แม้ผมจะบอกไปว่าจะพาเอกอนกับเจ้าลูกศิษย์จอมทึ่ม ไปทัศนากองทัพของเหล่าทหารนกฟินิกซ์ แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็พบว่าไคน์กับเวียร่าหายไปตอนที่ผมรับภารกิจ พวกเราเลยต้องเสียเวลาค่อนวันกว่าจะเจอ แล้วไปเจอที่ไหนไม่เจอดันไปเจอที่ลานของเล่นเด็กในหมู่บ้าน พอถามเหตุผลกับไคน์มันก็บอกว่าขี้เกียจเฝ้าเจ้านาย ส่วนเวียร่านั่นแค่ตามไคน์มาเฉย ๆ อีกทั้งเมื่อวานตอนเย็นก็ต้องเจอกับปัญหาใหญ่ ที่ดราก้อนฟิชส่งข่าวมาให้ และพอเค้นเอาคำอธิบายจากเทลเลอร์เพิ่มเติม ก็ทำให้ผมต้องนั่งกลุ้มในเช้าวันถัดมากับเอกอน โดยที่พักเรื่องไปพบเจอกองทัพนกฟินิกซ์ไปโดยปริยาย
“ทำไมพึ่งมาบอกเอาป่านนี้นะเทลเลอร์” ผมพูดคำนี้ย้ำไปย้ำมาเป็นสิบกว่ารอบแล้วในเช้าวันนี้ ส่วนเจ้าลูกศิษย์ของผมมันก็ตอบเหมือนเดิมทุกครั้ง
“ก็ไม่ถามเองนี่นะ ผมก็นึกว่าพี่รู้แล้ว” จากนั้นพวกเราก็เงียบกันไปอีกพลางถอนหายใจกันคนละเฮือก แล้วก็ยกช้อนกาแฟคนน้ำสีน้ำตาลร้อนๆ ที่เป็นเครื่องดื่มผสมกาเฟอีนในถ้วยพร้อมกันราวกับนัดไว้
“ฝีมือขนาดไหนกันนะ”
ผมเปรยออกมาอย่างเลื่อนลอย ก่อนจะยกกาแฟขึ้นจิบทีหนึ่ง สูดเอากลิ่นอายหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดที่ค่อยๆ ลอยเข้าจมูกผม ซึ่งมันก็เริ่มทำให้รู้สึกหัวสมองโปร่งขึ้นมานิดๆ แล้วตอนนี้เราก็นั่งกันอยู่ในร้านน้ำชากาแฟเล็กๆ ที่ตั้งไม่ไกลจากกระโจมของผู้นำเผ่าพันธุ์มากนัก
“ถ้าเป็นอย่างที่ดราก้อนฟิชพูด ก็คงต้องหนักมือกันทุกคนแน่ ๆ ” เป็นคำตอบจากเอกอนที่ไม่ได้ทำให้ผมสบายใจขึ้นสักนิด แต่ก็นั่นแหละมันก็ถูกอย่างที่เอกอนพูดจริง ๆ
“กังวลมากไปหรือเปล่า” เสียงของไคน์ลอดผ่านออกจากปากมาได้ในรอบ 2 วัน มันนั่งอยู่ข้าง ๆ ผมและแทนที่ในแก้วของมันจะเป็นกาแฟเหมือนของผม ก็กลับเป็นเพียงน้ำเปล่าที่ใส่น้ำแข็งแทน เหตุผลนะเหรอ ไคน์บอกว่ากินกาแฟไม่เป็น
“นั่นสิคะ นายท่านของข้าเก่งออกคงไม่เสร็จพวกเขาง่าย ๆ แน่” ดูเหมือนเวียร่าจะเห็นสีหน้าที่ไม่สบายใจของผม จนเธอต้องชะโงกหน้าจากข้าง ๆ ไคน์เข้ามาพูดปลอบใกล้ๆ
