละห้าสิบบาทก็ทำใจได้ยากจริงๆยกเว้นจะเป็นโอกาสพิเศษที่อาจจะลองไปชิมดูบ้าง ตอนนี้จึงได้แค่ทำตาละห้อยดูมุกจันทร์กินไปก่อน
เพราะตอนนี้เป็นช่วงเที่ยงที่ร้านจึงไม่ค่อยมีคนเข้าเท่าไรพวกเธอจึงสามารถกินมื้อเที่ยงได้อย่างสบายใจ วันนี้สาลี่เอาไข่ต้มกับหมกหน่อไม้มาส่วนบัวตองเอาแคบหมูกับน้ำพริกหนุ่มและผักสดมาเพราะเมื่อวานเธอเห็นมุกจันทร์กินเลยรู้สึกอยากกินบ้างสองสาวมักจะห่ออาหารมาและแบ่งกันกินเสมอ แทนที่จะได้กินอาหารแค่อย่างเดียวการแบ่งกันแบบนี้ทำให้พวกเธอได้กินอาหารหลายอย่าง ทำให้มื้อเที่ยงก็ไม่น่าเบื่อเกินไปอย่างน้อยก็ได้ลุ้นว่าอีกฝ่ายเอาอะไรมากิน
หลังจากที่สองสาวจัดการมื้อเที่ยงเสร็จแล้ว มุกจันทร์ที่คอยมองและรอโอกาสอยู่ก็เดินถือแก้วเก็บความเย็นมาที่เค้าน์เตอร์เพื่อขอกาแฟเพิ่มเธอรอจนสองสาวจัดการมื้อเที่ยงเสร็จจึงค่อยเดินมาเพราะไม่อยากมาขัดจังหวะการกินของคนอื่น
“ขอกาแฟเพิ่มหน่อยจ้ะ” มุกจันทร์หยุดอยู่ที่หน้าเค้าน์เตอร์วางแก้วเก็บความเย็นลงบนเค้าน์เตอร์ และวางของกล่องสลัดโรลข้างๆ
สองสาวเหลือบตามองกล่องสลัดโรลและกลืนน้ำลายพวกเธอรู้ว่านี่คือสลัดโรลเพราะพวกเธอเองก็ชอบกิน เพียงแต่นานๆจะได้กินทีเพราะเจ้าสลัดโรลนี่ก็จัดว่าราคาแพงอยู่เหมือนกัน
มุกจันทร์มองปฏิกิริยาของสองสาวก็อมยิ้ม “กินด้วยกันไหมฉันกินผัดไทยจนแน่นแล้ว คงกินเจ้านี่คนเดียวไม่หมดหรอก เรามาแบ่งกันกินดีกว่า”
“ดีค่ะ หนูก็อยากกิน” บัวตองที่จ้องกล่องสลัดโรลตาเป็นมันรีบร้องบอก
“ไม่ดีหรอกค่ะ เราสองคนกินข้าวอิ่มแล้ว คุณมุกกินเถอะค่ะ”สาลี่รีบพูดปรามและส่งสายตาดุไปทางบัวตองแม้เจ้านายจะใจดีแต่พวกเธอจะทำตัวไม่รู้กาลเทศะไม่ได้
มุกจันทร์อมยิ้ม คนหนึ่งปากไวคิดอะไรก็พูดอย่างนั้น อีกคนหนึ่งก็คิดมากจนเกินเหตุพออยู่ด้วยกันก็ดูลงตัวดี “กินเถอะ ถ้าไม่ช่วยกินฉันก็กินคนเดียวไม่ไหวถ้ากินมากไปเกิดปวดท้องขึ้นมาคงแย่”
บัวตองพยักหน้าหงึกหงักบ่งบอกว่าเห็นด้วย “ถ้าสาลี่ไม่อยากกินเดี๋ยวหนูช่วยกินให้หมดเองค่ะ” ตัวเองไม่กินก็ตามใจสิยังจะมาห้ามไม่ให้เธอกินอีก มีอย่างที่ไหนกัน อยากอดก็อดไปคนเดียวเถอะตอนนี้เธอถือคติของอร่อยมาก่อนเพื่อน เพื่อนเอาไว้ง้อทีหลังก็ได้แต่ของอร่อยถ้าไม่รีบกินเดี๋ยวจะหมดเอา
