THE ONLINE WAR ฝ่าวิกฤติออนไลน์ทะลุโลก (Episode 1)

    บทที่ 30 ทักษะใหม่ของเทลเลอร์ (ท่อนที่ 2)


                    แม้ผมจะบอกไปว่าจะพาเอกอนกับเจ้าลูกศิษย์จอมทึ่ม  ไปทัศนากองทัพของเหล่าทหารนกฟินิกซ์   แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็พบว่าไคน์กับเวียร่าหายไปตอนที่ผมรับภารกิจ  พวกเราเลยต้องเสียเวลาค่อนวันกว่าจะเจอ  แล้วไปเจอที่ไหนไม่เจอดันไปเจอที่ลานของเล่นเด็กในหมู่บ้าน  พอถามเหตุผลกับไคน์มันก็บอกว่าขี้เกียจเฝ้าเจ้านาย  ส่วนเวียร่านั่นแค่ตามไคน์มาเฉย ๆ     อีกทั้งเมื่อวานตอนเย็นก็ต้องเจอกับปัญหาใหญ่  ที่ดราก้อนฟิชส่งข่าวมาให้  และพอเค้นเอาคำอธิบายจากเทลเลอร์เพิ่มเติม  ก็ทำให้ผมต้องนั่งกลุ้มในเช้าวันถัดมากับเอกอน  โดยที่พักเรื่องไปพบเจอกองทัพนกฟินิกซ์ไปโดยปริยาย

                    “ทำไมพึ่งมาบอกเอาป่านนี้นะเทลเลอร์”      ผมพูดคำนี้ย้ำไปย้ำมาเป็นสิบกว่ารอบแล้วในเช้าวันนี้  ส่วนเจ้าลูกศิษย์ของผมมันก็ตอบเหมือนเดิมทุกครั้ง

                    “ก็ไม่ถามเองนี่นะ  ผมก็นึกว่าพี่รู้แล้ว”     จากนั้นพวกเราก็เงียบกันไปอีกพลางถอนหายใจกันคนละเฮือก   แล้วก็ยกช้อนกาแฟคนน้ำสีน้ำตาลร้อนๆ   ที่เป็นเครื่องดื่มผสมกาเฟอีนในถ้วยพร้อมกันราวกับนัดไว้ 

                    “ฝีมือขนาดไหนกันนะ”    

                    ผมเปรยออกมาอย่างเลื่อนลอย  ก่อนจะยกกาแฟขึ้นจิบทีหนึ่ง   สูดเอากลิ่นอายหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดที่ค่อยๆ ลอยเข้าจมูกผม  ซึ่งมันก็เริ่มทำให้รู้สึกหัวสมองโปร่งขึ้นมานิดๆ   แล้วตอนนี้เราก็นั่งกันอยู่ในร้านน้ำชากาแฟเล็กๆ   ที่ตั้งไม่ไกลจากกระโจมของผู้นำเผ่าพันธุ์มากนัก 

                    “ถ้าเป็นอย่างที่ดราก้อนฟิชพูด  ก็คงต้องหนักมือกันทุกคนแน่ ๆ ”     เป็นคำตอบจากเอกอนที่ไม่ได้ทำให้ผมสบายใจขึ้นสักนิด   แต่ก็นั่นแหละมันก็ถูกอย่างที่เอกอนพูดจริง ๆ

                    “กังวลมากไปหรือเปล่า”    เสียงของไคน์ลอดผ่านออกจากปากมาได้ในรอบ 2 วัน  มันนั่งอยู่ข้าง ๆ ผมและแทนที่ในแก้วของมันจะเป็นกาแฟเหมือนของผม  ก็กลับเป็นเพียงน้ำเปล่าที่ใส่น้ำแข็งแทน   เหตุผลนะเหรอ ไคน์บอกว่ากินกาแฟไม่เป็น

                    “นั่นสิคะ  นายท่านของข้าเก่งออกคงไม่เสร็จพวกเขาง่าย ๆ แน่”    ดูเหมือนเวียร่าจะเห็นสีหน้าที่ไม่สบายใจของผม  จนเธอต้องชะโงกหน้าจากข้าง ๆ ไคน์เข้ามาพูดปลอบใกล้ๆ

