ในแต่ละวัน ั้แ่เช้าจรดค่ำ ั้แ่ค่ำจรดเช้า หรือจะว่าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยก็ว่าได้ ที่วรารัตน์จะต้องคอยดูแลเอาใจใส่น้องโฟร๊ค ลูกชายตัวน้อยของกิตติภพ แต่ด้วยหน้าที่ บอกกับเงินเดือนที่ได้รับที่ค่อนข้างสูงมาก ประกอบกับน้องโฟร๊คเป็เด็กที่เลี้ยงง่าย ไม่งอแง จึงทำให้วรารัตน์ไม่รู้สึกเบื่อแต่อย่างใด หนำซ้ำยิ่งนานวันเข้า เธอก็ยิ่งผูกพัน รักใคร่เด็กชายตัวน้อยคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
และยังมีอีกสิ่งหนึ่ง ที่ทำให้วรารัตน์ รู้สึกอยากทำงานดูแลน้องโฟร๊คอยู่อย่างนี้ไปนานๆ ก็คือ ทุกวันเธอได้เห็นหน้าผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็บิดาบังเกิดเกล้าของน้องโฟร๊ค ถึงแม้ในทุกๆ วัน เขาจะดูหน้านิ่ง และแสนจะเ็าก็ตามทีเถอะ แต่ทุกครั้งที่เจอหน้าเขา วรารัตน์ก็ให้หัวใจพองโต แกว่ง สั่นไหว ได้ตลอด ซึ่งวรารัตน์รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเธอเผลอไปแอบชอบเ้านายของเธอเข้าใจแล้ว
“หลับแล้ว!!......”
วรารัตน์เห็นเด็กชายตัวน้อย ที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงนอนเด็ก โดยปากเล็กสีคล้ายลูกเชอรี่ ก็ยังคาบดูดขวดนมไม่ยอมปล่อย เธอจึงยื่นมือเรียวเล็ก ไปดึงขวดนมออกจากปากเล็กสีคล้ายลูกเชอรี่ช้าๆ และเบามือ จนขวดนมหลุดออก
“ชูวววววว์......”
เด็กชายตัวน้อยกระตุก และดูดปากตัวเอง วรารัตน์ยื่นมือข้างที่ว่างไปลูบไล้หน้าท้องเล็กๆ นั้นเบาๆ เด็กชายตัวน้อยจึงค่อยๆ สงบและก็ยังคงหลับอย่างนั้นตามเดิม
“อุ๊ยยย!!!!......”
วรารัตน์เห็นว่าเด็กชายตัวน้อยไม่มีทีท่าจะตื่นขึ้นมาแล้ว จึงหันหลังเพื่อจะเอาขวดนมที่ถืออยู่ในมือไปเก็บไว้ในตะกร้า แล้วกลับไปยังห้องพักของตัวเอง ที่อยู่ถัดจากห้องนี้ วรารัตน์ต้องอุทานออกมาเบาๆ เมื่อร่างบางของเธอไปชนเข้าร่างแกร่ง ที่มายืนซ้อนหลังอยู่ั้แ่ตอนไหนเธอไม่รู้เลย
แต่พอเงยหน้าขึ้นก็ได้ว่าร่างแกร่งนั้นคือกิตติภพนั้นเอง เขาได้ยื่นมือใหญ่มาสวมกอดเอวบางเอาไว้ ไม่ให้หญิงสาวเซล้มไปปะทะกับเตียงนอนเด็ก ที่ลูกชายตัวน้อยของเขา กำลังหลับปุ๋ยอย่างมีความอยู่ตรงกลางเตียงนอน
“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ทันเห็นและไม่ได้ยินเสียงคุณเข้ามา”
วรารัตน์กล่าวขอโทษขอโพยออกมา ด้วยน้ำเสียงสั่นนิดๆ ทั้งใบหน้าสวยหวานก็เห่อร้อนผะผ่าว แดงระเรื่อซับสี ซึ่งวรารัตน์ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าตัวเองต้องขอโทษเขาทำไม ทั้งที่เธอไม่ได้เป็คนผิดสักนิด แต่ในเมื่อพูดไปแล้วก็เลยตามเลยแล้วกัน
“อืม คราวหน้าคราวหลัง ก็มีสติคอยฟังด้วยแล้วกัน หากเกิดว่ามีพวกโจรห้าร้อยเข้ามาจะไม่พากันตายโดยไม่รู้ตัวเลยเหรอ!!...... แล้วนี่ลูกชายผมหลับแล้วใช่ไหม??”
กิตติภพปล่อยมือจากร่างบาง กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมาให้เห็น เลี่ยงเดินเข้าไปใกล้ๆ เตียงนอนเด็ก ยื่นใบหน้าคมเข้มเข้าไปมองดูเ้าลูกชายตัวน้อย ซึ่งสายตาที่มองดูเ้าลูกชายตัวน้อย ก็อ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด
“หลับแล้วค่ะ”
วรารัตน์ทำหน้ามุ่ยใส่แผ่นหลังกว้างบึกบึน แต่ก็ตอบเขาด้วยน้ำเสียงปกติ และก็พลางคิดว่าพวกโจรห้าร้อยที่ไหนจะเข้ามาได้ บ้านทั้งบ้านติดกล้องวงปิดเกือบจะทุกซอกทุกมุมซะขนาดนั้น และแถมยังมีพนักงานรักษาความปลอดภัยด้วยถึงสองคน คอยดูแลรักษาความปลอดภัยอยู่ที่ทางเข้าบ้าน
“ถ้ายังไงฉันขอตัวไปทำธุระส่วนตัวนะคะ”
“อืม เชิญ!!......”
วรารัตน์เดินไปวางขวดนมไว้ในตะกร้า แล้วกล่าวขอตัวกับคนตัวโต ซึ่งเขาก็ไม่มีคำถามอะไรอีก จึงไม่ขัดใดๆ วรารัตน์จึงเดินออกจากห้องนอนเด็ก ไปที่ห้องพักของตัวเอง ซึ่งก็เดินไม่ถึงห้าก้าว ก็ถึงห้องพักดังกล่าว
“คนอะไรเ็าได้ตลอดเว เขาเป็อย่างนี้ เป็ทั้งเ้านาย และแถมยังมีลูกแล้วด้วย เธอก็ยังไปแอบชอบเขาอยู่นะ เธอเป็บ้าอะไรไปแล้วนุ่น ผู้ชายคนอื่นที่โสดไม่มีห่วงผูกคอดันไม่ชอบ บ้าไปแล้วจริงๆ เรา เฮื่อออ!!......”
วรารัตน์เดินเข้ามาในห้องพักของตัวเอง ปิดประตู ยืนพิงประตู พร่ำบ่นให้กับตัวเอง พร้อมกันนั้นก็พยายามสลัดความรู้สึกแอบชอบออกไป แต่จนแล้วจนรอด ยิ่งสลัดก็ยิ่งชอบมากขึ้น คนแอบชอบมันเป็อย่างนี้สินะ
๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