สุดท้ายที่ปลายฝัน

    1 วันฝันวัยเด็ก

            1 วันฝันวัยเด็ก

                ทุ่งกว้างหญ้าเขียวขจี แนวต้นสนเรียงรายไกลลิบสุดสายตา ใต้ต้นประดู่ใหญ่แผ่กิ่งใบร่มครึ้มเด็กชายวัยสิบขวบ กับเด็กหญิงวัยห้าขวบนั่งเคียงคู่กันดวงตาใสสุกสกาวเหม่อมองทิวทัศน์เบื้องหน้า

                “โตขึ้นพี่รันอยากเป็๲อะไรเหรอ”

                “พี่อยากนั่งเรือลำใหญ่ไปขายของทั่วโลก”

                “หูยให้หนูไปด้วยได้มั๊ย”

                “ได้สิแต่น้องพิณต้องหายดีก่อน”

                “หนูนอนไปก็ได้หนูมีเตียงส่วนตัว”

                “ไม่ได้เตียงน้องพิณเกะกะ เรือพี่มีของเยอะ”

                พิณรดาเบะปาก หน้าหงิก ทำท่าจะปล่อยโฮ

                “อย่าร้อง”ศรันย์เอ็ดเสียงดุหน้ากลมใสหยุดชะงักกึกเหมือนหุ่นยนต์ที่โดนตั้งโปรแกรม

                “งั้นสัญญากับหนูว่าจะพาหนูไปด้วย”

                “ป๊าบอกไม่ให้สัญญากับใครถ้าทำไม่ได้”

                “งั้นหนูแสตมป์ไว้ก่อนแล้วกันหม๊วบ!” ไม่ให้ได้ตั้งตัว ปากน้อยๆจ๊วบแก้มศรันย์เต็มๆ

                “หยีน้ำลายเต็มเลยนี่ สกปรก”ศรันย์ยกมือปาดแก้มที่เต็มไปด้วยคราบน้ำลาย

                “ฮิฮิ ฮิ”พิณรดาหัวเราะด้วยความพอใจ แค่นี้ถือเป็๲สัญญาใจของทั้งสองแล้ว

                ทั้งสองตัวติดกันมา๻ั้๫แ๻่เล็กเล่นด้วยกันไปไหนมาไหนด้วยกัน วันไหนที่ป๊ากับม๊าไม่ว่างก็จะพาศรันย์มาฝากไว้บ้านพิณรดาเสมอ

                หลายเดือนแล้วที่ป๊ากับม๊าลงเรือไปส่งสินค้าที่ยุโรปหลายประเทศ พวกเขามีธุรกิจโลจิสติกที่ใหญ่ มีเส้นทางสัมปทานเดินเรือรอบโลกตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างเดินทางกลับ คาดว่าอีกสามวันน่าจะมาถึง

                “พี่รันน้องพิณทานข้าวได้แล้วจ้า”เสียงคุณอาพิม๻ะโ๷๞เรียกทั้งคู่ดังแว่วมาแต่ไกล

                “ไปเหอะน้องพิณ คุณแม่เรียกแล้ว”

                ทั้งสองจูงมือกันวิ่งตัดทุ่งหญ้าไปยังบ้านหลังใหญ่เบื้องหน้าที่นี่คือฟาร์มเลี้ยงวัวนมของคุณอาชินวุฒิกับคุณอาพิมพ์ใจ พ่อกับแม่พิณรดาทั้งสองเป็๞เพื่อนสนิทของเฮียจรัญกับเจ๊นวลช้องพ่อแม่ศรันย์ ฟาร์มอาชินวุฒิจัดเป็๞ฟาร์มขนาดใหญ่มีวัวมากกว่าห้าร้อยตัวมีคนงานกว่าสามร้อยชีวิต มีพื้นที่ฟาร์มกว่าสามพันไร่อากาศที่นี่จัดว่าเย็นสบายตลอดปี

                “เที่ยวนี้เฮียจรัญไปหลายเดือนเลยนะพี่”พิมกล่าวขณะตักข้าวให้เด็กน้อยทั้งสอง

                “อืมเฮียโทรมาเมื่อวานบอกว่ามีข่าวดีเ๹ื่๪๫น้องพิณด้วยนะ”

                “ขอให้สำเร็จทีเถิดพิมรอวันนี้มานานแล้ว”

                เนื่องจากพิณรดามีโรคร้ายประจำตัวต้องรีบเปลี่ยนถ่ายไขกระดูก เฮียจรัญอาสาไปตามเ๹ื่๪๫ขอบริจาคเสต็มเซลล์ที่อเมริกา การกลับมาครั้งนี้ทั้งสองหวังว่าจะได้รับข่าวดี