“ขอบใจนะเวียร่า แต่ขนาดนกกระจิบที่บินได้ยังต้องถูกเหยี่ยวรังแกเลย แล้วนับประสาอะไรกับมนุษยธรรมดาอย่างเราล่ะ ยังไงผมก็จะประมาทไม่ได้”
“ถูกอย่างที่เควินพูดนั่นแหละ และถ้าหากจะทำให้นกกระจิบจิกตาของเหยี่ยวให้ได้ละก็ ก็ต้องมีชั้นเชิงและระดับที่เหนือกว่า...” เอกอนพูดเสริมแล้วหยุดไป
“ซึ่งต้องเริ่มเดี๋ยวนี้เพราะมันไม่มีเวลามากแล้ว” ผมต่อประโยคพูดของเอกอนอีกนิดแล้วหันไปทางเทลเลอร์
“เจ้าลูกศิษย์” เทลเลอร์เงยหน้าจากถ้วยกาแฟแล้วมองหน้าผมอย่างงง ๆ
“ได้เวลาที่อาจารย์จำเป็นคนนี้ต้องสอนให้เธอเก่งขึ้นกว่าเดิมแล้วล่ะ”
“อะไรนะ...เดี๋ยวนี้เลยเหรอ” เทลเลอร์ทำหน้าอึ้ง ๆ แม้ว่าเขาจะแอบดีใจนิด ๆ แต่รวดเร็วแบบนี้มันไม่กะทันหันไปหน่อยเหรอ
“ก็ใช่...หรือต้องให้ถึงวันประลองก่อนค่อยฝึก”
“ถึงงั้นก็เถอะครับ แต่มันเหลือแค่วันเดียวเองนะครับจะทันเหรอ”
“ทันสิ...เธอเก่งอยู่ก่อนแล้ว ผมแค่ชี้แนะส่วนที่ตัวเองรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ ก็ทำให้เธอก้าวกระโดดได้แล้ว”
“เป็นดอกเตอร์ยังต้องใช้เวลาเรียนเกือบทั้งชีวิตเลย แล้วไอ้ความเก่งที่เพิ่มขึ้นเนี้ยมันจะทำได้ในวันเดียวเหรอ”
“เทลเลอร์” ผมเรียกชื่อเจ้าลูกศิษย์จอมทึ่มด้วยเสียงทุ่มต่ำ “พี่ขอถามเธอหน่อยนะ จากโรงเรียนไปบ้านของเธอ มีรันเวย์อากาศกี่เส้นที่ไปได้”
“ 5 เส้นทางครับ” เทลเลอร์ตอบโดยไม่ต้องคิดเพราะไปมาอยู่เป็นประจำทำไมจะไม่รู้
“แล้วทางไหนสั้นที่สุดที่กลับบ้านได้เร็ว”
“เส้นที่3 บนรันเวย์อากาศทางหลวง แต่ต้องเสียค่าผ่านทางนะ”
“พี่ก็จะใช้เส้นทางนั้นแหละ ที่ทำให้เธอเก่งขึ้นในวันเดียว แม้มันต้องเสียค่าผ่านทาง แต่ก็คุ้มเพราะมันถึงบ้านเร็ว” จากนั้นเทลเลอร์ก็ตาสว่างวาบ เขาคิดถูกแล้วที่ขอเป็นลูกศิษย์คน ๆ นี้จริง ๆ
“งั้นผมก็จะหาภารกิจแถวนี้ทำเพิ่มระดับตัวเองไปพลางๆ นะ” จู่ ๆ เอกอนก็พูดแทรกขึ้นมา เขายกกาแฟขึ้นดื่มรวดเดียวหมด ก่อนจะวางมันลงบนจานรองเบา ๆ แล้วลุกจากเก้าอี้ช้าๆ
“ตามสบาย”
+++++++++++++++++++
เคร้ง!!
