โดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร

    ตอนที่ 116

    “ปกรณัมมรณะ!”

    ราวกับภัยพิบัติได้เริ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อเซนได้เริ่มวาดดาบของตนเอง พื้นที่โดยรอบเกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง แม้แต่ตัวตนกึ่งเทวะทั้งสองคนที่อยู่ห่างออกไปยังรู้สึกถึงแรงกดดันที่มหาศาล พวกมันคุ้นเคยกับกระบวนท่าดาบที่เซนใช้ดีเพราะต่างก็เคยได้รับบาดเจ็บเพราะมันมาแล้ว

    ปรมาจารย์มังกรเขียวกำลังถูกบีบบังคับให้จนมุม มันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการรีดเค้นออร่าออกมาและใช้มันรับมือกับการโจมตีของเซนแบบตรงไปตรงมา

    “บึ้มมมมมมมมมมมม!”

    เมื่อดาบของเซนและกระบี่ของปรมาจารย์ได้ปะทะกันก็เกิดคลื่นระเบิดอย่างรุนแรง ก่อนที่จะตามมาด้วยแผ่นดินไหวอีกครั้ง

    “นี่มันกระบวนท่าดาบแบบไหนกัน…”

    ชายชราเริ่มที่จะตกตะลึงเมื่อรับ “ปกรณัมมรณะ” เข้าไปตรงๆ ตอนแรกมันคิดว่าสามารถหยุดการโจมตีของเซนได้แล้ว อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมามันก็ได้ค้นพบว่าคลื่นกระแทกตอนแรกนั้นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มตนเท่านั้น ก่อนที่จะตามมาด้วยคลื่นกระแทกลูกใหญ่

    แรงอันมหาศาลไม่ทราบที่มากำลังทำให้มือของชายชราซึ่งเป็นตัวตนเทวะชาและไร้ความรู้สึก มันไม่อยากเชื่อเลยว่าตัวตนเบื้องหน้าเป็นตัวตนกึ่งเทวะจริงๆ หากมันไม่รับทราบระดับของชายหนุ่มมาก่อนมันคงคิดว่าชายหนุ่มเบื้องหน้าต้องเป็นตัวตนเทวะแน่นอน

    “อ้ากกกกกกก ไอเด็กเวร!”

    ปรมาจารย์เริ่มรู้สึกถึงความเจ็บปวดและเริ่มที่จะสาปแช่งเซน แขนของชายชราที่กุมกระบี่อยู่ถึงกลับปริแตกและมีโลหิตพุ่งออกมาจำนวนมาก

    “แคร๊ก!”

    เสียงกระดูกหักดังขึ้นในเวลาต่อมา มันดังขึ้นหลายครั้งติดต่อกันจนดูเหมือนว่ากระดูกมือของชายชรากำลังถูกบดขยี้ไม่เหลือแล้ว กระบวนท่าของเซนนั้นไมได้เรียบง่ายต่อให้เป็นตัวตนระดับเทวะขั้นที่สองยังไม่กล้าที่จะรับมันแบบตรงๆ หากจะกล่าวกับใครแน่นอนย่อมไม่มีใครเชื่อแน่ว่ากระบวนท่าดาบที่ใช้โดยตัวตนกึ่งเทวะกับสามารถสร้างความลำบากให้กับตัวตนเทวะขั้นที่สองได้

    แต่ปรมาจารย์มังกรเขียวนั้นเป็นเพียงตัวตนเทวะขั้นแรกเท่านั้นเขาจึงได้รับผลกระทบมากเลยทีเดียว

    “ท่านปรมาจารย์!”

    เหล่าสหายร่วมสำนักหรือตัวตนกึ่งเทวะทั้งสองต่างร้องออกมาพร้อมกันด้วยความเป็นห่วง เมื่อได้ยินเสียงกระดูกที่น่าหวาดกลัว ทั้งสองนั้นแน่นอนว่าต้องการเข้าไปช่วยเหลือในทันที อย่างไรก็ตามตอนนี้พวกเขาแม้แต่จะขยับตัวยังเป็นเรื่องยาก ในตอนนี้สายตาของพวกมันที่มองเซนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงมันกำลังหวาดกลัวตัวตนกึ่งเทวะ ตัวตนกึ่งเทวะเช่นเดียวกับเซนนั้นไม่เคยปรากฏขึ้นบนทวีปฟ้ากระจ่างมากก่อน การมีตัวตนของเซนราวกับว่าได้แหกกฎสวรรค์เสียแล้ว

    “เจ้า…”

    ปรมาจารย์ในตอนนี้มีสีหน้าซีดขาวยิ่งกว่ากระดาษ มันรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้เอาจริงตั้งแต่แรกตอนที่ยังมีโอกาส แม้ในใจมันจะคิดเช่นนั้นแต่ความเป็นจริงแล้วมันได้ลงมือเต็มที่แล้วกลับกระบวนท่าก่อนหน้านี้ เพียงแต่เซนได้เข้าสู่สภาวะประหลาดมันเหมือนทำให้ชายหนุ่มเป็นเทพแห่งการต่อสู้

    แน่นอนว่าการโจมตีของเซนครั้งนี้ไม่สามารถสังหารตัวตนเทวะได้ ดังนั้นชายหนุ่มจึงใช้ปกรณัมมรณะออกมาอีกครั้ง เพื่อบดขยี้อีกฝ่ายไม่ให้เหลือซาก

    “บึ้ม!”

    ดาบถูกวาดซ้ำไปที่ตำแหน่งเดิมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนชายชราไม่สามารถยึดกระบี่ของตนเองเอาไว้ป้องกันได้อีก กระบี่ของเขาถูกแรงของดาบจนกระเด็นหลุดจากมือ ในทันนั้นภาพเบื้องหน้าของชายชราถูกบดบังด้วยดาบของเซนที่กำลังฟาดฟันลงมา

    “ตูมมมมมมมมมม!”

    เสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับทั้งห้องโถงนั้นแทบจะพังทลายในทันที ตัวตนกึ่งเทวะตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวแม้ว่ามันในตอนนี้จะไม่เห็นร่างของชายชราแต่มันสามารถเดาได้ทันทีว่า ปรมาจารย์ของพวกมันนั้นไม่มีโอกาสได้สู้แล้ว ฝุ่นควันค่อยๆ จางลงเรื่อยๆ เผยให้เห็นร่างของเซนที่อาบย้อมไปด้วยโลหิต ดาบที่ดูตลกในสายตาของพวกมันก่อนหน้ากลายเป็นน่ากลัวอย่างถึงขีดสุด ในตอนนี้ดาบถูกปกคลุมด้วยเลือดและมันกำลังหยดลงพื้นอย่างต่อเนื่อง

    ตัวตนกึ่งเทวะทั้งสองนั้นไม่กล้าแม้แต่จะมองสภาพของปรมาจารย์ที่พวกมันนับถือ สิ่งหนึ่งที่มันคิดจะทำตอนนี้ก็คือการหนี หนีไปให้ไกลจากชายเบื้องหน้าพวกมัน

    แต่เมื่อพวกมันหันหลังกลับนั้นพวกมันกลับพบว่าตัวตนที่พวกมันหวาดกลัวกลับกำลังขวางทางพวกมันอยู่

    “พวกเจ้าคงไม่คิดว่าจะมีวันนี้ใช่ไหม?”

    เซนยิ้มออกมาพร้อมกับกล่าวคำพูดกับตัวตนกึ่งเทวะทั้งสอง ชายหนุ่มรู้สึกโล่งอกไม่น้อยเพราะในที่สุดเขาก็สามารถกำจัดตัวปัญหาออกไปได้แล้ว การต่อสู้ครั้งนี้ของชายหนุ่มอาจเรียกได้ว่าเป็นการต่อสู้ที่เดิมพันด้วยชีวิตของเขา

    ทั้งสองคนนั้นไม่กล่าวตอบสิ่งใดขาของมันราวกับสูญเสียเรี่ยวแรงและจิตใจได้สูญเสียเป้าหมายในการหนีไปชั่วขณะ แต่หนึ่งในนั้นพยายามจะคิดหาวิธีเจรจาและหาทางรอด ก่อนที่มันจะได้กล่าวสิ่งใดร่างของพวกมันถูกดาบฟันจนขาดเป็นสองส่วนเสียแล้ว

    “….”

    เมื่อสังหารทุกคนเสร็จแล้วเซนก็รีบทิ้งก้นลงนั่งบนพื้นทันที ชายหนุ่มหอบหายใจอย่างหนักก่อนที่สายตาของเขาจะพร่ามัว ทั้งกายทั้งใจต่างได้รับผลกระทบอย่างหนัก มันเหนื่อยเกินกว่าชายหนุ่มจะทนไหว

    ชายหนุ่มต้องการจะพยุงสติของตนเองเอาไว้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามหลังจากการต่อสู้ได้จบลงผลกระทบนี้ก็ได้มาถึงอย่างกะทันหัน มันอาจจะเป็นข้างเคียงของการใช้สภาพ การมองเห็นอนาคตในการต่อสู้ ความสามารถที่ท้าทายสวรรค์เช่นนั้นแน่นอนว่าไม่มีทางที่จะไม่มีผลย้อนกลับเมื่อเขาใช้มัน

    และในที่สุดเซนก็ได้หลับไปเนื่องจากความเหนื่อยล้า…

    ….

    ในขณะที่เซนได้ต่อสู้จบแน่นอนว่าคนอื่นๆ เองก็กำลังต่อสู้อยู่เช่นเดียวกัน ทุกคนที่เข้ามาในดินแดนแห่งหายนะต่างกำลังฆ่ากันเองเพื่อที่จะได้ไปต่อ ผู้คนจำนวนหนึ่งต่างถูกส่งไปในห้องโถงเช่นเดียวกับเซน และถูกบังคับให้ต่อสู้กันเอง มีกรณีที่ผู้ที่มีพรรคพวกจะได้เปรียบ ซึ่งเหมือนกับพวกสำนักมังกรมรกตที่ต่อสู้กับชายหนุ่มก่อนหน้า

    ณ ห้องโถงแห่งหนึ่ง มาเอลผู้ซึ่งได้พูดคุยกับเซนก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ภายในดินแดนแห่งหายนะได้ผ่านการต่อสู้เช่นเดียวกันกับเซน อย่างไรก็ตามดูเหมือนมันจะไม่ได้ลำบากอะไรสำหรับเขาเลย รอบตัวของเขาต่างเต็มไปด้วยศพ ศพทั้งหมดต่างสวมใส่ชุดสีขาวแบบเดียวกัน นั่นหมายความว่าพวกเขาล้วนเป็นพวกเดียวกัน อย่างไรก็ตามพวกเขากลับไม่สามารถจัดการกับมาเอลคนเดียวได้ และเป็นฝ่ายพวกเขาเองที่ตกตายอย่างน่าอนาถ

    “อึกๆ”

    มาเอลในกระบอกไม้ไผ่ที่บรรจุน้ำบางอย่างออกมาและดื่มมันด้วยความกระหาย ทันใดนั้นราวกับเรี่ยวแรงที่หายไปบางส่วนของเขาก็ได้กลับคืนมา ในขณะเดียวกันหลังจากผ่านไปไม่นานบานประตูสีขาวสุดแสนจะดูธรรมดาก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง มาเอลจ้องมันอย่างนิ่งๆ สักพักก่อนที่จะก้าวไปเปิดมันและเดินเข้าไปทันที

    มาเอลถูกส่งมาที่ห้องโถงแห่งใหม่ ห้องโถงที่เขาปรากฏนี้นั้นค่อนข้างแปลกประหลาดกว่าห้องโถงอื่นๆ เพราะมันกว้างกว่าหลายเท่า ก่อนที่มาเอลจะได้เดินสำรวจ เขาก็ค้นพบว่ามีบานประตูจำนวนมากปรากฏขึ้นรอบตัวเขา ก่อนที่จะมีคนเดินออกมาในเวลาต่อมา

    “ดูเหมือนจะต้องสู้อีกแล้ว…”

    นักเดินทางคนหนึ่งกล่าวขึ้นเมื่อเข้ามาในห้องโถง ครั้งนี้เป็นการต่อสู้แบบหมู่แน่นอนเพราะตอนนี้ทั้งห้องต่างมีคนปรากฏขึ้นถึง เก้าคนอย่างไรก็ตามพวกเขายังไม่อยากจะเริ่มต่อสู้กัน ทั้งเก้าคนต่างจ้องมองหน้าคนและพยายามคาดเดาระดับของอีกฝ่าย มีเพียงมาเอลเท่านั้นที่ไม่สนพวกที่ปรากฏตัวขึ้นเขาจ้องมองไปที่บานประตูบานสุดท้ายมันปรากฏขึ้นตั้งนานแล้วแต่มันกลับยังไม่เปิดออก หมายความว่าผู้ที่อยู่อีกฟากหนึ่งของประตูยังไม่ต้องการก้าวเข้ามา

    “ปัง!”

    ในเวลานั้นประตูก็ได้เปิดออกอย่างรุนแรงก่อนที่จะมีร่างร่างหนึ่งพุ่งออกมาจากประตูนั้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามร่างของชายคนนั้นกลับหลับอยู่และไม่ได้สติ มาเอลเมื่อเห็นก็จำได้ทันทีว่านั่นคือเซน