                    “ขอบใจนะเวียร่า  แต่ขนาดนกกระจิบที่บินได้ยังต้องถูกเหยี่ยวรังแกเลย แล้วนับประสาอะไรกับมนุษยธรรมดาอย่างเราล่ะ  ยังไงผมก็จะประมาทไม่ได้”

                    “ถูกอย่างที่เควินพูดนั่นแหละ และถ้าหากจะทำให้นกกระจิบจิกตาของเหยี่ยวให้ได้ละก็  ก็ต้องมีชั้นเชิงและระดับที่เหนือกว่า...”   เอกอนพูดเสริมแล้วหยุดไป

                    “ซึ่งต้องเริ่มเดี๋ยวนี้เพราะมันไม่มีเวลามากแล้ว”     ผมต่อประโยคพูดของเอกอนอีกนิดแล้วหันไปทางเทลเลอร์

                    “เจ้าลูกศิษย์”      เทลเลอร์เงยหน้าจากถ้วยกาแฟแล้วมองหน้าผมอย่างงง ๆ

                    “ได้เวลาที่อาจารย์จำเป็นคนนี้ต้องสอนให้เธอเก่งขึ้นกว่าเดิมแล้วล่ะ”

                    “อะไรนะ...เดี๋ยวนี้เลยเหรอ”        เทลเลอร์ทำหน้าอึ้ง ๆ   แม้ว่าเขาจะแอบดีใจนิด ๆ   แต่รวดเร็วแบบนี้มันไม่กะทันหันไปหน่อยเหรอ

                    “ก็ใช่...หรือต้องให้ถึงวันประลองก่อนค่อยฝึก”

                    “ถึงงั้นก็เถอะครับ  แต่มันเหลือแค่วันเดียวเองนะครับจะทันเหรอ”

                    “ทันสิ...เธอเก่งอยู่ก่อนแล้ว  ผมแค่ชี้แนะส่วนที่ตัวเองรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ให้  ก็ทำให้เธอก้าวกระโดดได้แล้ว”

                    “เป็นดอกเตอร์ยังต้องใช้เวลาเรียนเกือบทั้งชีวิตเลย  แล้วไอ้ความเก่งที่เพิ่มขึ้นเนี้ยมันจะทำได้ในวันเดียวเหรอ”

                    “เทลเลอร์”  ผมเรียกชื่อเจ้าลูกศิษย์จอมทึ่มด้วยเสียงทุ่มต่ำ   “พี่ขอถามเธอหน่อยนะ  จากโรงเรียนไปบ้านของเธอ  มีรันเวย์อากาศกี่เส้นที่ไปได้”

                    “  5 เส้นทางครับ”  เทลเลอร์ตอบโดยไม่ต้องคิดเพราะไปมาอยู่เป็นประจำทำไมจะไม่รู้

                    “แล้วทางไหนสั้นที่สุดที่กลับบ้านได้เร็ว”

                    “เส้นที่3 บนรันเวย์อากาศทางหลวง แต่ต้องเสียค่าผ่านทางนะ”

                    “พี่ก็จะใช้เส้นทางนั้นแหละ  ที่ทำให้เธอเก่งขึ้นในวันเดียว  แม้มันต้องเสียค่าผ่านทาง  แต่ก็คุ้มเพราะมันถึงบ้านเร็ว”  จากนั้นเทลเลอร์ก็ตาสว่างวาบ เขาคิดถูกแล้วที่ขอเป็นลูกศิษย์คน ๆ นี้จริง ๆ

                    “งั้นผมก็จะหาภารกิจแถวนี้ทำเพิ่มระดับตัวเองไปพลางๆ นะ”    จู่ ๆ เอกอนก็พูดแทรกขึ้นมา   เขายกกาแฟขึ้นดื่มรวดเดียวหมด  ก่อนจะวางมันลงบนจานรองเบา ๆ แล้วลุกจากเก้าอี้ช้าๆ

                    “ตามสบาย”

    +++++++++++++++++++

                เคร้ง!!

