“คุณอาทิตย์ไปกันเถอะถึงเวลาแล้ว”มงคลเดินเข้ามาในคฤหาสน์แล้วพูดขึ้น
“ถึงเวลาแล้วหรอ”อาทิตย์หันกลับมาถาม
เมื่ออาทิตย์เห็นมงคลพยักหน้าก็ลุกขึ้นเดินตามมงคลออกจากคฤหาสน์ไป
“เป็นยังไงบ้างเรียบร้อยแล้วหรือยัง”มงคลกับอาทิตย์มาถึงก็เอยถามธาราที่ยืนรออยู่
“เรียบร้อยแล้วเริ่มได้เลย”ธาราตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“เข้าใจแล้ว”มงคลพยักหน้าด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จากนั้นหันไปสั่งอะไรบ้างอย่างกับระดับทับทิมที่ยืนอยู่ด้านหลัง
หลังจากได้รับคำสั่งจากมงคลแล้วพวกเขาพากันมุ่งหน้าไปหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปทันที
เมื่อพวกเขากำลังเดินผ่านหน้าประตูคฤหาสน์ที่มีผู้ปลุกพลังระดับทองคำม่วงเฝ้าอยู่พวกเขาก็เริ่มพูดคุยกัน
“รีบไปกันเถอะได้ข่าวว่าสถานการณ์การต่อสู้ตอนนี้ยากลำบากมากท่านเจ้าเมืองก็พ่ายแพ้และบาดเจ็บสาหัส เราต้องรีบไปสนับสนุนไม่เช่นนั้นเมืองของเราได้ถูกอสรพิษเขาเดียวตัวนั้นทำลายแน่”
“ไม่อยากเชื่อเลยว่าระดับตะวันอย่างท่านเจ้าเมืองจะไม่สามารถเอาชนะเจ้านั้นได้”
“ข้าได้ยินมาว่าหลังจากที่ท่านเจ้าเมืองบาดเจ็บได้มีระดับดาราถึงสามคนเข้าไปช่วยเหลือเท่าเจ้าเมือง หลังจากช่วยเหลือท่านเจ้าเมืองได้แล้วพวกเขาก็เข้าไปต่อสู่กับเจ้าอสรพิษเขาเดียวต่อแต่น่าเสียดายพวกเขาประเมินความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรต่ำไปทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสตอนนี้ไม่รู้เป็นหรือตาย”
“แต่ที่น่าตกใจคือคุณชายจากตระกูลเลิศศักดิ์ที่ถูกลูกหลงจากการต่อสู้ของระดับจันทราตอนนี้อาการสาหัสมากอีกทั้งยังเสียแขนและขาไปอย่างละข้างด้วย ไม่รู้ว่าจะสามารถรักษาหายได้หรือเปล่า”
“พูดอะไรระวังหน่อยตอนนี้เราอยู่หน้าประตูตระกูลเลิศศักดิ์นะ รีบไปสนับสนุนการต่อสู้ได้แล้ว”
เมื่อพวกเขาเห็นว่าผู้ปลุกพลังที่เฝ้าประตูสีหน้าเริ่มไม่สู้ดีพวกเขาก็รีบจากไปทันที
“รีบไปรายงานผู้นำตระกูลเร็วเข้า ข้าว่ามันจะต้องมีอะไรบ้างอย่างเกิดขึ้นแน่นอนไม่เช่นนั้นเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้แล้วทำไมผู้นำตระกูลถึงไม่เคลื่อนไหวอะไรเลย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นผู้ปลุกพลังอีกคนรีบพุ่งกลับเข้าไปในคฤหาสน์ทันที
ภายในห้องโถงตอนนี้มีเสียงคนพูดคุยและหัวเราะกันอย่างมีความสุข
“แผนการนี้ของท่านพ่อช่างปราดเปรื่องยิ่งนักถ้าเราทำสำเร็จเราก็แทบจะไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย”เสียงของชายวัยกลางคนพูดอย่างมีความสุข ซึ่งชายคนนี้ก็คือเมธีหรือผู้นำตระกูลเลิศศักดิ์คนปัจจุบันที่มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับดาราขั้นสูง
“สมกับเป็นพี่ใหญ่ละนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”ชายชราคนหนึ่งพูดแล้วหัวเราะเสียงดัง
