เสียงสัจจะ ไตรภาคแห่งเสียงและหิมพานต์

    บทที่ 24 ศัตรูมาก่อน

           รุ่งเช้าที่ศาลาสังข์ป่ารอบนอกไม่เงียบเหมือนเมื่อคืน

           หลินสังเกตเห็นก่อนเรนเพราะตื่นก่อน ซึ่งไม่ค่อยเกิดขึ้น เธอนอนอยู่ข้างทางเดินที่นำเข้าไปสู่ศาลาฟ้ายังมืดอยู่เล็กน้อย แต่แสงเริ่มเปลี่ยนสี และเสียงป่าที่ควรจะมากขึ้นตามแสงกลับไม่มากขึ้นตามไปด้วย

            เธอนอนฟังอยู่สักครู่ก่อนจะรู้ว่าทำไม

            ป่าไม่เงียบ แต่ป่าระมัดระวัง

            มันต่างกันเงียบคือไม่มีเสียง ระมัดระวังคือมีเสียง แต่เสียงนั้นอยู่นิ่งเหมือนสัตว์ที่หยุดขยับเพราะเห็นอะไรบางอย่าง

            หลินลุกขึ้นแตะไหล่เรนที่นอนอยู่ข้างๆ

            เรนตื่นทันทีลืมตาแล้วมองหลินก่อนที่จะมองที่อื่น

            "ป่ากำลังระวัง"หลินพูดเสียงเบา

            เรนฟังสักครู่ แล้วพยักหน้าลุกขึ้นเงียบๆ ไม่ขยับมากกว่าที่จำเป็๲

            "นานแค่ไหนแล้ว?"เขาถาม

            "ไม่รู้สิ ฉันเพิ่งสังเกตเห็น"

            เรนเดินไปที่ประตูศาลามองออกไปข้างนอก สายตาวิ่งไปตามขอบป่า ตามรอยของแสงที่ยังไม่เข้ามาเต็มแล้วก็ก้มลงมองพื้น

            หลินเห็นสีหน้าของเรนเปลี่ยนไป  ไม่มาก แต่ก็เปลี่ยน

            "เรน"

            "มีคนมาถึงที่นี่แล้ว"เขาพูด น้ำเสียงเรียบ แต่มีบางอย่างข้างใต้ที่ดูแบนราบเกินไป "รอยเท้าสองหรือสามคน มาจากทิศตะวันตก"

            "เมื่อไหร่?"

            "เมื่อคืนที่แล้วก่อนเรามาถึง" เรนพูด ก้มลงใกล้ขึ้นอีก "รอยยังสดแต่ไม่ใช่รอยตอนเช้า"

            หลินเดินออกมาข้างนอกมองตามทิศทางที่เรนชี้ ป่าในทิศตะวันตกมีความหนาแน่นที่ต่างออกไปต้นไม้ยังอยู่เหมือนเดิม แต่บางกิ่งอยู่ผิดตำแหน่งเหมือนถูกดันออกแล้วไม่ได้กลับมาที่เดิม

            "เข้าไปในศาลาไหม?"เธอถาม

            "ต้องตรวจดู"

            พวกเขากลับเข้าไปในศาลาเรนตรวจแท่นหิน มองใกล้ กดนิ้วที่ขอบ แล้วก็ยืนตรง

            "อักขระถูกแตะ"เขาพูด "ไม่ได้ลบหรือเพิ่ม แต่ถูกแตะ มีคนสำรวจวิธีอ่าน"

            หลินมองสังข์ที่ยังอยู่บนแท่นเรืองแสงอ่อนๆ ตามปกติ

            "ทำไมไม่เอาไป?"เธอถาม

            เรนมองมาที่เธอ

            "ฉันหมายความว่าถ้าเขารู้ที่อยู่ของสังข์และมาถึงก่อนเรา ทำไมไม่เอาไป?"

            "เพราะเอาไปไม่ได้"เรนพูด ช้าๆ เหมือนคิดพร้อมกับพูด "สังข์๻้๵๹๠า๱เสียงเพื่อขยับถ้าคนที่เอาไปไม่มีเสียงที่ถูกต้อง สังข์จะไม่ขยับจากแท่น"

            "และเสียงที่ถูกต้องคือ..."

            "เสียงของเธอ"

            หลินยืนมองสังข์สักครู่สิ่งเล็กๆ บนแท่นหิน งดงามแบบที่ไม่๻้๪๫๷า๹พิสูจน์ว่าสวย

            "แปลว่าฝ่ายเงารู้ตำแหน่งสังข์มาก่อนเราแต่รอเราอยู่"

            "น่าจะ"

            "เพราะพวกเขา๻้๵๹๠า๱ฉันไม่ใช่สังข์อย่างเดียว"

            "ใช่"

            หลินถอนหายใจ"มีวิธีพูดเ๱ื่๵๹นี้ให้ฟังดูดีขึ้นไหม?"