นี่เป็นเสียงของดาบนรกานต์ที่เทลเลอร์ใช้มันฟันหินก้อนหนึ่งที่มีขนาดเท่าโอ่งมังกร แต่จนแล้วจนรอดมันก็ไม่ยักกะแตกซักที และถ้าหากถามเขาว่าเหตุใดถึงต้องเอาแรร์ไอเทมอันมีค่ามาแทะก้อนหินเล่น ก็คงต้องไปถามอาจารย์จำเป็นของเขาที่ตอนนี้นั่งแทะแอ๊ปเปิ้ลอย่างสบายใจเฉิบ ใต้ต้นไม้ไม่ไกลจากที่เขาอยู่
“พี่เควินทำไมไม่ถ่ายทอดทักษะให้ผมแล้วสอนใช้ล่ะครับ แบบนั้นมันจะเร็วกว่าไม่ใช่เหรอ แล้วไอ้ที่ให้ผมมาฟันก้อนหินให้แตกโดยไม่ผนึกพลังออร่าเนี้ย ผมยังไม่เห็นทางว่ามันจะเก่งขึ้นตรงไหน”
“แล้วมันแตกหรือยังล่ะ” ผมถามย้อนไปอย่างไม่ใส่ใจ ส่วนปากก็เตรียมงับแอปเปิ้ลอีกลูกที่เวียร่าส่งมาให้
“ยัง”
“งั้นก็ฟันต่อไป จนกว่ามันจะแตก”
เป็นคำสั่งที่สั้นแต่เทลเลอร์กลับไม่เข้าใจแถมเขาก็ยังรู้สึกเหนื่อยแล้วด้วย ซึ่งแน่นอนว่าไอ้ความรู้สึกเหนื่อยและสัมผัสทั้งหลายเนี่ย มันก็เป็นผลงานที่น่าภูมิใจของเซียออนไลน์ แต่กลับเป็นที่เอื่อมระอาของผู้เล่น เพราะมันสมจริงจนจะไม่เป็นเกมส์อยู่แล้ว
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เทลเลอร์ฟันต่อไปอย่างจำใจ จนผมที่นั่งมองเจ้าลูกศิษย์ไม่ได้เรื่องคนนี้เกิดนึกสงสารขึ้นมาชั่วขณะ ทำไมมันโง่แบบนี้เป็นอาชีพนักดาบแท้ ๆ แต่กลับไม่รู้ว่ามีทักษะประจำอาชีพที่ทำให้ไม่ต้องผนึกพลังออร่า ก็สามารถสร้างพลังโจมตีได้
“เทลเลอร์” ในที่สุดผมก็ลุกจากที่นั่งอยู่แล้วเดินเข้าไปหาลูกศิษย์ของตัวเอง ก่อนจะคว้าดาบนรกานต์ที่อยู่ในมือของเทลเลอร์มาถือไว้
“ดูให้ดีๆ ล่ะ”
ทักษะหนึ่งเดียว
เคร้ง! ตูม!
