บทที่ 2 จิ้นเฉินจะแต่งงานกับน้องสาวต่างแม่ของเธอ?
เธอหันไปมองฉินเหลียนภรรยาคนที่สองของพ่อ ฉินเหลียนค่อย ๆ เดินลงมาจากชั้นสองพร้อมกับลูกสาว เฉียวอวี่โม่
เฉียวอันอันขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว "ป้าฉินมีธุระอะไรคะ?"
“ในเมื่อคุณหนูใหญ่ตระกูลเฉียวกลับมาถึงบ้าน ฉันก็ต้องมาต้อนรับสักหน่อยสิ ฉินเหลียนพูด แต่ทันใดนั้น เธอก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ จึงเผยยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ "อ้อ ฉันนึกออกแล้ว อันอัน เธอไปเป็เมียน้อยคนอื่น ไม่ได้แต่งงานจริง ๆ ดังนั้นคงเรียกว่าขายตัวมากกว่า"
“นางฉิน!” เฉียวอันซวี่ที่อยู่ข้าง ๆ โมโหเตรียมวิ่งไปตบฉินเหลียน แต่ถูกเฉียวอันอันคว้าแขนไว้
“ป้าฉิน” เธอจ้องแม่ลูกคู่นี้ด้วยสายตาเ็า พลางพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบและไม่แยแส “ฉันจะทำอะไร มันเกี่ยวอะไรกับคุณ?”
หากไม่ใช่เพราะถูกฉินเหลียนยั่วยุซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม่ของเธอคงไม่ฆ่าตัวตาย!
“ใครว่าไม่เกี่ยว?” ฉินเหลียนยกยิ้มอย่างชัยชนะ เธอกุมมือเฉียวอวี่โม่อย่างอวดดี “เมื่อครู่นี้ตระกูลจิ้นส่งคนมาที่นี่ แจ้งว่าคุณจิ่น้าเกี่ยวดองกับครอบครัวของเรา”
เสียงนี้ดังสนั่นราวฟ้าฟาดลงมาในหัว เฉียวอันอันเผลอโพล่งออกมาโดยไม่ต้องคิดทันที “เป็ไปไม่ได้!”
“ใครว่าเป็ไปไม่ได้?” ฉินเหลียนหัวเราะเย็น “กำหนดวันหมั้นไว้แล้ว จะหลอกได้ยังไง?”
ร่างของเฉียวอันอันสั่นเล็กน้อย
จิ้นเฉิน… เขาจะแต่งงานกับเฉียวอวี่โม่จริง ๆ หรือ?
“พี่?” เฉียวอันซวี่มองเธอด้วยความกังวล
เฉียวอันอันฝืนยิ้มบาง ๆ บนใบหน้าซีดเผือด
“เสี่ยวซวี่ พี่ไม่เป็ไร ว่าแต่ได้รับเช็คแล้วใช่ไหม? เพียงพอหรือยัง?”
ตระกูลเฉียวเป็บริษัทที่แม่และพ่อของพวกเขาร่วมกันก่อตั้งขึ้น พวกเขาจึงไม่อาจปล่อยให้เฉียวกรุ๊ปพังลงไปได้
“บริษัทคงมีทางรอดแน่ แต่มีข่าวจากโรงพยาบาลแจ้งมาว่า พวกเขาหาผู้บริจาคไขกระดูกที่ตรงกับพ่อได้แล้ว รวมกับค่ารักษาพยาบาลหลังผ่าตัด เรา้าเงินอีกห้าแสนหยวน”
เฉียวอันอันตั้งสติ หายใจลึก ๆ และยกยิ้มอย่างอ่อนแรง “นี่เป็เื่ดี รีบจัดการเื่ผ่าตัดได้เลย ส่วนเงินห้าแสนหยวนฉันจะหามาให้ได้”
แต่เฉียวอันซวี่กลับมีประกายลังเลในดวงตา เขากัดฟันแน่น “พ่อเขา… กู้เงินนอกระบบมาด้วย ถ้าไม่รีบใช้คืน ผมกลัวว่าจะมีคนมาหาเื่ที่ตระกูลเฉียว แต่เงินกู้นี้ดอกเบี้ยสูงมาก ตอนนี้มันทบเป็ยี่สิบล้านหยวนแล้ว…”
เฉียวอันอันยืนเซ เกือบสะดุดล้ม
ฉินเหลียนสังเกตเห็นความผิดปกติของพวกเขาอย่างชัดเจน ในใจเต้นพล่านจนแทบะเิ ทว่าใบหน้ากลับแสร้งห่วงใย และถามว่า “เกิดอะไรขึ้น? ้าความช่วยเหลือจากฉันไหม?”