                    นี่เป็นเสียงของดาบนรกานต์ที่เทลเลอร์ใช้มันฟันหินก้อนหนึ่งที่มีขนาดเท่าโอ่งมังกร  แต่จนแล้วจนรอดมันก็ไม่ยักกะแตกซักที  และถ้าหากถามเขาว่าเหตุใดถึงต้องเอาแรร์ไอเทมอันมีค่ามาแทะก้อนหินเล่น  ก็คงต้องไปถามอาจารย์จำเป็นของเขาที่ตอนนี้นั่งแทะแอ๊ปเปิ้ลอย่างสบายใจเฉิบ  ใต้ต้นไม้ไม่ไกลจากที่เขาอยู่

                    “พี่เควินทำไมไม่ถ่ายทอดทักษะให้ผมแล้วสอนใช้ล่ะครับ  แบบนั้นมันจะเร็วกว่าไม่ใช่เหรอ  แล้วไอ้ที่ให้ผมมาฟันก้อนหินให้แตกโดยไม่ผนึกพลังออร่าเนี้ย  ผมยังไม่เห็นทางว่ามันจะเก่งขึ้นตรงไหน”  

                    “แล้วมันแตกหรือยังล่ะ”    ผมถามย้อนไปอย่างไม่ใส่ใจ ส่วนปากก็เตรียมงับแอปเปิ้ลอีกลูกที่เวียร่าส่งมาให้

                    “ยัง”   

                    “งั้นก็ฟันต่อไป  จนกว่ามันจะแตก”        

                    เป็นคำสั่งที่สั้นแต่เทลเลอร์กลับไม่เข้าใจแถมเขาก็ยังรู้สึกเหนื่อยแล้วด้วย  ซึ่งแน่นอนว่าไอ้ความรู้สึกเหนื่อยและสัมผัสทั้งหลายเนี่ย  มันก็เป็นผลงานที่น่าภูมิใจของเซียออนไลน์  แต่กลับเป็นที่เอื่อมระอาของผู้เล่น  เพราะมันสมจริงจนจะไม่เป็นเกมส์อยู่แล้ว

                เคร้ง!   เคร้ง!   เคร้ง!

                    เทลเลอร์ฟันต่อไปอย่างจำใจ  จนผมที่นั่งมองเจ้าลูกศิษย์ไม่ได้เรื่องคนนี้เกิดนึกสงสารขึ้นมาชั่วขณะ   ทำไมมันโง่แบบนี้เป็นอาชีพนักดาบแท้ ๆ   แต่กลับไม่รู้ว่ามีทักษะประจำอาชีพที่ทำให้ไม่ต้องผนึกพลังออร่า  ก็สามารถสร้างพลังโจมตีได้

                    “เทลเลอร์”    ในที่สุดผมก็ลุกจากที่นั่งอยู่แล้วเดินเข้าไปหาลูกศิษย์ของตัวเอง  ก่อนจะคว้าดาบนรกานต์ที่อยู่ในมือของเทลเลอร์มาถือไว้

                    “ดูให้ดีๆ ล่ะ”

                    ทักษะหนึ่งเดียว

                เคร้ง!   ตูม!

                    ก้อนหินแตกกระจายเป็นชิ้นๆ ทันทีที่ผมควงดาบในมือแล้วฟาดใส่อย่างเต็มแรง จนเทลเลอร์ที่ดูอยู่ถึงกับอ้าปากค้างตามอย่างงง ๆ    เขาฟันมันเป็นร้อยครั้งกลับไม่แตก แต่เจ้าของฉายาจอมดาบสยบศาสตรากลับฟันทีเดียวหินกระจุยกระจาย  โดยใช้แค่ทักษะประจำอาชีพที่เขาไม่เคยแม้แต่จะแตะต้อง

