ระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น

    เล่มที่ 3 บทที่ 68 จักรพรรดินีจับตาดูเซี่ยวซิงอวี่อีกครั้ง!

            ย้อนเวลากลับไปเมื่อห้านาทีก่อน

            สถานการณ์บนเวทีอยู่ในภาวะหยุดนิ่ง

            เมื่อพลังวิญญาณของผู้แข่งขันทั้งสองฝ่ายใกล้จะหมดลงผลแพ้ชนะก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัด

            ขณะที่ทุกคนต่างคิดว่าการแข่งขันครั้งนี้จะจบลงด้วยผลเสมอเซี่ยวซิงอวี่ก็แอบเปิดใช้งานเนตรปีศาจ

            ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำมีอักขระแปลกประหลาดปรากฏขึ้นรอบรูม่านตา

            ในสายตาของเซี่ยวซิงอวี่หมาป่าเนตรปีศาจครามทั้ง 13 ตัวปรากฏอยู่ในสายตาของเขาอย่างชัดเจน

            เซี่ยวซิงอวี่เหลือบตามอง รอยยิ้มเล็กๆปรากฏขึ้นที่มุมปาก

            “เป็นอย่างนี้นี่เอง”

            ความแตกต่างเพียงเล็กน้อยระหว่างร่างจริงกับร่างแยกของหมาป่าเนตรปีศาจครามถูกเนตรปีศาจมองทะลุปรุโปร่ง!

            “เจอวิธีพลิกสถานการณ์แล้วขั้นต่อไปคือเตือนซินซิน”

            การเตือนมู่หรงซินซินโดยไม่ให้ใครรู้เป็นทักษะที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ

            “มีวิธีแล้ว!”

            บนเวที มู่หรงซินซินเหงื่อท่วมหน้าแต่ก็ไม่ลดทอนความงามของเธอลงแม้แต่น้อย

            “ฉันพยายามเต็มที่แล้วดูท่าทางคงทำได้แค่เสมอ”

            มู่หรงซินซินเข้าใจสถานการณ์ดีพลังวิญญาณเหลือไม่มากนัก การเอาชนะโจวเย่นั้นเป็นไปไม่ได้แล้ว

            ทันใดนั้นหางตาของมู่หรงซินซินก็เหลือบไปเห็นเซี่ยวซิงอวี่

            มู่หรงซินซินหันศีรษะเล็กน้อยมองไปยังเพื่อนร่วมทีมในพื้นที่เตรียมการ

            ตอนนี้เซี่ยวซิงอวี่หันหน้าเข้าหามู่หรงซินซิน และทำท่า “หายใจเข้าลึกๆ”ซ้ำๆ กัน

            “ไอ้หมอนี่! ทำตัวเป็นเด็กๆ อีกแล้วไม่มีท่าทีเป็นผู้ใหญ่เลย...”

            มู่หรงซินซินบ่นพึมพำในใจแต่ก็พลันนึกขึ้นมาได้

            “หายใจเข้าลึกๆ”

            “หายใจ...”

            “ใช่! นี่คือรายละเอียดที่ฉันมองข้ามไปนั่นก็คือการหายใจ!”

            มู่หรงซินซินมีไหวพริบฉับไวและเข้าขากับเซี่ยวซิงอวี่เป็นอย่างดีเธอจึงเข้าใจคำใบ้จากเซี่ยวซิงอวี่ได้อย่างรวดเร็ว

            การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป!

            ครั้งนี้มู่หรงซินซินเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีก่อน

            “พลังวิญญาณของทั้งสองฝ่ายเหลือไม่มากแล้วนี่คือช่วงเวลาตัดสินแพ้ชนะ!”

            “ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดเมื่อทั้งสองคนพลังวิญญาณหมดลง ก็จะเสมอกัน”

            “เดี๋ยวก่อนดูเหมือนว่ามีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น!”

            “เหลือเชื่อเลย!นักล่าปีศาจปีกหิมะสามารถโจมตีถูกร่างจริงของหมาป่าเนตรปีศาจครามได้ในกระบวนท่าเดียว!”

            เสียงตะโกนของพิธีกรคือเสียงจากใจของผู้ชมทุกคน

            เมื่อครู่นี้เองมู่หรงซินซินควบคุมนักล่าปีศาจปีกหิมะ ปล่อยลูกธนูน้ำแข็งอย่างไม่คาดคิดกวัดแกว่งปีกคู่ยิงแท่งน้ำแข็งออกไปหลายสาย

            ฉัวะ~

            นี่คือเสียงคมมีดของแท่งน้ำแข็งเจาะทะลุเนื้อหนัง

            บนเวที หมาป่าเนตรปีศาจคราม 12ตัวยังคงอยู่ครบถ้วน

            ทว่าร่างจริงของหมาป่าเนตรปีศาจครามมีแท่งน้ำแข็งสามอันปักอยู่ที่หน้าอกเลือดที่ยังไม่ทันไหลซึมออกมาก็ถูกความหนาวเหน็บเยือกแข็งไปเสียแล้ว

            พิธีกรตะโกนลั่น“ท่านผู้ชมครับ สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้วมู่หรงซินซินดูเหมือนจะพบเคล็ดลับในการจับร่างจริงของหมาป่าเนตรปีศาจครามแล้ว!”

