[จบ] ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ

    บทที่ 13 เฉินฟา นายนี่หน้าไม่อายจริง ๆ

    บทที่ 13 เฉินฟา นายนี่หน้าไม่อายจริง ๆ


    เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่หยาง รอยยิ้มบนใบหน้าของเฉินกั๋วกวงก็สดใสขึ้นมาทันที


    “เอาละ งั้นฉันขอประกาศว่า หานชิงอวี่และเฉินฟามีคุณสมบัติเข้าร่วมการแข่งขันเชิงทฤษฎี หากถึงเวลาที่มีรายละเอียดจัดเตรียมการแข่งขันออกมาแล้ว ฉันจะแจ้งให้พวกนายที่เข้าร่วมการแข่งขันทราบอีกครั้ง”


    เมื่อเห็นเฉินกั๋วกวงที่ยิ้มจนตาหยีบวกกับรอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่หยางแล้ว หานชิงอวี่ก็พูดไม่ออกทันที


    เดิมทีตัวเขาไม่ได้สนใจที่จะเข้าร่วมการแข่งขันประเภทพื้นฐานที่ไม่ได้ใช้เทคนิคอะไรมากนักแบบนี้อยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นสีหน้าของทั้งคู่ จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับข้อตกลงนี้


    “เอาละ การประชุมเล็ก ๆ ของเราในครั้งนี้ก็ขอจบเพียงเท่านี้แล้วกัน”


    “หานชิงอวี่ นายมานี่หน่อย ส่วนคนอื่น ๆ ก็กลับไปสานต่องานที่คั่งค้างอยู่ในมือต่อได้”


    ขณะที่เฉินกั๋วกวงพูด มือหนึ่งก็โบกเรียกหานชิงอวี่ เขาได้อธิบายรายละเอียดบางส่วนของการแข่งขันให้แพทย์หนุ่มเป็๲หลัก เนื่องจากกับเฉินฟานั้นไม่ค่อยมีความหวังสักเท่าไหร่ก็เลยไม่เรียกมา


    ทางเฉินฟาเองก็แอบย่องออกมาแบบไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อไปทำไม


    หลังจากเวลาผ่านไปประมาณสิบกว่านาที ในที่สุดเฉินกั๋วกวงก็ปล่อยหานชิงอวี่ออกมา


    หลี่หยางที่ฟังอย่างตั้งใจอยู่ข้าง ๆ หานชิงอวี่เสมอ ในเวลานี้ก็เดินออกจากห้องแผนกของแผนกฉุกเฉิน ก่อนจะถอนหายใจยาว


    จากนั้นเขาเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนเพลียเล็กน้อย “ไม่คิดเลยว่าหมอเฉินจะพูดยาวขนาดนี้ ดูท่าการแข่งขันครั้งนี้น่าจะมีเกียรติมากเลยนะ”


    หานชิงอวี่ที่อยู่ด้านข้างพูดอย่างไม่ถือสา “มันก็แค่การแข่งขันความรู้ ฉันคิดว่ามันคงไม่ยากขนาดนั้นหรอก”


    “หมอเฉินคงแค่กลัวว่าตอนที่ขึ้นเวทีแล้วฉันจะตื่นเต้นเท่านั้นเอง”


    “อันที่จริงเท่าที่ฟังหมอเฉินพูดก็ไม่มีอะไร แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือทำให้ไปตรวจคนไข้ช้าออกไปนี่สิ”


    “ถ้าไม่มีใครบางคนไปอ้างสิทธิ์สมัครให้ฉันละก็นะ…”


    ขณะที่หานชิงอวี่พูด ก็เหลือบมองไปยังหลี่หยางที่อยู่ข้าง ๆ พร้อมกับบ่น


    หลี่หยางเกาหัวแล้วพูดด้วยรอยยิ้มแหย ๆ “แหะๆ ผมก็แค่กลัวว่าความฉลาดที่เต็มตัวของพี่จะไม่มีที่ไหนให้แสดงนะสิ แล้วหมอเฉินเองก็พูดว่าถือโอกาสที่ยังหนุ่มยังแน่นลองให้มากหน่อยไม่ใช่เหรอ?”


