ความคิดฟุ้งซ่านในใจของหลี่จิ้งถิงทำให้นางไม่ยอมอยู่ห่างจากหลี่เยี่ยนฟางเลยสักนิด เด็กหญิงคว้ากอดเอวมารดาเอาไว้จนแน่นไม่ยอมปล่อยด้วยความกลัวจะต้องสูญเสียคนสำคัญในชีวิตไป ตอนนี้ดูเหมือนว่าไม่ว่าหลี่เยี่ยนฟางจะพูดปลอบเช่นไร หลี่จิ้งถิงก็จะตอบสนองกลับมาแค่การกอดนางเอาไว้จนแน่นไม่พูดไม่จา
ยามนี้จิตใจของหลี่เยี่ยนฟางตึงเครียดยิ่งนักแต่นางก็ไม่กล้าพูดออกมา ได้แต่มองไปทางหลี่จิ้งถิงด้วยความเป็ห่วง
ทางด้านหลี่จิ้งถิงเองก็ลอบแอบมองมารดาด้วยความเป็ห่วงอยู่เป็ระยะด้วยเช่นกัน
“ถิงเอ๋อร์สายป่านนี้แล้วเ้ายังไม่ได้กินอะไรเลย ลุกขึ้นไปหาอะไรกินสักหน่อยไหม”
หลี่จิ้งถิงแหงนหน้าขึ้นมองมารดาพลางส่ายศีรษะ
“เ้าไม่หิวแต่ยามนี้แม่รู้สึกหิวขึ้นมาแล้วนะถ้าอย่างไรเ้าลุกขึ้นไปอุ่นโจ๊กที่เหลือเมื่อคืนให้แม่สักหน่อยได้ไหม”
พอได้ยินดังนั้นหลี่จิงถิงก็รีบลุกขึ้นทันทีแต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่วายหันหลังกลับมามองหลี่เยี่ยนฟางด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์
เมื่อหลี่จิ้งถิงไปแล้วหลี่เยี่ยนฟางที่นอนอยู่บนเตียงก็มีสีหน้าหม่นลงทันใด พอกะพริบตาดวงตากลมโตก็หลั่งน้ำตาออกมาทันที พร้อมกับหัวใจที่หดรัดด้วยความเ็ป
ไม่ว่าอย่างไร ดูเหมือนว่านางจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานจนเห็นหลี่จิ้งถิงเติบโตจริงๆ ความคิดเช่นนี้ทำให้หลี่เยี่ยนฟางต้องเม้มปากเอาไว้จนแน่นเพื่อกลั้นไม่ให้เสียงร้องไห้ดังออกมาจนบุตรสาวได้ยินระหว่างนั้นก็จ้องมองไปที่ประตูอยู่ตลอด เพราะกลัวว่าหลี่จิ้งถิงจะกลับมาเห็นนางร้องไห้จนตัวสั่นสะท้านไปหมด
ส่วนลึกในหัวใจของหลี่เยี่ยนฟางรู้สึกหวาดกลัวไปหมดความตายนั้นกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ ๆ นางแล้วแต่นางยังไม่พร้อมที่จะรับมือกับการพลัดพรากในครั้งนี้ได้เลย
และที่สำคัญหลี่จิ้งถิงจะมีชีวิตอยู่คนเดียวได้อย่างไร โดยปราศจากมารดาคอยปกป้องคุ้มครองในใจของหลี่เยี่ยนฟางนึกตัดพ้อเจตนาของ์
หลี่จิ้งถิงจ้องมองมารดาที่เพิ่งงีบหลับไปหลังจากกินโจ๊กไปได้แค่ไม่กี่คำด้วยความเป็ห่วงเด็กหญิงสังเกตเห็นท่าทางอ่อนเพลียผนวกกับใบหน้าซีดขาวอย่างผิดปกติของผู้เป็แม่ได้อย่างชัดเจน ฝ่ามือของอีกฝ่ายเย็นเฉียบจนหลี่จิ้งถิงรู้สึกใ
พอย้อนคิดถึงความลำบากตลอดหลายปีที่ผ่านมาของมารดาก็ทำให้หลี่จิ้งถิงเข้าใจได้ทันทีว่าสาเหตุที่หลี่เยี่ยนฟางมีสุขภาพร่างกายที่ทรุดโทรมส่วนหนึ่งเป็เพราะการที่ต้องเลี้ยงดูนางด้วยตัวคนเดียว และไม่ว่าท่านแม่จะพยายามสักเท่าใดเงินทองที่หามาได้นั้นก็ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายของพวกนางสองแม่ลูกสักที
หลี่จิ้งถิงรู้ดีว่าเงินทองและข้าวของมีค่าในบ้านล้วนขาดแคลนไม่เพียงพอจะซื้อหายารักษาโรค รวมถึงอาหารบำรุงร่างกายให้มารดา
ทว่าไม่มีเงินก็เป็เื่หนึ่งแต่ไม่ได้หมายความว่าเด็กเล็ก ๆ อย่างหลี่จิ้งถิงจะไม่รู้จักวิธีการหาเงินสักหน่อย
ว่าไปแล้วก็นับเป็ความโชคดีที่หลี่จิ้งถิงเคยไปช่วยงานที่ร้านขายผ้ามาก่อนดังนั้นพอหลี่เยี่ยนฟางล้มป่วยไม่สามารถไปทำงานได้เด็กหญิงจึงรวบรวมความกล้าเข้าไปพูดคุยหารือกับเถ้าแก่ร้าน ขอมาทำงานแทนมารดา โดยจะขอรับค่าแรงเพียงครึ่งหนึ่งที่หลี่เยี่ยนฟางเคยได้รับ
เถ้าแก่ร้านหรี่ตาลงพลางถาม“เ้าแน่ใจนะ”
“แน่ใจเ้าคะแต่ว่าข้าขอรับค่าแรงล่วงหน้าสักเดือนครึ่งเดือนก่อนได้ไหมข้า้าเงินไปจ่ายค่าหมอกับค่ายาก่อน”
เถ้าแก่ร้านไต่ถามเด็กหญิงอีกสองสามคำก็ตอบตกลงเขารู้ดีว่าสองแม่ลูกเป็คนซื่อสัตย์และในใจก็บังเกิดความเห็นอกเห็นใจหลี่จิ้งถิงด้วย จะมีเด็กเล็ก ๆ สักกี่คนที่พอประสบเื่ราวหนักหนาสาหัสแบบนางแล้ว ยังสามารถประคับประคองสติเช่นนี้ได้
อีกอย่างพอคิดคำนวณดูดีๆ แล้ว การว่าจ้างเด็กขยันรู้ความอย่างหลี่จิ้งถิง ก็มีส่วนช่วยให้ร้านขายผ้าของเขามีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วยนั่นเป็เพราะไม่รู้ว่าหลี่จิ้งถิงมีกลวิธีอะไรลูกค้าถึงได้เอ็นดูนางจนจับจ่ายกันได้คล่องมือเสียเหลือเกิน
หลังจากหลี่จิ้งถิงได้เงินค่าแรงล่วงหน้าจากเถ้าแก่ร้านมานางก็รีบนำเงินไปเชิญท่านหมออีกหลายคน ให้มาตรวจอาการของมารดา ท่านหมอเ่าั้ไต่ถามอาการพลางตรวจจับชีพจรของหลี่เยี่ยนฟางแล้วก็พากันส่ายหน้า พูดอ้อมค้อมออกมาคล้ายๆ กันว่า
“อาการป่วยของมารดาเ้าคงต้องแล้วแต่ลิขิต์แล้วล่ะ”
พอได้ยินคำตอบเดิมๆ ซ้ำ ๆ กันหลายครั้งเข้า ดวงตาของหลี่จิ้งถิงก็ทอแววผิดหวัง สิ่งที่ท่านหมอคนแรกกล่าวเป็ความจริงทั้งหมดมารดาของนางจะมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกไม่นาน
หลี่จิ้งถิงรู้สึกหมดแรงจนร่างกายแทบจะทรุดลงอย่างห่อเหี่ยวแต่ทว่าเมื่อเหลือบเห็นใบหน้าซีดเซียวของมารดาเด็กหญิงก็พลันได้สติแสร้งทำตัวสุขุม พลางยิ้มกลบเกลื่อนพูดให้กำลังใจหลี่เยี่ยนฟาง
“ท่านแม่ ท่านไม่ต้องเป็กังวลนะลูกจะตั้งใจทำงานหาเงิน และไปตามหาท่านหมอเก่ง ๆ มารักษาท่านให้ได้”
ในใจของหลี่เยี่ยนฟางยามนี้เ็ปทรมานเหมือนถูกทิ่มแทงแม้ว่านางจะรู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนแรงมากเพียงใด ทว่าปากกลับต้องฝืนยิ้มพยักหน้าให้บุตรสาวอย่างเข้มแข็ง
หลังจากนั้นหลี่จิ้งถิงก็ใช้ข้ออ้างในการหุงหาอาหารก้าวออกจากห้องไปช้า ๆ พยายามรักษาสีหน้านิ่งสงบเอาไว้ พอพ้นจากประตูห้องเด็กหญิงที่ฝืนทนจนแทบจะไม่ไหวแล้ว ก็น้ำตาไหลพรากออกมาทันทีอย่างสุดจะกลั้นแต่ถึงกระนั้นหลี่จิ้งถิงที่ตัวสั่นไปทั้งร่าง ก็มิอาจส่งเสียงออกมาได้ทั้งที่รู้สึกเ็ปจนใจจะขาดแล้วก็ตาม
เนื่องจากทุกคนในหมู่บ้านล้วนรู้จักกันหมดพอพวกเขาได้ทราบข่าวว่า หลี่เยี่ยนฟางล้มป่วยอย่างหนักต่างก็พากันมาเยี่ยมมิได้ขาด อีกทั้งบ้านทุกหลังล้วนอยู่ห่างกันไม่ไกลหลี่จิ้งถิงเองก็เรียกขานพวกเขาว่า “ท่านลุง ท่านป้า” มาตลอด
ดังนั้นพอพวกเขาได้ยินว่าหลี่จิ้งถิงต้องออกจากบ้านไปทำงานหาเงินมารักษามารดา ก็อาสาพากันมาช่วยผลัดเปลี่ยนดูแลหลี่เยี่ยนฟางด้วยความเต็มใจ
เพราะโดยปกติเมื่อพวกเขาเสร็จจากงานในไร่ในสวนยามเช้าแล้วถ้าไม่ใช่ฤดูเก็บเกี่ยวตอนบ่ายก็มักจะอยู่ว่าง ไม่นั่งเย็บผ้า ก็หั่นผักเพื่อตากเอาไว้เก็บกินเป็เสบียงหรือนอนพักผ่อนเอาแรง ดังนั้นการที่จะแบ่งเวลามาดูแลหลี่เยี่ยนฟางบ้างจึงไม่นับว่าเป็เื่หนักหนาอันใด
หลี่จิ้งถิงเองก็รู้ดีว่าทุกเวลานั้นมีค่าพอนางจัดแจงธุระเื่ส่วนตัวในตอนเช้าของหลี่เยี่ยนฟางเสร็จเรียบร้อยและเห็นว่ามารดามีบรรดาพวกป้า ๆ น้า ๆ คอยช่วยดูแลแล้วก็รู้สึกโล่งอกโชคดีที่คนรอบข้างล้วนเป็คนจิตใจดีไม่เช่นนั้นป่านนี้หลี่จิ้งถิงคงไม่รู้จะเอาชีวิตรอดอย่างไรแล้ว
เป็เพราะต้องใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วยามกว่าที่จะเดินทางมาถึงร้านขายผ้า ดังนั้นทุกวันเด็กหญิงจำต้องเร่งฝีเท้าด้วยความรีบร้อนเพราะกลัวว่าจะเข้าทำงานสาย
พอเถ้าแก่ร้านเห็นหลี่จิ้งถิงที่ปอยผมบนหน้าผากชื้นไปด้วยเหงื่อยืนพ่นลมหายใจด้วยความเหนื่อยหอบอยู่หน้าร้าน ก็พูดออกมาคำหนึ่งว่า
“ต่อไปถ้าไม่สะดวกจะเข้างานสายหน่อยก็ได้เช้า ๆ อย่างนี้ลูกค้ายังไม่มาก ข้าคนเดียวก็รับมือได้”
หลี่จิ้งถิงที่มีเหงื่อออกเต็มตัวไหนเลยจะกล้ารับคำ นางกลัวว่าจะเสียงานนี้ไปแทบตาย เด็กหญิงรีบขอโทษขอโพย พอเห็นเถ้าแก่ร้านไม่เอาผิดนางก็เดินเข้าไปจัดการงานที่ได้รับมอบหมายทันที
เห็นดังนั้นริมฝีปากที่ขยับจะห้ามของเถ้าแก่ร้านปิดสนิทลงเป็เพราะเขาเข้าใจดีจึงถอนหายใจ
‘ช่างเถิดต่อไปชีวิตความเป็อยู่ของเสี่ยวถิงจะยิ่งต้องลำบากมากกว่านี้ไม่ใช่จะลำบากแค่วันนี้สักหน่อย’ คำพูดนี้เขาได้แต่คิดในใจไม่กล้าพูดออกมา
ระหว่างวันหลี่จิ้งถิงยุ่งวุ่นวายกับงานในร้านไม่ได้หยุดเนื่องจากเมืองแห่งนี้ไม่ได้ใหญ่มาก ทางเลือกของลูกค้าจึงมีไม่มากนักพอลูกค้าก้าวเดินเข้ามา เด็กหญิงก็รีบเข้าไปต้อนรับพลางสอบถามถึงความ้าด้วยสีหน้าเปี่ยมรอยยิ้ม
แน่นอนว่าลูกค้าทุกคนที่เข้าร้านมาไม่ได้มาเพื่อจับจ่าย บางคนเพียงแค่้าเข้ามาสอบถามและเปรียบเทียบราคาเท่านั้นหน้าที่ของหลี่จิ้งถิงก็คือทำให้พวกเขาเปลี่ยนใจ หันมาซื้อสินค้าในร้านของตนให้ได้
“ผ้าปักลายผืนนี้ช่วยขับผิวของพี่สาวให้งามผุดผาดมากเลยนะเ้าคะ”หลี่จิ้งถิงพูดขึ้นหลังจากเห็นลูกค้าหญิงท่านนี้พลิกม้วนผ้าไปมาอยู่หลายพับ
“จริงรึไหนเ้าลองหยิบขึ้นมาทาบกับแขนของข้าดูหน่อยสิ”
“อุ๊ย งามจริง ๆเ้าคะ” หลี่จิ้งถิงอุทานขึ้น พร้อมกับเอ่ยชมอย่างไม่ลังเล
ลูกค้าหันมามองเด็กหญิงอย่างไม่ค่อยแน่ใจนักแต่พอเห็นรอยยิ้มที่ดูจริงใจของนาง ก็พยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะสั่งให้หลี่จิ้งถิงจัดการห่อและคิดเงิน
พอลูกค้าเดินออกไปแล้วเถ้าแก่ร้านก็หันมาจ้องมองหลี่จิ้งถิงด้วยสายตาตั้งคำถาม เขาคิดไม่ถึงว่าแค่คำพูดเอ่ยชื่นชมประโยคเดียวของเด็กหญิง ก็สามารถทำให้ลูกค้าเปลี่ยนใจได้ง่าย ๆ
“ข้าไม่ได้หลอกลวงพี่สาวผู้นั้นนะเ้าคะผ้าผืนนั้นข้ากล้ารับรองเลยว่า ถ้านางเอาไปตัดชุดสวมใส่ จะต้องงดงามมากแน่ ๆ”หลี่จิ้งถิงรีบอธิบายทันที เมื่อสังเกตเห็นสายตาสงสัยของเถ้าแก่ร้าน
“อ้อเ้าแค่พูดความจริง ก็สามารถทำให้ลูกค้าเปลี่ยนใจได้งั้นหรือ”
“เ้าค่ะสำหรับลูกค้าแล้ว ความซื่อสัตย์และจริงใจของผู้ค้าสำคัญที่สุดถ้านางเห็นว่าคำพูดของข้าเป็ความจริง ภายหน้านางก็จะกลับมาซื้อสินค้าของร้านเราเรื่อยๆ อีกทั้งยังจะช่วยบอกต่อด้วย”
เถ้าแก่ร้านฟังแล้วก็เห็นเป็จริงเขาก็แค่อยากจะตรวจสอบให้มั่นใจว่า ที่แท้หลี่จิ้งถิง้าอยากจะแค่ขายของหรือตั้งใจแนะนำสินค้าให้ลูกค้าจริง ๆ เท่านั้น
แม้ว่าตัวเขาจะมีอาชีพเป็พ่อค้าที่ขึ้นชื่อว่าค่อนข้างตระหนี่ แต่เื่หลอกลวงผู้อื่นเพื่อหวังเอาเงินมาก ๆ ก็มิใช่วิสัยที่เขาจะกระทำอย่างแน่นอน
“จำไว้นะเสี่ยวถิงสำหรับคนค้าขายอย่างเรา ความซื่อสัตย์สำคัญที่สุดอย่าได้คิดทำเื่โง่เง่าเหลวไหลอย่างการหลอกลวงลูกค้าเด็ดขาด ต่อให้ในใจเ้าจะรู้ดีว่าการมีเงินมาก ๆ นั้นเป็เื่ดีเพียงใด แต่ตราบใดที่เ้ายังต้องอาศัยอาชีพพ่อค้าเพื่อดำรงชีวิตก็ควรจะให้เกียรติอาชีพของตนเองให้มากที่สุด”
เถ้าแก่ร้านกล่าวตักเตือนด้วยความเป็ห่วงเพราะยามนี้ครอบครัวของเด็กหญิงตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน เขากลัวว่านางจะได้รับความเดือดร้อนในอนาคตดังนั้นจึงอยากจะให้หลี่จิ้งถิงรู้จักชั่งใจก่อนที่จะกระทำการใด ๆ ลงไป
กล่าวกันว่าเบ้าหลอมของความยากลำบาก จะสามารถหล่อหลอมคนออกมาได้หลากหลายและมีเอกลักษณ์ที่สะท้อนความในใจลึก ๆ ของคนผู้นั้นออกมาได้ดีที่สุด
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ปากหวานแถมยังขยันมาก ๆ ด้วยนะ สาวน้อยคนนี้ ไม่รู้ว่าพี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคนอ่านแล้วรู้สึกอย่างไรกันบ้างค่ะ
ฝากสนับสนุนน้องด้วยการกด
กดติดตาม กดเพิ่มเข้าชั้นเอาไว้ด้วยน้า
ส่วนใครที่อยากจะคอมเม้นท์ยินดีเลยค่ะ น้อมรับทุกการติชม ^^