ในช่วงสองปีที่ผ่านมาฝ่าบาททรงส่งสายลับเที่ยวออกตามหาจูหลินไปทั่วทั้งแคว้น แต่หายังไงก็หาไม่เจอพระองค์ทรงเจ็บปวดพระทัยมากที่คนรักหนีพระองค์ไป ดังนั้นพระองค์จึงทรงเอาแต่ทรงงานราชกิจและเสด็จเยี่ยมราษฎรไปทั่วทั้งแคว้นเหตุผลหนึ่งคือต้องการรับรู้สารทุกข์สุกดิบของชาวบ้านและอีกเหตุผลก็คือออกตามหาจูหลินให้พบ
ฝ่าบาททรงปกครองแผ่นดินโดยธรรมตลอดมาทำให้สามารถลบเลือนพฤติกรรมอันเลวร้ายของฝ่าบาทองค์ปลอมได้ราษฎรต่างเข้าใจว่าพระองค์ทรงกลับตัวกลับใจเป็นฮ่องเต้ที่ดี ดังนั้นพระองค์จึงไม่จำเป็นต้องอภิเษกกับองค์หญิงแห่งแคว้นเยี่ยตามที่ขุนนางชี้แนะและความที่พระองค์เสด็จตรวจราชการนอกวังบ่อยๆพระองค์จึงทรงไว้หนวดเคราสวมชุดเกราะและพำนักตามค่ายทหารหรือจวนท่านผู้ว่าฯ
ตลอดสองปีที่ผ่านมานี้จูหลินไม่ได้เดินทางพเนจรเหมือนสมัยก่อน นางได้รับจ้างเป็นพี่เลี้ยงเด็กชายวัย 4ขวบให้กับพ่อค้าเศรษฐีพ่อหม้ายคนหนึ่ง นางดูแลเด็กน้อยเป็นอย่างดีทำให้เด็กทั้งรักและผูกพันกับจูหลินเป็นอย่างมาก จนอยากให้นางเป็นแม่คนใหม่
แม้เศรษฐีจะมีใจให้กับจูหลินแต่เขาก็รู้ดีแก่ใจว่านางต้องมีชายในดวงใจเป็นแน่ เพราะนางพยายามปิดกลั้นไม่ยอมรับรู้ความรู้สึกของเขาจนกระทั่งท่านเศรษฐีทนไม่ไหว เลยขอคุยกับจูหลินอย่างเปิดอก โดยเรียกให้นางมาพบที่ห้องหนังสือ
“นายท่านมีอะไรให้ข้ารับใช้หรือเจ้าคะ” จูหลินสงสัย
“เปล่า ข้าเพียงอยากจะขอเจ้าแต่งงาน” ท่านเศรษฐีพูดตรงไปตรงมา
“เอ่อ ข้าต้องขออภัย ข้าไม่อาจรับน้ำใจของท่านได้เจ้าค่ะ” จูหลินรีบปฏิเสธ
“ท่านมีคนรักแล้วงั้นหรือ” ท่านเศรษฐีถามตรงๆ
“ก็ไม่เชิงหรอกเจ้าค่ะ ข้ายังคงรักเขา แม้จะไม่ได้ครองคู่กันก็ตามเพื่อไม่ให้ท่านรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ ข้าขอลาออกเจ้าค่ะ” จูหลินกล่าว
“ข้าขอโทษที่ทำให้เจ้ารู้สึกอึดอัดใจ โปรดอยู่ที่นี่ต่อเถิดต่อไปข้าจะไม่พูดเรื่องนี้อีก และจะพยายามตัดใจจากเจ้าให้ได้” ท่านเศรษฐีพยายามรั้งตัวหญิงสาว
“ข้าอยากกลับบ้านเกิดไปไหว้บรรพบุรุษอยู่แล้วเจ้าค่ะ” จูหลินกล่าวอ้าง
