"การ 'เล่นแสง' ของท่านเคอซวนผู้วิเศษที่ยิ่งใหญ่ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ ขอรับ มันคือมายาภาพชั้นสูง คนพวกนั้นยังไม่เห็นสิ่งที่พวกเรากระทำแม้แต่น้อย"
เซี่ยซีหานพูดพลางดึงศพของกองกำลังหมาล่าเนื้อที่โชคร้ายทั้งสองจมสู่พื้นดิน
เคอซวนหัวเราะ ก่อนสายตาจะจ้องไปที่รูปปั้นนางเงือกบนมือเซี่ยซีหาน เคอซวนพบว่าการลงมือครั้งนี้ของตัวเขา ทำได้เงียบเฉียบและสมบูรณ์แบบเพราะสมบัติในมือของเด็กหนุ่ม ในใจเคอซวนเขาอยากยืมมันจากเซี่ยซีหานด้วยใจที่สั่นระริก แต่ตอนนี้เคอซวนได้แต่ห้ามใจตัวเอง
"หากมีแค่การเล่นแสงและสร้างมายาภาพของข้า เรื่องราวในวันนี้จะไม่ง่ายขนาดนี้ไอ้เด็กน้อย ทุกอย่างเกิดจากพวกเรา แต่ส่วนใหญ่ต้องยอมรับ สมบัติวิเศษในมือของเจ้ามันยอดเยี่ยมเกินไป และตอนนี้พวกเราอย่าได้เสียเวลาเลย การเล่นแสงของข้าแม้จะสร้างภาพมายาทำให้คนมองเห็นว่า ไอ้สองตัวนี้ยังยืนยามอยู่ แต่จุดอ่อนของมันก็คือข้าสร้างได้แต่ภาพหยุดนิ่ง ไม่ใช่ภาพเคลื่อนไหว ดังนั้นไม่ช้าทุกคนก็จะรู้ตัว พวกเราควรรีบ"
"ขอรับ" เซี่ยซีหานและถางเทียนเจี๋ยต่างเห็นด้วย
พวกเขาทั้งสามเดินมาถึงหน้าประตูอาคารใหญ่หลังหนึ่ง ซึ่งทั้งสามพึ่งฆ่าทหารยืนยามไป
เคอซวนตอนนี้ยืนอธิบายการลงมือของตัวเอง เขาบ่นเล็กน้อยว่าจะต้องเสียเวลาสำรวจสักครู่ เขาอยากรู้จำนวนคนภายในก่อน จากนั้นพวกเราค่อยบุกเข้าไปภายใน เคอซวนหยิบกระดาษแผ่นเรียบรูปร่างมนุษย์ขึ้นมาในคราวนี้
จากนั้นเขาก็อธิบายว่า จะสอดเจ้าสิ่งนี้ผ่านช่องว่างของหน้าต่างหรือประตู แต่ปัญหาเล็กๆ ของตุ๊กตากระดาษมนุษย์ตัวนี้ คือครั้งนี้มันไม่สามารถ สวมสร้อยอันเป็นสมบัติวิเศษระดับต่ำของเคอซวนที่ช่วยในการมองเห็นได้
แต่เจ้ากระดาษแผ่นเรียบนี้ สามารถแฝงจิตสำนึกและคำสั่งเล็กๆ เช่น ส่งมันเข้าไปภายในและให้มันเดินกลับมา โดยมันจะนับจำนวนคนที่มันเห็นได้
เซี่ยซีหานประทับใจเล็กๆ ของมนุษย์กระดาษ ลูกเล่นของเคอซวนผู้วิเศษระดับนักวิจัยช่างมากมาย
แต่เซี่ยซีหานพบว่าวิธีนี้ช้าจนเกินไป ดังนั้นเซี่ยซีหานจึงเสนอตัวแทน
"ท่านผู้วิเศษเคอซวนผู้ยิ่งใหญ่ ครั้งนี้ให้ข้าลงมือเถอะ"
เคอซวนขมวดคิ้ว เซี่ยซีหานบอกเขาว่า เขามีความสามารถเพียงพลังวิเศษของธาตุบริสุทธิ์ และเขาจะทำอย่างไรกับการนับจำนวนคน
เซี่ยซีหานถามเคอซวนว่า เคอซวนสามารถเล่นแสง และสร้างภาพมายาล้อมรอบตัวอาคารได้หรือไม่
