กาลเวลาหมุนเวียนผ่านไปจนครบกำหนดนัดหมายการรักษาอาการาเ็ของสองตูบสี่ขา ‘พิมพิกา’ และ ‘พิมพ์นลิน’ ต่างพาสุนัขของตนก้าวเท้าเดินทางมาทำแผลกับ‘หมอกร’ หรือ ‘นายสัตวแพทย์ทิวากรเจริญรุ่งเรือง’ ที่คลินิกรักสี่ขาตามนัดหมาย
สองสาวเดินทางมาคนละวันกันเมื่อเห็นความตั้งใจจริงและความรักสัตว์ของสองสาวสัตวแพทย์หนุ่มผู้มีจิตสาธารณะจึงถือโอกาสเอ่ยปากชวนพวกเธอเข้าร่วมทริปสำคัญในนามของมูลนิธิบ้านอุ่นใจสี่ขา
"่เดือนหน้าทางมูลนิธิมีโครงการใหญ่ครับคุณพาย คุณนลิน...เราจะจัดคาราวานจิตอาสาเดินทางไปต่างจังหวัด เป็เวลา 1 เดือนเต็มเพื่อเวียนไปตามจังหวัดใหญ่ ๆ ในประเทศ ทำหมันหมาแมวฟรีและจัดกิจกรรมระดมทุนหาบ้านใหม่ให้แก๊งสี่ขาจรจัดกันครับหมออยากชวนทั้งสองคนไปช่วยงานด้วยกัน"
สองสาวรับคำชวนด้วยความยินดีเมื่อกลับถึงบ้าน พิมพิกาสาวสวยที่แอบชอบคุณหมอกลับตัดสินใจเดินหน้าไปชวน ‘ภาคิน’ ทนายความหนุ่มให้ร่วมทริปนี้ไปด้วยกันในฐานะทนายความจิตอาสาดูแลข้อกฎหมายชายหนุ่มปากจัดเมื่อรู้ว่าพิมพ์นลินจะไปด้วย ยิ้มหน้าบานตอบตกลงร่วมทริปทันทีอย่างไร้ความลังเล อ้างว่ากลัวว่ายัยเด็กดื้อพิมพ์นลินจะทำอะไรแผลงๆ จึงจะตามไปคุม
เช้าวันออกเดินทางบรรยากาศหน้าคลินิกคึกคักและคลาคล่ำไปด้วยรถตู้ของเ้าหน้าที่มูลนิธิและแก๊งจิตอาสาอีก2คันใหญ่ที่จอดติดเครื่องยนต์คอยท่าอยู่
รถสปอร์ตคันหรูของภาคิน และรถยนต์อเนกประสงค์ของหมอทิวากรจอดรออยู่เคียงข้างกันสองสาวก้าวเท้าเดินสะพายกระเป๋าออกมาพร้อมกัน พลางมองหน้ากันเงียบ ๆ ทว่าส่วนลึกในหัวใจของพวกเธอกลับซ่อนความหวังไว้ในใจคนละทิศคนละทาง
พิมพิกาเอง ลึก ๆแล้วหล่อนอยากก้าวขาเดินขึ้นไปนั่งเบาะข้างคนขับบนรถของคุณหมอทิวากรผู้ใจดีใจเย็นเพื่อตักตวง่เวลาใกล้ชิดสานสัมพันธ์
สำหรับพิมพ์นลินสายตาคู่งามทอดมองรถสปอร์ตของพี่ชายข้างบ้าน อย่างชั่งใจหล่อนอยากนั่งรถไปกับพี่ภาคินของเธอใจจะขาดแม้จะรู้ดีว่าเขาปากจัดคอยดุด่าเหน็บแนมตลอดทางก็ตาม
ทว่า...พรมลิขิตบิดเบี้ยวกลับสับสวิตช์หัวใจของสองหนุ่มให้สวนทางเหนือความคาดหมายชั่วพริบตา!
"คุณนลินครับ!มานั่งรถคันนี้กับหมอนะครับ หมอเตรียมเบาะรองและขนมของโปรดเ้าดุ๊กดิ๊กไว้ให้บนรถแล้วครับ"
หมอทิวากรลดกระจกลงยิ้มตาหยีส่งเสียงหวานใสเรียกพิมพ์นลินให้ไปนั่งด้วย แววตาคมฉายความหลงใหลคลั่งไคล้ในความสดใสของเด็กสาวอย่างเด่นชัด
ในวินาทีเดียวกันภาคินที่กอดอกทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่หลังพวงมาลัยรถสปอร์ต ได้ยินหมอกรเรียกพิมพ์นลินก็รีบเปิดประตูรถหันมาส่งเสียงทุ้มหวานใส่พิมพิกา
"พายครับ!มานั่งรถคันนี้กับคินเถอะครับ คินเคลียร์เบาะหน้าไว้ให้พายคนเดียวเลยครับ" ชายหนุ่มแกล้งส่งยิ้มหน้าบานโชว์ตัว กลบเกลื่อนอารมณ์บางอย่างที่เริ่มก่อตัว
ชะตากรรมสลับขั้วทำเอาสองสาวถึงกับยืนแข็งค้างราวก้อนหินพิมพิกาและพิมพ์นลินก้าวเท้า ‘เดินสวนทางกัน’ ขึ้นรถคันที่ผิดไปจากความตั้งใจลึกๆ ของตัวเองทั้งคู่’
ร่างอรชรของพิมพิกาก้าวขึ้นไปนั่งข้างคุณทนายภาคินส่วนร่างระหงของพิมพ์นลิน พาร่างกลมป้อมของเ้าดุ๊กดิ๊กก้าวขึ้นไปนั่งเคียงข้างหมอทิวากร
สองสาวลึก ๆรู้สึกเสียใจ หม่นหมอง และน้อยใจจนขอบตาร้อนผ่าว หากแต่จำเป็ต้องเก็บซ่อนอารมณ์เอาไว้ใต้รอยยิ้มบางเบาตามมารยาทผิดกับสองหนุ่มเ้าสำราญ... ‘ภาคินและหมอทิวากรกลับเบิกบานใจ ร่าเริงกันทั้งคู่’ หมอทิวากรยิ้มแก้มปริชวนพิมพ์นลินพูดคุยเจื้อยแจ้วเื่การช่วยเหลือสัตว์รักษ์โลกอย่างมีความสุข ส่วนภาคินก็ขับรถสปอร์ตหน้าบานชวนพิมพิกาคุย ถึงกระนั้น...สายตาคู่คมกลับคอยเหลือบส่องกระจกหลังจับจ้องมองตามรถของคุณหมอทิวากรที่มียัยเด็กดื้อข้างบ้านนั่งอยู่ด้วยแววตาห่วงใยกระวนกระวายใจอยู่เงียบๆ
คาราวานกองทัพรถตู้จิตอาสาและรถหรูทั้งสี่คันเริ่มเคลื่อนตัวเดินทางมุ่งหน้าสู่สมรภูมิหัวใจในต่างจังหวัดเงียบๆ โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า ทริปจิตอาสาทำหมันฟรี และระดมทุนหาบ้านให้สุนัขจรเป็เวลา1เดือนเต็มครั้งนี้ กำลังจะจุดชนวนที่ทำให้คู่กัดปากไม่ตรงกับใจ และคนรักเขาข้างเดียวต้องปะทะคารมโต้เถียงกันอย่างแสบ ๆ คัน ๆ
++++++++++