มารประหัตถ์ฟ้า (จบ)

    บทที่ 121 แผนซึ่งซ้อนด้วยแผน

    บทที่121 แผนซึ่งซ้อนด้วยแผน


            ขึ้นชื่อว่าจวนแม่ทัพแน่นอนย่อมมาคู่กับกองกำลังรักษาการณ์ที่แน่นหนาแลกอปรไปด้วยทรัพย์สินแต่ที่จวนแม่ทัพของแคว้นหลุนกลับแตกต่าง พวกมันมีทรัพย์สินมากก็จริง แต่หากกล่าวถึงเรื่องกองกำลังทหารของทางการกลับน้อยนิดแลอ่อนแอกว่าทุกแคว้นเป็นอย่างมากด้วยเป็นราชวงศ์ที่เล็ก กองกำลังจึงมีจำกัด เมื่อถูกส่งไปยังเมืองต่างๆ กำลังคนจึงแทบนับนิ้วได้ราชวงศ์แห่งแคว้นหลุนนี้ไม่เกณฑ์ไพร่พลเป็นทหารดั่งแคว้นอื่น แต่ที่พวกมันอยู่รอดปลอดภัยไม่มีใครมาตอแยก็เพราะการได้รับการสนับสนุนจากแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์และที่น่ายำเกรงกว่านั้นก็คือธรรมบาลปัญญาแห่งนิกายเทวะวจนะนั่นเอง

             

            ราชวงศ์แห่งแคว้นหลุนเสมอมาไม่มีใครกล้าแตะต้องแต่ทว่าในราตรีที่มืดมิดของคืนเดือนมืดวันนี้ แพทย์ไร้นามกลับบุกจวนของพวกมันและกล้าที่จะปล้นทรัพย์สินอย่างเอิกเกริก!

             

            “แพทย์ไร้นามชั่ว ข้าจะไม่ปล่อยเจ้า"

            แม่ทัพชราร่างท้วมตะโกนเสียงดังลั่นนำพากองทหารทะยานเข้าหาบุรุษในชุดคลุมดำปกปิดครึ่งใบหน้ามันผู้นี้ตอนมาไม่ปิดบัง แสดงตัวว่าเป็นแพทย์ไร้นามอย่างอหังการ เข้าเข่นฆ่าสังหารผู้คนในจวนอย่างเหี้ยมเกียม

             

            หนึ่งกระบี่ที่ตวัดออกต้องส่งร่างหนึ่งคนให้ดิ้นทุรนทุรายบาดเจ็บบนพื้นกองกำลังทหารแห่งจวนแม่ทัพนี้ไม่สามารถต่อต้านแพทย์ไร้นามได้เลยซักผู้ เมื่อทหารไม่มีใครสู้แล้วแม่ทัพร่างท้วมที่ดูอ่อนด้อยผู้นั้นยังจะต่อต้านได้อยู่หรือ

             

            “ไปเอาสมบัติของพวกมันมา ใครขัดขวางสังหารให้หมด!”

            เสียงสั่งการดังก้องกังวานจากปากของตัวตนที่ถูกเรียกว่าแพทย์ไร้นามแล้วคนของมันก็พุ่งเข้าไปรื้อค้นภายในจวนจากนั้นก็ขนเอาสมบัติมีค่าไปเป็นจำนวนมาก แม่ทัพผู้นั้นได้แต่เก็บความเดือดดาลไว้ภายในเพราะตอนนี้มันต้องจำใจนอบน้อมเพื่อรักษาชีวิต

             

            แพทย์ไร้นามปล้นสมบัติจากจวนแม่ทัพ จวนขุนนางและจวนของทางการทั่วแคว้นหลุน มันรอนแรมเดินทางปล้นสลับไปมาไร้แบบแผน การป้องกันของเหล่าทางการจึงไม่เป็นผลตอนนี้กองกำลังของทางการล้วนระส่ำ สมบัติของเหล่าขุนนางที่ร่ำรวยถูกปล้นชิงไม่หยุดหย่อนซึ่งเหตุการณ์นี้ได้สร้างความเดือดดาลให้แก่เหล่าขุนนางและรวมถึงราชวงศ์ผู้ปกครองแคว้นเป็นอย่างมาก

             

            ตุบ!!