                    “ทักษะหนึ่งเดียว”     เทลเลอร์อุทาน

                    “ใช่  เป็นทักษะประจำอาชีพที่ทำให้ดาบที่ฟันออกไปมีความรุนแรงและหนักหน่วง  มันถือว่าเป็นเบสิคที่ต้องใช้ทุกครั้งก่อนจะใช้ทักษะพิเศษ เธอต้องหัดใช้มันจนเกิดความเคยชินเข้าใจรึยังจอมทึ่ม   ไม่ใช่อยากจะโจมตีเมื่อไหร่ก็แค่เปิดใช้ทักษะพิเศษแล้วซัดตูมๆ อย่างเดียว มันเปลืองพลังออร่าโดยใช่เหตุเข้าใจมั๊ย”     

                    เทลเลอร์ย่นหน้าเมื่อได้ยินคำอธิบายแบบนั้น  ก่อนจะรับดาบมาจากผม  แล้วหันหันไปหาก้อนหินอีกก้อนที่ตั้งอยู่ข้าง ๆกันแต่มีขนาดใหญ่กว่า  จากนั้นก็ซัดมันจนแตกละเอียด  ด้วยดาบนรกานต์ที่เปิดใช้ทักษะหนึ่งเดียวเข้าประกอบ

                    “เอาล่ะทีนี้ก็ลองโจมตีพี่มาซิ  ให้โดนด้วยล่ะ”       กล่าวจบผมก็เปิดหน้าต่างเก็บไอเทมขึ้นมา   พร้อมกับหยิบดาบระดับ 2 ดาวขึ้นมาถือไว้  ซึ่งมันเป็นดาบที่ได้จากการดรอปของมอนสเตอร์ที่ตาย  ตอนไปต้านกองทัพของมอนสเตอร์ที่ช่องเขาวันเดล

                    “แน่ใจเหรอว่าพี่จะสู้กับผม”     ผมพยักหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะควงดาบไปมาด้วยมือข้างเดียวแล้วชี้ไปที่หน้าของเทลเทลอร์    ซึ่งเจ้าลูกศิษย์จอมทึ่มก็แค่ทำสีหน้าเคร่งขึมใส่ นี่เป็นโอกาสอันดีที่เขาจะได้วัดฝีมือตัวเองว่า  อยู่ห่างจากจอมดาบสยบศาสตราเท่าไหร่

                    “ไม่ต้องยั้งมือนะ  มีเท่าไหร่ใส่มาให้หมด”

                    ทักษะมังกรคลั่ง

                    ได้ตามคำขอเทลเลอร์เปิดใช้ทักษะไม้ตายของตัวเองแทบจะในทันที  จนตอนนี้ร่างของเขาก็ค่อย ๆ ถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกสีแดงจางๆ   ส่วนนัยน์ตานั้นก็วาววับได้ด้วยสีเขียวมรกต  อันเป็นสัญญาณว่าทักษะที่ใช้เพิ่มพลังโจมตีเป็น20 เท่านั้นได้ถูกเปิดใช้แล้ว

                    “งั้นผมไม่เกรงใจละนะ”

                    ทักษะเพลงดาบระบำหงส์   ร่ายรำกลางฝน

                    สิ้นคำพูด  เทลเลอร์พลิกดาบในมือตัวเอง  ก่อนจะตวัดมันเป็นจังหวะส่งประกายดาบนับ 10เล่มพุ่งเข้าหาผมเป็นทางเดียว  หากผมเพียงแค่หรี่ตาลงมองรูปแบบการโจมตีเท่านั้น  แล้วพลิกดาบในมือเบา ๆ เพื่อใช้ทักษะต้านการโจมตี

                    ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา   กงล้อธรรม

                    ปราณดาบที่ถูกกวัดแกว่งจนกระจายเป็นวงกว้าง  ต้านทักษะที่เทลเลอร์ใช้โจมตีมาได้อยู่หมัด  แถมผมยังอัดพลังออร่าเพียว ๆ ใส่ดาบ  ก่อนจะฟาดมันออกไปให้ทะลวงปราณดาบที่เรียงตัวเป็นรูปวงกลมนั้น ให้ทะลุเข้าถึงตัวเทลเลอร์จนเจ้าลูกศิษย์จอมทึ่มเกือบจะพลิกหลบไม่ทัน

                    ทักษะท่าเท้าข้ามภพ   ก้าวพริบตา

                    ผมหายไปจากที่ยืน  พลันไปปรากฎ ณเบื้องหลังของผู้ที่ได้รับฉายาว่า นักดาบมังกรคลั่งส่งผลให้เขาต้องเบิกตากว้างเมื่อพบว่า ผมกำลังฟันดาบลงมาด้วยทักษะคลื่นลมดาบอย่างหนังหน่วง

                    ทักษะเพลงดาบระบำหงส์   เริงร่าแสงจันทร์

                    เทลเลอร์ไม่คิดหลบ เขาดีดตัวให้ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วบิดดาบในมือหมุนควงพร้อมกับตัวเองเป็นจังหวะ ก่อนที่ร่างของเขาจะพลิ้วไหวอย่างหน้าประหลาด สามารถหลบเลี่ยงทักษะคลื่นลมดาบของผมได้พ้น  แล้วสวนกลับด้วยคมดาบที่เร็วแทบมองไม่เห็น  อันเกิดจากการร่ายรำดาบต่อเนื่องของเทลเลอร์อย่างอัศจรรย์

                    ทักษะเท่าเท้าข้ามภพ   เที่ยวสวนพฤกษา

                    ร่างของผมพลิกหมุนหลบอย่างอ่อนช้อย  จนวิถีดาบของเทลเลอร์ที่โจมตีมาเปลี่ยนไป มันเฉียดหลังของผมไปอย่างหวาดเสียวแต่กระนั้นผมก็ใช้โอกาสที่เทลเลอร์กำลังชักดาบกลับ  สวนโจมตีต่อเนื่องทันที

                    ทักษะรัวฟัน

                    เคร้ง!   เคร้ง!   เคร้ง!

                    เทลเลอร์ยกดาบขึ้นมาป้องการโจมตีของผมได้ทัน  ทำให้เกิดเสียงของการกระทบกันระหว่าง 2 ดาบ  โดยเป็นฝ่ายผมที่เป็นคนกระหน่ำฟันนับ  10 ครั้งติดต่อกัน  จนอันที่ 5ของปัจจุบันถึงกับเซถลาไปข้างหลังหลายก้าว   เพราะไม่สามารถต้านแรงการโจมตีได้ไหว  ก่อนจะสวนกลับด้วยทักษะ

                    ทักษะเพลงดาบระบำหงส์   ถลากลางดง

                    เทลเลอร์หมุนรอบตัวเอง  แล้วกระโดดลอยตัวอยู่เหนือพื้นดินเล็กน้อย   พลางตวัดดาบเป็นจังหวะขึ้นลงสร้างปราณดาบนับ10 ให้กระจายออกรอบข้าง ก่อนจะพลิกดาบในมือฟาดลงอย่างรวดเร็ว ส่งปราณดาบที่กระจายอย่างไร้ทิศให้ให้รวมตัวกัน  พุ่งเข้าหาผมเป็นทางเดียวอย่างรุนแรง

                    ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา    ชี้ทางมาร

                    ผมใช้ทักษะโจมตีเข้าปะทะ  โดยสร้างเกลียวดาบนับร้อยเล่มขึ้น ให้พุ่งโค้งขึ้นไปบนอากาศแล้ววกลงมาต้านการโจมตีของเทลเลอร์  จนปราณดาบที่หมุนควงกัน 10เล่มและเกลียวดาบนับร้อยชนกันกันอย่างพอดิบพอดี แถมยังดันกันไปมาโดยไม่มีทีท่าว่าจะหักล้างกันหรือสลายไปแต่อย่างใด   ซึ่งอันที่จริงแล้วเพลงดาบระบำหงส์นั้น  พื้นเพมันถือว่าเป็นเพลงดาบที่มีพลังการโจมตีที่ต่ำ  ไม่มีทางที่จะต่อกรกับเพลงดาบของผมได้แน่นอน    แต่เพราะมีทักษะเสริมอย่างทักษะมังกรคลั่ง  มันจึงสามารถแสดงอานุภาพได้อย่างเหลือล้น จนสามารถต้านรับทักษะเพลงดาบปัญจวชิราได้อย่างสูสี

