ตอนที่ 36 กล้ามเนื้อแห่งมังกร
"เจ้าเด็กน้อยตื่น!! เจ้าต้องตื่นเดี๋ยวนี้!!"
"หากเจ้าไม่ตื่นอย่าหวังจะรอดไปจากที่นี่!!"
เสียงของเฟรย่าดังขึ้นภายในจิตสำนึกฉุดดึงเล้งซาน ออกจากผวังค์ เล้งซานค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น อย่างอ่อนแรงด้วยท่าทีงัวเงีย
"มีเรื่องอันใดเฟรย่า ตอนนี้ข้าอ่อนล้าเต็มที ต้องการพักผ่อนอีกซักหน่อย"
"มีสัตว์อสูรลมปราณชั้นสีเขียว3 ตัว ป้วนเปี้ยนอยู่หน้าปากทางเข้าถ้ำหากเจ้ามิกลัวมันเข้ามากินเจ้า ก็จงนอนต่อไปเถอะ!!"
"อะไรนะ!!"เล้งซานเบิกตากว้าง หลุดจากอาการงัวเงียในทันที
"ไหนท่านบอกว่าในชั้นที่ 2 นี้ มีเพียงสัตว์อสูรลมปราณชั้นสีครามและสีน้ำเงิน เหตุใดตอนนี้กลับบอกว่า มีชั้นลมปราณสีเขียวป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้!!"
"อืม..ในตอนแรกก็ไม่มีหรอกแต่ในช่วงที่เจ้าหมดสติไปร่วม 5 วันมีการเปลี่ยนแปลงภายในหุบเขาเกิดขึ้น!!"
"นี่ข้าหมดสติไปนานขนาดนั้นเชียวหรือนี่และมีสิ่งใดเกิดขึ้นในหุบเขา??"
"เราสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของสัตว์อสูรชั้นลมปราณชั้นสีเหลืองที่อยู่ในในชั้นที่ 3 คาดว่ามันน่าจะออกจากการจำศีลแล้วเลยมีสัตว์อสูรชั้นลมปราณชั้นสีเขียวบางส่วน หลบหนีมายังชั้นที่ 2 นี้ ถ้ำที่เราอยู่ในตอนนี้ใกล้กับทางเข้าชั้นที่ 3 เป็นอย่างมากจึงเป็นเหตุให้พบเจอมันได้โดยง่าย"
เล้งซานพยักหน้าเล็กน้อยพลางตอบ
"แต่ที่สำคัญกว่าคือเราจะจัดการยังไงกับเจ้าสัตว์อสูรตรงปากทางเข้าทั้ง3 ตัวนี้ ข้าในตอนนี้นั้นเหลือพลังกายไม่ถึง 2 ใน 10 ส่วน"
"เหอะ!!เจ้าลืมแล้วหรือว่าก่อนหน้านี่ทำสิ่งใดอยู่ตั้งครึ่งปี"
เล้งซานใช้ฝ่ามือตบหน้าผากตัวเองเบาๆที่ลืมนึกถึงเรื่องนี้ ในช่วงครึ่งปีที่มันเรียนวิชาปรุงยามันได้ปรุงยาไว้หลายชนิดเก็บไว้ในแหวนมิติ จากนั่นแหวนมิติของมันก็สว่างวาบขึ้นมันหยิบยาออกมา 2 เม็ด
มันคือยาฟื้นฟูพลังกายฉับพลันและยาฟื้นฟูพลังลมปราณ มันตบยาทั้งสองเม็ดเข้าปากทันทีในเวลาไม่เกินสิบลมหายใจพลังกายและพลังลมปราณของมัน ฟื้นฟูมาเกือบ 5 ใน 10 ส่วน
จากนั้นเล้งซานรีบลบจิตและพลังของตน เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ทันที สัตว์อสูรลมปราณทั้ง 3 ตัวในตอนแรกก็ไม่ได้สนใจถ้ำนี้แต่อย่างใดแต่เมื่อเข้าในระยะมันก็ได้กลิ่นคาวของโลหิตอสูร ที่มาจากบ่อโลหิตและซากร่างของสัตว์อสูรที่เล้งซานเหลือทิ้งไว้
หนึ่งในพวกมันเดินเข้ามาในถ้ำทันที สัตว์อสูรลมปราณชั้นสีเขียวตัวนี้ สูงกว่า 3 เมตรร่างกายกำยำมีเขี้ยวขนาดใหญ่ ขนสีขาวปกคลุมทั่วร่างยกเว้นหน้าอกและช่วงท้องลักษณะโดยรวมบอกได้ทันทีว่าคล้ายกับวานรยักษ์ เล้งซานค่อยๆโคจรลมปราณอย่างช้าๆพลางคิดในใจ
'โจมตีก่อนย่อมได้เปรียบ ต้องอาศัยช่วงเวลาชั่วพริบตาที่มันตกใจกับการจู่โจมหลบหนีออกไปให้ได้'
เล้งซานหลบตัวอยู่ข้างซอกผนังถ้ำทำให้มิอาจสังเกตเห็นได้โดยง่าย เจ้าวานรยักษ์เห็นซากสัตว์อสูรก็ทำการซีกเป็นชิ้นๆและกัดกินทันที
เล้งซานจึงอาศัยจังหวะที่วานรยักษ์กำลังสนใจอาหารเร่งลมปราณสิบส่วนเข้าไปที่หมัดขวา และซัดเข้าจังๆที่ชายโครงของวานรยักษ์ทันทีโดยหวังให้มันหยุดชะงักเพียงชั่วพริบตาและจะทะยานร่างหนีไป แต่...
ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับสร้างความตกตะลึงให้เล้งซานอย่างมาก!!ร่างของวานรยักษ์ ที่ดูกำยำและสูงกว่า 3 เมตร น้ำหนักของมันย่อมไม่ต่ำกว่า 3,000 กิโล อย่างแน่นอน อีกทั้งมันยังเป็นถึงสัตว์อสูรชั้นลมปราณสีเขียวกลับถูกหมัดของเล้งซานที่มีเพียงพลังขั้นแรกสุดของชั้นลมปราณสีน้ำเงินส่งร่างของวานรยักษ์ปลิวตามแรงของหมัดกระเด็นไปร่วม 3 เมตรพร้อมกระแทกเข้ากับฝนังถ้ำอย่างจัง!!
ตรึมมมมม
"เฮ้ย!!ทำไมร่างมันปวกเปียกเช่นนี้!!"
เล้งซานเบิกตากว้างจนดวงตาทั้งสองแทบถลนออกจากเบ้า จากคราแรกที่ตั้งใจอาศัยการก่อกวนหลบหนีไปกลับกลายเป็นว่าภายในหมัดเดียว มันทำให้สัตว์อสูรชั้นลมปราณสีเขียวบาดเจ็บสาหัส!!
"ฮิฮิเจ้าคิดว่าร่างมันปวกเปียกจริงๆหรอ" เสียงเฟรย่าขบขันเล็กน้อย
"เฟรย่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!!" เล้งซานกำหมัดแน่นพลางจ้องมองที่หมัดของตน
"เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเมื่อเข้าสู่ชั้นลมปราณสีน้ำเงิน เจ้าจะได้รับพรกล้ามเนื้อแห่งมังกร"
"กล้ามเนื้อแห่งมังกร??"
"ใช่แล้วกำลังกล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างของเจ้าตอนนี้แข็งแกร่งเทียบเท่ามังกรไม่ต้องเปรียบเทียบกับมนุษย์หรอกแม้จะเปรียบเทียบกับสัตว์อสูรก็ยังนับว่าแข็งแกร่งกว่ามากนัก!!"
"ให้ตายเถอะ!!ข้าเริ่มรู้สึกว่าข้าจะเริ่มห่างเหินจากคำว่ามนุษย์ธรรมดามากขึ้นเรื่อยๆแล้วสิ"
"เจ้ากังวล??"
"ดีใจแทบคลั่งตังหาก!!"เล้งซานแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว พลางกำหมัดไว้แน่น
ไม่ถึง สามลมหายใจวานรยักษ์อีกสองตัวที่หน้าถ้ำก็วิ่งเข้ามาทันทีแต่คราวนี้เล้งซานมิหลบเลี่ยงแม้แต่น้อย มันดึงขวานทลายสวรรค์ออกมาจากแหวนมิติแสงสีน้ำเงินของอักขระสาดส่องสว่างไปทั่วภายในถ้ำ
"ขวานทลายสวรรค์!!"
เล้งซานเกร็งพลังไว้ที่แขนและขว้างขวานไปสุดแรง
ขวานทลายสวรรค์หมุนด้วยความเร็วสูงพุ่งเข้าใส่วานรยักษ์ 1 ใน 2ตัวนั้นด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองเห็นเป็นเพียงแค่แสงสีน้ำเงินที่วูบผ่านไปเท่านั้น!!
ตูบบบบบบบบบบบบ
ทันทีที่แสงสีน้ำเงินกระแทกเข้าที่ร่างของวานรยักษ์มันระเบิดพลังมหาศาลของอักขระออกมาทันที!!
ในความจริงพลังของขวานทลายสวรรค์เพียงพอให้วานรยักษ์ที่มีปราณขั้นสีเขียวในร่างบาดเจ็บสาหัสได้เท่านั้นแต่ด้วยกำลังแขนของกล้ามเนื้อแห่งมังกรของเล้งซาน ส่งผลให้ร่างของวานรยักษ์ถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆตกตายภายใต้กระบวนท่าเดียว!!