                “ถ้าสำเร็จพวกเราต้องไปอเมริกาเลยเหรอพี่”

                “อืมเราจะอยู่ที่นั้นจนกว่าน้องพิณจะหายเป็๞ปกติ

                สามวันต่อมาป๊ากับม๊าก็กลับมา ศรันย์วิ่งออกมารับด้วยความดีใจ

                “ไงจ๊ะไอหนูของแม่ โตขึ้นเยอะเลย จุ๊บๆ”เจ๊ช้องกอดลูกชายยกขึ้นอุ้มด้วยความคิดถึง

                “สวัสดีครับเฮียจรัญสวัสดีครับเจ๊ช้อง เดินทางเหนื่อยมั๊ยครับ เที่ยวนี้”

                “สุดๆเลยวุฒิ”

                “อาบน้ำอาบท่าก่อนเฮียเจ๊ เดี๋ยวได้กินข้าวกัน พิมทำอาหารอร่อยรอไว้แล้ว”

                ทั้งสองครอบครัวสนิทกันมากต่างถือบ้านของอีกฝ่ายเป็๞บ้านหลังหนึ่งของตัวเอง มีอะไรก็แบ่งปันให้กันเสมอ ครั้งนี้เฮียจรัญกลับมาพร้อมข่าวดีได้ผู้บริจาคเสต็มเซลล์แล้ว พร้อมเมื่อไหร่สามารถไปรับได้ทันที สร้างความยินดีให้ชินวุฒิสองผัวเมียยิ่งนัก

                ยามค่ำระเบียงบ้านหลังงาม พ่อกับแม่ทั้งสองรวมกลุ่มสนทนากันนั่งอ่านเอกสารการบริจาคเสต็มเซลล์ หารือวางแผนเ๱ื่๵๹การรักษาน้องพิณ ส่วนเด็กน้อยทั้งสองนอนดูดาวอยู่อีกมุมหนึ่ง

                “พี่รัน ถ้าหนูไปแล้วพี่จะลืมหนูมั๊ย”

                “พี่ไม่เคยลืมน้องพิณจำตอนที่เราหลงป่ากันได้มั๊ย พี่ยังแบกน้องพิณออกมาเลย”

                “นั้นไม่นับหนูจำไม่ได้”

                “พี่รัน โดเรมอน ยังอยากได้มั๊ย” พิณรดาตัวน้อยทำตาโตยื่นตุ๊กตาโดเรมอนให้

                “พี่ขอตั้งหลายครั้งจนหายอยากแล้ว”

                “พี่รันเอาไอรอนแมนของพี่มาแลกดิ”

                “ไม่ได้มันมีครบเซ็ท”

                “ทำไมต้องครบเซ็ทไม่มีไอรอนแมน สไปเดอร์แมนก็ปราบคนเลวได้”

                “ไม่ได้มันไม่สวยแล้วถ้ามันหายไปตัวอื่นก็จะคิดถึง”

                “แล้วพี่รันหล่ะถ้าหนูไปแล้วจะคิดถึงหนูหรือปล่าว”

                “..........”คราวนี้ศรันย์ตัวน้อยนิ่งบ้าง

                “พี่รันจะไปตามหาหนูมั๊ย”

                “..........”

                “พี่รันจะมีเพื่อนใหม่หรือป่าว”

                “............”

                “พี่รันจะลืมหนูมั๊ย”

                “ทำไมมีคำถามเยอะจัง”

                “ก็คุณแม่บอกไม่เข้าใจอะไรให้ถาม”

                และแล้วดั่งคำว่า งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ทุกชีวิตย่อมมีหนทางของตัวเอง ก่อนที่ครอบครัวน้องพิณจะไปอเมริกาป๊ากับม๊าและศรันย์ก็จากฟาร์มแห่งนี้ไปตอนเช้ามืดของวันต่อมาน้องพิณตื่นขึ้นมาไม่เห็นพี่รันก็ร้องไห้จ้า เห็นแต่ ไอรอนแมน ตัวประมาณคืบ ผูกแขวนไว้กับลูกบิดประตูหน้าห้อง

                ‘พี่รันย์ อย่าลืมหนูนะ’เด็กน้อยรำพึงกับตัวเองขณะที่ยังสะอึกสะอื้นอยู่

                ในเวลาเดียวกันภายในปาเจโรคันแกร่งศรันย์นั่งมองโดเรมอนในมือด้วยอาการเศร้าซึม