“ ข้าต้องการของจากเจ้าสามอย่าง คือ แก่นเลือด 2 หยด เกล็ดหัวใจ 1 ชิ้นและเขี้ยวมังกรสามชิ้น แล้วต่อไปพวกเราก็ไม่มีอะไรติดค้างกันอีก” เทียนยื่นข้อเสนอ มังกรสามหัว ยอมรับทุกอย่าง มังกรสามหัว นำของที่เทียนต้องการมาให้แล้วรีบจากไปในทันที
เทียนนำแก่นเลือดมังกรสองหยดมาใส่น้ำทิพย์ สองขวด แล้วนำไปให้หยางเจี่ยนกับ ฉานน้อยดื่มกันคนละขวด พอทั้งสองดื่มเข้าไป พลังงานของมังกรก็เข้าสู่ร่างกายของเด็กทั้งสองคน เทียนใช้พลังเทพเซียน ค่อยๆ ปรับพลังให้เลือดมังกรเข้าผสมเข้ากับเลือดของของเด็กทั้งสองคน อย่างช้าๆ
ปราณในร่างของเด็กทั้งสองคนก็มีพลังเพิ่มขึ้นแบบพุ่งพรวดโดยหยางเจี่ยนมีพลังเทพขึ้นมาที่ระดับ ราชันยุทธ์ที่ 61 ส่วน ฉานน้อย กลับแปลกกว่าเพราะพลังยุทธ์ไม่ขึ้นเลย แต่มีวิญญาณยุทธ์พุ่งขึ้นมาถึงระดับ จักรพรรดิยุทธ์ระดับ 81 เทียนตกใจยิ่งนักรีบมองร่างกายของฉานน้อยทันที ในที่สุดก็พบว่า มีพลังเซียนที่หนาแน่นอยู่ในโคมวิเศษ ฉานน้อยสามารถซึมซับได้แต่เพียงผู้เดียว ยิ่งฉานน้อย อยู่กับโคมวิเศษมากเท่าไรฉานน้อยก็จะบรรลุเป็นเซียนเร็วขึ้นเท่านั้น
เทียนให้ฉานน้อยไปนอนในโคมวิเศษเช่นเดิม จากนั้นเทียนก็นำเขี้ยวมังกรสามหัวเอามาหลอมรวมกัน กับทวนสวรรค์ที่เทียนได้สร้างเอาไว้ ทำให้ทวนสวรรค์ มีพลังมังกร หัวทวนกลายเป็นสามแฉก ลวดลายตัวหอกมีมังกรสามหัวขดอยู่โดยรอบ
กลายเป็นทวนมังกรสวรรค์ เทียนสร้างขึ้นมาเพื่อให้หยางเจี่ยน มีอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุด แล้วเรียกหยางเจี่ยนเข้ามารับไป แล้วมอบเกล็ดหัวใจมังกรพร้อมสอนวิธีใช้เป็นสัตว์วิญญาณเอาไว้คอยปกป้องตนเอง เทียนไล่ให้หยางเจี่ยนไปฝึกวิชาไกลๆ เดี๋ยวจะทำให้ฉานน้อยตื่นขึ้นมา หยางเจี่ยนก็ค่อยๆ ย่องออกไป ฝึกวิชาทวนมังกรและสัตว์วิญญาณมังกร ส่วนเทียนก็นั่งสมาธิสงบจิตใจทั้งคืน
พอตื่นเช้ามาเห็น ฉานน้อยยังไม่ตื่น มีกลีบบัวคอยโอบกอดป้องกันเอาไว้ เทียนเลยออกไปข้างนอก
เห็นต้นมะพร้าวที่มีอยู่เต็มชายหาด ถูกหยางเจี่ยนทำลายจนเหลือแต่ตอ ส่วนตัวหยางเจี่ยนนอนกอดทวนมังกรไม่ยอมปล่อยอยู่ที่ชายหาด เทียนต้องไปปลุกให้เตรียมตัวออกเดินทางได้แล้ว แล้วทั้งสามคนก็นั่งเรือเหาะ ลอยไปตามยันต์นำทาง เทียนกำลังทาอาหารให้เด็กทั้งสอง โดยทำคอนแฟลกใส่นมญี่ปุ่นให้เด็กทั้งสองกิน คนละชาม
