สองฝาแฝดไม่ยอมไปไหน เขานั่งเฝ้าซูเจินจนกระทั่งนางตื่น วินาทีเเรกที่นางลืมตานางรู้สึกได้ว่า มือของนางมันหนักๆเมื่อนางหันไปดูจึงพบว่าอี้เฉียนกุมมือนางไว้และหลับไป ถัดไปจากนั้นไม่ไกลอี้เถียนเองก็ฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะน้ำชาด้วย
"ง่วงแล้วทำไมไม่รู้จักกลับไปนอน อ๋อ..นี่อย่าบอกนะว่าพวกนายรอคำตอบว่าใครจะเป็นผู้โชคดีคืนนี้ ชิ! ฝันไปเถอะ!!" ซูเจินค่อยๆแกะมือตัวเองออกจากมือของอี้เฉียนเพื่อที่จะลุกขึ้นนั่งดีๆ ทว่าเล็บยาวๆของนางก็ทันไปทิ่มเข้าที่เนื้อของอี้เฉียนจนทำให้เขาตื่น
"อื้ม!..เอ้า..เจ้าตื่นแล้วหรอ..เป็นไงบ้าง หิวไหม?"
"ข้าอยากกินน้ำ"
"ได้ๆ..เดี๋ยวข้าไปรินชามาให้นะ..รอแปปนึง น้องสาม น้องสาม!!"
"ฮ้ะ!! ฮ้ะ!! อ่ะอื้มหาววว ว่าอย่างไรท่านพี่"
"รินชาให้ซูเจินหนึ่งจอก นางกระหายน้ำ เร็วเข้า"
"อ่าอ่า…เจ้าตื่นแล้วหรอซูเจิน คอยเดี๋ยวนะ…อ่ะนี่ชา..คือว่าข้ามีอะไรอยากจะถามเจ้าพอดีเลย"
"ถามเรื่องอะไรหรอ?"
"วันนี้ข้ากับสนมลีได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง ซึ่งเนื้อความในจดหมายนั้น บอกให้ข้ากับสนมลีไปพบเจ้าที่ศาลากลางน้ำ ข้าเลยอยากจะรู้ว่าเจ้าเป็นคนเขียนจดหมายนั้นหรือไม่?" ซูเจินถึงกับต้องสะอึกในลำคอ เมื่อจู่ๆอี้เถียนก็ถามนางตรงๆ ขณะที่อี้เฉียนก็กำลังจ้องมองมาที่นางอย่างไม่ละสายตา ซูเจินเริ่มลังเลที่จะตอบความจริงหรือโกหกเพราะดูจากสายตาของทั้งคู่แล้วมันเเน่วเเน่จนน่ากลัว
"จดหมายอะไรไม่เห็นรู้จักเลย ข้าไม่ได้ส่งจดหมายนั้นให้พวกเจ้านะ"
"แต่เนื้อความในจดหมายมันเขียนถึงเจ้า"
"เนื้อความในจดหมายใครก็เขียนขึ้นมาได้ เจ้าคิดว่ายังไงล่ะ ข้ายืนยัยว่าข้าไม่ได้เป็นคนเขียน อ่อ…ข้ามีอะไรจะบอกเจ้าด้วยอี้เถียน คืนนี้ข้าเลือกเจ้านะ" จากใบหน้าที่สงสัยกลับกลายมาเป็นรอยยิ้มและหัวเราะอย่างดีใจ เขาหันไปเชิดหน้าใส่อี้เฉียนด้วยความภูมิใจที่วันนี้ซูเจินเลือกเขา อี้เฉียนได้เเต่ยิ้มแห้งๆเพื่อแสดงความดีใจกับผู้เป็นน้อง แต่ทว่าข้างในลึกๆแล้วเขากลับไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรเพราะเขาได้คืนก่อนไปแล้วนั่นเอง
"ท่านพี่!!..ท่านได้ยินที่นางพูดหรือไม่ คืนนี้นางเลือกข้า ฮ้ะฮ่า!..เช่นนั้นข้าจะรีบไปอาบน้ำแต่งตัวหอมๆแล้วจะรีบกลับมาหาเจ้า รอข้าเดี๋ยวนะซูเจิน รออะไรล่ะ..กลับไปได้แล้วนางเลือกข้านะ ฮ่าฮ้าฮ้า!!" อี้เถียนลืมความสงสัยในตัวจดหมายกลายเป็นคนกระโดดโลดเต้นดีใจ เขารีบขอตัวไปอาบน้ำชำระร่างกาย เพื่อที่จะมาเข้านอนร่วมห้องกับซูเจินในคืนนี้ ซูเจินถอนหายใจแบบโล่งอกเพราะในที่สุดอี้เถียนก็ลืมเรื่องนั้นไป เเต่สิ่งที่ทำให้นางจุกอกขึ้นมาอีกครั้งคือ คืนนี้นางต้องอยู่กับอี้เถียนทั้งคืนนั่นเอง ทางด้านอี้เฉียนมองเห็นถึงลักษณะท่าทางวิตกกังวลและการถอยหายใจยาวๆของซูเจินได้ทันที
"เจ้าทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร?"
"ข้าหรอ..ข้าทำอะไร?"
"เรื่องจดหมายนั้น เจ้าเป็นคนทำใช่หรือไม่..?"
"ก็บอกแล้วว่าข้า….."
