ตงฉินยึดอำนาจ

    ตงฉินยึดอำนาจ_35_เต็มไปด้วยกับดัก

    ในขณะนี้หน้าผากของ ติงจื่อหย่วน ก็เริ่มมีเหงื่อออก เนื่องจากข้อตกลงล่วงหน้าระหว่างพวกเขากับซัพพลายเออร์ ที่จะใช้อุบายบางอย่างปั่นราคาให้ ราคาของซัพพลายเออร์สูงกว่าราคาท้องตลาด จากนั้นซัพพลายเออร์ก็จะหาโอกาสคืนเงินให้หลิวชิงหยู่ โดยใช้เรื่องนี้ส่งให้คณะกรรมาธิการตรวจสอบวินัย ทำการตรวจสอบหลิวชิงหยู่ แน่นอนว่าหลิวชิงหยู่คงไม่สามารถโต้แย้งได้ เมื่อถึงเวลา ซัพพลายเออร์แค่แสร้งกัดฟัน ป้ายความผิดให้หลิวชิงหยู่ ว่าจงใจติดสินบนพวกเขา จากนั้นเสวี่ยเหวินหลงก็สามารถเล่นงานหลิวชิงหยู่ได้อย่างเต็มที่ ขณะที่ซัพพลายเออร์พ้นความผิดโดยไม่มีปัญหาใดๆ ตามมา แต่ตอนนี้ หลิวชิงหยู่ได้ตั้งเงื่อนไขเช่นนี้ขึ้นมา เท่ากับเป็นการสกัดหมากตาแรกของ ติงจื่อหย่วน


    ติงจื่อหย่วนรู้สึกหดหู่เล็กน้อย หลังจากที่หลิวชิงหยู่ได้เป็นหัวหน้าทีมอย่างเป็นทางการ เขาก็ต้องทำตามคำสั่งหัวหน้าทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเห็น หลิวชิงหยู่ พูดจบก็เอนหลังพิงเก้าอี้แล้วหลับตาลง เขาจึงรู้ได้ว่าหลิวชิงหยู่ไม่ใช่คนธรรมดาๆ ดังนั้นเขาจึงกลอกตาไปมา เมื่อถึงขั้นตอนการประมูลราคา ติงจื่อหย่วนก็ได้แจ้งเงื่อนไขความคิดเห็นของหลิวชิงหยู่ ให้กับเหล่าซัพพลายเออร์ ในขณะที่พูดคุยกัน เขาก็ขยิบตาให้ทุกคนหวังให้ซัพพลายเออร์ทั้งหลายวางใจ


    ในการเสนอราคาสามรอบถัดไปแม้ว่าการแข่งขันระหว่างทั้งสามบริษัทจะดูดุเดือด แต่ในความเป็นจริงเนื่องจากใบเสนอราคารอบแรกของพวกเขาค่อนข้างสูง แต่หลังจากผ่านสามรอบราคาของพวกเขา ก็ยังสูงกว่าราคาตลาดเล็กน้อย จากนั้นติงจื่อหย่วนก็ทำรายงานสรุปส่งให้หลิวชิงหยู่ อย่างไรก็ตามราคาของทั้งสามก็ยังคงสูงกว่าราคาตลาด


    หลังจากฟังรายงานแล้ว หลิวชิงหยู่ก็ยิ้มขึ้นบางๆ แล้วกล่าวว่า “ผู้อำนวยการติง คุณเรียก ตัวแทนบริษัททั้งสามเข้ามาที ผมมีบางอย่างจะบอกพวกเขา”