“เมื่อเจ้าตัดสินใจแล้ว ข้าก็จะไม่บังคับเจ้า แต่ขอให้เจ้าอยู่ที่นี่อีกสักสองวันเถิดขอให้ข้าอธิบายให้ลูกเข้าใจ และหาพี่เลี้ยงคนใหม่ให้ได้ก่อน” ท่านเศรษฐีไม่อยากให้ลูกชายร้องไห้ฟูมฟาย
“ได้เจ้าค่ะ” จูหลินเข้าใจ
สองวันผ่านไปฝ่าบาทเสด็จมาเยี่ยมที่เมืองตงซาน พระองค์ทรงประทับอยู่ที่จวนผู้ว่าเมืองตงซาน และท่านผู้ว่าฯก็ได้พาพระองค์เสด็จเยี่ยมบ้านเศรษฐีใจบุญแห่งเมืองตงซานซึ่งเป็นคนเดียวกับที่เป็นนายจ้างของจูหลิน
จูหลินกำลังเก็บข้าวของเตรียมออกเดินทางพอเห็นสาวใช้พากันแตกตื่นเมื่อได้ยินข่าวอะไรบางอย่างและพากันออกไปดูข้างนอกนางจึงออกไปดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นด้วยอีกคนจูหลินได้มองเห็นขบวนเสด็จของฝ่าบาทกำลังมุ่งหน้ามาที่บ้านของท่านเศรษฐี นางจึงแอบหลบอยู่หลังฉากเพื่อเฝ้ามองฝ่าบาทอยู่ห่างๆ
“ถวายบังคมพะย่ะค่ะ” ท่านเศรษฐีแสดงความเคารพ
“ตามสบายเถิด เราได้ยินข่าวจากท่านผู้ว่าฯกล่าวว่าท่านเป็นเศรษฐีใจบุญคอยบริจาคทานให้กับผู้ยากไร้เราก็เลยอยากเจอท่าน” ฝ่าบาทตรัส
“ท่านผู้ว่าฯนั้นกล่าวยกย่องข้าเกินไปแล้วความจริงกระหม่อมก็แค่ช่วยชาวบ้านตามกำลังที่กระหม่อมพอจะช่วยได้พะย่ะค่ะ” ท่านเศรษฐีกล่าว
“ท่านช่างถ่อมตัวยิ่งนัก” ฝ่าบาทตรัส
สักพักลูกชายของท่านเศรษฐีก็ปรากฏตัว“ท่านพ่อ ท่านพ่อ ท่านเห็นพี่เลี้ยงมั้ยขอรับ ข้าตามหานางไม่เจอ” ลูกชายทะเล่อทะล่าเข้ามาถามพ่อบังเกิดเกล้าโดยที่ยังไม่แสดงความเคารพผู้สูงศักดิ์
“ปิงตง รีบคุกเข่าถวายบังคมฝ่าบาทเร็วเข้า” ท่านเศรษฐีดุบุตรชาย
“เขายังเด็กนัก เราไม่ถือสาหรอก ว่าแต่พี่เลี้ยงของเขาล่ะ” ฝ่าบาททรงสงสัย
“เอ่อ คือ กระหม่อมคิดว่านางอาจจะเดินทางกลับบ้านเกิดแล้วพะย่ะค่ะ” ท่านเศรษฐีคาดการณ์
“น่าเสียดาย เจ้าหนูคงคิดถึงนางแย่” ฝ่าบาททรงยิ้มให้กับเด็กน้อยที่อยู่ในวัยไร้เดียงสา
“กระหม่อมอยากให้จูหลินเป็นแม่พะย่ะค่ะ” เด็กน้อยกล่าวตามตรง
จูหลินตกใจที่เด็กน้อยเผลอเรียกชื่อนางนางจึงรีบวิ่งเข้าไปเก็บของและไปจากบ้านเศรษฐีทันที
ฝ่าบาททรงตกพระทัยที่เด็กพูดถึงจูหลินดังนั้นฝ่าบาทจึงตรัสขอพบนาง “เราขอพบแม่นางจูหลินได้หรือไม่”
“พระองค์ทรงรู้จักนางหรือพะย่ะค่ะ” ท่านเศรษฐีแปลกใจ
“ใช่! นางอาจเป็นคนที่เราออกตามหาอยู่ในขณะนี้”ฝ่าบาททรงมีความหวัง