                    ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา  ขั้นที่ 2  คมดาบตราอสูร   (ประทับตรามาร)

                    ผมตัดสินใจปล่อยดาบในมือให้เป็นอิสระแล้วใช้พลังออร่าควบคุม  ก่อนจะพลิกมือแล้ววาดออกไป  เป็นการบังคับดาบให้พุ่งตรงไปข้างหน้า  พร้อม ๆ กับสร้างดาบโปร่งแสงขนาดใหญ่สามเล่มเรียงซ้อนกัน  จากนั้นก็ฟาดลงทะลุทะลวงเกลียวดาบและปราณดาบของเทลเลอร์ให้แตกกระจุยอย่างรุนแรง

                ตูม!

                    ทักษะทั้งสองระเบิดแตกกระจายออก  และแรงกระแทกจากการระเบิดนั้นก็ส่งผลให้ร่างของเทลเลอร์ได้รับผลกระทบ  ร่างของเขากำลังลอยคว้างกลางอากาศไร้ที่ยึดเหนี่ยว  และผมก็เห็นโอกาสนั้นจัดแจงดึงดาบกลับมาในมือ  และอัดพลังออร่าเข้าไป  จากนั้นก็กระโดดลอยตัวขึ้นสูง  แล้วฟาดส่งพลังคลื่นลมดาบให้ปะทะเข้าที่หน้าอกของเทลเลอร์อย่างจัง

                ตูม!

                    ร่างของเทลเลอร์ถูกกระแทกให้จมลงไปในดินหลายเซนติเมตร   และแน่นิ่งไร้การตอบกลับในที่สุด  ผมร่อนตัวเองลงพื้นอย่างแผ่วเบา  ก่อนจะคลายพลังออร่าออกจากดาบ  ซึ่งมันก็แตกละเอียดในทันที

                    “ผมแพ้แล้ว  แพ้อย่างหมดท่าด้วย”        เทลเลอร์กล่าวออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบา แต่ผมกลับสัมผัสได้ว่ามันกำลังเจือด้วยความสะอื้นไห้ 

                    “เทลเลอร์เธอจะยอมแพ้แค่นี้เหรอ”       ผมพูดพลางเดินเข้าหาร่างของลูกศิษย์ตัวเองช้า ๆ

                    “มันไม่มีเหตุผลที่ผมต้องไปต่อนี่นะ   แค่นี้ก็รู้แล้วว่าผมมันอ่อนแอแค่ไหน  ที่ได้อันดับที่ 5 มานี่ก็ฟลุ๊กเต็มทีแล้ว  มันไม่ใช่อันดับที่น่าภูมิใจเลย  แต่มันเป็นอันดับที่อัปยศต่างหากล่ะ”    

                    แล้วในที่สุดน้ำตาแห่งความอัดอั้นใจ  และน้อยใจตัวเองหลาย ๆ อย่าง  ก็พรั่งพรูไหลลงอาบขอบตาของเทลเลอร์  และร่วงลงสู่พื้นดิน  มันคือน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ น้ำตาที่ย้ำกับตัวเองว่าเขาไม่มีวันที่จะสามารถแข็งแกร่งไปได้มากกว่านี้อีก  ผมเข้าใจดีเพราะผมก็ผ่านช่วงเวลานั้นมาเหมือนกัน  เพียงแต่จิตใจผมมันเข็มแข็งกว่าก็แค่นั้น  นี่คงจะสุด ๆ แล้วสินะเทลเลอร์

                    “ผมกับพี่ห่างกันมากจริงๆ   ระยะทางที่ผมจะเอื้อมมือไปแตะไหล่พี่มันไกลเกินไป”      

                    เทลเลอร์ยังคงพูดอย่างเลื่อนลอย  คลอไปด้วยเสียงสั่นเครือของความเสียใจ เขาเล่นเกมส์นี่มาตั้งนานเคยแพ้ก็ไม่ใช่น้อย แต่ก็ยังสามารถยืนหยัดฝ่าฟันจนเล่นมาได้ถึงทุกวันนี้  หากการแพ้ครั้งนี้มันต่างออกไป มันเป็นการแพ้ที่ย้ำเตือนว่าเขาจะไม่มีวันไปต่อเด็ดขาด