อาคารหลังนี้มันดูใหญ่โตไม่น้อย
แต่เมื่อเคอซวนมองรอบๆ เขาพบว่าไม่มีปัญหา พลังวิเศษของเคอซวนส่วนใหญ่เป็นการดึงพลังธรรมชาติโดยรอบมาใช้ผ่านวงจรเวทมนตร์ นั่นทำให้เขาไม่ได้ใช้พลังวิเศษมากอย่างที่คิด หากมีเวลาให้เขามากพอ ขนาดอาคารนี้เขาสามารถสร้างภาพมายาซ้อนทับได้อย่างไม่มีปัญหา
เซี่ยซีหานขอให้เคอซวนสร้างภาพมายาของตัวอาคาร ที่ทำให้คนภายนอกมองมันอย่างปกติ
เคอซวนตกลง เขาอยากเห็นว่าไอ้เด็กน้อยอย่างเซี่ยซีหานทำอะไรได้
ผ่านไปราวห้าสิบอึดใจ ริ้วแสงปรากฏรอบตัวอาคาร คนจากภายนอกมองมาที่นี่ จะเห็นว่าที่นี่เป็นอาคารปกติที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
เซี่ยซีหานตอนนี้เอามือแนบไปกับกำแพงดิน อาคารหลังนี้สร้างจากดินและไม้ และนั่นทำให้เซี่ยซีหานมั่นใจที่จะทำอะไรบางอย่าง
ภายนอกตัวอาคารรากไม้สั่นระริกออกจากร่างของเซี่ยซีหานและมันก็เริ่มเลื่อยไปรอบตัวอาคาร
โดยมีจุดเริ่มต้นจากมือของเซี่ยซีหานที่แนบไปกับกำแพงอาคาร
ในห้วงสำนึกของเซี่ยซีหาน รากไม้ราวกับว่ามันคือดวงตาของเขา มันชอนไชและเจาะเข้าไปในอาคารอย่างแนบเนียนและไร้เสียง
รากเล็กๆ ทะลุไปทุกห้อง และนั่นก็ทำให้เซี่ยซีหานรับรู้ว่าอาคารแห่งนี้เอาไว้ใช้ทำอะไร ภายในมีผู้คนจำนวนหนึ่งดื่มสุราและเล่นพนันกันอย่างไม่หลับไม่นอน
ที่นี่คล้ายเป็นสถานที่เพื่อความบันเทิง ไม่มีคนที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ มากสุดที่มองเห็นจากรากเล็กๆ ที่เป็นดั่งดวงตาของเซี่ยซีหาน
เขาพบว่าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด ดูท่าจะเป็นนักรบสองดาบ ซึ่งมีอยู่เพียงคนเดียวที่ภายใน
เซี่ยซีหานนับจำนวนอย่างรวดเร็ว
"ภายในมีคนทั้งหมดราว 45 คนขอรับ มีนักรบสองดาบหนึ่งคน นักรบหนึ่งดาบสิบห้าคน ส่วนที่เหลือพวกเขาไม่ได้อยู่ในชุดรบ ดังนั้นพวกเขาไม่มีตราสัญลักษณ์ของนักรบบนเสื้อผ้าของพวกเขา แต่จากที่ข้ารู้มา กองกำลังหมาล่าเนื้อ พวกมันคัดเลือกคนโดยดูจากความสามารถ แม้คนที่ไม่มีตราสัญลักษณ์ดาบที่อก แต่พวกเขาอย่างน้อยๆ พวกเขาต้องเป็นผู้วิเศษระดับผู้ฝึกหัด หรือนักรบขอบเขตก่อร่างขั้นต่ำเป็นอย่างน้อยที่สุด"
"ในจำนวน 45 คน พวกเขา แยกกันอยู่ทั้งสามชั้น โดยชั้นที่มีคนอยู่มากที่สุดคือชั้นสาม ดูเหมือนมีงานเลี้ยงกันอยู่ ด้านบนสุดมีคนอยู่ราว 25 คน พวกเข้ากำลังสนุกกับการดื่มสุราและเล่นการพนันกันเป็นกลุ่มใหญ่..." ต่อจากนี้เซี่ยซีหานก็รีบอธิบายถึงรายละเอียดปลีกย่อยส่วนอื่นๆ เช่น มีห้องอยู่กี่ห้อง ห้องนี้มีคนอยู่กี่คน พวกเขาทำอะไรอยู่