“ได้ พะย่ะค่ะ” ท่านเศรษฐีหันไปสั่งสาวใช้ให้ไปตามตัวจูหลินมาที่นี่
สักพักสาวใช้ก็รีบมารายงาน“เอ่อ แม่นางจูหลินออกเดินทางไปแล้วเพคะ”
“งั้นเราขอตัวก่อน โอกาสหน้าเราจะมาเยี่ยมอีก” ฝ่าบาทตรัสลาและรีบเสด็จตามหญิงสาวผู้นั้นทันที
“กระหม่อมขอน้อมส่งเสด็จพะย่ะค่ะ” ท่านเศรษฐีแสดงความเคารพแม้รู้สึกแปลกใจแต่ก็ไม่กล้าถามอะไรมาก
ฝ่าบาทตรัสให้ท่านผู้ว่าฯกลับไปที่จวนพร้อมกับทหารติดตามก่อนในขณะที่ฝ่าบาทก็รีบทรงม้าติดตามผู้หญิงที่สงสัยว่าเป็นจูหลิน
.******************************************************
เนื่องจากจูหลินเดินทางด้วยเท้าทำให้นางไปได้ไม่ไกล ผ่านไปไม่นานฝ่าบาทก็สามารถทรงม้ามาดักหน้านางได้ทันเวลาพอดี
จูหลินตกใจที่เห็นฝ่าบาททรงกำลังลงจากม้าและเสด็จเข้ามาหานาง
“เอ่อ ฝ่าบาท….” จูหลินกล่าวไม่จบเพราะฝ่าบาททรงดึงตัวหญิงสาวเข้าไปกอดทันที
“เราคิดถึงเจ้ามากเลยนะจูหลิน ทำไมเจ้าต้องทิ้งเราไปด้วย” ฝ่าบาททรงกอดหญิงสาวแน่นมากราวกับว่ากลัวนางจะหายไปอีก
“หม่อมฉันเป็นลูกสาวของกบฏ คงไม่เหมาะที่จะอยู่ใกล้ชิดกับพระองค์นั่นอาจเกิดข้อครหานินทาได้นะเพคะ” จูหลินกล่าว
“ความรักของพวกเราไม่มากพอที่จะเอาชนะคำนินทาเหล่านั้นเลยงั้นหรือ” ฝ่าบาททรงน้อยพระทัย
“พระองค์ทรงเป็นประมุขของแคว้น พระองค์ไม่อาจไม่สนพระทัยคำทัดทานของเหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางได้นะเพคะ”จูหลินกล่าวเตือน
“เราขออภัยที่ไม่อาจล้างมลทินให้พ่อเจ้าได้เพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันเหลือเชื่อจนเกินไปแต่เราสามารถทำให้เจ้ากลายเป็นฮองเฮาของเราได้”ฝ่าบาททรงไม่ยอมแพ้
“เอ่อ พระองค์ทรงตัดพระทั….” จูหลินอยากให้ฝ่าบาททรงตัดพระทัยแต่กล่าวไม่จบเพราะพระองค์ตรัสแทรก
“ไม่! พวกเราทุกข์ทรมานกับการพลัดพรากมามากเกินพอแล้วนะจูหลินเราจะไม่ยอมเสียเจ้าไปอีก เห็นมั้ยว่าทุกวันเราต้องมองดูป้ายหยกของเจ้าทุกคืนยามเมื่อคิดถึงเจ้า” ฝ่าบาทตรัส
จูหลินมีน้ำตาคลอ“หม่อมฉันก็คิดถึงฝ่าบาทเช่นกันเพคะ”
ฝ่าบาททรงเช็ดน้ำตาให้หญิงสาวก่อนที่จะจุมพิตให้คลายความคิดถึงจากนั้นก็ทรงอุ้มจูหลินไปนั่งบนม้าก่อนที่พระองค์จะประทับขี่ตามจากนั้นพระองค์ก็ทรงม้าพาหญิงสาวกลับจวนท่านผู้ว่าฯ
