แววตาของเหม่ยอิงแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบกว่าเดิม ครั้นรู้ว่าไม่อาจประเมินสตรีชุดไหมครามตรงหน้าต่ำได้อีกต่อไป นางจึงลากเท้าไขว้สลับเป็นค่ายกลย่างก้าวเหยียบหิมะ กระบี่ในมือสั่นระริกส่งเสียงครางแหลมต่ำดุจเสียงขู่ของสัตว์ร้าย ทันใดนั้น เงาร่างของนางพลันแตกออกเป็น3สาย พุ่งเข้าจู่โจมจาก3ทิศทางพร้อมกัน ปราณพยัคฆ์เหมันต์บีบตัวเบาบางเคลือบใบมีดของกระบี่หวังจะกรีดทะลวงเกราะวารีของอีกฝ่ายให้ขาดสะบั้นสตรีลึกลับยังคงเยือกเย็นดุจห้วงน้ำลึก ใต้ผ้าคลุมหน้าไม่มีแววตื่นตระหนก นางตวัดมือซ้ายขึ้นฟ้าวาดครึ่งวงกลม ขวาตวัดต่ำ ดึงเอาปราณมังกรสมุทรมาหมุนวนรอบกายเร็วขึ้นกว่าเดิม แรงดันน้ำมหาศาลไม่ได้ตั้งรับเพียงอย่างเดียว ทว่าคลื่นสีครามกลับก่อตัวเป็นมังกรนับสิบตัว พุ่งสวนเข้าฉีกกระชากเหม่ยอิงอย่างดุดัน!เคร้ง! เคร้ง! บึ้ม!แรงปะทะกลางอากาศทำเอาแผงลอยรอบข้างกลายเป็นเศษไม้ป่น เหม่ยอิงอาศัยความพลิ้วไหวของยอดฝีมือสำนักพยัคฆ์คำรน ทะยานร่างหลบมังกรสมุทรทว่ากลับคาดการณ์แรงดันน้ำที่แฝงมาเบื้องหลังพลาดไป! กระแสพลังของปราณมังกรสมุทรระเบิดออกในระยะประชิด แรงอัดอากาศที่มองไม่เห็นกระแทกเข้าที่หน้าอกของเหม่ยอิงอย่างจังจนนางเสียหลัก ร่างระหงชุดดำกระเด็นถอยครูดไปกับพื้นดินไกลกว่า10ก้าว โลหิตสีแดงฉานไหลซึมที่มุมปาก แววตาคู่คมสั่นไหวด้วยความตกตะลึงเมื่อพบว่าปราณเหมันต์ของตนถูกแรงดันสมุทรกลืนกินจนหมดสิ้น“แม่นางเหม่ยอิง!” เสียงของทหารจวนอ๋องหลี่ร้องขึ้น ทว่ายามนี้นางบาดเจ็บภายในจนมิอาจยกกระบี่ขึ้นสู้ต่อในทันทีได้ นางทำได้เพียงนั่งคุกเข่า1ข้าง คุมธาตุไฟในร่างให้คงที่และมองดูหมากกระดานนี้ด้วยความเจ็บใจในขณะที่เหม่ยอิงพลาดท่าล้มลงไป ทางฝั่งสมรภูมิรอบนอกระหว่างทหารจวนอ๋องหลี่และองครักษ์ของสมาคมการค้ากลับดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุดเช่นกันองครักษ์จวนอ๋องหลี่แผดเสียงคำรามลั่นราวกับกระทิงป่าที่โกรธจัด พลังปราณสีส้มอมแดงระเบิดพวยพุ่งขึ้นถึงขีดสุด กระบี่เหล็กกล้าในมือส่องประกายแรงกล้า ย่ำเท้าหนาหนักจนแผ่นดินสะเทือน ขวิดทะลวงฝ่าดงกรงเล็บปราณเหยี่ยวเวหาของพวกชายชุดดำอย่างไม่คิดชีวิต!“จัดการมัน.. !”องครักษ์จวนอ๋องแผดเสียงตูมมมม!คลื่นปราณกระทิงหนาหนักกระแทกเข้าใส่ร่างของชายจากสมาคมการค้าข้างกายสตรีลึกลับอย่างรุนแรง พละกำลังสายทหารหลวงที่ผ่านศึกสมรภูมิชายแดนมานับร้อยครั้งบดขยี้ความพลิ้วไหวของปราณเหยี่ยวจนกระจัดกระจาย ชายชุดดำ2คนร่างปลิวละลิ่วกระแทกเข้ากับผนังโรงเตี๊ยมร้างจนสลบเหมือด ส่วนคนที่เหลือได้รับบาดเจ็บจนต้องล่าถอยหลบฉากไปองครักษ์จวนอ๋องหลี่หอบหายใจรัวดุจเครื่องสูบลม ใบหน้าดุดันเต็มไปด้วยคราบเหงื่อและเลือด ทว่าแววตาของเขากลับฉายประกายแห่งชัยชนะ เขารีบหันควับกลับมาหมายจะชิงตัวกู่เหวินเทียนทันที ทว่าสิ่งที่เขาเห็นกลับเป็นเพียงความว่างเปล่าเบื้องหลังเสาไม้… และสตรีชุดไหมครามเข้มที่ยืนขวางทางอยู่“ที่แท้ทหารของจวนอ๋องหลี่ก็มีดีแค่แรงควายสินะ…” สตรีลึกลับเอ่ยน้ำเสียงเรียบเย็น นัยน์ตาคมกริบจ้องมองหัวหน้าองครักษ์ที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาหานางด้วยความเดือดดาล“แม่นางลึกลับ! เจ้าบังอาจทำร้ายคนของสำนักพยัคฆ์คำรน แถมยังบังอาจขวางทางคนจวนอ๋องหลี่! ยามนี้คนของเจ้าแพ้พ่ายหมดสิ้นแล้ว จงส่งตัวใต้เท้ากู่มา และยอมจำนนเสียดี ๆ !” หัวหน้าทหารจวนอ๋องลั่น สองมือยกกระบี่เหล็กกล้าขึ้นขนานอก ปราณกระทิงสีส้มอมแดงที่เหลืออยู่ควบแน่นกลับมาอีกครั้ง แม้จะเหนื่อยล้าทว่ากลิ่นอายสังหารยังคงเข้มข้นสตรีผู้นั้นไม่ได้เอ่ยคำใดตอบโต้ นางเพียงขยับเรียวนิ้วงดงามขยับตั้งท่าเบาๆ ทันใดนั้น พลังปราณมังกรสมุทรสีครามเข้มที่เคยราบเรียบกลับระเบิดตัวราวกับเกิดพายุหมุนใต้สะดือทะเล! เสียงคลื่นซัดสาดรุนแรงจนบดบังเสียงลมป่า ดุดันและหนักหน่วงกว่ายามที่ใช้สู้กับเหม่ยอิงถึง3เท่า!“เข้ามา” นางเอ่ยคำสั้น“ตายซะ!” หัวหน้าองครักษ์ทหารกล้าทะยานร่างขึ้นฟ้า เงื้อกระบี่ฟันสับลงมาเกิดเป็นเงากระทิงคลั่งขนาดยักษ์ดิ่งลงมาบดขยี้สตรีตรงหน้าทว่าสตรีลึกลับเพียงหมุนตัวหลบฉากเบาๆ ดุจพรายน้ำ สองฝ่ามือของนางตวัดกระแทกสวนออกไปตรงๆ ปราณมังกรสมุทรควบแน่นเป็นรูปกรงเล็บมังกรวารีขนาดใหญ่พุ่งเข้าขย้ำและบิดม้วนเงากระทิงส้มจนแตกสลายไปในพริบตา ไม่เพียงเท่านั้น แรงดันน้ำมหาศาลพุ่งเข้ากระแทกหน้าอกและแขนทั้งสองข้างของหัวหน้าทหารจวนอ๋องหลี่ดัง อั้ก!แกร๊ก!เสียงกระดูกแขนร้าวและกระบี่เหล็กกล้าในมือหลุดร่วงกระเด็นไปไกล ร่างสูงใหญ่ของหัวหน้าทหารกล้าลอยละลิ่วข้ามตลาดไปกระแทกซากแผงลอยซาลาเปาจนพังพินาศซ้ำสอง กระอักเลือดคำโตออกมา นอนหมดสภาพอยู่ตรงนั้นโดยมิอาจลุกขึ้นมาต่อกรได้อีกเลย ยอดฝีมือสายทหารกล้าพ่ายแพ้ราบคาบให้แก่พลังปราณมหาสมุทรลึกลับอย่างไม่มีทางสู้!ยามนี้ สองขั้วอำนาจใหญ่ทั้งสำนักพยัคฆ์คำรนและจวนอ๋องหลี่ต่างล้มพับลงไป เหลือเพียงสตรีจากสมาคมการค้าลึกลับที่ยืนตระหง่านอยู่กลางหมอกไอน้ำ ทว่าเมื่อนางหันกลับไปมองที่ซ่อนของกู่เหวินเทียน…เจ้าตัวดีกู่เหวินเทียนหายวับไปกับตา เหลือทิ้งไว้เพียงรอยเท้าเปื้อนแป้งซาลาเปาที่ย่ำหนีเข้าไปในตรอกมืดอย่างว่องไว!