คืนนี้ภรรยาของเมธัสไม่อยู่บ้าน เธอบอกว่าต้องไปงานเลี้ยงสังสรรค์เนื่องในวันเกิดของเพื่อนสาว ทำให้สามีไม่ต้องเกรงใจเมียที่จะต้องออกไปดื่มด่ำกับเพื่อนร่วมงานตามประสาผู้ชาย เมื่อภรรยาขับรถจากไป ร่างสูงใหญ่ก็ขึ้นไปแต่งเนื้อแต่งตัว
เมธัสหยิบชุดบอลทีมโปรดเข้ามาสวมทับ และด้วยสัดส่วนของมัดกล้ามมันก็ทำให้ชุดบอลตัวนั้นรัดแน่นไปทุกสัดส่วน โดยเฉพาะ่ล่างที่อวบอูมนูนเป็เป้าและเห็นสรีระก้นงอนงามชัดแจ๋วเหมือนกับไม่ได้ใส่เสื้อผ้า
“ฮัลโหลไอ้บิ๊ก มึงอยู่ร้านแล้วหรอ”
“เปล่าพี่ ร้านที่พี่ส่งมามันทางผ่านคอนโดผม งั้นพี่มารับผมไปด้วยนะ”
“มึงนี่มัน…โอเค ลงมารอกูข้างล่าง”
“ค้าบบบ”
แม้จะหงุดหงิดแต่เมธัสก็มองไอ้บิ๊กเป็เหมือนน้องชายคนหนึ่ง
ชายวัยกลางคนขับรถไปยังคอนโดเด็กฝึกงานผิวเข้ม เมื่อมาถึงชั้นล่าง ร่างสูงโปร่งของวัยรุ่นกลัดมันก็เดินยิ้มมาแต่ไกล ไอ้บิ๊กสวมใส่เสื้อกล้ามสีขาวโชว์มัดแขนกำยำและลายสักบนหัวไหล่ลูกกลม กางเกงยีนส์ทรงกระบอกกับรองเท้าหนังเข้ากันเป็อย่างดี รสนิยมการแต่งตัวดูทันสมัยสมกับเป็วัยรุ่น เล่นเอาคนที่มีอายุเยอะกว่ารู้สึกแก่ขึ้นมาตอนที่เห็นตัวเองอยู่ในชุดบอลของทีมที่ไม่ได้แชมป์มานานเป็ชาติ
“สวัสดีครับพี่”
“ไหนบอกว่าดื่มชิวๆไงวะ ทำไมมึงแต่งตัวจัดเต็มขนาดนั้น”
“ที่ไหนมีสาวมันก็ต้องแต่งตัวแบบนี้แหละครับ”
เมธัสส่ายหน้าไปมา จากนั้นรถยนต์ของผู้จัดการก็ตรงดิ่งไปยังร้านนั่งดื่มที่อยู่ไม่ไกล หลังจากที่ทั้งสองได้ที่นั่ง เสียงชนแก้วก็ดังสนั่นพร้อมกับเสียงกระดกไปอีกหลายยก วันนี้เมธัสดื่มเพลินโดยไม่รู้ตัว อาจเป็เพราะเ้าตัว้าลบภาพความแข็งขืนสีทมิฬออกไปจากหัวก็เป็ได้
.
.
.
