"สี่หมื่นห้าพันบาท"
ตัวเลขหนี้บนกระดาษโน้ตแปะฝาผนังไม่ได้เปลี่ยนมาหลายวันแล้ว แต่ทุกครั้งที่ผมเงยหน้ามอง มันเหมือนเพิ่มดอกขึ้นเองอีกหลัก ห้องเช่าของผมร้อนอบแม้จะเกือบเที่ยงคืน พัดลมเก่าหมุนส่ายไปมาเสียงเอี๊ยด ๆ ลมที่ออกมาก็เหมือนลมหายใจคนป่วยมากกว่าจะช่วยให้เย็นลง ผมนอนแผ่อยู่บนฟูกบาง ๆ ทั้งเสื้อแจ็กเก็ตไรเดอร์ยังไม่ได้ถอด หลัง ไหล่ และน่องปวดจนเหมือนมีใครเอาไม้ฟาดซ้ำตลอดวัน
วันนี้ผมวิ่งงานั้แ่เจ็ดโมงเช้า ข้าวกล่อง กาแฟ ไก่ทอด ชานม ของสด กลับไปกลับมาระหว่างตรอกแคบ ๆ กับคอนโดสูง ๆ จนมือขวาชินกับคันเร่งมากกว่าชินกับช้อนข้าว ยอดในแอปขึ้นมาเก้าร้อยกว่าบาท พอหักน้ำมันกับค่ากิน เหลือจริงไม่ถึงห้าร้อย
สี่ร้อยกว่าบาทกับหนี้สี่หมื่นห้า
คนที่ไม่เคยวิ่งงานมักคิดว่าไรเดอร์ได้อิสระ อยากเปิดแอปก็เปิด อยากปิดก็ปิด ไม่มีหัวหน้ามายืนด่า ไม่มีเวลาเข้างานตอกบัตร ความจริงคือแอปเป็หัวหน้าที่ไม่ต้องมีหน้า มันตัดสินว่าเราขยันพอไหมจากจำนวนงาน ตัดสินว่าเราดีหรือเลวจากดาวห้าดวง ตัดสินว่าเราควรได้งานใกล้หรือไกลจากอัลกอริทึมที่ไม่มีใครอ่านออก และถ้าลูกค้าคนหนึ่งอารมณ์ไม่ดีพอจะกดให้ดาวต่ำ ชีวิตทั้งวันของเราก็อาจหล่นลงไปอยู่ท้ายคิวโดยไม่มีโอกาสอธิบาย
ผมเคยโดนหักคะแนนเพราะฝนตกจนกล่องข้าวเปียก ทั้งที่ร้านแพ็กไม่ดี เคยโดนลูกค้าด่าว่าช้าเพราะรปภ.คอนโดไม่ให้ขึ้นลิฟต์ เคยต้องจ่ายค่าอาหารเองเพราะลูกค้าปิดโทรศัพท์แล้วหายไปทั้งที่ผมขับไปถึงหน้าหมู่บ้านแล้ว งานไรเดอร์ไม่ได้มีผี แต่มีระบบที่ทำให้คนเป็หายใจไม่ทั่วท้องได้เหมือนกัน ทุกครั้งที่เสียงแจ้งเตือนดัง ผมจึงทั้งหวังและกลัวพร้อมกัน หวังว่าจะเป็งานใกล้ ๆ ค่ารอบดี กลัวว่าจะเป็งานไกล ลูกค้าเื่มาก หรือร้านที่ทำอาหารช้าจนเวลาส่งพังั้แ่ยังไม่ออกจากหน้าร้าน
คืนนั้น ผมตั้งใจปิดแอปเพราะร่างกายแทบไม่เหลือแรงแล้ว น่องซ้ายตึงจนเหยียดไม่สุด ข้อมือขวาปวดจากการบิดคันเร่งทั้งวัน หลังเสื้อแจ็กเก็ตมีกลิ่นเหงื่อเก่าและควันรถติดอยู่จนเหมือนเป็ิัชั้นที่สอง แต่หนี้ไม่สนใจว่าเราปวดตรงไหน หนี้ไม่เคยพักร้อน ไม่เคยปิดกะ และไม่เคยยอมรับเหตุผลว่าเหนื่อย
โทรศัพท์บนอกสั่นครืด ผมไม่อยากหยิบ แต่ชื่อไอ้ท็อปบนหน้าจอทำให้ผมรู้ว่าไม่หยิบก็เหมือนเดิม ข้อความของมันสั้นและชัดเจน พรุ่งนี้เก้าโมง ถ้าไม่มีเงิน เฮียเชียรจะส่งคนมาเก็บของในห้อง และถ้าของในห้องไม่มีค่า ก็จะเก็บอย่างอื่นแทน