ก้อนหินแตกกระจายเป็นชิ้นๆ ทันทีที่ผมควงดาบในมือแล้วฟาดใส่อย่างเต็มแรง จนเทลเลอร์ที่ดูอยู่ถึงกับอ้าปากค้างตามอย่างงง ๆ เขาฟันมันเป็นร้อยครั้งกลับไม่แตก แต่เจ้าของฉายาจอมดาบสยบศาสตรากลับฟันทีเดียวหินกระจุยกระจาย โดยใช้แค่ทักษะประจำอาชีพที่เขาไม่เคยแม้แต่จะแตะต้อง
“ทักษะหนึ่งเดียว” เทลเลอร์อุทาน
“ใช่ เป็นทักษะประจำอาชีพที่ทำให้ดาบที่ฟันออกไปมีความรุนแรงและหนักหน่วง มันถือว่าเป็นเบสิคที่ต้องใช้ทุกครั้งก่อนจะใช้ทักษะพิเศษ เธอต้องหัดใช้มันจนเกิดความเคยชินเข้าใจรึยังจอมทึ่ม ไม่ใช่อยากจะโจมตีเมื่อไหร่ก็แค่เปิดใช้ทักษะพิเศษแล้วซัดตูมๆ อย่างเดียว มันเปลืองพลังออร่าโดยใช่เหตุเข้าใจมั๊ย”
เทลเลอร์ย่นหน้าเมื่อได้ยินคำอธิบายแบบนั้น ก่อนจะรับดาบมาจากผม แล้วหันหันไปหาก้อนหินอีกก้อนที่ตั้งอยู่ข้าง ๆกันแต่มีขนาดใหญ่กว่า จากนั้นก็ซัดมันจนแตกละเอียด ด้วยดาบนรกานต์ที่เปิดใช้ทักษะหนึ่งเดียวเข้าประกอบ
“เอาล่ะทีนี้ก็ลองโจมตีพี่มาซิ ให้โดนด้วยล่ะ” กล่าวจบผมก็เปิดหน้าต่างเก็บไอเทมขึ้นมา พร้อมกับหยิบดาบระดับ 2 ดาวขึ้นมาถือไว้ ซึ่งมันเป็นดาบที่ได้จากการดรอปของมอนสเตอร์ที่ตาย ตอนไปต้านกองทัพของมอนสเตอร์ที่ช่องเขาวันเดล
“แน่ใจเหรอว่าพี่จะสู้กับผม” ผมพยักหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะควงดาบไปมาด้วยมือข้างเดียวแล้วชี้ไปที่หน้าของเทลเทลอร์ ซึ่งเจ้าลูกศิษย์จอมทึ่มก็แค่ทำสีหน้าเคร่งขึมใส่ นี่เป็นโอกาสอันดีที่เขาจะได้วัดฝีมือตัวเองว่า อยู่ห่างจากจอมดาบสยบศาสตราเท่าไหร่
“ไม่ต้องยั้งมือนะ มีเท่าไหร่ใส่มาให้หมด”
ทักษะมังกรคลั่ง
ได้ตามคำขอเทลเลอร์เปิดใช้ทักษะไม้ตายของตัวเองแทบจะในทันที จนตอนนี้ร่างของเขาก็ค่อย ๆ ถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกสีแดงจางๆ ส่วนนัยน์ตานั้นก็วาววับได้ด้วยสีเขียวมรกต อันเป็นสัญญาณว่าทักษะที่ใช้เพิ่มพลังโจมตีเป็น20 เท่านั้นได้ถูกเปิดใช้แล้ว
“งั้นผมไม่เกรงใจละนะ”
ทักษะเพลงดาบระบำหงส์ ร่ายรำกลางฝน
สิ้นคำพูด เทลเลอร์พลิกดาบในมือตัวเอง ก่อนจะตวัดมันเป็นจังหวะส่งประกายดาบนับ 10เล่มพุ่งเข้าหาผมเป็นทางเดียว หากผมเพียงแค่หรี่ตาลงมองรูปแบบการโจมตีเท่านั้น แล้วพลิกดาบในมือเบา ๆ เพื่อใช้ทักษะต้านการโจมตี
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา กงล้อธรรม
ปราณดาบที่ถูกกวัดแกว่งจนกระจายเป็นวงกว้าง ต้านทักษะที่เทลเลอร์ใช้โจมตีมาได้อยู่หมัด แถมผมยังอัดพลังออร่าเพียว ๆ ใส่ดาบ ก่อนจะฟาดมันออกไปให้ทะลวงปราณดาบที่เรียงตัวเป็นรูปวงกลมนั้น ให้ทะลุเข้าถึงตัวเทลเลอร์จนเจ้าลูกศิษย์จอมทึ่มเกือบจะพลิกหลบไม่ทัน
ทักษะท่าเท้าข้ามภพ ก้าวพริบตา