    ในไม่ช้า ตัวแทนซัพพลายเออร์จากบริษัททั้งสามก็กลับมาห้องประมูลอีกครั้ง


    หลิวชิงหยู่ เหลือบมองตัวแทนซัพพลายเออร์ทั้งสามคน ก่อนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ทุกคนดูเหมือนว่าจะไม่ให้ความสำคัญกับการประมูลสินค้าเพื่อการบรรเทาทุกข์เลย เพราะพวกคุณไม่รับฟังความเห็นที่ผมเสนอไป ดังนั้น ผมจะขอยกเลิกการประมูลครั้งนี้ให้กลายเป็นโมฆะ” หลิวชิงหยู่ พูดจบก็หันไปมอง ติงจื่อหย่วน ด้วยสายตาเย็นชาแล้วพูดว่า “ผู้อำนวยการติง ผมไม่รู้ว่าซัพพลายเออร์ทั้งสามถูกเชิญมาได้ยังไง ผมไม่รู้ว่าเขามีคุณสมบัติหรือไม่ อย่างไรก็ตาม อย่าหาว่าผมไม่เห็นแก่หน้าสำนักงานประมูลราคาของคุณ เพราะเรื่องนี้คุณควรจะเป็นฝ่ายที่เห็นแก่หน้าผม และตอนนี้ซัพพลายเออร์ทั้งหลายก็ทำเป็นหูทวนลม ขนาดส่งใบเสนอราคาถึงสามรอบ ราคาก็ยังสูงกว่าท้องตลาดอยู่ดี เป็นเพราะทั้งสามอาจคิดว่าผมยังเด็ก เมื่อเป็นแบบนั้นผมคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องเชิญทั้งสามบริษัทนี้มาอีก และไม่จำเป็นต้องเชิญซัพพลายเออร์จากเทศมณฑล เราหาจากตำบลกวนซานหรือตำบลอื่นๆ ในเทศมณฑลจิงหลินก็ได้ ผมเชื่อว่าเราไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะไม่สามารถหาซัพพลายเออร์ได้ เนื่องจากนี่เป็นโครงการใหญ่ที่มีกำลังจัดซื้อมูลค่ากว่า 5 ล้านหยวน” หลิวชิงหยู่ น้ำเสียงของเขาดูจริงจังมากเวลาที่พูด คำกล่าวของเขามันเท่ากับการไล่ซัพพลายเออร์ทั้งสามออกไป คราวนี้ไม่เพียงติงจื่อหยวน แม้แต่ซัพพลายเออร์ทั้งสาม ก็ยังตื่นตระหนก โครงการที่มีกำลังซื้อจำนวนกว่า 5 ล้านหยวน ถือเป็นโปรเจกต์ใหญ่ แม้กำไรต่อหน่วยจะค่อนข้างต่ำ แต่ด้วยการซื้อจำนวนมากกำไรที่ได้ย่อมสูงตาม โครงการนี้จึงถือเป็นโครงการที่สร้างกำไรมหาศาล นับเป็นโครงการที่ไม่ว่าใครก็ไม่อยากพลาด นอกจากนี้ยังมีความปลอดภัยสูง เนื่องจากเป็นการค้ากับหน่วยงานของรัฐ อีกทั้งกวนซานยังมีกำลังทรัพย์พร้อม และไม่ต้องกังวลว่าอีกฝ่ายจะเบี้ยวหรือไม่มีเงินจ่าย ทำให้ตัวแทนทั้งสามต่างพากันมองไปยัง ติงจื่อหย่วน ก่อนจะเหลือบมองไปที่ หลิวชิงหยู่ ด้วยความวิตก


    บัดนี้ ติงจื่อหย่วน เริ่มรู้สึกหวั่นเกรงต่อหลิวชิงหยู่ เขาไม่คิดว่าหลิวชิงหยู่จะเด็ดขาดขนาดนี้ เขาจึงรีบพูดหลิวชิงหยู่ว่า “นายกหลิว ผมคิดว่านี่ไม่เหมาะสม เพราะซัพพลายเออร์เหล่านี้ มีความสำคัญต่อเทศมณฑลเรา พวกเขามีส่วนร่วมในการจำหน่ายผลผลิตพืชผลมากมาย ดังนั้นเราควรสนับสนุนพวกเขาอย่างเต็มกำลัง”


    หลิวชิงหยู่กล่าวขึ้นอย่างเย็นชาว่า “จริงอยู่ว่าเราควรจะสนับสนุนผู้ผลิตในท้องถิ่น แต่อีกฝ่ายก็ควรปฏิบัติตามเงื่อนไข แต่พวกเขากลับไม่ยอมปฏิบัติตามขอบเขตเงื่อนไข ในฐานะที่ผมเป็นหัวหน้าฝ่ายประเมิน ผมย่อมมีสิทธิ์ในการตัดสินใจจริงไหม หรือไม่อย่างนั้นคุณมาเป็นหัวหน้าแทนดีไหมล่ะ” หลิวชิงหยู่ กล่าวขึ้นด้วยท่าทีขึงขัง