ผมอ่านประโยคนั้นซ้ำ ทั้งที่ไม่ควรทรมานตัวเองซ้ำ ๆ คราวก่อนคนในซอยถัดไปถูกพวกมันตีจนตาซ้ายมองไม่เห็น เพราะค้างดอกเพียงครึ่งเดียวของที่ผมค้างอยู่ พวกทวงหนี้ไม่ใช่ผี มันไม่ต้องมีกฎ ไม่ต้องมีเวลา ไม่ต้องมีเหตุผลนอกจากความพอใจของคนสั่ง
หนี้ของผมเริ่มจากเงินซ่อมรถ เครื่องน็อกกลางฝนตอนกำลังไปส่งออร์เดอร์ใหญ่ ค่าซ่อมเกือบหมื่นห้า ตอนนั้นถ้าไม่มีรถ ผมก็ไม่มีงาน ถ้าไม่มีงานก็ไม่มีค่าเช่า ผมจึงยืมจากคนที่เพื่อนแนะนำ บอกว่าดอกไม่แรง ถ้าจ่ายตรงเวลา แต่ชีวิตคนวิ่งงานไม่มีคำว่าตรงเวลาให้แน่นอน ลูกค้ากดยกเลิก ฝนตก รถล้ม ป่วยหนึ่งวัน รายได้ทั้งสัปดาห์ก็เบี้ยวตาม พอเริ่มค้าง ดอกก็ทบ พอดอกทบ คนใจดีก็กลายเป็คนส่งรูปมีดมาในแชต
ไอ้ท็อปไม่ใช่เ้าหนี้ตัวจริง มันเป็คนกลางที่ชอบทำเสียงเหมือนเป็เพื่อน บอกว่า พีท กูช่วยคุยให้แล้วนะ แต่เฮียไม่ชอบคนหนี บอกว่า หาได้เท่าไรก็เอามาก่อน แต่ทุกประโยคของมันมีขอบคมซ่อนอยู่ เหมือนสายรัดพลาสติกที่ยิ่งดิ้นยิ่งบาด
ผมกำลังจะปิดแอปเดลิเวอรีเพื่อหลับทั้งที่ยังไม่อาบน้ำ เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้น
ติ๊ง
มันไม่ใช่เสียงรับงานปกติ เสียงปกติของ RiderGo จะสั้นและแห้ง เหมือนเครื่องคิดเลข แต่เสียงนี้ยาว กังวาน และเย็นแปลก ๆ คล้ายระฆังจากวัดที่อยู่ไกลเกินจะได้ยิน หน้าจอโทรศัพท์เปลี่ยนจากเขียวเป็แดงเข้ม แผนที่เดิมหายไป เหลือเพียงป๊อปอัปตรงกลาง
- - - -
ข้อเสนอพิเศษกะหลังเที่ยงคืน: สัญญาจ้าง 5 ออร์เดอร์สุดท้าย
ค่าจ้างการันตี 50,000 บาท
พิกัดรับสินค้า: ร้านสะดวกซื้อร้าง ถนนเลียบคลองสิบสาม
เงื่อนไข: ห้ามยกเลิกงาน ต้องส่งครบ 5 ออร์เดอร์ ต้องรักษาคะแนน 5.0 ดาว และต้องเปิดแชตลูกค้าตลอดเวลา
- - - -
ใต้เงื่อนไขมีแถบให้เลื่อนอ่านรายละเอียด ผมแตะมันโดยไม่รู้ตัว หน้าจอเปลี่ยนเป็หน้าสัญญาที่ไม่เหมือนหน้าข้อตกลงของแอปทั่วไป ตัวหนังสือสีขาวบนพื้นแดงเข้มเรียงเป็ข้อ ๆ
ผู้รับงานยินยอมให้ระบบติดตามตำแหน่ง อัตราการเต้นของหัวใจ และสถานะการหายใจตลอดระยะเวลาสัญญา
ผู้รับงานยินยอมให้รีวิวของลูกค้ามีผลต่อการปลดล็อกค่าจ้างและความต่อเนื่องของสัญญาณชีพ