            ใบหน้าของโจวเย่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อเขาไม่คิดว่าภาพลวงตาที่ภาคภูมิใจของหมาป่าเนตรปีศาจครามจะไร้ผลอย่างกะทันหัน

            “เป็นไปได้ยังไง...”

            “ไม่นะ เธอต้องบังเอิญแน่ๆ”

            ฉัวะ~

            โจวเย่ตะลึงงันทันใดนั้นแท่งน้ำแข็งอีกอันก็พุ่งทะลุร่างจริงของหมาป่าเนตรปีศาจคราม

            ร่างแยกทั้ง 12 ตัวบนเวทีดูเหมือนจะหมดประสิทธิภาพในการหลอกล่อคู่ต่อสู้ไปแล้ว

            ไม่ว่าร่างแยกกับร่างจริงจะสลับตำแหน่งกันอย่างไรมู่หรงซินซินก็ยังสามารถค้นหาร่างจริงของหมาป่าเนตรปีศาจครามได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว

            “นักล่าปีศาจปีกหิมะโจมตีถูกร่างจริงของหมาป่าเนตรปีศาจครามอีกครั้ง!”

            “การต่อสู้ครั้งนี้ช่างน่าทึ่งจริงๆ!”

            “ผมเชื่อว่าท่านผู้ชมเองก็เหมือนผมในตอนนี้ที่ยังไม่สามารถมองเห็นจุดอ่อนของภาพลวงตานั่นได้เลย”

            “แต่มู่หรงซินซินสามารถมองทะลุความลับที่ซ่อนอยู่แล้วมีเพียงพวกเราเท่านั้นที่ยังคงไม่รู้เรื่อง!”

            ในสายตาของคนทั่วไปภาพลวงตาของหมาป่าเนตรปีศาจครามนั้นไร้ที่ติ

            แต่จู่ๆ มู่หรงซินซินก็เหมือนเปิดโหมดโกงสามารถล็อกเป้าหมายร่างจริงของหมาป่าเนตรปีศาจครามได้อย่างง่ายดายโดยไม่ได้รับผลกระทบจากร่างแยกอื่นๆ

            การต่อสู้ที่ยืดเยื้อมานานกว่าหนึ่งชั่วโมงในที่สุดก็เริ่มเห็นความได้เปรียบของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแล้ว

            พื้นที่เตรียมการเซี่ยวซิงอวี่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก และเผยรอยยิ้มพึงพอใจ

            “ดูเหมือนซินซินจะมีความเข้าใจดีเธอเข้าใจคำใบ้ของฉันในทันที”

            เมื่อเจอคนที่ใช่ความเข้าขาก็เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ

            ความเข้ากันของมู่หรงซินซินและเซี่ยวซิงอวี่ก็เป็นเช่นนั้น

            บนอัฒจันทร์สูงสุด

            ซ่างกวนหลานและโจวสยงมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การต่อสู้ได้อย่างชัดเจน

            “สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้วสาวน้อยมู่หรงได้เปรียบแล้ว ลูกชายของนายตกอยู่ในอันตรายแล้ว!”

            โจวสยงอดไม่ได้ที่จะมองมู่หรงซินซินด้วยความประหลาดใจ

            “สาวน้อยมู่หรงคนนี้มีของดีจริงๆเธอสามารถมองทะลุจุดอ่อนของหมาป่าเนตรปีศาจครามได้ด้วยซ้ำ”

            ซ่างกวนหลานเปิดริมฝีปากบางเบาพลางก้มหน้าพูดพึมพำ

            “ร่างแยกของหมาป่าเนตรปีศาจครามสามารถเลียนแบบการแสดงออกการเคลื่อนไหว และเสียงคำรามของร่างจริงได้ทุกอย่าง...”

            “แต่เมื่อการต่อสู้ดำเนินไปร่างจริงจะเหนื่อยล้าจนหายใจติดขัด”

            “นี่คือความแตกต่างเพียงอย่างเดียวระหว่างร่างจริงกับร่างแยก”

            ร่างแยกนั้นเป็นเพียงภาพลวงตา ไม่ใช่กายหยาบ

            ส่วนร่างจริงนั้น เมื่อใช้พลังกายมากเกินไปก็จะเกิดการหอบหายใจอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นสิ่งที่ร่างแยกไม่มี

            หลังจากมู่หรงซินซินได้รับคำใบ้จากเซี่ยวซิงอวี่เธอก็เข้าใจความลับนั้นได้ทันที

            เมื่อมู่หรงซินซินสังเกตหมาป่าเนตรปีศาจครามทั้ง13ตัวบนเวทีอีกครั้ง เธอสังเกตเห็นว่าหนึ่งในนั้นหายใจติดขัดและแม้กระทั่งบริเวณปอดก็เกิดอาการกระตุกเล็กน้อย

            นั่นคือร่างจริงของหมาป่าเนตรปีศาจคราม!