            ฝ่าพระหัตถ์ของจักรพรรดิแห่งแคว้นหลุนฟาดลงบนโต๊ะอย่างรุนแรงพร้อมกับตวาดลั่น

            “แพทย์ไร้นามผู้นี้ช่างกำแหงนัก ถึงขนาดปล้นชิงสมบัติของเหล่าขุนนางชั้นสูงแห่งแผ่นดินเราเห็นทีจะปล่อยมันเอาไว้มิได้!"

             

            เสนาบดีชราที่ปรึกษาข้างพระวรกายพลันกล่าวด้วยนัยน์ตาที่เป็นกังวล

            “แพทย์ไร้นามผู้นี้มีฝีมือฉกาจพอตัว ทหารของพวกเรามิอาจทำอะไรมันได้เลยพะย่ะค่ะ"

             

            จักรพรรดิแห่งแคว้นหลุนกำหมัดพลางหันไปยังทิศเหนือ

            “ส่งสาส์นจากเราไปถึงท่านผู้เฒ่าแห่งแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์เรื่องนี้มีแต่แดนศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่จะช่วยกำราบมัน"

             

            ข่าวคราวจากวังหลวงแคว้นหลุนเกี่ยวกับสาส์นที่ถูกส่งไปยังแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ได้สร้างความพึงพอใจแก่เจียซุนประมุขพรรคภูษิตฟ้ายิ่งนักยิงธนูดอกเดียวได้วิหคถึงสองก็เป็นเช่นนี้ สร้างความขัดแย้งและศัตรูให้แพทย์ไร้นามยังไม่พอทรัพย์สินมีค่ามากมายก็เป็นผลพลอยได้ที่มหาศาลเป็นอย่างมาก ก่อนหน้าพวกมันไม่กล้าแตะราชวงศ์ที่อ่อนแอนี้แต่พอมีเรื่องของแพทย์ไร้นาม พวกมันกลับสามารถแสวงหาผลประโยชน์ภายใต้ปัญหานี้ได้

             

            “ฮ่าฮ่าฮ่า”

            เจียซุนหัวเราะเสียงดังลั่นอย่างได้ใจ เหล่าผู้อาวุโสที่กำลังชื่นชมในความสำเร็จนี้ก็ต่างออกปากยกยอมัน

             

            “ท่านประมุขมีสติปัญญาที่เฉียบแหลม ยังมิต้องออกศึกก็กำชัยเหนือศัตรูนี่นับว่ายอดเยี่ยมหาใดเปรียบ"

             

            “อีกทั้งท่านยังได้สมบัติมากมายมาครอบครองแบบนี้มีแต่จะมั่งคั่งไม่เสียเปล่า"

             

            เจียซุนกอดอกด้วยท่าทีภาคภูมิ หน้ามันเชิดขึ้นแล้วกล่าว

            “อีกไม่นานผู้อาวุโส….. ไม่สิ แพทย์ไร้นามก็กลับมา เมื่อนั้นข้าย่อมแบ่งปันน้ำใจเล็กๆ น้อยให้แก่พวกท่านที่ร่วมให้คำปรึกษาแก่ข้า"

             

            เหล่าผู้อาวุโสต่างแสดงสีหน้าพึงพอใจแล้วประสานมือขึ้น

            “เป็นพระคุณมากแล้ว"

             

            เจียซุนยังยกยิ้มดั่งผู้ชนะ มันเดินกอดอกก้าวออกไปจากห้องโถงพลางกล่าวพึมพำแผ่วเบา

            “แพทย์ไร้นามเอ๋ย เจ้าตอแยผิดคนแล้ว…ฮ่าฮ่าฮ่า!”