    หลิวชิงหยู่ รู้มาว่าติงจื่อหย่วนปฏิบัติหน้าที่มานานแล้ว ฉะนั้นมั่นใจได้เลยว่าอีกฝ่ายไม่มีทางปล่อยให้เขาถอนตัวออกจากตำแหน่งหัวหน้าอย่างแน่นอน


    และก็ไปเป็นตามที่หลิวชิงหยู่ คิดเอาไว้ ติงจื่อหย่วน รีบพูดขึ้นอย่างรวดเร็วว่า “ท่านนายกหลิว ถ้าอย่างนั้นผมจะให้โอกาสพวกเขาเสนอราคาอีกสองรอบ ผมเชื่อว่าพวกเขาจะลดราคาให้ต่ำกว่าตลาดแน่นอน”


    หลิวชิงหยู่ขมวดคิ้วแน่น หลังจากนั้นก็คิดอยู่สักพักนึงแล้วพูดขึ้นว่า “ตกลง ครั้งนี้ผมจะยอมเห็นแก่หน้าคุณ แต่การเสนอราคาทั้งสอบรอบหากยังมีราคาสูงกว่าตลาดผมจะกลับทันที ผมได้ตรวจสอบมาแล้วว่าราคามันควรเท่าไหร่ ดังนั้น อย่าคิดว่าผมโง่เป็นอันขาด” หลิวชิงหยู่หลับตาลงทันที


    ในไม่ช้า ติงจื่อหย่วน ก็เรียกซัพพลายเออร์ทั้งสามมา จากนั้นก็แกล้งทำเป็นชักชวนสักพัก แล้วกล่าวกับหลิวชิงหยู่ว่า “ท่านนายกหลิวหลังจากที่ผมลองเจรจาดูแล้ว ทั้งสามสัญญาว่า จะยอมปรับราคาให้ต่ำลงกว่าท้องตลาด อันที่จริงพวกเขาก็ลำบากเช่นกัน พวกเขาบอกว่าผลผลิตในเทศมณฑลตอนนี้มีการปรับราคาสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นตาม แต่พวกเขาก็ตัดสินใจขายในราคาต่ำกว่าท้องตลาด”


    หลิวชิงหยู่พยักหน้า “เอาล่ะ งั้นเรามาเริ่มกันเถอะ”


    หลังจากผ่านรอบสุดท้าย บริษัทน้ำมันและธัญพืช เทียนหั่วจิงหลิน ก็เป็นผู้ชนะการประมูลราคา และหลิวชิงหยู่ก็ได้บอกอีกฝ่ายว่า ในวันพรุ่งนี้ก่อนบ่ายโมง ให้ส่งอาหารชุดแรกไปที่กวนซานตามที่ระบุในสัญญา ส่วนสัญญาของทั้งสองฝ่ายสามารถไปร่างที่กวนซานได้หลังจากที่จบการประมูลวันนี้


    เมื่อเห็นว่าหลิวชงหยู่ไม่ได้ใช้กลอุบายใดๆ อีก ติงจื่อหยวนจึงถอนหายใจ เขารู้ดีว่าแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการเสนอราคา แต่งานที่ผู้ว่าการเสวี่ย มอบหมายให้ก็เสร็จสมบูรณ์ หลังจากนั้นเขาก็กลับไปที่สำนักงานและรายงานผู้ว่าการเสวี่ยทันที


    หลังจากเสวี่ยเหวินหลงได้รับรายงาน ดวงตาของเขาก็สว่างวาบ ทันทีที่เขาเบนสายตาลง เขาก็ตบลงที่โต๊ะพูดด้วยความตื่นเต้น “หลิวชิงหยู่เอ๊ย คราวนี้เสร็จฉันแน่ ทันทีที่แกลงนามในสัญญาและรับสินค้าเมื่อไหร่ เมื่อนั้นคือช่วงเวลาที่อาชีพนักการเมืองของแกจะสิ้นสุดลง แกจะได้สำนึกเสียใจว่าควรปฏิบัติตัวเช่นไร”


    นี่คือสิ่งที่เสวี่ยเหวินหลงรอคอย


    หลิวชิงหยู่ก็ตั้งตารอเช่นกัน


    หลังจากกลับไปที่กวนซานหลิวชิงหยู่ก็โทรเรียกจางหงเซวียน ผู้อำนวยการกรมการคลังของกวนซานมาพบ เมื่อจางหงเซวียนมาถึง หลิวชิงหยู่ก็พูดด้วยน้ำเสียงเข้มงวด “สหายจางหงเซวียน ผมโทรมาหาคุณเพื่อจะถามเรื่องขั้นตอนและกระบวนการทางการเงิน คุณรู้ละเอียดใช่หรือไม่”


    จางหงเซวียนผงะไปแล้วพูดว่า “ท่านนายกกระบวนการทางการเงินมีมากมาย ท่านหมายถึงส่วนไหน”


    หลิงชิงหยู่พูดขึ้นเบาๆ ว่า “กระบวนการทั้งหมด!”