ผู้รับงานยืนยันว่าเข้าใจความหมายของคำว่า "ออร์เดอร์สุดท้าย" ตามที่ระบบกำหนด
ผมอ่านถึงตรงนั้นแล้วหยุด คำว่าอัตราการเต้นของหัวใจควรทำให้ผมปิดแอปทันที แต่แอปเดลิเวอรีก็ขอสิทธิ์แปลก ๆ ตลอดเวลาอยู่แล้ว ขอเข้าถึงตำแหน่ง ขอเข้าถึงกล้อง ขอเข้าถึงรูป ขอแจ้งเตือน แม้แต่ขอเปิดทับแอปอื่นจนผมเลิกอ่านั้แ่ปีแรกที่สมัครวิ่งงาน เราเคยชินกับการกดยอมรับเงื่อนไขที่ไม่เข้าใจ เพื่อแลกกับการได้ทำงานต่อ
ความน่ากลัวที่สุดของสัญญานั้นจึงไม่ใช่ถ้อยคำประหลาด แต่เป็ความรู้สึกคุ้นเคย ผมเคยกดยอมรับสิ่งที่ทำร้ายตัวเองมาหลายครั้งแล้ว เพียงแต่ครั้งนี้มันเขียนตรงกว่าเดิม
ผมจ้องตัวเลข 50,000 จนตาแสบ ในนาทีแรก สมองพยายามหาคำอธิบายที่ไม่เกี่ยวกับเื่ผี แอปค้าง โปรโมชันผิด ระบบทดสอบของบริษัท หรือมิจฉาชีพที่แฮกบัญชีไรเดอร์ แต่ไม่มีข้อไหนอธิบายได้ว่าทำไมแผนที่ถึงปักหมุดไปยังหมู่บ้านศิลาโชติ
ชื่อหมู่บ้านนั้นคนขับกะดึกแถวชานเมืองรู้กันดี โครงการจัดสรรที่เคยไฟไหม้และดินทรุดเมื่อห้าปีก่อน ตายยกซอยไปหลายครอบครัว หลังจากนั้นไม่มีใครซื้อ ไม่มีใครอยู่ ถนนเข้าโครงการถูกหญ้ากินจนเกือบหายไปจากแผนที่ พวกไรเดอร์ชอบเอามาเล่ากันเล่นว่าถ้าหลังเที่ยงคืนมีออร์เดอร์ไปศิลาโชติ ให้ปิดแอปแล้วกลับบ้าน เพราะลูกค้าปลายทางอาจไม่มีลมหายใจรอรับอาหาร
ผมเคยไปส่งของใกล้ทางเข้าโครงการครั้งหนึ่งตอนยังใหม่กับงาน ลูกค้าปักหมุดผิดให้ไปบ้านหลังสุดท้ายก่อนถึงซุ้มหมู่บ้าน พอไปถึงไม่มีบ้าน มีแต่รั้วสนิมกับป้ายโครงการที่เถาวัลย์ขึ้นคลุม ผมโทรหาลูกค้าไม่ติด กำลังจะกดยกเลิก ก็มีลุงขับรถกระบะผ่านมา บอกให้ผมกลับออกไปก่อนฟ้ามืด อย่าไปตามหมุดเข้าไปเด็ดขาด ตอนนั้นผมขำแห้ง ๆ คิดว่าแกคงกลัวเด็กแว้นหรือโจร แต่ก่อนขับกลับ ผมเห็นรอยล้อรถหลายรอยบนถนนดินเข้าโครงการ รอยเก่าบ้างใหม่บ้าง ทั้งที่ไม่มีบ้านคนอยู่มาหลายปี
หลังจากนั้นทุกครั้งที่คุยกับไรเดอร์กะดึกหน้าเซเว่น พอมีคนเอ่ยชื่อศิลาโชติ วงสนทนาจะเงียบลงครู่หนึ่งก่อนมีใครสักคนเปลี่ยนเื่ พวกเราพูดเื่อุบัติเหตุ เื่ลูกค้าเมา เื่หมากัดได้ แต่กับหมู่บ้านนั้น ทุกคนเล่าแค่พอให้ตัวเองดูไม่กลัว แล้วหยุดตรงจุดที่ไม่มีใครอยากต่อ
ข้อความจากไอ้ท็อปเด้งซ้ำขึ้นมาทับหน้าจอ
"พรุ่งนี้เก้าโมง อย่าหาย"