ผมหายไปจากที่ยืน พลันไปปรากฎ ณเบื้องหลังของผู้ที่ได้รับฉายาว่า นักดาบมังกรคลั่งส่งผลให้เขาต้องเบิกตากว้างเมื่อพบว่า ผมกำลังฟันดาบลงมาด้วยทักษะคลื่นลมดาบอย่างหนังหน่วง
ทักษะเพลงดาบระบำหงส์ เริงร่าแสงจันทร์
เทลเลอร์ไม่คิดหลบ เขาดีดตัวให้ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วบิดดาบในมือหมุนควงพร้อมกับตัวเองเป็นจังหวะ ก่อนที่ร่างของเขาจะพลิ้วไหวอย่างหน้าประหลาด สามารถหลบเลี่ยงทักษะคลื่นลมดาบของผมได้พ้น แล้วสวนกลับด้วยคมดาบที่เร็วแทบมองไม่เห็น อันเกิดจากการร่ายรำดาบต่อเนื่องของเทลเลอร์อย่างอัศจรรย์
ทักษะเท่าเท้าข้ามภพ เที่ยวสวนพฤกษา
ร่างของผมพลิกหมุนหลบอย่างอ่อนช้อย จนวิถีดาบของเทลเลอร์ที่โจมตีมาเปลี่ยนไป มันเฉียดหลังของผมไปอย่างหวาดเสียวแต่กระนั้นผมก็ใช้โอกาสที่เทลเลอร์กำลังชักดาบกลับ สวนโจมตีต่อเนื่องทันที
ทักษะรัวฟัน
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เทลเลอร์ยกดาบขึ้นมาป้องการโจมตีของผมได้ทัน ทำให้เกิดเสียงของการกระทบกันระหว่าง 2 ดาบ โดยเป็นฝ่ายผมที่เป็นคนกระหน่ำฟันนับ 10 ครั้งติดต่อกัน จนอันที่ 5ของปัจจุบันถึงกับเซถลาไปข้างหลังหลายก้าว เพราะไม่สามารถต้านแรงการโจมตีได้ไหว ก่อนจะสวนกลับด้วยทักษะ
ทักษะเพลงดาบระบำหงส์ ถลากลางดง
เทลเลอร์หมุนรอบตัวเอง แล้วกระโดดลอยตัวอยู่เหนือพื้นดินเล็กน้อย พลางตวัดดาบเป็นจังหวะขึ้นลงสร้างปราณดาบนับ10 ให้กระจายออกรอบข้าง ก่อนจะพลิกดาบในมือฟาดลงอย่างรวดเร็ว ส่งปราณดาบที่กระจายอย่างไร้ทิศให้ให้รวมตัวกัน พุ่งเข้าหาผมเป็นทางเดียวอย่างรุนแรง
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา ชี้ทางมาร
ผมใช้ทักษะโจมตีเข้าปะทะ โดยสร้างเกลียวดาบนับร้อยเล่มขึ้น ให้พุ่งโค้งขึ้นไปบนอากาศแล้ววกลงมาต้านการโจมตีของเทลเลอร์ จนปราณดาบที่หมุนควงกัน 10เล่มและเกลียวดาบนับร้อยชนกันกันอย่างพอดิบพอดี แถมยังดันกันไปมาโดยไม่มีทีท่าว่าจะหักล้างกันหรือสลายไปแต่อย่างใด ซึ่งอันที่จริงแล้วเพลงดาบระบำหงส์นั้น พื้นเพมันถือว่าเป็นเพลงดาบที่มีพลังการโจมตีที่ต่ำ ไม่มีทางที่จะต่อกรกับเพลงดาบของผมได้แน่นอน แต่เพราะมีทักษะเสริมอย่างทักษะมังกรคลั่ง มันจึงสามารถแสดงอานุภาพได้อย่างเหลือล้น จนสามารถต้านรับทักษะเพลงดาบปัญจวชิราได้อย่างสูสี
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา ขั้นที่ 2 คมดาบตราอสูร (ประทับตรามาร)
ผมตัดสินใจปล่อยดาบในมือให้เป็นอิสระแล้วใช้พลังออร่าควบคุม ก่อนจะพลิกมือแล้ววาดออกไป เป็นการบังคับดาบให้พุ่งตรงไปข้างหน้า พร้อม ๆ กับสร้างดาบโปร่งแสงขนาดใหญ่สามเล่มเรียงซ้อนกัน จากนั้นก็ฟาดลงทะลุทะลวงเกลียวดาบและปราณดาบของเทลเลอร์ให้แตกกระจุยอย่างรุนแรง
ตูม!