    จางหงเซวียนพูดอย่างรวดเร็วว่า “ผมรู้ ผมรู้”


    หลิวชิงหยู่พยักหน้าทันที “งั้นก็ดี สำหรับตอนนี้ผมอยากให้คุณจำสิ่งหนึ่งไว้ก่อน เกี่ยวกับกองทุน 5 ล้านที่ผมได้มา ไม่มีใครสามารถนำมันออกมาใช้ได้หากปราศจากลายเซ็นของผม ดูเหมือนกรมการคลังของเทศมณฑลใช้ความระบบความรับผิดชอบผ่านลายเซ็นของหัวหน้าทีมประเมิน ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจความหมายของผม และเข้าใจเจตนารมณ์ของเอกสารฉบับนั้น มิฉะนั้นคุณจะต้องเสียใจแน่นอน”


    หลังจากพูดจบ หลิวชิงหยู่ก็ยิ้มขึ้น นี่คือแผนสั่นภูเขาเขย่าเสือ เขาต้องการจัดการกับจางหงเซวียนบนภูเขานี้ เพื่อส่งสาสน์ไปถึง ซือเจิ้นเฉียงว่าอย่าได้จะคิดมาแหย็มเด็ดขาด เพราะเขาคือนายกเทศมนตรีผู้คุมอำนาจในการอนุมัติการใช้เงิน ส่วนซือเจิ้นเฉียงไม่มีอำนาจใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้


    และหลิวชิงหยู่ก็คาดเดาได้ถูกต้อง หลังจากจางหงเซวียน ออกจากห้องทำงานไป เขาก็ตรงไปหาซือเจิ้นเฉียงแล้วพูดกับซือเจิ้นเฉียงทุกถ้อยคำที่ได้ยินจากหลิวชิงหยู่ ซือเจิ้นเฉียงหัวเราะแล้วพูดว่า “เฒ่าจางไม่ต้องกังวล หลิวชิงหยู่ก็แค่พูดสุ่มสี่สุ่มห้าเท่านั้น เขาไม่สามารถโลดเต้นได้นานหรอก คุณทำในสิ่งที่คุณควรทำเถอะ” จางหงเซวียนได้ยินก็กล่าวลาแล้วเดินออกไป เมื่อเห็นจางหงเซวียนออกไปแล้ว ซือเจิ้นเฉียงก็ยิ้มขึ้น “หลิวชิงหยู่แกสามารถกระโดดโลดเต้นได้อีกไม่นานหรอก เมื่อสิ่งของบรรเทาทุกข์ถูกส่งมาถึง นั่นคือวินาทีที่ชีวิตแกสิ้นสุดลง”


    ด้วยความเป็นมืออาชีพ หลังจากชนะการประมูลมา โหวเทียนหั่ว ประธานบริษัท น้ำมันและธัญพืชเทียนหั่วจิงหลิน ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลก็ได้มาหาหลิวชิงหยู่ที่กวนซานและยื่นหนังสือแจ้งการชนะประมูล และส่งตัวสัญญาที่พิมพ์มาพร้อมรอประทับตราให้หลิวชิงหยู่ ก่อนจะพูดด้วยความเคารพว่า “ท่านนายกเทศมนตรีหลิว นี่คือเอกสารที่ยืนยันว่าเราชนะการประมูล โปรดดูตัวเงื่อนไขสัญญาที่ระบุไว้ในเอกสารชุดนี้ และลงนามในสัญญา”


    ในความเป็นจริงแล้วแม้ โหวเทียนหั่วจะดูเคารพแต่เขาก็พูดขึ้นในใจว่า “หึ! หลิวชิงหยู่ รอแกเซ็นสัญญานี้เมื่อไหร่ รับรองว่าผู้ว่าการเสวี่ยเอาแกตายแน่”

    คล้ายกับเรื่องตงฉินยึดอำนาจ ที่คุณอ่าน