ผมมองสองข้อความสลับกัน ข้อหนึ่งอาจพาผมไปเจอผี อีกข้อหนึ่งพาผมไปเจอคนที่น่ากลัวกว่าผีในตอนเช้า ผมเหนื่อยจนอยากร้องไห้ แต่สุดท้ายก็หัวเราะออกมาเบา ๆ เพราะชีวิตคนเราบางทีมันเหลือทางเลือกแค่นี้จริง ๆ
นิ้วผมกดรับงาน
แอปสั่นหนึ่งครั้ง เส้นทางสีแดงลากขึ้นบนแผนที่สีดำสนิท จุดรับสินค้าอยู่ตรงร้านสะดวกซื้อร้างริมถนนเลียบคลองสิบสาม เวลาเริ่มนับทันที ผมลุกขึ้นสวมหมวกกันน็อก คว้ากระเป๋าเก็บความร้อน และลงไปที่รถฮอนด้าเวฟคู่ใจที่จอดพิงกำแพงใต้ตึก
ทันทีที่กดรับงาน ปุ่มยกเลิกหายไปจากหน้าจอ แทนที่ด้วยข้อความสีเทา
สัญญาเริ่มทำงานแล้ว
ผมแตะย้อนกลับ แอปไม่ยอมปิด แตะปุ่มโฮม หน้าจอกลับไปที่เส้นทางสีแดงเองเหมือนโทรศัพท์กลายเป็อุปกรณ์ของบริษัท ไม่ใช่ของผม ผมลองปิดเครื่อง หน้าจอดับไปหนึ่งวินาทีแล้วติดขึ้นใหม่ด้วยโลโก้ RiderGo สีแดงเข้ม ผมยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องเช่าพร้อมหมวกกันน็อกในมือ รู้สึกเหมือนเพิ่งล็อกอะไรบางอย่างจากด้านนอกและโยนกุญแจทิ้งไปแล้ว
ไอ้ท็อปส่งข้อความมาอีกครั้ง
รับงานดึกเหรอ เห็นโลเคชันมึงวิ่งออกนอกเมือง
ผมมองข้อความนั้นแล้วขนลุก มันไม่ควรเห็นตำแหน่งผมได้ นอกจากผมแชร์โลเคชันให้มัน ซึ่งผมไม่เคยทำ ผมพิมพ์ถามว่า มึงรู้ได้ไง แต่ข้อความส่งไม่ออก ขึ้นเพียงเครื่องหมายหมุนค้าง ๆ แล้วหายไป
ในแชต RiderGo มีข้อความใหม่ขึ้นแทน
เปิดแชตลูกค้าตลอดเวลา ห้ามสนทนากับบุคคลนอกสัญญาระหว่างกะ
เครื่องติดยากกว่าปกติเล็กน้อย แต่ยังติด เสียงท่อเก่าดังก้องในตรอกแคบ ๆ ผมบิดออกสู่ถนนกลางคืน เมืองยามตีสองมีหน้าอีกแบบ ร้านส่วนใหญ่ปิด ไฟหน้าตึกดับไปครึ่งหนึ่ง คนเมาไม่กี่คนยืนรอแท็กซี่เหมือนเงา ความเงียบของถนนทำให้เสียงเครื่องยนต์รถผมดังเกินจริง
ยิ่งเข้าใกล้พิกัด ไฟทางยิ่งห่างกันขึ้น สัญญาณมือถือหายไปทีละขีด แต่เส้นทางสีแดงในแอปยังชัด เหมือนมันไม่ได้ใช้สัญญาณจากเสาไหนในโลกนี้ ร้านสะดวกซื้อร้างปรากฏหลังโค้งถนน ป้ายเก่าซีดจนอ่านไม่ออก กระจกหน้าร้านมีรอยร้าวยาว และภายในมีแสงนีออนสีขาวซีดติดอยู่เพียงดวงเดียว
ผมจอดรถโดยไม่ดับเครื่อง
กฎข้อแรกยังไม่ขึ้น แต่สัญชาตญาณไรเดอร์กะดึกสอนผมมานานแล้วว่า ถ้าไม่แน่ใจว่าต้องหนีเมื่อไร อย่าดับเครื่อง