วันนี้หยางเจี่ยนขอเพิ่มเป็นถ้วยที่สาม ส่วนฉานน้อยก็ขอเพิ่มเป็นถ้วยที่สอง
“ อาจารย์เปลี่ยนใจไม่ไปเทือกเขาเหมยซานแล้ว อาจารย์จะไปหาใครคนหนึ่ง เขาถูกกักขังไว้ที่ ภูเขาเถาซาน ฉานน้อยคิดถึงแม่ไหม” เทียนถามฉานน้อยที่กำลังยกซดคอนแฟลกอย่างอร่อย
“ ฉานน้อยคิดถึงแม่ที่สุดเลย” ฉานน้อยกินคอนแฟลกไปด้วยแล้วเริ่มน้ำตาไหลอีกแล้ว
“ อาจารย์จะไปช่วยท่านแม่ จริงๆ นะ” หยางเจี่ยนรีบเอ่ยด้วยความดีใจ
“ ใช่แล้ว อาจารย์สงสารฉานน้อย ร้องไห้หาแม่ทุกคืนเลย อาจารย์เลยคิดว่าไปช่วยแม่ของพวกเจ้าให้ออกมาก่อน แล้วค่อย มาที่ภูเขาเหมยซานกัน”
“ เย้ ฉานน้อยจะได้เจอแม่แล้ว” ฉานน้อยลุกจากเก้าอี้วิ่งเข้ามากอดเทียนด้วยความดีใจ
สภาสวรรค์
“ฝ่าบาทบัดนี้มังกรสมุทรสามหัวทำการล้มเหลวบาดเจ็บสาหัส กระหม่อมว่างานนี้คงต้องให้องค์ชายสุริยันทั้งเก้า ออกโรงแล้วพระเจ้าค่ะ” สือโฮ่ว แนะนำ
“ ให้พวกเขาออกมา แล้วโลกมนุษย์ไม่เกิดหายนะเลยหรือ”
“ เรื่องนี้ถือว่าเป็นเคราะห์กรรมของพวกมนุษย์เอง พวกเรามีหน้าที่รักษากฎสวรรค์ มิอาจช่วยได้”
“ ท่านผู้คุ้มกฎ พูดถูก เรายังคงต้องรักษากฎแห่งสวรรค์นี้เอาไว้” เจ้าแมหวังหมู่สนับสนุน
“ แล้วท่านรู้หรือไม่ พวกมันเวลานี้ไปไหนกัน” เง็กเซียนคนนี้ไม่รู้ได้ตำแหน่งมาได้อย่างไร ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย
“ เวลานี้พวกมันกำลังบุกไปช่วย เทพธิดาเหยาจี แต่คราวนี้พวกมันได้เจอกับองค์ชายสุริยันทั้งเก้าอย่างแน่นอน” ผู้ค้มกฏวางแผนไว้อย่างเรียบร้อย
เขาเถาซาน
“ ท่านขุนพลเทียนเผิง ระดับขุนพลอย่างท่าน แทนที่จะอยู่บนสวรรค์ ทำไมพวกเขายังส่งท่านมาทำงาน เป็นยาม คอยเฝ้าเทพธิดาที่มีลูกกับมนุษย์แล้วตั้งสามคนด้วย” เสียงคนพูดด้วยน้ำเสียงเริ่มเมาแล้ว ถึงได้ใจกล้าพูดเช่นนี้
“ เฮอะ ก็เพราะมีเด็กน้อย คนหนึ่งมันมีฤทธิ์เดชนัก ตบข้าฝ่ามือเดียว ร่างข้าลอยลิ่วปลิวเหมือนว่าวขาด สลบไปสามวัน ดีที่ข้ามีปราณเซียนคุ้มครองมิเช่นนั้นข้าคง ตายไปแล้ว พอข้าฟื้นขึ้นมาพอไปเข้าเฝ้า ไม่ทันไรก็ถูกสั่งมาคุมที่นี่กับพวกเจ้านี่แหละ” ขุนเพิงเทียนเผิง เอ่ยอย่างน้อยใจ ทันใดนั้น ก็มีเรือเหาะแล่นเข้ามาในภูเขาแห่งนี้ นั่นคือเทียน หยางเจี่ยน และ ฉานน้อย ขุนพลเทียนเผิงเห็นเป็นเทียน
ก็ได้แต่ยืนนิ่งเฉยไม่กล้าพูดอะไร สั่งให้ลูกน้องเขาขัดขวางไม่ให้เทียน เข้าไปด้านในได้ เทียนเห็นมีเพียงทหารสวรรค์เฝ้าแค่ไม่กี่สิบคน จึงใช้ฝ่ามือคุนเผิง สะบัดทีเดียว ร่างทหาสวรรค์ก็ลอยลิ่วกระเด็นตกเขาลอยลิ่วไปไกล
ขุนพลเทียนเผิง กระโดดมาขวางหน้าอีกรอบ
“ นี่แกยังอยู่อีกเหรอเนี่ย” เทียนจำหน้าขุนพลเทียนเผิงได้
“ ข้าจะปล่อยให้เจ้าเข้า ชิงตัวนักโทษไม่ได้” ขุนพลเทียนเผิงยืนจังก้าถือทวนขวางเอาไว้
“ หยางเจี่ยน ลองใช้ทวนมังกรสวรรค์ ฟาดมันสักทีสองทีซิ” เทียนสั่งให้หยางเจี่ยนลองจัดการด้วยตนเองดูบ้าง เพราะมั่นใจว่า น่าจะสู้ได้
หยางเจี่ยนเด็กชายวัย 8 ขวบกระโดดลอยตัวใช้ทวนมังกรสวรค์ฟาดใส่ขุนพลเทียนเผิง โครม ! ทวนของขุนพลเทียนเผิงไม่สามารถต้านทานพลัง ทวนมังกรสวรรค์ได้ หักกลาง ร่างของขุนพลเทียนเผงถูก รัศมีพลังของทวนมังกรสวรรค์กระเด็นถอยไปหลายก้าว หยางเจี่ยนเปิดตาที่สาม ปล่อยลำแสงออกไปอีกครั้ง ถูกขุนพลเทียนเผิงเข้าที่ลำตัว ร่างของขุนพลเทียนเผิง กระเด็นลอยไปอีกครั้ง กระอักโลหิตออกมา แต่ขุนพลเทียนเผิง ยังลุกขึ้นมาได้ เพราะพลังของหยางเจี่ยนยังอ่อนด้อยกว่า พลังเซียนของขุนพลเทียนเผิงยิ่งนัก
จากนั้นหยางเจี่ยนก็ปล่อยพลังวิญญาณสัตว์มังกรออกมารวมพลัง กับ ทวนมังกรสวรรค์เข้าโจมตี ขุนพลเทียนผิงอีกครั้ง คราวนี้ ด้วยพลังของมังกรสามหัว ขุนพลเทียนเผิง ที่ไม่มีร่างสัตว์วิญญาณมาช่วย จึงโดนหยางเจี่ยนใช้ทวนมังกรไล่ฟันจนภูเขาเถาซานแตกเป็นเสี่ยงๆ ร่างของขุนพลเทียนเผิง ถูกกระแทกกระเด็นไปไกลลิบอีกครั้ง หยางเจี่ยนดีใจยิ่งนักที่ตนเองสามารถกำราบ ขุนพลสวรรค์ได้ด้วยตนเอง หลังจากที่หยางเจี่ยนฟัน ภูเขาเถาซานแตกเป็นเสี่ยง เทพธิดาเหยาจีก็ปรากฏร่างขึ้นมา โดยที่ถูกล่ามด้วยโซ่สีเงินขนาดใหญ่ นั่งร้องไห้เมื่อเห็นหยางเจี่ยนมาหา แล้ว มองเห็นฉานน้อย ยิ่งร้องไห้หนักขึ้นไปอีก ฉานน้อยขี่โคมวิเศษลอยไปหา เทพธิดาเหยาจีก่อนหยางเจียนเสียอีก
“ ท่านแม่ ฉานน้อยมาแล้ว ฉานน้อยคิดถึงท่านแม่เหลือเกิน” เด็กหญิงน้อยวิ่งโผหาแม่ แล้วร่ำไห้ด้วยความคิดถึง เทพธิดาเหยาจีกอดบุตรสาวตัวเองแน่นน้ำตาไหล แล้วหยางเจี่ยนก็มาถึง สามคนแม่ลูกกอดกันร้องไห้ ระงมไปหมด
เทียนมองดูสามคนแม่ลูก แล้วคิดว่าตัวเองคิดถูกแล้ว ที่พาเด็กทั้งสองมาพบแม่ของพวกเขาก่อน เทียนเดินมาแล้วปล่อยพลังเหมันต์ที่โซ่ ที่รัดเอาไวแล้วอัดพลังเข้าไปอีกที ทำให้โซ่แตกละเอียด ปลดปล่อยเทพธิดาเหยาจีออกเป็นอิสระ จากนั้นเทียนก็รู้สึกอากาศ
บนภูเขาเถาซานนั้นร้อนขึ้น กว่าปกติหลายเท่า บนท้องฟ้าปรากฏชายหนุ่มเก้าคน
หน้าตาเหมือนๆกัน ค่อยๆ เดินลงมาร่างกายของพวกเขานั้น มีเปลวไฟปกคลุมอยู่ทุก ๆ คน
ราชินีเหยาจีเห็นดั้งนั้น ก็ดึงลูกทั้งสองคนมาไว้ที่ด้านหลัง
“ เสด็จพี่สุริยันทั้งเก้า ได้โปรดปล่อยบุตรทั้งสองข้าไปด้วยเถิด ข้ายินดีรับโทษแล้ว อย่าทำอะไรพวกเขาเลย” เหยาจีคุกเข่าของร้องชายทั้งเก้าคนทันที
“ น้องสาว พวกมนุษย์ต่ำต้อยพวกนี้ เจ้าจะสนใจไปทำไม ชีวิตเยี่ยงมดปลวกแบบนี้ บี้ให้ตายไป ก็ไม่น่าเสียใจอะไรหรอก”
“ พวกเขาก็มีศักดิ์เป็นหลานของท่านนะ” เทพธิดาเหยาจีรีบเอ่ยขอร้อง
“ เฮอะ อย่าคิดเอาพวกมนุษย์ชั้นต่ำมานับญาติกับพวกเรา เหล่าเทพผู้สูงส่ง
พวกมันต้องแหงนหน้ามองพวกเราอยู่บนฟ้า รอให้พวกเรา มอบความเมตตาหรือความตาย ให้พวกมันเมื่อไร” องค์ชายสุริยันคนที่2 เอ่ยแบบเดียวกับ คนแรก
“ ไอ้พวกเทพปากหมาทั้งหลายเห่าหอนกันพอแล้วหรือยัง” เทียนเริ่มทนกิริยาท่าทางของไอ้แฝดเก้าคนนี่ไม่ไหวแล้ว ทุกคนได้ฟังก็ตกใจ ไม่คิดว่าเทียนจะหาญกล้าด่าทอ พวกเทพชั้นสูงอย่างพวกเขา
“ แก แก ....” องค์ชายสุริยันทั้งเก้า ไม่เคยโดนด่าแบบนี้ ก็ตกใจไม่รู้ว่าจะด่ากลับเทียนไปอย่างไร
“ ปากหมาอย่างพวกแก คงไม่เคยมีใครเอาตะกร้อมาปิดปาก บ้างเลยซินะ ถึงได้เห่าหอนไปทั่วแบบนี้”
“ แก...แก...” องค์ชายทั้งเก้าก็ยังนึกคำด่ากลับไม่ได้เพราะไม่เคยเจอมนุษย์ที่ด่าได้เจ็บแสบแบบนี้ต่อหน้า
“ ทำไม พ่อแม่พวกแก ไม่เคยสั่งสอนเลยใช่ไหม ถึงได้กล้าพูดจาดูถูกมนุษย์ไปทั่วแบบนี้”
“ แก...แก ไอ้มนุษย์ แกเป็นใคร” นึกว่าจะด่าว่าอะไร พูดได้แค่นี้เอง
“ พ่อแกไง” เทียนด่าอัดกลับไป ทั้งเก้าคนทนไม่ไหวแล้วใช้ ฝ่ามือปล่อยพลังเพลิง เข้าใส่เทียนทันที ไม่พูดด้วยอีกแล้ว เทียนใช้พลังอัคคีสุริยันเข้าต้านทานพลังเพลิงของทั้งสิบคน แล้วหันไปบอกให้ ฉานน้อยพาทุกคนหลบเข้าไปอยู่ในโคมวิเศษก่อน พลังอัคคีสุริยันของเทียนไม่สามารถต้านทานพลังของ องค์ชายสุริยันทั้งเก้าได้อย่างแน่นอน เทียนจึงเปิดตาที่สาม แล้วปล่อยแสงเลเซอร์ออกไป
โดนองค์ชายสุริยันทั้งเก้าคน ถึงกับกระอักเลือด เทียนใช้ฝ่ามือยูไลกระแทกเข้าใส่ไปอีกครั้ง ทั้งเก้าคนถูกฝ่ามือยูไล กระแทกเข้าใบหน้าลำตัว ตลอดไม่มีหยุดยั้ง
ทำให้บางคนที่เข้ามาตอนนี้จากหน้าหล่อเหลา กลายเป็นหน้าบวมเป็นหมูไปจนหมด สร้างความโกรธแค้นให้กลับองค์ชายทั้งเก้ายิ่งนัก
“แกตายไปเสียให้หมดโลกเลย เจ้าพวกมนุษย์” องค์ชายสุริยันทั้งเก้าคนพูดจบก็แปลงร่างเป็นดวงอาฑิตย์ใหญ่โต ขึ้นไปอยู่บนฟ้า ทีละคน ทีละคน จนครบทั้งเก้าดวง ความร้อนจากดวงอาฑิตย์ทั้งเก้าดวง ส่องลงมาที่พื้นดิน ทำให้พื้นดินแห้งกรอบทันที เริ่มจะขยายเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะ จากองค์ชายสุริยันที่กลายเป็นดวงอาฑิตย์ไปแล้ว
“ ไอ้พวกเทพชั่วช้า ไม่ควรมีชีวิตอยู่บนโลกนี้จริงๆ” เทียนหยิบธนูยิงตะวันออกมาแล้วลอยตัวขึ้นไปบนท้องฟ้า แล้วใช้พลังเซียนในร่างที่มีทั้งหมด หยิบลูกศรออกมาทีละสามดอก แล้วยิงเข้าใส่ดวงอาฑิตย์ ไปสามครั้ง ดวงอาฑิตยทั้งเก้าดวงถูกลูกธนูวิเศษเข้าตรงจุดศูนย์กลางระเบิดไปพร้อม ๆกันทีละสามดวง กลายเป็นสะเก็ดเพลิงลอยออกนอกอวกาศ ไม่ตกมาบนโลก สักดวง
เหตุการณ์นี้อยู่ในสายตาของเทพธิดาฉางเอ๋อมาตลอด จึงรีบลงมาจากดวงจันทร์มาปรากฏร่างต่อหน้าเทียนแล้วเอ่ยว่า
“ ท่านพี่โฮ่วอี้ ในที่สุดท่านพี่ก็กลับมาแล้ว” เทียนมองเห็นเทพธิดาฉางเอ๋อที่สวยงามปานนางฟ้าแต่งกายด้วยชุดสีขาวนวล จู่ ๆ ก็มาปรากฏตรงหน้า ทำให้เทียนถึงกับขนกายลุกชันด้วยความตื่นตะลึง กับความงามในเบื้องหน้า
“ พี่สาวจำผิดคนแล้ว ข้าชื่อหลี่เทียน ไม่ใช่โฮ่วอี้” เทียนบอกไปตามความจริง
ไม่คิดจะโกหกเธอ แล้วก็หันร่างบินลงมาที่พื้นดิน แล้วฉานน้อยก็วิ่งยกมือทั้งสองข้างเข้ามาหาเทียน
“ อาจารย์ อาจารย์เก่งที่สุดเลย” เทียนจึงต้องอุ้มฉานน้อยขึ้นมา โดยที่เทพธิดาเหยาจีมองหน้าเทียนอย่างตะลึง ส่วนหยางเจี่ยนนั่นมั่นใจในตัวอาจารย์ของเขาอยู่แล้ว ยิ่งเห็นแบบนี้ทำให้เขายิ่งเคารพในตัวอาจารย์มากขึ้น
“ ต้องขอบใจท่านอาจารย์เทียนมากที่ได้ช่วยดูแลลูกทั้งสองของข้า พวกเขาทั้งสองดูแข็งแกร่งขึ้นมาก ข้ารู้สึกเป็นหนึ้บุญคุณท่านยิ่งนัก ข้าขอฝากเด็กทั้งสองไว้กับท่านด้วย พวกเขาต้องปลอดภัยแน่ ๆ แค่นี้ข้าก็ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว”
เทียนปล่อยให้ฉานน้อยลงแล้วให้ไปกอดแม่เหยาจีเอาไว้
“ ไม่ต้องคิดมาก ยังไงก็คนกันเอง ข้าแค่เห็นฉานน้อยนอนร้องไห้หาท่านทุกคืนก็เลยทนไม่ไหวก็เลยมาช่วยท่าน” กำลังคุยกันอยู่นั้น เทพธิดาฉางเอ๋อ ก็มาปรากฏกายขึ้น
“ เทพธิดาฉางเอ๋อ”
“ เทพธิดาเหยาจี”
ทั้งสองคนกล่าวทักทายกันทำให้เทียนรู้ว่า เธอคือ เทพธิดาพระจันทร์ฉางเอ๋อ เป็นคนรักขอ โฮ่วอี้ในอดีต คนที่คนใช้ธนูยิงอาฑิตย์ เป็นคนแรก และมีความรักกัน แต่ว่า สวรรค์มีกฎห้าม มนุษย์กับชาวสวรรค์มีความรักกัน ทำให้ทั้งสองคนต้องแยกจากกัน กลายเป็นตำนานรัก ระหว่างมนุษย์กับนางฟ้า ที่ไม่สมหวังในยุคแรก
“ พวกท่านไม่ต้องห่วง เรื่องนี้ข้าสามารถช่วยพวกท่านได้สมหวัง ได้อยู่พร้อมกันทั้งสามคนแม่ลูกได้ โดยไม่ต้องหนี ทหารสวรรค์อีกต่อไป” เทพธิดาฉางเอ๋อเอ่ยออกมาแบบนี้ ทำให้ เหยาจี รู้สึกตื่นเต้นยินดียิ่งนัก เทียนก็ยืนฟังอยากรู้ว่าสาวงามนางนี้จะมีคำแนะนำอย่างไร
“ เชิญเทพธิดา แนะนำด้วย” เหยาจีเอ่ยถามทันที
“ เวลานี้เด็กทั้งสองคนล้วนถูกตามล่าโดย ทหารสวรรค์ แต่มีวิธีหนึ่ง ที่จะทำให้พวกเขาไม่ต้องถูกตามล่า คือ ให้หยางเจี่ยนไปเป็นขุนพลสวรรค์ทำงานรับใช้สวรรค์ และทำความดีชดเชยให้กับพวกท่าน แค่นี้ พวกเขาก็ไม่ต้องตามล่าพวกท่านอีกต่อไป และอีกอย่าง หยางฉานมีโคมวิเศษของพระแม่หนี่วา เท่ากับว่าหยางฉานเป็นคนของพระแม่หนี่วา ไม่มีชาวสวรรค์คนไหนกล้าทำร้าย หยางฉานได้อีกต่อไป เรื่องนี้ข้าจะนำไปแจ้งต่อเจ้าแม่หวังหมู่ ท่านต้องตอบรับข้อเสนอนี้แน่ เหลือแต่เจ้าหยางเจี่ยน จะยอมแบกภาระนี้ไหม” เทพธิดาฉางเอ๋อ เอ่ยจบก็หันมามองหน้าหยางเจียนวัย แปดขวบที่ทำหน้าสับสน แล้วหันหน้าไปหาเทียนเหมือนกับจะถามว่า อาจารย์ว่าเขาควรทำเช่นไรดี...