ทักษะทั้งสองระเบิดแตกกระจายออก และแรงกระแทกจากการระเบิดนั้นก็ส่งผลให้ร่างของเทลเลอร์ได้รับผลกระทบ ร่างของเขากำลังลอยคว้างกลางอากาศไร้ที่ยึดเหนี่ยว และผมก็เห็นโอกาสนั้นจัดแจงดึงดาบกลับมาในมือ และอัดพลังออร่าเข้าไป จากนั้นก็กระโดดลอยตัวขึ้นสูง แล้วฟาดส่งพลังคลื่นลมดาบให้ปะทะเข้าที่หน้าอกของเทลเลอร์อย่างจัง
ตูม!
ร่างของเทลเลอร์ถูกกระแทกให้จมลงไปในดินหลายเซนติเมตร และแน่นิ่งไร้การตอบกลับในที่สุด ผมร่อนตัวเองลงพื้นอย่างแผ่วเบา ก่อนจะคลายพลังออร่าออกจากดาบ ซึ่งมันก็แตกละเอียดในทันที
“ผมแพ้แล้ว แพ้อย่างหมดท่าด้วย” เทลเลอร์กล่าวออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบา แต่ผมกลับสัมผัสได้ว่ามันกำลังเจือด้วยความสะอื้นไห้
“เทลเลอร์เธอจะยอมแพ้แค่นี้เหรอ” ผมพูดพลางเดินเข้าหาร่างของลูกศิษย์ตัวเองช้า ๆ
“มันไม่มีเหตุผลที่ผมต้องไปต่อนี่นะ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าผมมันอ่อนแอแค่ไหน ที่ได้อันดับที่ 5 มานี่ก็ฟลุ๊กเต็มทีแล้ว มันไม่ใช่อันดับที่น่าภูมิใจเลย แต่มันเป็นอันดับที่อัปยศต่างหากล่ะ”
แล้วในที่สุดน้ำตาแห่งความอัดอั้นใจ และน้อยใจตัวเองหลาย ๆ อย่าง ก็พรั่งพรูไหลลงอาบขอบตาของเทลเลอร์ และร่วงลงสู่พื้นดิน มันคือน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ น้ำตาที่ย้ำกับตัวเองว่าเขาไม่มีวันที่จะสามารถแข็งแกร่งไปได้มากกว่านี้อีก ผมเข้าใจดีเพราะผมก็ผ่านช่วงเวลานั้นมาเหมือนกัน เพียงแต่จิตใจผมมันเข็มแข็งกว่าก็แค่นั้น นี่คงจะสุด ๆ แล้วสินะเทลเลอร์
“ผมกับพี่ห่างกันมากจริงๆ ระยะทางที่ผมจะเอื้อมมือไปแตะไหล่พี่มันไกลเกินไป”
เทลเลอร์ยังคงพูดอย่างเลื่อนลอย คลอไปด้วยเสียงสั่นเครือของความเสียใจ เขาเล่นเกมส์นี่มาตั้งนานเคยแพ้ก็ไม่ใช่น้อย แต่ก็ยังสามารถยืนหยัดฝ่าฟันจนเล่นมาได้ถึงทุกวันนี้ หากการแพ้ครั้งนี้มันต่างออกไป มันเป็นการแพ้ที่ย้ำเตือนว่าเขาจะไม่มีวันไปต่อเด็ดขาด
“ผมจะเลิกเล่นเกมส์แล้วละครับ”