มันค่อนข้างดูจุกจิก แต่นี่คือนิสัยของเคอซวน เขาจะสักถามเซี่ยซีหานอย่างละเอียดในทุกจุดก่อนลงมือ
ส่วนพี่ชายถางเทียนเจี๋ย ตัวเขาไม่มีปัญหากับการได้รับข้อมูลของศัตรูมากกว่าปกติ
และถางเทียนเจี๋ยก็เข้าใจเคอซวนดี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถางเทียนเจี๋ยได้ร่วมงานกับผู้วิเศษที่มากประสบการณ์
ดังนั้นเขารู้ว่าเหล่าผู้วิเศษที่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากด้วยการต่อสู้ด้วยตัวเอง พวกเขามีแนวโน้มใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ มากมาย
ซึ่งนิสัยแบบนี้มีแต่ในผู้วิเศษมากประสบการณ์ ที่ผ่านความเป็นตายมานับครั้งไม่ถ้วน มันดูน่ารำคาญ แต่เชื่อเถอะ คุณจะชอบคนแบบนี้เมื่อคุณรอดตายในเหตุการณ์ที่เลวร้ายสักครั้ง
เคอซวนเป็นผู้กำหนดแผนการอีกครั้ง เขาไม่รีบร้อน แต่จะจัดการสิ่งต่างๆ อย่างใจเย็น
ชั้นหนึ่งไม่ใช่ปัญหา เซี่ยซีหานและพี่ชายถางเทียนเจี๋ยบุกเข้าไป ฆ่าทีละคนอย่างสบายๆ โดยเคอซวนร่ายมนตร์หลับใหล ชี้นำให้พวกเขายากจะลืมตา
จริงๆ พลังวิเศษนี้ไม่ใช่เวทมนตร์ทางจิต มันเป็นเพียงเกสรดอกไม้ที่มีผลช่วยให้ง่วงนอน กลิ่นมันหอมเย็น เคอซวนร่ายมนตร์นี้ด้านนอกประตู และให้มันไหลผ่านช่องลมเล็กๆ รอเวลาเล็กน้อย ไม่จำเป็นต้องรอให้ทุกคนหลับ
ก็ให้เซี่ยซีหานและถางเทียนเจี๋ยเข้าไปลงมือจัดการทุกคน
การทำแบบนี้เคอซวนอธิบายสองเหตุผล หนึ่งเพื่อดูสภาวะพลังจิตของแต่ละคน หากเขาเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่ซ่อนตัวด้วยสถานะสามัญ เขาจะฝืนความง่วงหาวนี้ได้ และนี่จะทำให้พวกเราระบุได้ว่าใครอาจจะเป็นตัวปัญหา หรือในอีกความหมายหนึ่ง ไอ้พวกคนที่ไม่หลับ พวกมันคือตัวตึง
สองการที่เคอซวนเริ่มต้นด้วยการร่ายมนตร์หลับใหล มันคือการตัดกำลังศัตรู และช่วยป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้เป็นอย่างดี พวกเราสามารถฆ่าคนของกองกำลังหมาล่าเนื้อทีละคน ได้อย่างไม่มีใครรู้ตัว และประหยัดพลังของตัวเอง
นี่นับเป็นแผนที่ยอดเยี่ยม
ศพเต็มชั้นหนึ่งและชั้นสองอย่างรวดเร็ว
ส่วนชั้นสาม ด้วยความที่เป็นห้องใหญ่ทั้งชั้น และมีคนจำนวนมากอยู่ เคอซวนแนะนำเพียงอย่างเดียว...
