“เ้าไม่เป็อะไรใช่ไหมเ้าหญิง”
เดรสมอนด์ถามอย่างห่วงใย
“ขะ. . . ข้าไม่เป็อะไร”
ซิลเวียตอบอย่างหวาดๆ
อัศวินหญิงก็พยักหน้าว่านางไม่ได้เป็อะไร
ซิลเวียเธอยังจำฉากนั้นได้ ฉากที่เธอถูกจับโดยนักดาบที่พังทะลาย เธออดที่จะช็อคไม่ได้
“นักฆ่าในตอนแรกนั้นเป็พวกนักฆ่าที่ถูกอบรมมาอย่างดี ”
เดรสมอนด์พูดในขณะที่มองอัศวินหญิง
“แต่เ้านักดาบนั้น มันช่างแข็งแกร่งจริงๆ ข้าไม่รู้ว่ามันมาจากไหนทำไมถึง้าฆ่าข้า”
“ท่านแน่ใจนะว่าท่านไม่ได้มีเื่กับขุนนางใหญ่คนใด”
“ข้างเพิ่งมาเมืองหลวงได้ไม่กี่ปีเองนะ แถมข้าก็เดินวนๆเวียนๆอยู่กับวิทยาลัยไม่ได้ไปไหน”
เดรสมอนด์พูดอย่างสงสัย
“แต่อย่างไรเสียพวกเราก็รอดมาได้”
“นั่นสิ น่าทึ่งจริงๆ”
เดรสมอนด์เห็นด้วย
แต่อัศวินหญิงที่ได้ยินเดรสมอนด์พูดแบบนั้นเธอก็ได้แต่เซ็ง
หลังเดินทางมาหลายวันพวกเขาก็ถึงเมืองหลวง
เดรสมอนด์จึงกล่าวลาทั้งสองคนแล้วจึงขี่ม้าไปที่บ้านของเขาในเมืองหลวง
ทิ้งหญิงสาวผมสีฟ้าที่มีใบหน้าละเอี่ยดอ่อนเฝ้ามองดูเขาจากด้านหลัง
จนลับสายตา
“องค์หญิง เขาไปแล้ว”
อัศวินหญิงกล่าวและสะกิดหญิงสาว
“ข้าจะได้เจอเขาอีกไหม”
ซิลเวียพูดออกมาเบาๆ
“เ้าหญิง. . . ท่านเป็เ้าหญิงนะเ้าหญิง ถ้าท่าน้าพบใครท่านก็แค่เรียกเขามาหาท่านก็พอ ไม่เห็นยากอะไร”
อัศวินแรกน่าพูดอย่างอ่อนใจ
“จริงด้วย แรกน่า”
ผ่านไปอีกอาทิตย์โดยไม่รู้ตัว
ใน่อาทิตย์ที่ผ่านมานี้เดรสมอนด์ได้แต่ทบทวนสิ่งที่เขาได้เรียนรู้ระหว่างการสู้รบและการประมือกับนักดาบ
ภายในเวลาอันสั้นข่าวการต่อสู้ที่ไฮเดลก็มาถึงเมืองหลวง
และนั้นก็ทำให้ชื่อของเดรสมอนด์อัศวินผู้ยิ่งใหญ่แพร่กระจายไปทุกแวดวงของเมืองหลวง
ความรู้สึกของเดรสมอนด์เหมือนเขาอยู่ดีๆก็กลายคนดังในชั่วข้ามคืน
ใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้
ร้านค้าของเดรสมอนด์จากที่ขายดีอยู่แล้ว
กลับขายดียิ่งขึ้นไปอีก
ขายดีจนของที่เก็บไว้หนึ่งเดือนขายหมดภายในไม่กี่วัน
และแขกต่างๆก็พากันเอาของขวัญมากให้กับเขามากมาย
เขารับของพวกนั้นไว้ด้วยความยินดี
พระราชวัง
ในห้องโถงที่ถูกประดับประดาอย่างสวยงาม หรูหราและเงียบสงบ
ที่ระเบียงหญิงสาวคนหนึ่งยืนพิงระเบียงมองดูแสงไฟจากเมืองหลวงยามค่ำคืน
แสงจันทร์ที่งดงามส่องลงมาที่หญิงสาว
ทำให้ผิวขาวของเธอยิ่งจับราศีและยังทำให้รูปร่างที่งดงามของเธอมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น
เธออายุราวๆยี่สิบปี
สวมเพียงเสื้อคลุมบางๆ
ในเงามืดของอาคารข้างหลังเ้าหญิง
เสียงรองเท้าดังมาเป็จังหวะแต่ไกล
เ้าหญิงกราเซียจำจังหวะของการก้าวนี้ได้เธอจึงไม่หันกลับไปมอง
“ซิลเวียแอบหนีออกไปอีกแล้วหรือ”
“ใช่คะ”
“เฮ้อ! . . .”
กราเซียถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้
เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าทำไมซิลเวียถึงได้ดึงดันที่จะออกไปนัก
“สาวโง่คนนี้ เธอกลัวว่าคนอื่นจะไม่มีโอกาศฆ่าเธอหรือยังไง”
เธอสบถออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เธอสูดหายใจลึกเพื่อที่จะถามสาวใช้อีกครั้ง
“บอกฉันทีสิว่า ยั๊ยน้องโง่ถึงได้ออกไปบ่อยนัก”
เธอพูดอย่างอดทน
สาวใช้พยักหน้าแล้วพูดเบาๆว่าวันนี้เ้าหญิงซิลเวียไปทำอะไร
“เดี่ยวนะ เธอออกไปหาใครนะ”
“นักเรียนภาควิชาอัศวิน สาขาคูนอย เดรสมอนด์ เครท . . .”
ในตอนนี้เ้าหญิงคนโตกราเซียกำลังครุ่นคิด
เธอคิดอย่างหนักว่ามันเป็แค่เื่บังเอิญหรือว่ามันเป็แผนการ
เมื่อเทียบกับซิลเวียน้องสาวโง่เขลาของเธอ
เธอเห็นอะไรมามากมายหลายอย่างกว่า
เธอต้องปกป้องน้องสาวเพียงคนเดียวของเธอ
โดยสภาพเกมการเมืองในราชวงศ์นั้นถ้าพลาดเพียงครั้งเดียวนั้นก็หมายถึงความตาย
หรือบางครั้งมันอาจจะมากกว่านั้น
โดยสัญชาตญาณเธอต้องสงสัยเอาไว้ก่อน
“แล้วบ้านเครทละ เป็ยังไงบ้าง”
“บ้านเครทในตอนนี้กำลังเจริญรุ่งเื่ในการค้าขายชาและการเก็บภาษีจากพ่อค้า. . . ”
“จะบอกว่าเพียงไม่กี่ปีบารอนเครทก็เปลี่ยนจากศักดินาชายขอบที่ไม่มีอะไร. . .”
“ไม่คะ การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ได้มาจาก ลูกชายคนสุดท้องของบารอนเครท”
“จะบอกว่าเขาใช้เวลาแค่ 1 ปีเพื่อทำให้ศักดินาเจริญงั้นหรือ. . . เป็ไปไม่ได้”
“แต่นั้นคือความจริงคะ”
กราเซียพยักหน้าเงียบๆ
“ฟังดูดีนะ ข้าชักอยากจะเห็นหน้าซะแล้วสิ”
“ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดการจับคู่กับซิลเวียนั้น”
การที่กราเซียนั้น้าจับคู่ให้กับซิลเวียนั้น
จะว่าเป็การช่วยซิลเวียจากการปองร้ายก็ไม่เกินจริงนะ
ด้วยการที่กฏที่ตั้งไว้ั้แ่เก่าก่อนนั้นสามารถให้ผู้หญิงสืบทอดบัลลังได้
เนื่องจากคนที่แต่งงานออกไปก่อนนั้นจะถือว่าไม่มีสิทธิสืบทอดบัลลัง
นั้นก็จะทำให้เธอไม่ถูกคิดร้ายอีกต่อไป
“แล้วเื่ผู้หญิงละ เขาคนนี้เป็ยังไงบ้าง”
สาวใช้ส่ายหัวอย่างแ่เบา
นั้นทำให้เ้าหญิงกราเซียถึงกับตาโต
“จริงหรือ”
“จะว่าไปแล้วเขาก็มีสาวใช้ส่วนตัวคนหนึ่งนะคะ ถึงแม้ว่าเขาจะให้เธอจัดการร้านของเขาก็ตาม”
“น่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ”
กราเซียพยักหน้าก่อนที่จะพูดขึ้น
“จัดงานปาตี้และเชิญเขา แล้วจากนั้นเราจะได้รู้กัน”
เธอหันกลับไปก่อนที่จะยิ้มอย่างเ้าเล่ห์แต่ทรงเสน่ห์