เป็นคำพูดที่ทำให้ผมถึงกับอึ้ง เลิกเล่นอย่างงั้นหรือ หากเป็นอย่างงั้นจริง ๆ มันก็ไม่ต่างจากตัวเราในตอนนั้นน่ะสิ ไม่ได้...ผมจะให้เทลเลอร์ทำแบบนั้นไม่ได้ ไม่งั้นเขาก็จะเป็นคนไม่รู้จักต่อสู้กับความรู้สึกตัวเอง เหมือนตัวผมเมื่อ 12 ปีก่อน ที่กว่าจะทำใจได้ก็ต้องใช้เวลาเกือบ 3 ปีเต็ม
“เทลเลอร์” ผมเรียกชื่อลูกศิษย์ตัวเองด้วยเสียงที่อ่อนโยนผิดปกติ “รู้มั๊ยทำไมพี่ถึงออฟไลน์ไม่เล่นเกมส์นานถึง 12 ปี”
“เพราะแพ้ดราก้อนฟิชงั้นเหรอ”
“เพราะพี่มีความรู้สึกเหมือนเธอในตอนนี้ยังไงล่ะ”
“....”
“พี่เข้าใจว่าเธอรู้สึกยังไง แต่พี่ก็ไม่อยากให้เธอตามรอยที่ผิดพลาดนั่น รู้มั๊ยจนบัดนี้พี่ยังนึกเสียดายอยู่ตลอดเวลาเลยว่า ถ้าหากย้อยเวลากลับไปได้อีกครั้ง พี่จะไม่พูดคำสั่งออฟไลน์เด็ดขาด แต่พี่จะลุกขึ้นยืนอีกครั้งแล้วเหวี่ยงดาบฟันความพ่ายแพ้ ที่มันตอกย้ำอยู่ในใจไปจนกว่าจะหมดลมหายใจ และไม่ใช่แค่ในเกมส์แต่กับชีวิตจริงก็ด้วย” เทลเลอร์ยังคงเงียบและไม่กล่าวใดๆ ซึ่งผมก็ได้แค่นั่งคุกเข่าลงข้าง ๆ ร่างของเจ้าลูกศิษย์จอมทึ่มเท่านั้น
“เทลเลอร์...เธอน่ะแข็งแกร่งอยู่แล้ว แค่ต้องการของเสริมเล็กน้อยเท่านั้น”
“ของเสริม”
“ใช่...ของเสริมที่ว่าก็คือทักษะดาบที่เหมาะกับตัวของเธอไงล่ะ”
“เหมาะกับตัวผม” เทลเลอร์ทวนคำอย่างเลื่อนลอย พลางใช้สายตาไล่ตามก้อนเมฆก้อนหนึ่งที่ล่องลอยอย่างอิสระตามแรงลม
“รู้มั๊ยทำไมพี่ไม่ถ่ายทอดทักษะดาบให้” เทลเลอร์พลิกหน้ามามองผมด้วยความสงสัย กระนั้นขอบตาก็ยังคงมีรื้นน้ำใส ๆ อยู่
“เพราะว่ามันไม่เข้ากับเธอไงล่ะ แล้วรู้มั๊ยว่าทำไมพี่ใช้ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรามากกว่าทักษะเพลงดาบมหนภา” เทลเลอร์ส่ายหัวทั้งน้ำตาน้อยๆ
“นั่นก็เพราะว่าพี่ใช้ออกได้ถนัดที่สุดน่ะสิ แม้ว่าพลังโจมตีมันจะน้อยกว่าทักษะเพลงดาบมหนภา แต่ว่ามันก็ใช้ได้บ่อยจนไม่มีปัญหา แถมพี่ยังสามารถพลิกแพลงมันได้ทุกสถานการณ์อีก”
“แล้วผมจะหาทักษะแบบพี่ได้ยังไง ทักษะดาบที่เหมาะกับตัวผม”
“ของบางอย่างน่ะต่อให้หาแทบตายมันก็ไม่เจอหรอก แต่บางอย่างถ้ารอสักนิดมันก็จะมีคนเอามาให้”
“พี่เควินหมายความว่า” เทลเลอร์ค่อย ๆ ยันตัวขึ้นนั่ง แล้วปาดน้ำตาที่ยังไหลไม่หยุดแบบเด็ก ๆ
“ทักษะดาบที่เหมาะกับตัวเธอ พี่เตรียมเอาไว้ให้แล้วอยู่ที่เผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์นี่แหละ” แล้วเทลเลอร์ก็ถึงกับปล่อยโฮร้องไห้ออกมาทันทีที่พูดจบ นี่ผมอุตส่าห์ว่าปลอบแล้วนะกลับทำให้เจ้าลูกศิษย์ขี้แยนี่ร้องหนักกว่าเดิมอีกเหรอเนี้ย
“อย่าร้องสิ เหมือนเด็กเลยเธอเองก็ปาไปตั้ง 18 แล้วนะ”
“ก็ผมดีใจนี่นา ขอบคุณพี่เควินจริง ๆ ผมคิดไม่ผิดเลยที่ขอเป็นลูกศิษย์พี่ แต่ทำไมถึงเอามาบอกผมป่านนี้ล่ะ” ผมยิ้มให้เทลเลอร์น้อย ๆ ก่อนจะตอบออกไป
“ถ้าพี่ไม่ทำให้เธอพ่ายแพ้อย่างหมดรูป เธอก็จะไม่มีวันแข็งแกร่งขึ้นมายังไงล่ะ ความพ่ายแพ้น่ะไม่ใช่ลูกตุ้มหนัก100 ตันที่มีไว้ทับตัวเองหรอกนะ แต่มันคือสะพานไม้ที่ทอดข้ามเพื่อให้เราก้าวเดินไปสู่ความสำเร็จต่างหาก”
ผมกล่าวจบลงแต่เพียงเท่านั้น แต่ดูเหมือนเทลเลอร์จะร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่หยุด ราวกับว่าตัวเขาเองกำลังได้พบสิ่งสำคัญ ที่ตามหามานานแสนนานเข้าให้แล้วยังไงยังงั้น
ผมนั่งมองภาพนั่นอย่างนึกเอ็นดู พลางนึกคิดย้อนไปว่าหากในตอนนั้นมีคนมานั่งปลอบผมแบบนี้ก็คงดีสินะ และถ้าหากเป็นแบบนั้นจริงตอนนี้ผมก็ยังคงเล่นเกมส์นี้อยู่ แถมอาจจะอยู่ในระดับเทพเจ้าไปแล้วด้วยซ้ำ แต่ก็นะทุกอย่างมันมีเหตุผลของมันที่จะไม่เป็นเช่นดังที่เราหวังไว้...
“เทลเลอร์” ผมยิ้มกว้างพลางเรียกชื่อของลูกศิษย์ตัวเอง “เกมส์เซียออนไลน์สนุกมั๊ยล่ะ”
สิ้นคำถามของผมเจ้าลูกศิษย์ขี้แยนี่ก็หยุดร้องไห้แบบเด็กๆ ก่อนจะหันมามองหน้าผมด้วยรอยยิ้มละไม กระนั้นก็ยังมีอาการสะอึกสะอื้นอยู่นิด ๆ แต่ในที่สุดเจ้าลูกศิษย์จอมทึ่มก็ตอบทั้ง ๆ ที่เสียงยังสั่นเครือ
“สนุกสิครับ เกมส์เซียออนไลน์สนุกที่สุดในโลกเลย”