สาลี่มองค้อนบัวตองจนตาแทบหลุด ไม่กินก็ต้องไม่กินด้วยกันสิจะมากินคนเดียวแล้วให้เธออดได้ไงกัน เห็นของกินแล้วทิ้งเพื่อน เดี๋ยวรอให้มุกจันทร์ไปแล้วเธอจะต้องจัดการบัวตองสักที
มุกจันทร์มองดูทั้งสองคนสลับกัน ยิ่งรู้สึกขำสองสาวนี่โตขนาดนี้แล้วยังทำตัวเหมือนเด็กๆ ไม่ผิด “เอาล่ะ มีทั้งหมดหกชิ้นเราแบ่งกันคนละสองชิ้น ฉันสอง สาลี่สอง บัวตองก็สอง เอาตามนี้นะ”
บัวตองยังพยักหน้าหงึกหงักแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมาเพราะมัวแต่กลืนน้ำลายอยู่ส่วนสาลี่พอได้ยินว่าตัวเองมีส่วนแบ่งด้วยสีหน้าก็ดูดีขึ้นมา “ขอบคุณค่ะคุณมุก”
“ขอบคุณอะไร ไหนว่าไม่หิวไง” บัวตองเอ่ยแทรกขึ้นมาพลางเหล่ตามองสาลี่
สาลี่ถลึงตาใส่บัวตองอีกรอบ “ผู้ใหญ่ให้ก็ต้องรับสิ”
“เอาล่ะๆ เดี๋ยวฉันกินสองชิ้นก่อน”มุกจันทร์หยิบสลัดโรลชิ้นแรกจิ้มน้ำสลัดซีฟู้ดแล้วเอาเข้าปาก ผักสดๆนี่กินคู่กับน้ำสลัดซีฟู้ดเข้ากันดีจริงๆ
สองสาวมองตามและกลืนน้ำลายรอจนมุกจันทร์กินชิ้นที่สองเสร็จและถือกาแฟออกไป พวกเธอก็เริ่มลงมือกินส่วนของตัวเองจากที่รู้สึกกล้าๆ กลัวๆ มุกจันทร์อยู่บ้างตอนนี้พวกเธอเริ่มชอบมุกจันทร์ขึ้นมาแล้ว
มุกจันทร์ชำเลืองมองไปทางเค้าน์เตอร์ที่สองสาวกำลังเคี้ยวสลัดโรลจนแก้มตุ่ยเธออดที่จะอมยิ้มไม่ได้ สัจธรรมข้อหนึ่งของโลกนี้ก็คือของอร่อยสามารถซื้อใจคนได้
สองสามวันต่อจากนั้นผ่านไปคล้ายๆ เดิม มุกจันทร์คิดรายการอาหารที่เธออยากกินและบอกสาลี่จากนั้นสาลี่จะไปโทรบอกรพีอีกทีพอตกเที่ยงรพีก็จะหิ้วอาหารมาให้เธอและไม่ลืมจะมีของแถมนอกออเดอร์เคียงมาด้วยเป็นไข่ป่ามบ้าง สลัดโรลดอกไม้บ้าง ข้าวปุกงาบ้าง เรียกได้ว่ามุกจันทร์มีของอร่อยกินไม่ซ้ำเลยทีเดียวสองสาวที่ร้านกาแฟก็พลอยได้รับอานิสงส์นี้ไปด้วยเพราะมุกจันทร์จะแบ่งของกินเล่นพวกนี้ให้พวกเธอเสมอทำให้พวกเธอยิ่งรู้สึกดีต่อมุกจันทร์ขึ้นเรื่อยๆ ถึงขนาดดีใจที่มุกจันทร์คือว่าที่ภรรยาของไตรภพ
แต่ไม่นานสิ่งที่มุกจันทร์ไม่คาดคิดก็มาเยือนเข้าจนได้
วันนี้มุกจันทร์มาที่ร้านกาแฟเหมือนเคย ทำทุกอย่างไม่ต่างจากทุกวันช่วงสายๆ ที่เธอกำลังก้มหน้าพิมพ์ตอบอีเมลงานอยู่ เธอรู้สึกว่ามีคนเดินเข้ามาหาเธอตอนแรกเธอคิดว่าเป็นรพีที่นำมาอาหารมาส่งแต่พอเงยหน้าขึ้นกลับพบว่าคนตรงหน้าไม่ใช่รพี แต่เป็นผู้หญิงหน้าตาสวยรูปร่างปราดเปรียวแต่งตัวทันสมัย
“สวัสดีค่ะ” เพียงดาวเอ่ยทักทายมุกจันทร์
