ตอนที่ 1 เทียนเฟิง
ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง
ในตรอกทิ้งสุนัข มีร่างสองร่าง ขณะที่ร่างเป็ผู้ใหญ่กับอีกร่างหนึ่งเป็เด็กหนุ่มที่นอนแน่นิ่งอยู่ ผู้ใหญ่คนนั้นเป็เถ้าแก่
ร้านขนมปังกำลังทุบตีเด็กหนุ่มอย่างรุนแรง หลังจากที่ทุบตีจนพอใจแล้วเถ้าร้านขนมปังจึงหยุดมือก่อนจะกล่าวออกมา
“เหอะ ไอ้ขยะเอ้ย แกบังอาจนักนะที่ขโมยขนมปังร้านข้า”
ถุยย!
หลังจากถ่มน้ำลายใส่ร่างเด็กหนุ่มเถ้าแก่ร้านขนมปังจึงเดินจากไปอย่างพึงพอใจ
แค่ก แค่ก
เด็กหนุ่มไอออกมาเป็ลิ่มเื ดูจากรูปลักษณ์ของเขาอายุน่าจะราวๆสิบปีเท่านั้น สภาพของเขาตอนนี้ไม่ต่างจากคนใกล้ตายแม้แต่น้อย
“ทำไมตัวข้าต้องมาทรมานขนาดนี้ด้วยนะ การที่จะเอาชีวิตในแต่ละวันมันช่างยากนัก”
“ไยข้าไม่ปลิดชีพตัวเองให้สิ้นจะได้ไม่ต้องทรมานอีกนะ”
เฮ้อออ!
ขณะที่เด็กหนุ่มครุ่นคิดอยู่นั้นได้มีกลุ่มนายน้อยหน้าตาดีสามคนเดินเข้ามาหาเขา
โดยผู้อยู่เบื้องหน้าเหมือนจะเป็หัวหน้าของกลุ่มใส่ชุดสีขาวสะอาดและดูดี ขณะด้านหลังของเขาเป็เด็กหนุ่มสองคน
ทั้งสองใส่ชุดสีดำโดยมีคนหนึ่งเตี้ยกับคนหนึ่งตัวสูงใหญ่
“ช่างบังเอิญยิ่งที่ข้าเจอตัวช่วยให้ก้าวสู่เส้นทางการเป็เทพเซียน”ชายหนุ่มชุดขาวกล่าวออกมา
“หัวหน้า ทำไมท่านต้องมาที่ตรอกทิ้งสุนัขนี้ด้วยล่ะ”เด็กหนุ่มตัวเตี้ยกล่าวถามหัวหน้าของเขาทันที
"เหอะๆ ที่ข้ามาเพราะได้ข่าวมาว่าปรมาจารย์ตู๋ตามหาหนูทดลองยาของเขาอยู่ ซึ่งปรมาจารย์ตู๋นั้นเป็เทพเซียน
ข้าถึง้าจะสนิทสนมกับเขาเอาไว้ เผื่อเขานั้นจะรับข้าเป็ศิษย์"
อ่อ!
เสียงร้องของความเข้าใจดังขึ้น
เด็กหนุ่มชุดขาวเดินเข้าไปหาเด็กหนุ่มนอนแน่นิ่งใกล้ตายกับพื้นก่อนจะยืนขนมปังให้ “กินซะสิ”
เด็กหนุ่มที่นอนแน่นิ่งเงยหน้าขึ้นมามองก่อนจะปัดขนมปังทิ้งไป
“ขนมปังนี้มีค่ากว่าชีวิตข้านัก ข้ามิกล้ากินมันหรอก”เด็กหนุ่มกล่าวออกมา
ตุบ!
มีเสียงกระทืบดับขึ้น ขณะที่มีเท้าข้างหนึ่งได้มาเยียบขนมปังที่เด็กหนุ่มปัดทิ้งไป
“ก็ดี แม้นี้จะเป็เศษขนมปังแต่เศษขนมปังนี่มันมีค่ามากกว่าชีวิตแก่”เด็กหนุ่มตัวเตี้ยกล่าว
“เ้า”ขณะที่เด็กหนุ่มที่ใกล้ตายกำลังจะกล่าวได้มีเสียงตัดบทดังขึ้น
“ดีในเมื่อเ้าคิดว่าชีวิตเ้ามีค่ามากนัก ก็จงตามข้ามา”เด็กหนุ่มชุดขาวกล่าวก่อนจะเดินจากไป เหล่าลูกน้องเห็นเช่นนั้น
ก็รีบตามไปเช่นกัน ขณะที่เด็กหนุ่มที่ใกล้ตายกำลังครุ่นคิดอยู่ว่าเ้าพวกนี้มันแปลกเกินไป แต่เขาไม่อยากที่จะยอมแพ้
ในการที่จะมีชีวิตต่อเขาจึงกัดฟันเดินตามไปแม้จะไม่รู้ว่าอะไรจะรออยู่เบื้องหน้า
หลังจากที่เดินตามกลุ่มเด็กหนุ่มชุดขาวไปได้สักพักก็ได้มาถึงหน้าตำหนักแห่งหนึ่ง
“ตำหนักบุปผาพิษ”เมื่อเด็กหนุ่มที่ใกล้ตายเงยหน้าขึ้นมองป้ายบนหน้าตำหนัก
“พวกเ้ามาทำอะไรที่นี่”ยามคนหนึ่งหน้าตำหนักได้กล่าว
“ข้ามาหาท่านปรมาจารย์ตู๋น่ะ”เด็กหนุ่มชุดขาวกล่าวออกมา
“รอที่นี่ ข้าจะเข้าไปบอกท่านปรมาจารย์ก่อน”กล่าวจบยามคนนั้นได้เข้าไปในตำหนัก ใช้เวลาไม่นานก่อนจะออกมา
กลุ่มเด็กหนุ่มจึงพากันเดินเข้าไป โดยมีเด็กหนุ่มใกล้ตายเดินตามไปติดๆ หลังจากพวกเขาเข้าไปในตำหนักก่อนเดินไปยั่งห้องๆหนึ่ง เมื่อเข้าไปในห้องก็พบเจอกับร่างๆหนึ่งที่นั่งเบื้องหน้าเตาปรุงยาอยู่ เป็ชายชราผมขาวนั่งสมาธิหันหลังให้พวกเขา เมื่อรู้สึกว่ามีกลุ่มคนเข้ามา ชายชราได้ลืมตาขึ้น
“คารวะ ท่านปรมาจารย์ตู๋”เด็กหนุ่มชุดขาวกำหมัดคารวะและกล่าวขึ้น
อืม! เสียงตอบรับของปรมาจารย์เฒ่าดังขึ้น
“ท่านปรมาจารย์ พอดีข้าบังเอิญเจอหนูที่ท่านอยากอยู่ตัวหนึ่งมาพอดี”หลังจากเด็กหนุ่มชุดขาวกล่าวจบปรมาจารย์เฒ่าหันหลังกลับมามองยังเด็กหนุ่มใกล้ตาย มองขึ้นลงสำรวจร่างกายของเขา
“เ้ามีนามว่าอะไร ช่างเถอะจะมีรึไม่มีก็ไม่มีค่าพอให้ข้าจดจำมันหรอก”ปรมาจารย์เฒ่ากล่าวออกมาก่อนจะล้วงมือเข้าไปในเสื้อด้านในอก ก่อนจะหยิบถุง ถุงหนึ่งออกมาแล้วโยนลงไปเบื้องหน้าเด็กหนุ่มใกล้ตาย
ตุบบ!
เศษเหรียญได้กระเด็นออกมาจากถุงที่หล่นเบื้องหน้าเขา เด็กหนุ่มใกล้ตายครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเก็บถุงเงินไป
“นี่คือค่าจ้าง ข้ามีงานให้เ้าทำ ไม่ใช่งานยากเย็นอะไรมากนักแค่เ้ากินเม็ดยานี้เขาไปก็พอ”ปรมาจารย์เฒ่ากล่าวพลางหยิบเม็ดยา เม็ดหนึ่งออกมา เขามองไปยังกลุ่มเด็กหนุ่มชุดขาวก่อนจะกล่าว
“หรวนตง ครั้งนี้เ้าทำได้ดีมาก ข้าจะพิจารณาในการรับเ้าเป็ศิษย์ แต่ตอนนี้เ้ากลับไปก่อนและข้าจะส่งคนไปตามเ้ามา”ปรมาจารย์เฒ่ากล่าวไล่กลุ่มหรวนตงไป ก่อนจะส่งเม็ดยาให้เด็กหนุ่มใกล้ตาย
เด็กหนุ่มใกล้ตายครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะหยิบเม็ดยาจากมือปรมาจารย์เฒ่าก่อนจะกลืนมันเข้าไป
“อ่า โทษทีนะหนุ่มน้อยเม็ดยาที่ข้าให้เ้าไปนั้นเป็เม็ดยาพิษนามว่า สลายชีพ”พอปรมาจารย์เฒ่ากล่าวจบเด็กหนุ่มก็หน้าเขียวทันที
ตุบ! เด็กหนุ่มที่ได้ยินก็เข่าทรุดทันที ก่อนจะเผยสีหน้าเ็ปออกมา
“ส่วนเงินนั้นนะเ้าคงไม่ต้องใช้มันแล้ว ข้าขอคืนแล้วกัน ฮ่ะ ฮ่าๆๆ”ปรมาจารย์เฒ่าหยิบถุงจากเด็กหนุ่มกลับไปก่อน
จะหัวเราะอย่างพอใจ โดยไม่ได้สนใจว่าเด็กหนุ่มนั้นยังไม่ตาย
“เ้า เ้าตาเฒ่าสารเลว”เด็กหนุ่มด่าปรมาจารย์เฒ่าออกมา ขณะที่ปรมาจารย์เฒ่าตกตะลึงว่าเหตุใดเด็กหนุ่มยังไม่ตาย
หลังจากทานเม็ดยาสลายชีพเข้าไป หลังจากหายตกตะลึงก็ส่งสายตาเ็าออกมาก่อนจะซัดฝ่ามือไปยังร่างเด็กหนุ่ม
จนกระเด็นไปชนกับฝนังของห้อง
ตูมมม!
แค่ก! แค่ก! เด็กหนุ่มกระอักเืออกมาก่อนจะนอนแน่นิ่ง
“เด็ก เด็ก พวกเ้าจงนำเ้าหนูนี่ไปทิ้งยั่งหน้าผาซากอสูรซะ”ปรมาจารย์เฒ่าชำเลืองมองร่างที่นอนแน่นิ่งก่อนจะเดินจากไป ก่อนจะมียามสองคนเดินเข้ามาลากเด็กหนุ่มออกไป โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเด็กหนุ่มนั้นยังไม่ตายได้ลืมตาขึ้นมามองทางที่ปรมาจารย์เฒ่าเดินจากไป เขาได้ส่งสายตาอาฆาตออกมาก่อนจะกล่าวพึมพัมบางอย่างๆเคียดแค้น หลังจากจากเด็กหนุ่มถูกลากตัวออกไป ปรมาจารย์เฒ่าที่เดินไปได้ไม่ไกลพลันรู้สึกขนลุกขึ้นมา เขารู้สึกแปลกใจอย่างยิ่งเหตุใดผู้ฝึกตนเช่นเขาถึงขนลุกได้คงไม่เพราะอากาศหนาวๆ การที่จะทำให้ผู้ฝึกตนขั้นฝึกปราณขั้นสองขนลุกได้นั้นแค่อากาศหนาวๆคงไม่เพียงพอที่จะทำเช่นนั้นได้
หลังหมู่บ้าน ที่ หน้าผาซากอสูร
“ข้าขอโทษด้วยนะเ้าหนู ได้แต่หวังชาติหน้าเ้าจะเกิดมาไม่เป็คนธรรมดานะ”ยามคนหนึ่งกล่าวออกมา เขาก็ไม่อยากทำเช่นนี้ แต่การที่คนธรรมดาจะต่อต้านผู้ฝึกตนนั้นแทบจะเป็ไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ก่อนที่เขาจะโยนร่างเด็กหนุ่มลงไปยังหน้าผา ก่อนจะหันหลังจากไป โดยไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มที่เขาโยนไปนั้นได้ลืมตาขึ้น
“บัดซบยิ่งนัก ไยตัวข้าถึงต้องมาตายเช่นนี้ด้วย”
“ไม่รู้ว่าชาตินี้หรือชาติหน้าถ้าข้าไม่ได้แก้แค้นเ้าแก่สารเลวนั้น ข้าไม่ขอใช้ชื่อว่า เทียนเฟิง”พอกล่าวจบร่างของเด็กหนุ่มก็จมหายไปในความมืดมิดเบื้องล่าง
เด็กหนุ่มนั้นไม่รู้ว่าการที่ตัวเขาถูกโยนลงไปยั่งหน้าผาซากอสูรนั้นทำให้โชคชะตาของเขาเปลี่ยนไป