                    “ผมจะเลิกเล่นเกมส์แล้วละครับ”      

                    เป็นคำพูดที่ทำให้ผมถึงกับอึ้ง  เลิกเล่นอย่างงั้นหรือ    หากเป็นอย่างงั้นจริง ๆ มันก็ไม่ต่างจากตัวเราในตอนนั้นน่ะสิ    ไม่ได้...ผมจะให้เทลเลอร์ทำแบบนั้นไม่ได้  ไม่งั้นเขาก็จะเป็นคนไม่รู้จักต่อสู้กับความรู้สึกตัวเอง  เหมือนตัวผมเมื่อ 12 ปีก่อน  ที่กว่าจะทำใจได้ก็ต้องใช้เวลาเกือบ 3 ปีเต็ม

                    “เทลเลอร์”  ผมเรียกชื่อลูกศิษย์ตัวเองด้วยเสียงที่อ่อนโยนผิดปกติ    “รู้มั๊ยทำไมพี่ถึงออฟไลน์ไม่เล่นเกมส์นานถึง 12 ปี”

                    “เพราะแพ้ดราก้อนฟิชงั้นเหรอ”

                    “เพราะพี่มีความรู้สึกเหมือนเธอในตอนนี้ยังไงล่ะ”

                    “....”

                    “พี่เข้าใจว่าเธอรู้สึกยังไง แต่พี่ก็ไม่อยากให้เธอตามรอยที่ผิดพลาดนั่น รู้มั๊ยจนบัดนี้พี่ยังนึกเสียดายอยู่ตลอดเวลาเลยว่า  ถ้าหากย้อยเวลากลับไปได้อีกครั้ง  พี่จะไม่พูดคำสั่งออฟไลน์เด็ดขาด  แต่พี่จะลุกขึ้นยืนอีกครั้งแล้วเหวี่ยงดาบฟันความพ่ายแพ้  ที่มันตอกย้ำอยู่ในใจไปจนกว่าจะหมดลมหายใจ  และไม่ใช่แค่ในเกมส์แต่กับชีวิตจริงก็ด้วย”   เทลเลอร์ยังคงเงียบและไม่กล่าวใดๆ   ซึ่งผมก็ได้แค่นั่งคุกเข่าลงข้าง ๆ ร่างของเจ้าลูกศิษย์จอมทึ่มเท่านั้น

                    “เทลเลอร์...เธอน่ะแข็งแกร่งอยู่แล้ว  แค่ต้องการของเสริมเล็กน้อยเท่านั้น”

                    “ของเสริม”

                    “ใช่...ของเสริมที่ว่าก็คือทักษะดาบที่เหมาะกับตัวของเธอไงล่ะ”

                    “เหมาะกับตัวผม”      เทลเลอร์ทวนคำอย่างเลื่อนลอย  พลางใช้สายตาไล่ตามก้อนเมฆก้อนหนึ่งที่ล่องลอยอย่างอิสระตามแรงลม

                    “รู้มั๊ยทำไมพี่ไม่ถ่ายทอดทักษะดาบให้” เทลเลอร์พลิกหน้ามามองผมด้วยความสงสัย กระนั้นขอบตาก็ยังคงมีรื้นน้ำใส ๆ อยู่

                    “เพราะว่ามันไม่เข้ากับเธอไงล่ะ   แล้วรู้มั๊ยว่าทำไมพี่ใช้ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรามากกว่าทักษะเพลงดาบมหนภา”    เทลเลอร์ส่ายหัวทั้งน้ำตาน้อยๆ

                    “นั่นก็เพราะว่าพี่ใช้ออกได้ถนัดที่สุดน่ะสิ  แม้ว่าพลังโจมตีมันจะน้อยกว่าทักษะเพลงดาบมหนภา  แต่ว่ามันก็ใช้ได้บ่อยจนไม่มีปัญหา  แถมพี่ยังสามารถพลิกแพลงมันได้ทุกสถานการณ์อีก”