"หากเจ้าไม่ได้เป็นคนทำ แล้วเหตุใดเจ้าต้องเบี่ยงประเด็นเร็วถึงเพียงนั้น…ถ้าเจ้าบอกความจริงกับข้า ข้าจะไม่บอกน้องสาม…เเต่ถ้าเจ้าโกหกข้าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกน้องสาม…การที่จะออกไปข้างนอกแล้วกลับมาพร้อมกับอาการโลดเเล่นดีใจเช่นนั้น ข้าว่าอาเหมยน่าจะรู้เรื่องนี้ดี…ถ้าเช่นนั้นข้าจะ…"
"โอเคๆ..ข้าเป็นคนทำเอง จดหมาย 3 ฉบับนั้นข้าเป็นคนส่งเอง พอใจรึยังล่ะ!!"
" 3 ฉบับ หมายความว่า..นอกจากเจ้าจะส่งจดหมายให้น้องสามกับสนมลีแล้ว..เจ้ายังส่งจดหมายถึงสนมฮงให้มาตบหน้าสนมลีด้วยงั้นรึ เจ้าเป็นเพื่อนนางไม่ใช่หรือ ทำไมถึงต้องทำให้นางเจ็บตัวเช่นนั้น?"
"จริงๆมันมีเหตุผลอยู่และข้าก็ไม่คิดว่าสนมฮงจะตบหน้านางเช่นนั้น..แผนมันมีอยู่ว่า..ข้าตั้งใจจะทำให้สนมลีถูกต่อว่าจนร้องไห้ จากนั้นพออี้เถียนมาเห็นก็จะรู้สึกสงสารนางและเข้ามาปลอบใจนาง…แต่แผนมันดันผิดพลาดตรงที่สนมลีดันไปตวาดเสียงใส่น่าสนมฮง..นางก็เลยโดนสนมฮงตบสั่งสอนเช่นนั้น..เเต่เจ้ารู้อะไรไหม…แผนของข้ามันได้ผลเกินคาดเลยเพราะอี้เถียนเข้าไปพยุงตัวนางกลับไปทำแผลที่จวน ดูท่าทางกระหนุงกระหนิงไม่เบา…เจ้าว่าพวกเขาสองคนจะรู้สึกรักกันบ้างไหม?"
"ไม่!" อี้เฉียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทำเอาซูเจินที่นั่งฟังอยู่ถึงกลับต้องหันมาถามเขาอีกครั้ง…แต่คำตอบที่ได้ก็เป็นเช่นเดิม ซูเจินทำหน้าสงสัยว่าทำไมอี้เฉียนถึงมั่นใจซะขนาดนั้น..เขาทำเหมือนว่าเขารู้จักสนมลีดีกว่าซูเจินงั้นแหละ
"อะไรทำให้เจ้ามั่นใจว่า สองคนนั้นจะไม่เกิดความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน"
"เพราะข้ารู้ว่า น้องสามคิดกับนางยังไงและข้าก็รู้ด้วยว่าสนมลีไม่เคยคิดผูกสัมพันธ์ใดๆมากเกินไปกว่า คำว่าพี่ชาย"
"อะไรนะ?"
"สนมลีคิดกับอี้เถียนแค่พี่ชาย..ส่วนอี้เถียนก็คิดกับสนมลีเเค่น้องสาว..เจ้าไม่สังเกตหรือไง..เวลาที่นางกับเจ้าอยู่ต่อหน้าพวกเราหรือแม้กระทั่งตอนอี้เถียนเข้ามาพูดจาหยอกล้อเจ้า นางไม่รู้สึกหึงหวงอี้เถียนเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกันนางกลับชื่นชมและยินดีกับเจ้าด้วยซ้ำ"
"นี่ท่านกำลังจะบอกข้าว่า แผนของข้ามันล้มเหลวอย่างนั้นหรอ?"
"ก็ไม่เชิง เพราะมันก็อาจช่วยให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาเเน่นเเฟ้นมากยิ่งขึ้น ครั้งนี้เจ้าเป็นคนผิด ข้าว่า..เจ้าควรจะหาเวลาไปขอโทษและเล่าความจริงทั้งหมดให้นางฟังนะ"
"ข้าไม่กล้าหรอก ขอเป็นเพื่อนนางแท้ๆกลับทำนางเจ็บซะงั้น เฮ้อ!!"
"เจ้าอยากจับคู่อี้เถียนให้สนมลี เพราะว่าเจ้าอยากอยู่กับข้าผู้เดียวใช่หรือไม่..ฮึ?" จู่ๆอี้เฉียนก็ก้มตัวยื่นหน้าเข้ามาประชิดกับซูเจิน รอยยิ้มบนความเจ้าเล่ห์นั้น มันทำให้ซูเจินรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่หลงตัวเองมาก ริมฝีปากหนาประกบเข้าที่ริมฝีปากอันอวบอิ่มไปหนึ่งที โดยที่ซูเจินไม่ทันได้ตั้งตัว
"คืนนี้ข้าขอมัดจำไว้ก่อน เพราะข้าต้องนอนคนเดียว เเต่คืนต่อไปข้าจะเอาคืนทั้งต้นทั้งดอก…ราตรีสวัสดิ์นะชายาของข้า.." น้ำเสียงการบอกฝันดีของอี้เฉียนบวกกับรอยยิ้มละมุนละไมนั้นมันทำให้ซูเจินแทบรู้สึกละลายไปทั้งตัวแล้ว นางพยักหน้าและยิ้มตอบกลับอี้เฉียนไป อี้เฉียนค่อยๆถอยตัวออกห่างจากนาง เขาไม่ลืมที่จะเอื้อมมือขึ้นมาขยี้หัวนางเบาๆแบบที่เขาทำเป็นประจำ จากนั้นเขาก็นำมือไปไขว้ไว้ที่หลังแล้วจึงเดินออกจากห้องนอนของนางไป เพื่อหลีกทางให้น้องชายสำหรับคืนนี้นั่นเอง….