"ท่านผู้วิเศษผู้ยิ่งใหญ่เคอซวนชั้นสามคนกระจุกตัวกันมาก และมีนักรบสามดาบ การทำให้หลับและฆ่าพวกเขาอย่างไม่รู้ตัวคงทำได้ยาก แบบนี้พวกเราจะลงมืออย่างไรดี"
"ซีหานเจ้าแข็งแกร่งไหม" เคอซวนถามยิ้ม
"พี่ชายถางเทียนเจี๋ยบอกข้าว่า ข้าไม่ต่างกับนักรบห้าดาบ" เซี่ยซีหานตอบอย่างไม่โอ้อวด ซึ่งมันพยายามแสร้งจะไม่โอ้อวดอย่างยิ่ง แต่ถึงอย่างนั้นก็บอกเคอซวนกลายๆ ว่า ตูนะฝีมือเทียบเท่านักรบห้าดาบนะโว้ย
"คุณเทียนเจี๋ยแล้วท่านล่ะ"
"ถ้าไม่มีนักรบเจ็ดดาบ ในสถานการณ์สู้ตาย ข้ามั่นใจว่าข้าแลกชีวิตกับนักรบหกดาบได้ทุกคน โดยผลสุดท้ายข้าจะไม่ตาย แต่คนอื่นๆ จะตายหมดเพราะฝีมือข้า" ถางเทียนเจี๋ยพูดอย่างมั่นใจ
"จริงๆ แล้วไม่ว่าจะชั้นหนึ่ง ชั้นสอง หรือชั้นสามของที่นี่ ข้าคิดว่าความจริงพวกเราใช้แผนการเพียงอย่างเดียวก็พอ"
"อะไร / อะไร" เซี่ยซีหานและถางเทียนเจี๋ยพูดพร้อมกัน
เคอซวนยิ้ม
"อัดพวกมันให้เละและใช้เวลาให้น้อยที่สุด ในมือของไอ้เจ้าหนูเซี่ยซีหานมีรูปปั้นเงือกขาว ด้านนอกข้าสร้างภาพมายาจากการเล่นแสงเอาไว้ เสียงดังก็ไม่เป็นไร การฆ่าพวกนี้ตายหมดก็ไม่ทำให้มีใครจากภายนอกมองเห็น ทำไมพวกเราต้องมีแผนการอะไรกันด้วยเล่า"
...
เซี่ยซีหานและถางเทียนเจี๋ยเงียบกริบ
คนที่เรียกร้องให้ทำอะไรอย่างมีแผนการและรอบครอบมาตลอดมันเอ็งไม่ใช่เหรอ นี่เอ็งคงสมองตันและคิดไม่ออกใช่ไหมไอ้หน้าแก่
...
และเพียงครู่เดียวชั้นสามทั้งชั้นของอาคารหลังนี้ต้องใช้คำว่า... เละ
...
ในที่สุดก็ถึงเวลาสำคัญ เคอซวนนัยน์ตาเป็นประกายมากที่สุด โดยมีถางเทียนเจี๋ยยืนฝั่งตรงข้ามอย่างสนใจ
รอบโต๊ะกลมชายสามคนต่างวัยยืนล้อมโต๊ะ รูปปั้นเงือกขาวที่งดงามวางอยู่ตรงกลาง ตรงหน้าของทั้งสาม
เซี่ยซีหานมองชายทั้งสองคน มือของเซี่ยซีหานถือถุงหนังที่เต็มไปด้วยเลือดของทารกที่เขาได้มาจากศพทารกที่น่าสงสารคนหนึ่ง เซี่ยซีหานคิดว่าดีที่สุดที่จะใช่เลือดของทารกน้อยคนนี้ในการแก้แค้น
ก่อนเขาจะพยักหน้าให้คนทั้งสอง
"พี่ชายเทียนเจี๋ย ท่านผู้วิเศษเคอซวน ข้าจะเทเลือดแล้วนะขอรับ..."
ถุงเลือดค่อยๆ ทำมุมเอียงและเลือดสดๆ กำลัง... ค่อยๆ ไหลออกมา
และทันทีที่หยดเลือดหยดแรกสัมผัสรูปปั้นนางเงือกขาว!!!