ตอนที่เก้าสิบ Clash of Will
คนที่รักนิยายไลท์โนเวลของแดนอาทิตย์อุทัยที่ต้องการสร้างความสงบสุขให้กับสังคมอาจจะไม่เข้าใจ
แต่สำหรับแดนเม่ยกั๋ว เอ๊ย อเมริกา
หากพวกเขาไปต่างโลกพวกเขาจะเข็นกิโยตินออกมาให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ต่อให้จะมีคนบอกว่า
“การกระทำของพวกเขาจะทำให้มีคนต้องตายมหาศาล”
พวกเขาก็จะพยักหน้าแล้วกล่าวว่า
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราต้องรีบจบสงครามโดยเร็วที่สุด”
และเข็นกิโยตินออกมาตัดคอพวกขุนนางโดยเร็วที่สุดไม่ใช่การฝากตัวเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างแดนจงหยวนหรือเป็นเพื่อนสนิทและแต่งงานกันแบบชาวอาทิตย์อุทัย
ต่อให้ทั้งแผ่นดินกลายเป็นเถ้าถ่าน
พวกเขาก็พร้อมที่จะสร้างอเมริกาขึ้นมาใหม่ในต่างโลกจากกองเถ้าถ่านนั้น
America is the greatest country onearth
อเมริกานั้นคือประเทศที่ดีที่สุดในโลกอยู่แล้ว
ทำไมจะต้องเปลี่ยนด้วย?
ที่ท่านสว.แขนเหล็กได้รับความนิยมจนกลายเป็นมีมต่างๆเพราะแม้จะเป็นตัวร้ายแต่จะมากจะน้อยคำพูดของเขาก็สัมผัสถึงความเป็นอเมริกันที่อยู่ในเบื้องลึกของจิตใจผู้คนได้
“เรื่องที่นายคิดมันไม่ใช่ความเป็นจริงมันคือเรื่องเพ้อฝัน”
ก็เพราะแนวคิดเช่นนั้นล่ะ
ไม่ว่ามาร์ติน ลูเธอคิง,ท่านสว.แขนเหล็ก หรือโจรูโน่ โจบาน่า
ก็ต้องเริ่มต้นด้วยประโยคที่ว่า
I have a dream
ข้าผู้นี้มีความฝัน
เมื่อความฝันและความจริงไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้
สิ่งที่จำเป็นต้องเปลี่ยนไม่ใช่อุดมการณ์หรือความฝัน
แต่คือโลกใบนี้ต่างหากที่ต้องเปลี่ยน!!!
บอนนี่ก็เช่นกันราวกับคนเขียนต้องการเขียนว่า ทำอะไรไปเถิดสาวทั้งหลายเอ๋ยเซ็กส์หมู่ต่อหน้ารูปปั้นบาโฟเมทหรือใช้เวทย์ศาสตร์มืดก็ได้ตามสบายใจเถิด
มันไม่มีผลร้ายอะไรทั้งสิ้นนั่นเอง
แน่นอน มันทำให้คนเล่น Warhammer มาอย่างผมคิดว่า
ไปพึ่งแนวคิดพลังจากปีศาจด้วยความมั่นใจในตนเองแบบเดียวจะดีเรอะ?
แต่ก็นั่นล่ะ
คนเขียนนั้นสื่อว่าสาวอเมริกันจะทำอะไรก็ได้หากเธอมีความมั่นใจพอ
การปะทะกันของความมุ่งมั่น
Clash of Will
คนที่ชนะในเรื่องความมุ่งมั่นคือคนที่สามารถเปลี่ยนความจริงให้เข้ากับอุดมการณ์ของตนเองได้นั่นเองในดินแดนอเมริกาแห่งนี้
แสดงถึงความมุ่งมั่นของปัจเจคบุคคลมากกว่าจะสื่อใจถึงกันอย่างเรื่องนารุโตะ
“ชั้นไม่คิดว่าชั้นจะทำอะไรผิดหรือจะต้องเปลี่ยนอะไรหากเลนนี่ชนะพวกนักฟุตบอลคนอื่นๆได้ชั้นก็จะยังอยู่กับเขา”
บอนนี่กล่าวอย่างมั่นหน้าอย่างมากและส่งสายตาไปทางเชียร์ลีดเดอร์คนอื่นๆที่อาจจะคิดเป็นอื่นให้อยู่ในร่องรอยตามเธอ
“ผมมีข้อแม้ว่าให้เฉพาะหนุ่มนักกีฬาเท่านั้นเชียร์ลีดเดอร์อย่างแอนนา เทเลอร์หรือตัวเธอเองนั้นไม่นับ”
ผมใช้จังหวะแทรกเข้าไปในเงื่อนไขที่พวกเธอพูดกัน
ผมตบก้นเจ้าบิฟและนักกีฬาอีกสองคนที่ผมนั่งทับอยู่
“พวกนี้ผมพอชนะได้แต่แอนนากับเทเลอร์หรือคนอื่นๆผมคงชนะยาก”
ผมกล่าวอย่างจริงจัง แต่เชียร์ลีดเดอร์ทุกคนมองมาแบบแปลกๆ
“เลนนี่นายเป็นแค่แฟนชั้นก็เงียบไปชั้นกำลังจะคุยกับลินดาอยู่”
บอนนี่กล่าวอย่างโมโหที่เลโอนาร์ดขัดด้วยเรื่องไร้สาระ
“ถือว่าเธอรับปากแล้วละกัน”
ผมกล่าว
อย่างที่ผมบอก คนที่คิดว่าสาวผมบลอนด์ม.ปลายอ่อนแอนั้นมีแต่คนที่ไม่เคยอ่านไลท์โนเวลหรือมังงะของแดนอาทิตย์อุทัยเท่านั้นล่ะ
ว่าแต่ซูเปอร์เกิร์ลมันก็มีในประเทศนี้ตั้งนานแล้วนะ
คนเขียนมันเอาที่ไหนมาคิดว่าสาวผมบลอนด์อ่อนแอหว่า?