“ไหนบอกชิวๆไงพี่” บิ๊กถามเมื่อเห็นผู้จัดการเรียกพนักงานมาสั่งเบียร์เพิ่ม
“กูก็ชิวอยู่นี่ไง”
“มาไม่ถึงชั่วโมง เราหมดไปสองโปรแล้วนะ”
“เออน่า กูไม่เมาหรอก”
เมธัสฉีกยิ้มกว้าง ตอนนี้ใบหน้าของหนุ่มใหญ่เริ่มแดงฝาด ดวงตาเริ่มปรือหวานเหมือนกับคนแก่หรี่ตาอ่านหนังสือ หนุ่มลูกครึ่งจ้องมองกิริยาท่าทางของคนตรงหน้าด้วยความพอใจ ลักษณะเช่นนี้มันเหมือนคนมีอะไรทุกข์ใจชัดเจน
ไอ้บิ๊กเริ่มหยอดคำถามกับหนุ่มใหญ่ไปเรื่อยๆ เมื่อเมธัสได้ดื่มไปหลายแก้ว ปัญหาภายในบ้านก็เริ่มหลั่งไหลออกมาจากริมฝีปากหนาไม่หยุดหย่อน ตอนแรกมันก็เป็เพียงเื่สุขภาพใต้ระหว่างขาที่ไม่ยอมแข็งขืน แต่พอนานเข้า...ปัญหาเื่ความสัมพันธ์กับภรรยาก็เริ่มพรั่งพรายออกมาด้วย
เมธัสสงสัยว่าภรรยาของเขากำลังนอกใจ แม้นิสัยของเธอจะไม่เปลี่ยนไป แต่ชายคนนี้ก็ดูออกว่ามีอะไรบางอย่างเปลี่ยนแปลง
“ไม่จริงหรอกมั้งพี่ อย่าคิดมากเลย” รุ่นน้องปลอบ
“ถึงเป็เื่จริงกูก็ไม่มีสิทธิ์โกรธหรอก ดูสภาพกูสิ”
“ไม่เอาน่า ดื่มๆ”
หนุ่มลูกครึ่งพยายามอย่างหนักที่จะทำให้รุ่นพี่หายเศร้า ทั้งสองดื่มด่ำอยู่ในร้านจนเลยเวลาเที่ยงคืนมาเล็กน้อย แม้ว่าเมธัสจะสามารถเดินเหินได้ แต่หนุ่มผิวเข้มก็ไม่ยอมให้เขาเป็คนขับรถ บิ๊กล้วงกุญแจออกมาจากกระเป๋า จากนั้นจึงขับรถเพื่อจะพาเ้านายกลับบ้าน
แต่ในระหว่างจอดติดไฟแดง ใบหน้าของชายวัยกลางคนก็จ้องมองไปยังรถยนต์ที่จอดอยู่ด้านหน้า เมธัสจำได้ว่านั่นคือทะเบียนรถของภรรยา และดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้เดินทางกลับบ้านทางเดียวกับสามี
“ไอ้บิ๊ก มึงตามรถคันนั้นไป”
“รถเมียพี่หรอ”
“รีบๆตามไปสิวะ!”
“ครับๆ”
ไอ้บิ๊กทำตามคำสั่ง
เมธัสจ้องมองรถยนต์ของภรรยาเคลื่อนตัวไปตามถนนด้วยหัวใจอันเต้นระทึก รถยนต์คันนั้นเลี้ยวไปในทิศทางอื่นที่ไม่ใช่ทางกลับบ้าน มันเคลื่อนตัวออกจากชานเมืองไปหลายกิโล โดยที่มีรถยนต์ของสามีตามติดอยู่ไกลๆ และเมื่อรถของภรรยาขับเข้าไปในโรงแรมเล็กๆข้างทาง ชายวัยกลางคนก็แทบพูดอะไรไม่ออกเลยสักคำ
“เอาไงต่อพี่ เข้าไปเอาเื่ให้รู้แล้วรู้รอดเลยดีมั้ย” คนขับรถหันมาถาม
“ไม่ต้อง…กูอยากกลับแล้ว”
“ฮ่ะ!?”
“กลับบ้าน”
เมธัสพึมพำ ดวงตาอันแดงก่ำจ้องมองไปยังรถคันข้างหน้าที่มีร่างของภรรยาเดินออกมาพร้อมกับเพื่อนร่วมงานของเธอ เมธัสจำชายคนนั้นได้ เขาเป็แฟนเก่าของภรรยาั้แ่่มหาลัย และตอนนี้ทั้งคู่ก็ทำงานอยู่ในบริษัทเดียวกันมาได้เกือบปี ทั้งคู่เดินควงแขนเข้าไปโรงแรมกระหนุงกระหนิง ภาพตรงหน้าทำให้เมธัสแทบไม่ไหวติงเหมือนิญญาหลุดออกจากร่างไปแล้ว
“แน่ใจนะพี่ ให้ผมไปเอาเื่ไอ้นั่นให้ก็ได้นะ”
“พากูกลับเถอะ…กูขอร้อง”
“เฮ้อ ครับ”
บิ๊กถอนหายใจ ก่อนจะขับรถพาชายร่างใหญ่ที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นกลับไปยังคอนโดของตัวเอง