            "ไม่มี"

            "โอเคขอบคุณที่ไม่พยายาม"

            ป่าข้างนอกส่งเสียงแบบที่ระมัดระวังเสียงนกเบาๆ เสียงลมที่หยุดกลางทาง เสียงสัตว์เล็กที่เดินหนึ่งก้าวแล้วหยุด

            เรนออกไปตรวจรอบศาลาอีกครั้งทิ้งหลินไว้ข้างในกับสังข์

            หลินนั่งลงหน้าแท่นมองสังข์ที่ไม่ขยับ

            เธอรู้ว่าต้องหยิบมันออกไปถ้าอยู่ที่ศาลาต่อ เปิดโอกาสให้ฝ่ายเงาล้อมมากกว่าที่เป็๲อยู่แล้ว แต่ถ้าหยิบออกไปพลังของสังข์จะออกมาพร้อมกับการ๼ั๬๶ั๼ และพลังนั้นอาจออกมาแบบที่ควบคุมไม่ได้

            เธอเอื้อมมือออกไป

            แล้วหยุด

            คิดว่าจะรอเรนก่อน

            แต่รู้ว่าเรนจะบอกว่าต้องลองและตัวเธอเองก็รู้แล้วว่าต้องลอง ดังนั้นการรอก็แค่เป็๲การเลื่อนเวลาออกไปเท่านั้น

            หลินหายใจเข้าลึก ปล่อยไหล่ปล่อยคอ แล้วหยิบสังข์ขึ้นมา

            พลังงานออกมาทันที

            ไม่ใช่แบบที่เจ็บแต่แบบที่รู้สึกว่ามีอะไรหนักๆ ไหลเข้ามาในแขน ขึ้นมาที่อก ขึ้นมาที่คอเหมือนดื่มน้ำเย็นจัดในวันที่ร้อน รู้สึกทั้งดีและ๻๷ใ๯ในเวลาเดียวกัน

            ป่ารอบศาลาสั่น

            ไม่แรงแต่ป่าทั้งส่วนนั้นขยับพร้อมกัน เหมือนถูกลมตีในทิศทางเดียว แล้วก็หยุด

            หลินยืนอยู่โดยไม่ขยับรู้สึกว่าสิ่งในมือรับรู้เสียงของเธอ รับรู้การหายใจ รับรู้ชีพจร

            "ฉันรู้ว่าเธอฟังอยู่"หลินพูดกับสังข์ เสียงเบา ไม่ใช่คำสั่ง แค่พูด"ฉันจะไม่ใช้เธอถ้าไม่จำเป็๞"

            สังข์ไม่ตอบแต่พลังงานในมือเบาลงนิดหนึ่ง เหมือนบางอย่างฟังและรับรู้

            เรนเดินกลับเข้ามาเห็นสังข์ในมือหลิน หน้านิ่งสักครู่

            "ไม่รอฉัน"

            "ฉันรู้แล้วว่าต้องลอง"หลินพูด "และถ้ารอเธอ เธอก็จะบอกแบบนั้นอยู่ดี"

            เรนมองหลิน มองสังข์มองหลินอีกครั้ง "เป็๲อย่างไรบ้าง?"

            "แข็งแกร่งกว่าที่คิด"หลินพูดตรงๆ "รู้สึกว่ามันฟังเสียงฉัน ไม่ใช่แค่ฉันถือมัน"

            "ใช่สังข์ผูกกับเสียงที่ถูกต้อง" เรนพูด "ตอนนี้รู้สึกอย่างไร?"

            "ยืนได้" หลินพูด"ป่าสั่นนิดหนึ่ง แต่หยุดแล้ว"

            "ดี"

            เสียงจากระยะไกลเสียงฝีเท้าหลายชุด เสียงกิ่งไม้ที่ถูกดันออกเร็วกว่าที่ลมทำได้

            เรนหันมาทันที"จิน"

            "จิน?"

            "เขาตามมาจากทิศใต้มาพร้อมลูกน้องอย่างน้อยสี่คน" เรนพูด แล้วมองอีกทิศ "และทิศตะวันออกฝ่ายเงา"

            "สองฝ่าย"

            "พร้อมกัน"

            หลินมองสังข์ในมือ มองเรน"ไปไหม?"

            เรนพยักหน้า "ไป"

            พวกเขาออกจากศาลาทางด้านหลังเส้นทางที่เรนรู้จักและไม่ได้มาจากทิศที่เสียงมา ป่ารอบข้างยังระมัดระวังอยู่ แต่รับรู้ว่าพวกเขาเคลื่อนที่แล้วใบไม้ขยับเปิดทางเล็กน้อย กิ่งไม้งอออกพอให้ผ่านได้โดยไม่ต้องดัน

            หลินถือสังข์ไว้แน่นรู้สึกว่ามันสั่นเบาๆ ตอบสนองต่อป่า ตอบสนองต่อเธอ

            "มันรู้ว่าเราหนีอยู่"เธอพูด

            "รู้" เรนพูดสั้นยังเดินนำอยู่

            "มันช่วยได้ไหม?"

            "อาจช่วยถ้าเธอรู้จะพูดอะไร"

            หลินมองสังข์ มองป่า"ฉันยังไม่รู้"

            "งั้นยังไม่ใช้ก่อน"เรนพูด "ถ้าใช้ผิด—"

            "ฉันรู้"หลินพูดก่อน "ถ้าใช้ผิดป่าตอบสนองผิดและเราอยู่กลางป่ากับสองฝ่ายที่คอยตามหลังมา"

            "ใช่"

            "ข้อดีข้อเดียวของสถานการณ์นี้คืออะไร?"

            เรนนิ่งครู่หนึ่ง"สองฝ่ายกำลังตามเราจากสองทิศ แต่เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายก็กำลังตามอยู่"

            หลินพิจารณาเ๹ื่๪๫นั้น"แปลว่าเราอาจใช้ฝ่ายหนึ่งขัดขวางอีกฝ่ายได้"

            "ก็อาจจะ"

            "แต่ยังไม่รู้วิธี"

            "ยังไม่รู้"เรนพูด แล้วชี้ไปทางขวา "ทางนี้"

            หลินตามไป ป่าข้างหน้าเปิดป่าข้างหลังปิด เหมือนเดินในอุโมงค์ที่ทำจากต้นไม้และแสงที่ยังไม่เต็ม

            และสังข์ในมือสั่นเบาๆอย่างสม่ำเสมอ เหมือนหัวใจที่เต้นช้ากว่าของหลินแต่มั่นคงกว่า