ร้านสะดวกซื้อร้างตรงหน้าดูคล้ายสถานที่ที่เคยเปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่ถูกเวลาเคี้ยวจนเหลือเพียงโครง กระจกหน้าร้านมีคราบมือเก่า ๆ อยู่หลายรอย บางรอยอยู่ด้านใน บางรอยอยู่ด้านนอก ป้ายโปรโมชั่นที่ติดตรงประตูเขียนว่า ซื้อครบ 50 บาท ส่งฟรีในหมู่บ้านศิลาโชติ ตัวอักษรซีดจนแทบอ่านไม่ออก แต่คำว่าส่งฟรีกลับเข้มกว่าคำอื่นเหมือนเพิ่งถูกเขียนซ้ำ
บนพื้นหน้าประตูมีรอยขาตั้งรถมอเตอร์ไซค์หลายรอยทับกัน บางรอยใหม่เกินกว่าจะเป็ของที่ทิ้งไว้ั้แ่ร้านปิด ผมก้มดูแล้วเห็นว่ารอยเ่าั้ไม่ได้หันออกจากร้านทั้งหมด บางรอยหันเข้า บางรอยหันออก แต่มีหลายรอยที่หายไปกลางพื้นเหมือนรถถูกยกขึ้นไปเฉย ๆ
ในร้านมีกลิ่นฝุ่นกับกลิ่นหนูตาย บนเคาน์เตอร์มีถุงกระดาษสีน้ำตาลปิดผนึกกาวสีแดง และกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งวางอยู่ข้างเครื่อง POS หน้าจอเขียวที่ติดเองโดยไม่มีใครเฝ้า ผมหยิบโน้ตขึ้นอ่าน
กฎการรับสินค้าและออร์เดอร์ที่ 1
หยิบถุงนี้เท่านั้น ห้ามแตะของอื่นในร้าน เมื่อขึ้นคร่อมรถแล้วห้ามดับเครื่องยนต์จนกว่าจะส่งออร์เดอร์แรกสำเร็จ หาก GPS เปลี่ยนเป็สีแดง ให้มองเฉพาะเส้นทางบนจอ ห้ามเงยหน้ามองเสาไฟข้างทาง เมื่อผ่านซุ้มหมู่บ้านศิลาโชติ ห้ามทักหญิงชราที่กวาดถนน ห้ามบีบแตร ห้ามมองกระจกหลัง ส่งของให้ลูกค้าหน้าบ้าน 44/9 โดยไม่สบตา และพูดเพียงว่า "ส่งอาหารเรียบร้อยครับ"
ผมอ่านจบแล้วรู้สึกเหมือนแอปไม่ได้ส่งผมมารับอาหาร แต่มารับกฎของการรอดชีวิต ถุงกระดาษเบากว่าที่คิด เหมือนข้างในมีแค่ลมหรือของที่ไม่มีน้ำหนักในโลกคนเป็ ผมเก็บกระดาษใส่กระเป๋าเสื้อ เดินกลับออกไปขึ้นรถ เครื่องยนต์ยังเดินอยู่ เสียงมันฟังขรุขระขึ้นเล็กน้อย แต่ยังไม่ดับ
ตอนหยิบถุง ผมเผลอมองฉลากหน้าถุง มีชื่อร้านพิมพ์ไว้ว่า Midnight Delivery ทั้งที่ในแอปขึ้นชื่อ RiderGo เหมือนเดิม ใต้ชื่อร้านมีเลขออร์เดอร์ยาวผิดปกติ และชื่อผู้รับ
สมชาย ศิลาวงศ์
ผมยังไม่รู้จักชื่อนั้น แต่รู้สึกได้ว่ามันเป็ชื่อคนจริง ไม่ใช่ชื่อลูกค้าเล่น ๆ แบบ "บ้านสีฟ้า" หรือ "พี่เสื้อแดง" ที่ลูกค้าชอบใช้กัน และตรงช่องหมายเหตุมีประโยคหนึ่งพิมพ์ไว้
กรุณาส่งให้ทันก่อนที่เขาจะจำได้ว่าเขาตายแล้ว
เส้นสีแดงบนหน้าจอชี้ลึกเข้าไปในความมืดของถนนเลียบคลอง
ออร์เดอร์แรกเริ่มแล้ว