การลงมือของหลัวหยางนั้นทั้งเด็ดขาด ทั้งเยือกเย็น และไร้ซึ่งความปรานี
กระบี่เหล็กกล้าที่อยู่ในมือของเขาในยามนี้เสมือนกลายเป็ศาสตราที่มีชีวิต มันเคลื่อนไหวตามสติสัมปชัญญะของผู้ถือด้วยความแม่นยำที่น่าพรั่นพรึง ทุกจังหวะที่กระบี่ฟาดผ่าน คือเสียงของความตายที่กำลังขานรับการลงทัณฑ์
คมกระบี่ผ่าฝ่าอากาศจนเกิดเป็เสียงหวีดแหลมก่อนจะแล่นเข้าสู่ร่างของเป้าหมายอย่างโเี้
โดยไม่มีโอกาสจะได้ร้องขอชีวิตหรือเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดให้ได้ฟังเป็ครั้งสุดท้าย
ความทรงจำของหลัวหยางยังคงชัดเจนจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ความโหดร้ายของฆาตกรมีดมรณะยังติดตาเขาไม่เลือนหาย
ภาพของหมู่บ้านที่ถูกเผาไหม้ เด็กหญิงที่ถูกสังหาร ทารกน้อยในเปลที่ไม่มีแรงร้องไห้ก่อนถูกฆ่าอย่างเืเย็น ทุกอย่างเ่าั้ได้แปรเปลี่ยนเป็แรงผลักดันในใจของเขา ที่จะไม่มีวันปล่อยให้วายร้ายมีชีวิตต่อไป
ไม่ใช่เพราะความแค้นส่วนตัว แต่เป็เพราะโลกนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับสิ่งชั่วช้า
หากพวกมันยังมีชีวิตอยู่ วันหนึ่งก็คงกลับไปสร้างหายนะให้กับปุถุชนผู้บริสุทธิ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สายตาของหลัวหยางในยามนี้ปราศจากความลังเล ประหนึ่งนักรบที่ถือดาบพิพากษาแห่งโชคชะตา
เขาไม่ได้ฆ่าเพราะสนุก แต่ฆ่าเพื่อปกป้อง เขาไม่ลงมือเพราะความโกรธ แต่เพราะความจำเป็ และด้วยเหตุนี้เอง ความเ็าในทุกการโจมตีของเขาจึงแฝงไว้ด้วยน้ำหนักแห่งการตัดสิน ทุกครั้งที่กระบี่ฟาดฟันออกไป ร่างของเหล่าโจรก็ถูกสังหารอย่างไม่มีโอกาสได้โต้กลับ
แม้พวกมันจะเป็โจร และเคยลงมือปล้นฆ่าปุถุชนคนธรรมดามามากมาย
แต่ต่อหน้าหลัวหยางแล้ว พวกมันหาได้มีพลังมากไปกว่าผู้บำเพ็ญเพียรระดับหลอมกายาขั้นสามอย่างเขาไม่
แค่เพียง่อึดใจเดียว กลุ่มโจรที่มีจำนวนเกือบสิบคนก็กระจัดกระจาย
บ้างนอนแน่นิ่ง บ้างร่างถูกตัดขาด บ้างไม่มีศีรษะให้เหลือดูต่างหน้า
และในที่สุด ท่ามกลางกลิ่นคาวเืและเสียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายของเหล่าผู้ล่วงลับ
ตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่หนึ่งเดียวที่ยังยืนหยัดอยู่ได้ โจรผู้นั้นมีร่างกายที่สั่นเทิ้ม มือทั้งสองกำดาบไว้แน่นด้วยแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ในร่าง
ั์ตาของมันเบิกกว้าง โพรงลึกเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสั่นะเือย่างหาที่สุดมิได้
เมื่อมันมองไปยังซากศพของลูกน้องที่ถูกสังหารอยู่รอบตัว ร่างที่ถูกตัดหัว แขนขาขาด ร่างที่ถูกกระบี่แทงทะลุจนสิ้นชีพ ความโเี้และประสิทธิภาพแห่งการฆ่าของชายหนุ่มตรงหน้านั้น ทำให้มันแทบจะไม่เชื่อว่าเขาเป็เพียงมนุษย์ธรรมดาเช่นกัน
“บะ.. บะ.. บัดซบ!”
“ข้าขอสู้ตายกับเ้า!”