             

            เรื่องการปล้นจวนขุนนางและจวนแม่ทัพของแพทย์ไร้นามเป็นที่โจษขานของคนทั้งแคว้นหลุนความชั่วช้าและความเหิมเกริมของมันเป็นที่กล่าวถึงของผู้คนทั้งแคว้น และเพราะมันนี้เองแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์จากที่เคยส่งเพียงศิษย์เอกของประมุขนางเดียวให้เคลื่อนไหวก็กลับกลายเป็นยอดฝีมือจำนวนไม่น้อยต้องเคลื่อนไหว

             

            บัดนี้แดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์เคลื่อนไหวอย่างเต็มตัว!

             

            ราตรีเดือนมืดพ้นผ่านหลายค่ำคืน การปล้นชิงจวนขุนนางของแพทย์ไร้นามก็ซาลงมีข่าวใหญ่ที่มันโอ่ประโคมว่าจะไปเยือนเมืองหลวง กองกำลังทหารแห่งแคว้นจึงถูกระดมพลคืนกลับไปเฉกเช่นเดียวกับยอดฝีมือจากแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์หลายผู้ก็ไปรวมตัว

             

            พวกมันเฝ้ารอที่จะพานพบกับคนโฉดอย่างแพทย์ไร้นามทุกช่วงวันฝึกวิชามานานถึงคราวที่จะได้สำแดงให้ทั้งปฐพีได้รับรู้ถึงความน่ากลัวของแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์เสียที

             

            คนของทางการรวมตัวที่วังหลวง ยอดฝีมือจากแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ก็อยู่ที่นั่นทว่าเจียซุนกลับเดินทางอย่างลับๆ ไปปรากฏที่เมืองชิงซานทางเขตชายแดนเขาเถาหมิงซาน มันไปที่นั่นก็เพราะมีจุดมุ่งหมาย

             

            มันวางแผนล่อกองกำลังแห่งทางการแคว้นหลุนล่อยอดฝีมือจากแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ไปยังเมืองหลวง ทั้งหมดก็เพื่อมานัดเจอแพทย์ไร้นามตัวปลอมที่เมืองแห่งนี้และเตรียมที่จะรับทรัพย์สินของมีค่าจำนวนมาก แล้วแปรเปลี่ยนสมบัติเหล่านั้นเป็นของมีค่าอื่นเพื่อปกปิดเรื่องราวมิให้รั่วไหลสืบไปเรื่องนี้จะมีเพียงมันและคนของมันเท่านั้นที่รับทราบ!

             

            เจียซุนตลอดเวลามีใบหน้าที่กระหยิ่มยิ้มย่องมันอาศัยอยู่ในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งอย่างลับๆ เพื่อรอการมาของขบวนรถม้ากลุ่มหนึ่ง ซึ่งขบวนรถม้าขบวนนี้มาช้ากว่าเวลานัดหมายหนึ่งชั่วยามแต่เพราะความสบายใจของมันจึงมิได้เป็นกังวลแลตรึงเครียดแต่อย่างใด

             

            พระอาทิตย์ตกยังใช้เวลาไม่เท่ากันในแต่ฤดูกาลเช่นนั้นเวลาของคนก็ย่อมคลาดเคลื่อนได้เป็นบางครา

             

            เจียซุนมันคิดเช่นนี้ และก็มิต่างจากสิ่งที่มันคิดเพราะเมื่อชั่วยามเลยผ่าน ขบวนรถม้าที่ปกปิดมิดชิดกลุ่มหนึ่งก็เคลื่อนมาจอดที่ด้านหลังโรงเตี๊ยมที่มันอยู่เมื่อเห็นเช่นนั้นรอยยิ้มอันยินดีของเจียซุนก็ยิ่งฉายชัด มันรีบลงไปหาขบวนรถม้าเบื้องล่างในใจนึกถึงทรัพย์สินของมีค่ากองใหญ่และแผนการอันเลิศภพที่ปล้นของใส่ร้ายคนอื่นได้สัมฤทธิ์ผลเช่นนี้