            อันที่จริง จุดอ่อนนี้ปกติจะไม่เปิดเผยออกมาเว้นแต่การต่อสู้จะยืดเยื้อนานเกินไปเท่านั้น

            การต่อสู้ครั้งนี้ดำเนินไปนานกว่าหนึ่งชั่วโมงการเปิดเผยจุดอ่อนจึงเป็นเรื่องปกติ

            ทันใดนั้น ซ่างกวนหลานก็ส่ายหน้า

            “ท่านจักรพรรดินีหมายความว่ายังไง?”

            “จุดอ่อนของหมาป่าเนตรปีศาจครามนั้นมู่หรงซินซินไม่ได้ค้นพบเอง”

            “แล้วนั่นคือ...”

            “เด็กหนุ่มนั่นเป็นคนค้นพบ”

            โจวสยงมองตามสายตาของซ่างกวนหลานไปและเห็นเซี่ยวซิงอวี่ที่พื้นที่เตรียมการพอดี

            “ท่านหมายถึงน้องเซี่ยวใช่ไหม?”

            ดวงตาอันงดงามของซ่างกวนหลานเป็นประกาย

            “นายรู้จักเซี่ยวซิงอวี่เหรอ?”

            “ผมกับน้องเซี่ยวเป็นเพื่อนต่างวัยเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจด้วยครับ...”

            โจวสยงเล่าเรื่องราว

            หลังจากฟังแล้วสีหน้าอันสงบนิ่งของซ่างกวนหลานก็แปรเปลี่ยน

            “ไม่คิดเลยว่าเด็กหนุ่มคนนี้นอกจากจะมีพรสวรรค์โดดเด่นในด้านผู้ควบคุมสัตว์อสูรแล้วยังมีทักษะการแพทย์ที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้”

            ซ่างกวนหลานเคยไปตรวจราชการที่เมืองหวงเยียนหลายครั้งเธอรู้ดีว่าซามั่นเถิงสร้างความทรมานและอันตรายต่อสัตว์อสูรมากขนาดไหน

            แม้แต่สัตวแพทย์สัตว์อสูรที่เก่งที่สุดข้างกายซ่างกวนหลานก็ยังไม่สามารถหาวิธีกำจัดซามั่นเถิงให้สิ้นซากได้

            “การต่อสู้ครั้งนี้จบแล้ว”

            ซ่างกวนหลานคิดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดูต่อเธอจึงหันหลังเดินจากไป

            ก่อนจากไป ซ่างกวนหลานกำชับ

            “ท่านเจ้าเมืองโจวช่วงนี้ชายแดนตะวันตกไม่สงบนัก มีสัตว์อสูรระดับเทพอสูรปรากฏตัว ไม่ว่ายังไงนายก็ต้องปกป้องเมืองหวงเยียนเอาไว้ให้ได้”

            “ทราบแล้ว ท่านจักรพรรดินี”

            หลังจากซ่างกวนหลานจากไปการแข่งขันบนเวทีก็สิ้นสุดลงเช่นกัน

            มู่หรงซินซินระดมพลังวิญญาณที่เหลืออยู่ทั้งหมดควบคุมนักล่าปีศาจปีกหิมะให้ปล่อยท่าไม้ตาย

            “เหมันต์ฝังร่าง!”

            พร้อมกับเสียงตะโกนหวานหู มู่หรงซินซินก็ปลดปล่อยพลังวิญญาณทั้งหมด

            นักล่าปีศาจปีกหิมะกางปีกบินทะยานลมพายุพัดโหมกระหน่ำ

            พื้นดินฉีกขาดรอยแยกเผยให้เห็นเศษน้ำแข็งนับไม่ถ้วน

            ร่างจริงของหมาป่าเนตรปีศาจครามไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้ถูกแช่แข็งอยู่ในก้อนน้ำแข็งทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่

            ภายใต้แสงอาทิตย์ยามอัสดงก้อนน้ำแข็งทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดมหึมาดูเหมือนหีบศพน้ำแข็งที่ใช้ฝังศพ!

            โจวเย่หน้าซีดเผือด เลือกยอมแพ้

            “ผม...แพ้แล้ว”

            มู่หรงซินซินรวบรวมพลังวิญญาณ น้ำแข็งละลาย

            หมาป่าเนตรปีศาจครามที่ตัวสั่นงันงกทรุดตัวลงกับพื้นเพียงแค่ดูอ่อนแรงเท่านั้น ไม่มีอันตรายถึงชีวิต

            วัตถุประสงค์ของการแข่งขันซูเปอร์โนวาคือมิตรภาพมาเป็นอันดับแรก การแข่งขันมาเป็นอันดับสอง

            มู่หรงซินซินเป็นคนมีคุณธรรมการต่อสู้ครั้งนี้จึงจบลงเพียงเท่านี้

            “ขอแสดงความยินดีกับสถาบันชิงหลงที่คว้าชัยชนะมาได้อีกครั้ง!”

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น ที่คุณอ่าน