ระหว่างที่นั่งบนม้าด้วยทรงกระซิบว่า “อย่าจากเราไปไหนอีกนะ”
จูหลินพยักหน้าและกล่าวว่า“เพคะ”
พอไปถึงที่จวนท่านผู้ว่าฯทั้งสองได้เห็นว่าท่านผู้ว่าฯได้จัดงานเลี้ยงรื่นเริงเพื่อต้อนรับฝ่าบาท
ตอนนี้ฝ่าบาททรงมีจูหลินนั่งเคียงกายแม้จะมีหญิงงามเต้นระบำเย้ายวนมากแค่ไหนฝ่าบาทก็ทรงไม่สนพระทัยใครทั้งนั้นนอกจากหญิงคนรักที่ผูกพันกันมาตั้งแต่เด็ก
พองานเลี้ยงจบฝ่าบาทก็ทรงอุ้มตัวหญิงสาวไปที่ห้องพักที่ท่านผู้ว่าฯจัดไว้ทันที
“ฝ่าบาทเพคะ ทรงวางหม่อมฉันลงเถิดเพคะ ทรงเมามากแล้วนะและดึกมากแล้วหม่อมฉันจะต้องกลับห้องแล้วด้วย” จูหลินกล่าว
“พวกเราต้องอยู่ห้องเดียวกันสิ” ฝ่าบาททรงวางหญิงสาวไว้บนพระแท่นบรรทม
จูหลินตกใจกำลังจะลุกหนีออกไปจากห้องแต่ฝ่าบาททรงรั้งด้วยการกอดจากทางด้านหลัง
“ทรงจะทำอะไรเพคะ ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ” จูหลินตกใจ
“เราคิดถึงเจ้ามากจริงๆ ไว้กลับวังเมื่อไหร่เราจะรีบอภิเษกกับเจ้าทันทีแต่ตอนนี้เราขอนะ” ฝ่าบาททรงไม่ยอมรออีก
“ฝ่าบาท! ไม่นะเพคะ”จูหลินรู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้น
ฝ่าบาททรงหันตัวหญิงสาวอย่างช้าๆและจูบกับนางตอนนี้ทั้งสองควบคุมอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ไฟปรารถนาช่างลุกโชนและรุนแรงเกินห้ามใจสักพักพระองค์ก็ทรงอุ้มตัวหญิงสาวและไปกระทำต่อบนพระแท่นบรรทมบทบรรเลงเพลงรักต่อเนื่องๆไปถึงเช้าวันรุ่งขึ้น
เมื่อไฟปรารถนาดับลงทั้งสองพากันหอบเหนื่อยและนิทราไปด้วยกันในสภาพกอดกันโดยมีผ้าห่มปกคลุมกาย
ฝ่าบาททรงต้องการเสด็จไปเยี่ยมเยือนราษฎรให้ครบตามแผนการดังนั้นจูหลินจะต้องติดตามพระองค์ไปทุกที่เหมือนเงาตามตัวตอนนี้นางจึงอยู่ในฐานะพระสนมของฝ่าบาทก่อน เมื่อเดินทางกลับถึงพระราชวังจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นฮองเฮาต่อไป
.******************************************************
เมื่อครบกำหนดสองปีเฉียนว่านก็ลงจากเขาเพื่อกลับค่ายอสูรหมาป่าตอนใต้ เมื่อถึงตีนเขาเขากลับเห็นอสูรมังกรติดกับดักโดยบังเอิญ