เสียงกรีดร้องของมันเต็มไปด้วยความจนตรอก ร่างของมันพุ่งเข้าหาหลัวหยางด้วยความเร็วสูง
มือที่จับดาบั์มั่นคงท่ามกลางความสิ้นหวัง โจรผู้นี้คือหัวหน้ากลุ่ม เป็คนที่มีประสบการณ์ในการปล้นฆ่าและสังหารมากที่สุด พละกำลังของมันไม่ธรรมดา ดาบที่ถืออยู่ในมือนั้นใหญ่เท่าตัวคน และมีน้ำหนักมากพอจะฟันเสือให้ขาดเป็สองท่อนได้ในครั้งเดียว
มันะโด้วยความบ้าคลั่ง ก่อนจะฟันดาบลงมาอย่างแรงหมายจะฉีกหลัวหยางให้เป็เสี่ยง
ทว่าหลัวหยางมิได้หลบหนี หรือหลีกเลี่ยงด้วยความหวาดกลัว
เขาเพียงก้าวเท้าข้างหนึ่งไปข้างหน้า ยกกระบี่ในมือขึ้นมารับดาบของศัตรูด้วยท่วงท่าที่เรียบง่าย แต่คมของกระบี่กลับัักับด้านข้างของดาบั์ ก่อนจะเบี่ยงเบนวิถีของมันไปอย่างแม่นยำ ราวกับสายน้ำที่ไหลเลี่ยงจากหินผาโดยไม่ปะทะกันตรงๆ
“นะ.. นี่แก..”
“เบี่ยงวิถีดาบของข้าเรอะ?!”
หัวหน้าโจรตกตะลึง ดวงตาของมันเบิกโพรงอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น
มันรู้ดีว่าดาบของตนนั้นหนักเพียงใด พลังในการโจมตีของมันมากขนาดไหน
หากหลัวหยางใช้กระบี่รับตรงๆ แม้จะเป็กระบี่ที่แข็งแกร่งก็คงแตกหักเป็เสี่ยง
แต่นี่กลับไม่ใช่แค่การหลบหลีก หากเป็การประยุกต์ใช้พลังของคู่ต่อสู้ ผลักมันไปตามแรงของตัวเองราวกับธารน้ำในฤดูใบไม้ผลิ
“ก็ข้าไม่ได้โง่พอจะรับการโจมตีของแกซักหน่อย?”
หลัวหยางเอ่ยด้วยท่าทางที่ยียวนกวนประสาท ดวงตาของเขายังคงสงบนิ่งไม่มีแววตื่นเต้น
ขณะที่ดาบั์ยังคงพลาดเป้าและปักลงไปบนพื้นดิน หลัวหยางที่เห็นช่องว่างและจังหวะได้เปล่งกระบวนท่าอย่างฉับพลัน กระบี่ในมือของเขาวาดผ่านอากาศในแนวทแยงเฉียง แสงสีเงินแวบวาบราวกับดาวตก
รอยกระบี่ฟาดผ่าลงไปยังร่างของหัวหน้าโจรอย่างจัง มันฟันเข้าไปจากหัวไหล่ซ้าย ผ่าเนื้อ กระดูก เส้นเอ็น ทุกอย่างไปจนถึงแนวเอว
เสียงเนื้อฉีก กระดูกแตก และเืที่พุ่งกระจายออกมาท่ามกลางเสียงร้องสุดท้าย
“บะ.. บัดซบ..”
คำพูดสุดท้ายของมันหลุดออกจากปากพร้อมกับเืสด ร่างของมันทรุดลงกับพื้นอย่างช้าๆ
ก่อนที่ดวงตาจะเลื่อนลอยแล้วแน่นิ่งในที่สุด ราวกับิญญาได้หลุดจากร่างไปด้วยความแค้นเคืองอย่างถึงที่สุด
“...................”
หลัวหยางกวาดสายตามองไปรอบตัว ร่างของศัตรูทั้งหมดแน่นิ่งไม่มีใครขยับไหว
กระบี่เหล็กกล้าในมือของเขาถูกยกขึ้น พร้อมกับสบั้นคราบโลหิตที่เปื้อนอยู่ตรงคมกระบี่ออก จากนั้นเขาจึงเก็บมันกลับเข้าฝัก
ก่อนที่ชายหนุ่มจะก้มมองมือตนเองอย่างเงียบงัน ฝ่ามือที่เปื้อนเืนั้นสั่นเพียงเล็กน้อย
รอยโลหิตสีแดงสดกำลังไหลซึมแทรกเข้าสู่ผิวเนื้อโดยที่เขามิได้เช็ดมันออก เขายืนอยู่อย่างเงียบงันเหมือนรูปปั้นที่แฝงไว้ด้วยสัจธรรมบางประการในห้วงแห่งการฆ่า ใบหน้าอันเยือกเย็นปราศจากร่องรอยความเมตตาเปล่งวาจาอันแน่นิ่ง
“คนที่เลือกจะใช้ชีวิตด้วยการฆ่าผู้อื่นเพื่อผลประโยชน์ของตน.. ไม่สมควรจะได้รับความเมตตา!”