    “แต่เหตุผลหลัก ๆ ก็เป็๲เพราะไอ้เฉินฟานั่นแหละ หมอนั่นโคตรน่าโมโหเลย…”


    ขณะที่พูด เขาก็ชกหมัดออกไปเบา ๆ ราวกับว่าเฉินฟาอยู่ข้าง ๆ พวกเขาในเวลานี้


    ระหว่างกำลังคุยกันก็มาถึงห้องคนไข้ที่พวกเขาเคยมาตรวจก่อนหน้านี้


    ใช่แล้ว เป็๲ห้องที่ ‘เ๽้าหญิงนิทรา’ คนนั้นนอนอยู่ข้างใน


    ไม่ใช่ว่าพวกเขาทั้งสองว่างมาหาเ๱ื่๵๹ใส่ตัว แต่สถานการณ์ของผู้ป่วยซูโม่ที่อยู่ในห้องนี้ค่อนข้างพิเศษ


    สองวันมานี้คนไข้คนนี้อยู่ใน๰่๥๹วิกฤต และทุก ๆ สองสามชั่วโมงจะต้องมาอ่านค่าบนมิเตอร์


    อย่างแรกคือจดบันทึก และอย่างที่สองคือการตรวจสอบว่าคนไข้มีความผิดปกติใด ๆ หรือเปล่า


    เป็๲เพราะ๰่๥๹นี้มักจะมีหมอมาตรวจคนไข้บ่อย ๆ เมื่อเช้าซูโม่ก็โกรธหลี่หยางมาก แต่ถ้าหากแพทย์ที่มาเปลี่ยนเป็๲หานชิงอวี่ ท่าทีเธอก็จะต่างออกไป


    ดังนั้นหลี่หยางจึงพาหานชิงอวี่มาด้วยเป็๲พิเศษ มาถึงห้องคนไข้ห้องนี้แล้วก็แค่อ่านค่ามิเตอร์


    อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทันได้เข้าไปก็ได้ยินบทสนทนาดังออกมาจากห้องคนไข้ซะก่อน


    หลี่หยางดึงหานชิงอวี่ไว้ แล้วแนบหูไปที่ประตูห้องคนไข้ อยากได้ยินว่าใครกำลังพูดอยู่ข้างใน


    ตามกฎแล้ว ใน๰่๥๹เวลานี้แพทย์ที่รับผิดชอบอ่านค่ามิเตอร์ควรเป็๲ตัวเขาถึงจะถูก ดังนั้นหลี่หยางจึงเข้าไปใกล้หน้าประตูด้วยความอยากรู้อยากเห็น อยากได้ยินว่าตกลงเป็๲ใครกำลังพูดอยู่ข้างในกันแน่


    หรือว่าเป็๲ผู้อำนวยการเหลียว?


    แต่เสียงต่อมาที่ดังออกมาจากประตู กลับทำให้หลี่หยางโกรธจัดทันที


    เพียงฟังตามเสียงฝีเท้า จากนั้นน้ำเสียงผู้หญิงที่เจือความสงสัยก็ดังออกมาจากข้างใน


    “คุณเป็๲ใคร ฉันจำได้ว่าตอนเที่ยงคนที่มาตรวจเป็๲หมอหานไม่ใช่เหรอ?”


    เมื่อได้ยินประโยคนี้ หลี่หยางอยากจะร้องไห้ซะเดี๋ยวนี้ เป็๲เหมือนที่คิดเอาไว้เลย ใต้แสงสปอตไลต์ของหานชิงอวี่ ไม่มีใครสังเกตเห็นดอกหญ้าอย่างเขาเลยจริง ๆ


    อย่างไรก็ตาม วินาทีต่อมา ในห้องคนไข้มีเสียงที่ค่อนข้างคุ้นเคยดังขึ้น


    “อ้อ คุณไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ เวลาที่ผมมาทำงานที่นี่ก็เร็วกว่าเขามาก และฝีมือก็ดีกว่าเขาอย่างแน่นอน”


    ทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบประโยค หลี่หยางก็นึกชื่อของบุคคลที่อยู่ข้างในออก


    เสียงที่อวดดีแบบนี้บวกกับน้ำเสียงแห่งความภาคภูมิใจนี้ หลี่หยางสามารถบอกได้เลยว่าคนที่อยู่ในห้องเวลานี้คือเฉินฟา!


    ภายในห้อง ดูเหมือนว่าความสงสัยในน้ำเสียงของหญิงสาวยังจะไม่หายไป และคำพูดก็ยิ่งเพิ่มความเกรี้ยวกราดมากขึ้น


    “อ๋อ งั้นเหรอคะ ดูไม่ออกเลยจริง ๆ”


    สามารถมองออกเลยว่า เป็๲เพราะซูโม่ยังไม่เห็นหานชิงอวี่จึงรู้สึกไม่พอใจ


    อย่างไรก็ตาม เฉินฟาได้ยินคำพูดของตนที่คุยกับอีกฝ่าย แต่เขาก็พูดต่ออย่างไร้ยางอาย


    “พี่สาว อย่ามองแค่รูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียวสิครับ หมอหานคนนั้นอายุน้อยกว่าผมก็จริง แต่แผนกก็ยังส่งผมมาตรวจดูสุขภาพและความปลอดภัยของคุณ คุณคิดว่ามันเป็๲เพราะอะไรล่ะ?”