                    “แล้วผมจะหาทักษะแบบพี่ได้ยังไง  ทักษะดาบที่เหมาะกับตัวผม”

                    “ของบางอย่างน่ะต่อให้หาแทบตายมันก็ไม่เจอหรอก  แต่บางอย่างถ้ารอสักนิดมันก็จะมีคนเอามาให้”

                    “พี่เควินหมายความว่า”       เทลเลอร์ค่อย ๆ ยันตัวขึ้นนั่ง  แล้วปาดน้ำตาที่ยังไหลไม่หยุดแบบเด็ก ๆ

                    “ทักษะดาบที่เหมาะกับตัวเธอ   พี่เตรียมเอาไว้ให้แล้วอยู่ที่เผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์นี่แหละ”     แล้วเทลเลอร์ก็ถึงกับปล่อยโฮร้องไห้ออกมาทันทีที่พูดจบ นี่ผมอุตส่าห์ว่าปลอบแล้วนะกลับทำให้เจ้าลูกศิษย์ขี้แยนี่ร้องหนักกว่าเดิมอีกเหรอเนี้ย

                    “อย่าร้องสิ  เหมือนเด็กเลยเธอเองก็ปาไปตั้ง 18 แล้วนะ”

                    “ก็ผมดีใจนี่นา  ขอบคุณพี่เควินจริง ๆ   ผมคิดไม่ผิดเลยที่ขอเป็นลูกศิษย์พี่  แต่ทำไมถึงเอามาบอกผมป่านนี้ล่ะ”   ผมยิ้มให้เทลเลอร์น้อย ๆ ก่อนจะตอบออกไป

                    “ถ้าพี่ไม่ทำให้เธอพ่ายแพ้อย่างหมดรูป  เธอก็จะไม่มีวันแข็งแกร่งขึ้นมายังไงล่ะ  ความพ่ายแพ้น่ะไม่ใช่ลูกตุ้มหนัก100 ตันที่มีไว้ทับตัวเองหรอกนะ  แต่มันคือสะพานไม้ที่ทอดข้ามเพื่อให้เราก้าวเดินไปสู่ความสำเร็จต่างหาก”    

                    ผมกล่าวจบลงแต่เพียงเท่านั้น  แต่ดูเหมือนเทลเลอร์จะร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่หยุด  ราวกับว่าตัวเขาเองกำลังได้พบสิ่งสำคัญ  ที่ตามหามานานแสนนานเข้าให้แล้วยังไงยังงั้น 

                    ผมนั่งมองภาพนั่นอย่างนึกเอ็นดู  พลางนึกคิดย้อนไปว่าหากในตอนนั้นมีคนมานั่งปลอบผมแบบนี้ก็คงดีสินะ  และถ้าหากเป็นแบบนั้นจริงตอนนี้ผมก็ยังคงเล่นเกมส์นี้อยู่  แถมอาจจะอยู่ในระดับเทพเจ้าไปแล้วด้วยซ้ำ แต่ก็นะทุกอย่างมันมีเหตุผลของมันที่จะไม่เป็นเช่นดังที่เราหวังไว้...

                    “เทลเลอร์”   ผมยิ้มกว้างพลางเรียกชื่อของลูกศิษย์ตัวเอง    “เกมส์เซียออนไลน์สนุกมั๊ยล่ะ”

                    สิ้นคำถามของผมเจ้าลูกศิษย์ขี้แยนี่ก็หยุดร้องไห้แบบเด็กๆ   ก่อนจะหันมามองหน้าผมด้วยรอยยิ้มละไม  กระนั้นก็ยังมีอาการสะอึกสะอื้นอยู่นิด ๆ   แต่ในที่สุดเจ้าลูกศิษย์จอมทึ่มก็ตอบทั้ง ๆ ที่เสียงยังสั่นเครือ

                    “สนุกสิครับ  เกมส์เซียออนไลน์สนุกที่สุดในโลกเลย”

     


    คล้ายกับเรื่องTHE ONLINE WAR ฝ่าวิกฤติออนไลน์ทะลุโลก (Episode 1) ที่คุณอ่าน