“สวัสดีค่ะ เจอกันอีกแล้วนะคะ บังเอิญจัง”
มุกจันทร์จำได้ว่าเพียงดาวเคยมาหาไตรภพที่ร้านนี้และทำท่าทางเหมือนว่ามีความสัมพันธ์บางอย่างกับไตรภพซึ่งตัวเธอเองก็ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์นั้นคืออะไรนึกขึ้นมาตอนนี้ก็รู้สึกเสียใจที่ลืมถามไตรภพเกี่ยวกับเรื่องนี้เธอไม่รู้ว่าควรจะรับมือกับเพียงดาวอย่างไรดี จึงตัดสินใจเล่นตามน้ำไปก่อน
เพียงดาวได้ยินคำว่า บังเอิญจัง ก็ยิ้มเย็นออกมา บังเอิญงั้นเหรอจะเรียกว่าบังเอิญได้ยังไงกัน “ไม่ได้บังเอิญหรอกค่ะ วันนี้ดาวตั้งใจมาหาคุณโดยเฉพาะเลยขอนั่งด้วยนะคะ”
มุกจันทร์ได้ยินก็นิ่งไป รอยยิ้มค้างอยู่บนใบหน้าถ้าไม่ยิ้มเธอก็ไม่รู้ว่าควรจะทำหน้ายังไงดี เห็นทีเธอคงจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไม่ได้แล้วใช่ไหมเพียงดาวตั้งใจมาหาเธอ แสดงว่าเพียงดาวรู้เรื่องที่เธอจะแต่งงานกับไตรภพแล้วถ้าอย่างนั้นที่เพียงดาวมาหาเธอวันนี้จุดประสงค์ก็คงไม่ต้องเดาแล้วในใจเธอหวังอย่างริบหรี่ว่าเพียงดาวจะไม่ร้ายกาจเหมือนภีรณี
มุกจันทร์ที่ยิ้มค้างอยู่ชำเลืองมองไปทางเค้าน์เตอร์เพื่อส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ
สองสาวสาลี่กับบัวตองเห็นมุกจันทร์มองมาก็รู้สึกชาวาบที่หนังศีรษะ แม้พวกเธอไม่ได้สนิทกับเพียงดาวแต่ก็พอรู้กิตติศัพท์ว่าเพียงดาวปากร้ายแค่ไหนถ้าเลือกได้พวกเธอก็ไม่อยากทำให้เพียงดาวไม่พอใจเลย แต่พอนึกถึงอาหารอร่อยๆที่สองสามวันนี้มุกจันทร์แบ่งให้กินอย่างอารีก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ถ้าจะปล่อยให้มุกจันทร์ต้องรับหน้าเพียงดาวอยู่คนเดียว
สาลี่สำนึกรู้ได้ก่อนบัวตอง คิดจะเดินเข้าไปคลี่คลายบรรยากาศแต่ทว่าขาเจ้ากรรมก็ดันก้าวไม่ออก
ส่วนบัวตองนั้น ปกติถ้ามีเรื่องเกิดขึ้นเธอจะฟังสาลี่เพราะสาลี่มีเหตุผลและใจเย็นกว่าเธอ ตอนนี้เห็นสาลี่ไม่ขยับ เธอจึงเข้าใจว่าสาลี่น่าจะรอดูสถานการณ์อยู่ด้วยเหตุนี้เธอเองก็เลยยืนนิ่งไปด้วย
ระหว่างที่หน้าเค้าน์เตอร์นิ่งเหมือนถูกแช่แข็งไว้ที่โต๊ะของมุกจันทร์กลับมีความเคลื่อนไหว
“คุณจะแต่งงานกับดินเหรอคะ” เพียงดาวเอ่ยออกมาตรงๆพยายามยิ้มให้ดูเป็นมิตรที่สุด
มุกจันทร์เห็นเพียงดาวยิ้มก็ยิ่งใจเต้นโครมครามไปใหญ่คนที่โกรธแต่ยังคงยิ้มได้นั้นคือคนที่น่ากลัวที่สุดแล้ว