    ปัง!


    ฟังถึงตรงนี้ หลี่หยางก็ผลักประตูเปิดออกทันที


    ภายในห้องพัก เฉินฟาที่กำลังพูดอย่างจริงใจกับคนไข้คนสวยที่อยู่ตรงหน้าเขา ๻๠ใ๽เสียงเปิดประตูทันที


    ซูโม่มองไปที่ประตูโดยไม่ได้ตั้งใจ และเธอก็ดีใจมากกับเ๱ื่๵๹ที่คาดไม่ถึง


    “หมอหาน คุณมาแล้วเหรอคะ?”


    สีหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนไปทันทีทันใด หนึ่งวินาทีก่อนเธอยังตำหนิเฉินฟา แต่วินาทีต่อมาเมื่อเห็นหานชิงอวี่ สีหน้าบนใบหน้าเปลี่ยนจากฝนพรำเป็๲แดดจ้า


    เมื่อเฉินฟาเห็นอย่างนั้น ในใจยิ่งรู้สึกไม่มีความสุขมากขึ้นไปอีก แต่เมื่อถูกหลี่หยางและหานชิงอวี่จับได้คาหนังคาเขา ก็มีสีหน้ากินปูนร้อนท้องฉายชัดบนใบหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


    และเวลาที่เห็นใบหน้ากวนอารมณ์ของเฉินฟา หลี่หยางก็ยิ่งกระตือรือร้นมากขึ้น


    “เฉินฟา นายยังมียางอายบ้างไหม?”


    “ที่มาห้องคนไข้โดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วมารบกวนคนไข้ก็ว่าแย่พอแล้ว แต่ยังมาที่นี่เพื่อใส่ร้ายพี่อวี่อีก?”


    “ถ้าไม่ใช่เพราะพี่อวี่ใจกว้างขนาดนี้ เมื่อกี้ตอนอยู่ต่อหน้าลุงของนาย นายคงขายหน้าไปแล้ว!”


    “ยังจะเข้าร่วมการแข่งขันเชิงทฤษฎีอีก นายนี่หน้าไม่อายจริง ๆ!”


    หลังจากฟังคำพูดของหลี่หยางแล้ว เฉินฟาก็ยังแสดงท่าทีชวนให้อยากซัดเข้าที่หน้าสักหมัด


    เขาพูดด้วยสีหน้าอวดดี “เข้าร่วมการแข่งขันแล้วมันยังไง? ตอนที่อยู่โรงเรียน ฉันได้รางวัลที่ 1 ในการแข่งขันเชิงทฤษฎีของโรงเรียนเลยนะเว้ย!”


    “นายควรไปปลอบใจพี่อวี่ของนายเถอะ พอถึงเวลาถูกฉันแย่งเอารางวัลไป เขาคงเสียใจจนร้องไห้แน่ ๆ!”


    เฉินฟาเข้าใจนิสัยปกติของหานชิงอวี่ ด้วยนิสัยชาวพุทธของเ๽้าตัว เขาจะไม่รายงานเ๱ื่๵๹เล็กน้อยเช่นนี้ให้ลุงหรือผู้อำนวยการทราบแน่นอน


    ดังนั้นเขาถึงทำให้เ๱ื่๵๹มันรุนแรงขึ้น


    ในเวลานี้ แม้แต่ซูโม่ที่นอนอยู่บนเตียงก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป


    เธอขมวดคิ้วมุ่น แล้วพูดกับเฉินฟาที่อยู่ตรงหน้าเธอ


    “นี่คุณหมอ ฉันไม่รู้หรอกว่าทำไมจู่ ๆ คุณถึงมาที่ห้องของฉัน”


    “แต่ถ้าคุณยังอยู่ที่นี่ต่อ ฉันจะรายงานให้หัวหน้าของคุณทราบแล้วนะคะ”


    ทันทีที่เฉินฟาได้ยินอย่างนั้น เขาถึงจะรู้สึกตื่นตระหนกทันที


    ในตอนนั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น


    ก๊อก ก๊อก ก๊อก