“ตอนนี้ก็แค่เตรียมคำอธิบายที่ดีหน่อยและของชดเชยนิดหน่อยก็น่าจะพอแล้ว”ชายชราอีกคนอีกคนพูดด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
“ถ้าเราจัดการเรื่องนี้ได้ดีแล้วทำให้ศักดิ์ดาไม่ต้องรับผิดชอบมากนักตระกูลรุ่งโรจน์จะต้องพอใจอย่างแน่นอน”ชายชราคนแรกพูดอย่างอารมณ์ดี
ในขณะที่พวกเขากำลังปรึกษากันอยู่นั้นก็มีเสียงฝีเท้าที่ฟังดูรีบร้อนดังขึ้นจากหน้าห้องโถง
“แย่แล้วครับท่านผู้นำตระกูล เมื่อครู่ตอนที่ผมยืนประตูอยู่ได้ยินคนคุนกันว่าผู้อาวุโสทั้งสามที่ต่อสู้กับสัตว์อสูรทะเลตัวนั้นตอนนี้บาดเจ็บสาหัสอีกทั้งคุณชายยังถูกลูกหลงจากการต่อสู้ของผู้แข็งแกร่งทำให้บาดเจ็บสาหัวแม้แต่แขนและขายังเสียไปด้วยครับ”ยามเฝ้าประตูรีบรายงานอย่างเร่งรีบ
“เจ้าว่าไงนะ”เมธีตะโกนออกมาพร้อมกับลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ
“ใจเย็นก่อน เรายังไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องจริงไหมลองติดต่อไปถามพี่ใหญ่ดูก่อน”ชายชราอีกคนพูดขึ้นอย่างสงบ
“จริงด้วย”เมธีพยายามสงบใจลงแล้วรีบติดต่อไปทันที
แต่เมื่อพยายามติดต่อไปหลายครั้งก็ไม่สามารถติดต่อได้ทำให้สีหน้าของเมธีเริ่มมืดมนและรู้สึกไม่ดี
“ติดต่อท่านพ่อไม่ได้คนอื่น ๆ ก็เช่นนั้นเอาแบบนี้แล้วกันผมจะไปตรวจสอบด้วยตัวเอง”เมธีพูดแล้วลุกขึ้นเดินออกไป
“ฉันจะไปด้วยเผื่อมีอะไรต้องช่วยเหลือกัน”ชายชราลุกขึ้นเดินตามออกไปทันที
ชายชราอีกคนนั่งอยู่ที่เดินพร้อมกับครุ่นคิดและรู้สึกว่าเรื่องนี้มันผิดปกติเกินไป
ผ่านไม่นานหลังจากที่ทั้งสองคนออกไปเสียงระเบิดดังออกมาจากด้านหน้าคฤหาสน์ ชายชราได้ยินก็รีบออกไปดูทันที
.
.
“พวกนั้นไปแล้วลงมือได้”มงคลพูดจบหยิบหน้ากากออกมาใส่แล้วพุ่งไปหน้าคฤหาสน์ทันที
ทางด้านอาทิตย์พยักหน้ารับก่อนที่ร่างกายจะล่องหนหายไปทันที
“ช่างเป็นทักษะที่น่าทึ่งมากถ้าพลังวิญญาณไม่แข็งแกร่งพอไม่มีทางสัมผัสได้เลย”ธาราพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชม
“ฉันได้ยินว่าเป็นทักษะที่นายน้อยมองให้ ทักษะรักษาของน้ำเองก็เป็นนายน้อยมอบให้เช่นกัน”เอวาพูดด้วยความอิจฉา
“ไม่ต้องอิจฉาไปหรอกนายน้อยเป็นคนยังไงเธอก็รู้ สักวันนายน้อยจะมอบสิ่งที่ดียิ่งกว่านี้ให้พวกเราทุกคนอย่างแน่นอนตอนนี้เราแค่รับใช้นายน้อยและน้อยทั้งสองของนายให้ให้ดีก็พอ พวกเจ้าด้วยเข้าใจไหม”ธาราพูดขึ้นให้ผู้ติดตามไผ่ทุกคนได้ยิน
“เรียบร้อยแล้วรีบไปกันเถอะอีกไม่นานพวกนั้นคงรู้ตัว”อาทิตย์ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับแบกชายวัยกลางคนมาด้วย
ธาราได้ยินเช่นนั้นก็พากันหลบหนีแต่ก็ไม่ลืมก็ส่งสัญญาณไปบอกมงคล
.
.
ปัจจุบัน
“สวัสดีครับคุณศักดิ์ดายินดีที่ได้เจอกันครับแล้วก็ลาก่อน”ไผ่เห็นก้มมองศักดิ์ดาแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงและแววตาที่แสนจะเย็นชาเย็นชา.