เฉียวอันอันจ้องพวกเธออย่างฉับพลัน ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธ
“ไม่จำเป็” ด้วยท่าทางเ็า คิ้วสวยของหญิงสาวขมวดมุ่น “ฉันจะหาวิธีแก้ไขทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่ต้องรบกวนป้าฉิน!”
ตอนแม่เสียชีวิต พ่อเธอเขียนพินัยกรรมด้วยความรู้สึกผิด ยกเฉียวกรุ๊ปให้พวกเธอพี่น้อง ใครจะรู้ว่าหลังจากพ่อป่วยหนัก ฉินเหลียนจะถือโอกาสควบคุมเฉียวกรุ๊ป ขูดรีดเอาเงินจนบริษัทเกือบล้มละลาย เมื่อมาถึงมือพวกเธอ เฉียวกรุ๊ปก็มีแต่หนี้สินล้นมือ
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ เฉียวอันอันก็เม้มริมฝีปากแน่น ก่อนเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
โลกธุรกิจโหดร้ายราวกับเสือสองตัวที่ต่อสู้กัน เฉียวอันซวี่ยังไม่สามารถรับมือได้ด้วยตัวเอง เธอต้องหาทางช่วยชีวิตพ่อให้ได้
ระหว่างกลับคฤหาสน์ตระกูลจิ้น เฉียวอันอันเม้มริมฝีปากแน่น คิดไม่ตกเื่ที่เฉียวอันซวี่พูดไว้ เธอต้องทำอะไร เพื่อจะหาเงินก้อนที่สองนี้มาได้?
หญิงสาวไม่มีความกล้าหรือเหตุผลมากพอ ที่จะขอความช่วยเหลือจากจิ้นเฉินอีกแล้ว
เฉียวอันอันชำเลืองมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นป้ายสีทองผ่านไปไม่ไกล
ทันใดนั้นแววตาของเธอก็สว่างวาบ เธอรีบสั่งให้คนขับหยุดรถ "คุณลุง ฉันจะลงตรงนี้ค่ะ!"
“ได้เลย!” คนขับรถจอดนิ่ง
เฉียวอันอันจ่ายเงินและลงจากรถ
เมื่อยืนอยู่หน้าประตูสถานบันเทิงที่โด่งดังที่สุดในเมืองเจียง ป้ายทองคำสลักด้วยสี่ตัวอักษร ‘Golden Age’ สูงเสียดฟ้า ดูคดเคี้ยวราวกับัลอยอยู่เหนือหัว
เฉียวอันอันดึงกระโปรงที่ยับย่นเล็กน้อย เพ่งมองป้ายนั้นอยู่สักพักหนึ่ง เมื่อครั้งที่ตระกูลเฉียวยังรุ่งเรือง เธอเคยมาที่ ‘Golden Age’ กับพ่อ ที่นี่คือสถานบันเทิงที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองเจียง บรรดาชนชั้นสูงนิยมมาที่นี่เพื่อเจรจาเื่ธุรกิจ
ดังนั้นเธอจึงรู้ดี ว่าการทำงานที่นี่ แม้แต่พนักงานบริการ ก็มีรายได้สูงมาก
แม้ว่าสามสิบล้านจะเป็ตัวเลขหนักเกินไปสำหรับเธอ ตราบใดที่หญิงสาวทำงานหนัก ตระกูลเฉียวก็ยังมีความหวังอยู่ไม่ใช่หรือ?
เฉียวอันอันสูดหายใจลึก ข่มความตื่นเต้นและความกังวลไว้ในใจ จากนั้นก็ก้าวเท้าเข้าไป