ตอนนี้เด็ก ๆ เดินตรงไปยังบ้านที่อยู่ตรงเชิงเขาอีกฝากหนึ่ง บ้านของลุงผ่างกว้างขวาง กลางบ้านมีลานหินสำหรับให้เด็กบ่มเพาะ พอเด็ก ๆ มาถึง ก็เห็น ทุกคนในหมู่บ้านยืนรออยู่ตรงลานหิน ผู้เฒ่าเฉินซื่อกำลังสนทนากับผ่างอี้จื่อด้วยสีหน้าเคร่งเครียด สุดท้ายผ่างอี้จื่อได้แต่ค้อมศีรษะตอบรับ
ฉีหลินเห็นเช่นนั้นก็นำทุกคนตรงไปยังวิหารกลางหมู่บ้าน
ภายในวิหารประกอบด้วยแท่งศิลาขนาดใหญ่ ้ามีเปลวไฟลุกอยู่ตลอดเวลาแม้ไม่มีน้ำมันหรือเชื้อเพลิงใด ๆ ด้านล่างเป็บัลลังก์ศิลาแกะสลักเป็รูปอสรพิษ หากจะเรียกว่าเป็วิหารมิสู้เรียกว่าตำหนักจะดีกว่า วิหารนี้ใช้ไม้ทั้งต้นซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะมีขนาดเท่ากันปักลงดินล้อมบัลลังก์หินไว้ตรงกลาง
้าเป็ปล่องที่สร้างจากไม้ทั้งต้นดันโค้งขึ้นไปเปิดโล่งเป็ปล่องอยู่ตรงกลาง สมปองมองด้วยความทึ่ง ยากมากที่จะดัดไม้ทั้งต้นให้โค้งขึ้นไปเช่นนั้น
ผู้เฒ่าเฉินและผ่างอี้จื่อยืนขนาบด้านข้างบัลลังก์
สมปองมองอย่างตะลึง เขาเดินตามพี่ฉีหลินออกมาโดยที่ผู้เฒ่าเฉินยังไม่ได้ตามออกมา แต่พอถึงวิหารทั้งผู้เฒ่าเฉินและลุงผ่างก็มาตรงนี้ก่อน นี่มันเื่อะไรกัน มันแปลกประหลาดเสียจริง
ผ่างอี้จื่อ เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเด็ก ๆ ทุกคน "ลุงผ่างไม่สามารถสอนวิธีบ่มเพาะให้กับทุกคนแล้ว ต่อไปให้ไปบ่มเพาะกับผู้เฒ่าเฉินซื่อแทน" หลังพูดจบก็เดินกลับไปที่บัลลังก์
ผู้เฒ่าเฉินซื่อส่งไม้เท้าหัวอสรพิษสีดำให้กับผ่างอี้จื่อ
ผ่างอี้จื่อยืนหน้าบัลลังก์ เขาสอดไม้เท้าลงไปที่ช่องด้านข้างบัลลังก์ ทันทีที่ไม้เท้าถูกเสียบลงช่อง ร่างของผ่างอี้จื่อก็ถูกส่งขึ้นไปบนปล่องข้างบน กลายร่างเป็าาอสรพิษดูเลือนลางพุ่งทะลุหมอกขาวออกไป
แม้โลกแห่งปราณยุทธ์มีมากมายหลายตำราจากนิยายที่เคยอ่านมา แต่เมื่อเห็นกับตาก็อดตะลึงไม่ได้ ภาพลุงผ่างที่กลายร่างเป็งูั์จากนั้นก็เปล่งแสงพุ่งขึ้นไปที่ปล่องของวิหารยังติดตาตรึงใจเขาอยู่
การส่งต่อตำแหน่งเขาส่งกันง่าย ๆ แบบนี้หรือ ไม่มีพิธีรีตรองใด ๆ เพียงคนส่งมอบและคนรับยินยอมก็ส่งมอบตำแหน่งได้แล้ว เื่แบบนี้ก็มีอยู่ด้วยจริง ๆ สมปองแอบคิดในใจ
ผู้เฒ่าเฉินหันหน้าไปหาชาวบ้านที่มาเป็สักขีพยาน “มีเื่บางอย่างกวนใจข้า ภายนอกมีการเคลื่อนไหวที่น่าสงสัยอย่างมาก ข้าจำเป็ต้องให้ผ่างอี้จื่อรับหน้าที่ลาดตระเวนรอบนอกไปก่อน สำหรับการบ่มเพาะ ข้าช่วยให้เด็ก ๆ ข้ามขั้นตอนการบ่มเพาะให้เร็วที่สุด”
“เกิดอะไรขึ้นหรือผู้เฒ่าเฉิน?” หญิงชรานางหนึ่งถามด้วยความสงสัย “หมู่บ้านเรามีศัตรูบุกมาตลอดเป็ระยะ ๆ อยู่แล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”
“ข้าพบการเคลื่อนไหวแปลก ๆ ในป่า และรอบ ๆ หมู่บ้านเรา” ผู้เฒ่าเฉินกล่าว “จะเป็การดีกว่าหากเราจะเตรียมตัวให้พร้อม”
“จะให้ตามพวกคาราวานกลับมาหรือไม่?” ฉีหลินถามผู้เฒ่าเฉิน
“เ้าส่งคนไปบอกสถานการณ์ หากได้สิ่งของครบแล้วให้รีบกลับมา”
เงาสีดำวูบกลับลงมาอย่างรวดเร็ว าาอสรพิษคืนร่างเป็ลุงผ่างเหวี่ยงศพสองซากลงกับพื้น "ข้าพบคนพวกนี้จำนวนหนึ่งเคลื่อนไหวอยู่ในกำแพงหมอก" ลุงผ่างกล่าว
การแต่งกายของศพสองซากมีลักษณะคล้ายยอดยุทธ์ชุดดำ สมปองจำพวกมันได้ในทันที "พวกมันตามมาจับข้าแล้ว" สมปองร้องบอกด้วยตระหนก เขาไม่อยากเป็ต้นเหตุให้หมู่บ้านเกิดความวุ่นวายเพราะเขา
"เ้าไม่จำเป็ต้องกังวล หมู่บ้านนี้มีศัตรูอันดับหนึ่งคือผู้ที่รุกรานอาณาจักรซ่ง" ผู้เฒ่าเฉินซื่อหันไปบอกกับสมปอง
“พวกมันราบล้อมรอบหมู่บ้านหลายร้อยคน เหมือนกำลังสร้างค่ายคาถา ข้าจัดการมันไม่หมด ดูเหมือนยังมีกำลังกระจายอยู่ด้านนอกกำแพงหมอกอีก" ผ่างอี้จื่บอกผู้เฒ่าเฉิน
พี่ฉีหลินก็เร่งรีบเดินออกไปกับชายร่างั์ทั้งสองคน คนอื่น ๆ หันหน้าซุบซิบกันด้วยความกังวล สมปองเห็นชาวบ้านที่มาทุกคนดูเคร่งเครียดและเป็กังวลก็สงสัย เขามาที่หมู่บ้านแค่เพียงวันเดียวก็เกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้วเหรือ
“เ้าคิดอะไรอยู่” เยว่ิกระซิบถามสมปอง
หลี่ซุนยืนมองสมปองด้วยความสนใจเช่นกัน
“ข้าเห็นคิ้วเ้าขมวด เ้าคิดอะไรอยู่ บอกมา” เยว่ิคาดคั้น
“ข้าหวังว่าจะไม่ใช่ต้นเหตุของสถานการณ์เหล่านี้นะ” สมปองบอก
“อย่าคิดอะไรให้มาก เด็กสิบขวบคนหนึ่งจะสร้างสถานการณ์ประหลาดอะไรได้” หลีซุนบอก
"พี่ฉีหลินจะเจอกับพวกมันหรือไม่" สมปองถามผู้เฒ่าเฉินซื่อ
“ไม่ต้องกังวล นางมีวิธีการของนาง" ผู้เฒ่าเฉินลาสายตาจากสมปองหันไปกล่าวกับชาวบ้าน "ส่งเด็ก ๆ ทุกคนไปที่บ้านผ่างอี้จื่อเพื่อบ่มเพาะ ลานหินแห่งนั้นเป็สถานที่ที่เหมาะกับการบ่มเพาะมากที่สุด และข้าจะไปดูแลด้วยตนเอง” ผู้เฒ่าเฉินบอก
ชาวบ้านต่างแยกย้ายกันออกไปเพื่อส่งลูกหลานไปบ่มเพาะ สมปองก็ยังงงเหตุใดการบ่มเพาะจึงเป็เื่ปกติธรรมดาขนาดนี้ ในนิยายที่อ่านต้องส่งลูกหลานไปทดสอบเพื่อให้ได้สิทธิ์เข้าสำนักไปฝึกวิถีเซียน แต่ที่หมู่บ้านนี้กลับสามารถบ่มเพาะได้ทุกคนโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