แต่วานรยักษ์สุดท้ายก็เข้ามาประชิดระยะห่างจากเล้งซานเพียงสามก้าวหมัดขวาชั้นลมปราณสีเขียวของวานรยักษ์ตัวสุดท้ายถูกปล่อยออกมาเข้าใส่ร่างของเล้งซานแม้เล้งซานสามารถหลบได้อย่างง่ายดาย แต่มันกลับเลือกที่จะลองรับพลังนี้ไว้!!เล้งซานโคจรปราณมังกรบรรพตทันที
ตูบบบบบบบ
เสียงหมัดวานรยักษ์ที่กระแทกร่างของเล้งซานดังสนั่นไปทั่วภายในถ้ำแต่..เล้งซานกลับมิได้ขยับแม้แต่ครึ่งก้าว
"ยอดเยี่ยม!!"เล้งซานแสยะยิ้มอย่างพอใจ
จากนั้นเล้งซานใช้มือขวาของมันจับไปที่แขนของวานรยักษ์พร้อมเหวี่ยงออกไปนอกถ้ำ ด้วยกำลังแขนล้วนๆกลับสามารถเหวี่ยงสัตว์ยักษ์ที่หนักหลายพันกิโลไปได้หลายสิบเมตร!!
"ฮ่าๆๆกล้ามเนื้อแห่งมังกรช่างแข็งแกร่งอะไรเช่นนี้!!"
เล้งซานกระโดดตามออกไปที่นอกถ้ำซัดหมัดขวาที ซ้ายทีใส่วานรยักษ์ไม่ยั้ง!! วานรยักษ์ที่ถูกต่อยตัวแรกอยู่ในถ้ำก็ได้สติขึ้นมา และพยายามพุ่งออกจากถ้ำเข้าหาเล้งซานทันทีเล้งซานแสยะยิ้ม พลางโคจรปราณอัคคีแห่งมังกร ไว้ที่ฝ่ามือ
"วายุเพลิงมังกร!!"
ด้วยพลังลมปราณชั้นสีน้ำเงินทำให้วายุเปลวเพลิงสีฟ้าในครั้งนี้ ใหญ่โตและรุนแรงกว่าครั้งที่ผ่านๆมาภายในถ้ำถูกอัดเข้าไปด้วยเปลวเพลิงสีฟ้าในทุกตารางนิ้ว ครอบคลุมร่างของวานรยักษ์จนสูญสลายไปภายในเวลาไม่ถึง 10ลมหายใจ
เล้งซานหันมาหาวานรยักษ์ตัวสุดท้ายอีกครั้งมือขวาที่คลุมด้วยเพลิงสีฟ้าอันคบกริบ ทะลวงเข้าที่หน้าอกของวานรยักษ์ในทันทีและค่อยๆหยิบลูกแก้วขนาดเท่าปลายนิ้วหัวแม่มือแต่ส่องประกายเปล่งไปด้วยแสงสีเขียวเรืองรอง ออกมาจากร่างของมันวานรยักษ์ตัวสั่นสะท้านเล็กน้อยจากนั้นก็สิ้นลมทันที
"นั่นมันลูกแก้วดวงจิตอสูร" เสียงของเฟรย่าดังขึ้น
เล้งซานเก็บลูกแก้วดวงจิตอสูรไว้ในแหวนมิติทันที จากนั้นก็ไปเก็บ อีก 2 ลูกที่ศพของวานรยักษ์ก่อนหน้านี้
"เจ้าเด็กน้อยเจ้าจะเก็บลูกแก้วดวงจิตอสูร ไปขายหรือ??"
"สำหรับท่านมันอาจเป็นเพียงอัญมณีเครื่องประดับที่มีราคา แต่สำหรับข้ามันไม่ใช่แค่นั้น"เล้งซานตอบพลางยิ้มเล็กน้อย
"เช่นนั้นมันมีประโยชน์อะไรกับเจ้า??" น้ำเสียงของเฟรย่ายังคงดูสงสัย
"มันเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดในวิชาอักขระกำกับลูกแก้วดวงจิตอสูรเกิดจากพลังที่ไหลเวียนในร่างของสัตว์อสูรลมปราณชั้นสูงตั้งแต่ชั้นสีน้ำเงินขึ้นไปเท่านั้นมันเป็นส่วนประกอบหลักของวิชาอักขระกำกับ และยังเป็นตัวกำหมดระดับของอาวุธอักขระอีกด้วยอย่างขวานทลายสวรรค์อันนี้ก็ใช้ลูกแก้วดวงจิตอสูรชั้นสีน้ำเงินขั้นสูงมาเป็นพลังของมัน"
"ก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้สนใจมันเพราะข้ายังไม่บรรลุชั้นลมปราณสีน้ำเงินซึ่งเป็นเงื่อนไขแรกสุดที่จะใช้วิชาอักขระกำกับได้....."