             

            มันเดินไปจนถึงรถม้า แต่หยุดยืนนานแล้วก็ยังมิเห็นคนของตนออกมาต้อนรับแม้แต่แพทย์ไร้นามตัวปลอมคนของมันเองก็ไม่โผล่หัวออกมา เจียซุนแรกไม่คิดสิ่งใด แต่พอนานเข้าหัวคิ้วก็เริ่มขมวดมันจึงเดินไปที่เทียมเกวียนด้านหลัง มือยื่นออกไปเลิกผ้าคลุม

             

            แพทย์ไร้นามตัวปลอมที่ดูบาดเจ็บสาหัสรวมถึงผู้ติดตามของมันได้ถูกมัดรวมกันอยู่ที่นี่!

             

            “เกิดสิ่งใดขึ้น!”

             

            เจียซุนใบหน้าแข็งค้างรีบทะยานกายไปตรวจดูเทียมเกวียนอื่นมันถลกผ้าออกอย่างรวดเร็วและทุกเทียมเกวียน ปรากฏว่านอกจากความว่างเปล่ามันก็ไม่พบสิ่งใดเหลืออยู่!

             

            “นี่มันอะไร!”

             

            ใบหน้าของเจียซุนยังจะหลงเหลือประกายความกระหยิ่มยิ้มย่องได้อีกหรือเห็นแต่เส้นเลือดปูดโปนและเต็มไปด้วยโทสะก่อนเข้าไปแก้มัดรวมถึงผ้าปิดปากให้แพทย์ไร้นามตัวปลอม

             

            “ผู้อาวุโสเจียงเกิดสิ่งใดขึ้น แล้วทรัพย์สินของมีค่าไปไหน!”

             

            บุรุษในชุดคลุมปกปิดครึ่งหน้า ผู้ที่ปลอมตัวเป็นแพทย์ไร้นามสร้างความวุ่นวายและเรื่องชั่วช้าไปทั่วปฐพีแคว้นหลุนก็คือผู้อาวุโสเจียงยี่ผู้อาวุโสคนสนิทของประมุขเจียซุนผู้นี้ มันมองหน้าผู้เป็นประมุขก่อนกล่าวคำออกมาอย่างยากลำบาก

             

            “แพทย์ไร้นาม เป็นฝีมือของมัน!”

             

            เจียซุนถึงกับเบิกตาโพลง แผนการของมันนี้จะถูกแพทย์ไร้นามตัวจริงทราบได้อย่างไรมันดำเนินแผนตั้งแต่แพทย์ไร้นามยังอยู่ที่ดินแดนแคว้นเว่ย เดินแผนอย่างแยบยลและยากจับทิศทางล่อหลอกจนกระทั่งทุกกองกำลังยังเข้าใจผิด แต่เหตุใดแพทย์ไร้นามมันจึงรู้ได้ เหตุใดแพทย์ไร้นามถึงรู้จุดหมายและดักปล้นทรัพย์สินที่สมควรจะเป็นของตนไปทั้งหมด

             

            หากแพทย์ไร้นามผู้นี้มันมิใช่ผู้หยั่งรู้อนาคตนั่นก็หมายความว่ามีเกลือเป็นหนอนแล้ว!

             

            และที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือ แพทย์ไร้นามมันก็อยู่ที่แคว้นหลุนแห่งนี้มันอยู่เพียงปลายจมูกของตนแต่ตนกลับมิทราบถึงการดำรงอยู่ของมัน

             

            เป็นครั้งแรกที่เจียซุนรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกเสมอมามันคิดว่าตนอยู่ในที่ลับเล่นงานแพทย์ไร้นามในที่แจ้งโดยตลอด แต่ใครจะคิดว่าแพทย์ไร้นามมันก็ได้ลงมือซ้อนแผนตนไว้ก่อนแล้ว

             

            ทรัพย์สมบัติที่เสียไปอาจทำให้เดือดดาลไม่สบอารมณ์ก็จริงแต่ก็ยังมินับว่าเป็นสิ่งใด ทว่าการที่แพทย์ไร้นามรู้แผนของตน ทั้งยังดักทางได้อย่างเหลือเชื่อเช่นนี้เป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่ามันรู้แผนตนแล้ว ตนกลับไม่รู้ว่ามันคิดจะทำสิ่งใดต่อ

             

            ตลอดมาเจียซุนมันคิดว่าตนอยู่ในจุดผู้กำชัยแต่ตอนนี้มันกลับคล้ายวัวสันหลังหวะและเสมือนลูกไก่ที่อยู่ในกำมือของแพทย์ไร้นาม มันจึงมิอาจรีรอชักช้ารีบกลับไปยังพรรคเพื่อวางแผนการใหม่รับมือทันที ประการที่สำคัญคือต้องสืบหาให้ได้ว่าแผนการของมันรั่วไหลได้อย่างไรและใครที่เป็นหนอน!

             

            โดยไม่สนยามวิกาล ขบวนรถม้าที่สมควรจะเต็มไปด้วยสมบัติได้ถูกทำลายทิ้งมิเหลือหลักฐานเจียซุนและคนของมันรีบคืนกลับสู่พรรคโดยไม่เป็นอันนอน จิตใจทั้งยุ่งยากทั้งซับซ้อนแพทย์ไร้นามมิใช่หมูที่อยู่ในคอกเพื่อรอการเชือดอีกต่อไปแล้ว

             

            “แพทย์ไร้นาม เจ้ากับข้าต้องได้เห็นดีกัน!”

             

            สัปดาห์ก่อนเรื่องวุ่นวายจากการปล้นชิงทรัพย์ของแพทย์ไร้นามยังเกิดขึ้นทั่วแคว้นหลุนแต่สัปดาห์นี้กลับมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นทั่วแคว้นหลุนเช่นเดียวกัน ตามหมู่บ้านยากไร้ตามครอบครัวที่ยากจน มีข่าวลือปากต่อปาก บุรุษปริศนาในชุดแพรเงินไม่ทราบที่มา ไม่ทราบจุดประสงค์มันเพียงผ่านมาแวบเดียว แต่มันได้ทิ้งสมบัติจำนวนมากให้คนยากจนเหล่านั้นได้กินได้ใช้อย่างสะดวกสบายอีกเนิ่นนาน

             

            ไม่เพียงแต่ข่าวคราวที่บุรุษชุดแพรเงินทิ้งสมบัติไว้ตามหมู่บ้านหรือครอบครัวยากไร้เท่านั้นยังมีเหล่าทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการปล้นของแพทย์ไร้นามกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าทุกครั้งที่แพทย์ไร้นามออกปล้นจวนแม่ทัพหรือจวนขุนนาง ก็เป็นบุรุษในชุดแพรเงินผู้นี้ที่ปรากฏกายช่วยรักษาบาดแผลของพวกมันเหล่าทหารเล่าว่าวิชาแพทย์ของบุรุษชุดแพรเงินผู้นี้เลิศล้ำยิ่ง ถูกคมกระบี่เจียนตายกระดูกแตกหักผิดรูป มันก็ยังช่วยรักษาชีวิตได้ ทุกหนึ่งการปล้นของแพทย์ไร้นาม จึงไม่เคยมีข่าวการตกตายของทหารแม้เพียงผู้เดียวที่พวกมันมิตายไม่ใช่แพทย์ไร้นามปราณี แต่เป็นเพราะวิชาแพทย์ของบุรุษชุดแพรเงินต่างหาก

             

            คำถามแลข้อสงสัยจึงเกิดขึ้นมากมายทั่วปฐพีแคว้นหลุน

             

            บุรุษชุดแพรเงินผู้นี้เป็นใคร?