คำพูดนั้นเปล่งออกมาะเืลึกถึงส่วนลึกในหัวใจ ราวกับมีน้ำหนักของดาบนับพันเล่มทับถมกันอยู่บนบ่า
เมื่อหลายวันก่อน เขายังเป็เพียงคนธรรมดา ไม่ต่างจากฝุ่นผงบนพื้นถนนที่ใครเหยียบย่ำก็ได้
คนที่สำนักไหนก็ไม่รับ คนที่แม้แต่นิกายชั้นต่ำก็ไม่คิดจะเหลียวแล แต่ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปนับแต่วันที่เขาได้รับระบบสังหารโชคชะตา ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องฆ่าอีกมากแค่ไหน ไม่รู้ว่าทางข้างหน้าจะนำพาไปสู่จุดใด
แต่หลัวหยางรู้เพียงอย่างเดียวว่า หากเขาอยากมีชีวิตอยู่ อยากเปลี่ยนชะตาของตน อยากยืนอยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง
ตัวของเขาจำต้องลงมือก่อนคนอื่น และจงใจเย็นพอจะเก็บทุกอย่างเอาไว้ให้ตนเอง
หลัวหยางหยุดยืนนิ่งอยู่กลางทุ่งศพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ เขาจึงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเจือความสงสัย
“ท่านอาจารย์ระบบ..”
“ข้าสังหารพวกมันหมดแล้วนะ ทำไมถึงไม่มีเสียงแจ้งเตือนว่าได้รับการกลืนกินโชคชะตา หรือได้รับของรางวัลเป็การตอบแทนเลยล่ะ?”
ตามประสบการณ์ก่อนหน้านี้ ในการสังหารครั้งแรก ล้วนแล้วทำให้เขาได้รับโชคชะตาในรูปของพลังหรือสิ่งของเสมอ
ทันใดนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากภายในจิตใจของเขา
【หึ? โชคชะตาสีขาวหรือก็คือระดับหนึ่ง เป็เหมือนเพียงแค่ตัวประกอบ】
【ซึ่งท่านระบบเช่นข้ามองว่าพวกมันไม่มีคุณสมบัติหรือศักยภาพใดๆทั้งสิ้น ทำให้เ้าไม่ได้รับรางวัลอะไรเลยยังไงล่ะ】
หลัวหยางพอได้ยินก็ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจมากนัก
ใบหน้าของเขานั้นยังคงเรียบเฉย แม้ว่าในใจจะรู้สึกเสียแรงไปบ้างก็ตามที เขาพึมพำกับตนเองเบาๆ
“หากข้าสามารถสังหารพวกโชคชะตาสีขาวได้เป็หมื่นเป็แสน..”
“แล้วได้รางวัลจากมันทุกครั้ง เช่นนั้นข้าคงจะเป็เ้า์ได้ภายในเดือนเดียวแล้วกระมัง?”
“เอาเถอะ ท่านอาจารย์ระบบ.. ข้าหลัวหยางไม่ใช่คนที่โลภมาก แต่ถ้าได้เพียงเล็กน้อยก็ดีมากยิ่งกว่า!”
คำพูดนั้นเองทำให้ระบบถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะ ราวกับไม่อาจโต้เถียงกลับได้ สรรพเสียงของมันเงียบงันอย่างชอบกล ก่อนจะะโกลับออกมาด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
【เออๆ! ข้าจะมอบรางวัลดีๆให้เ้าในภายหลังละกัน!】
【ก่อนอื่นไปหาพวกที่มีโชคชะตาเกินระดับสีขาวก่อนเถอะ เพราะงั้นไปกันต่อได้แล้ว!】
หลัวหยางพอได้ยินก็หัวเราะในลำคอ จากนั้นก็หันหลังกลับ ก้าวเดินอย่างสงบออกจากสมรภูมิที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเืในทันที