รุ่งเช้าที่ศาลาสังข์ป่ารอบนอกไม่เงียบเหมือนเมื่อคืน
หลินสังเกตเห็นก่อนเรนเพราะตื่นก่อน ซึ่งไม่ค่อยเกิดขึ้น เธอนอนอยู่ข้างทางเดินที่นำเข้าไปสู่ศาลาฟ้ายังมืดอยู่เล็กน้อย แต่แสงเริ่มเปลี่ยนสี และเสียงป่าที่ควรจะมากขึ้นตามแสงกลับไม่มากขึ้นตามไปด้วย
เธอนอนฟังอยู่สักครู่ก่อนจะรู้ว่าทำไม
ป่าไม่เงียบ แต่ป่าระมัดระวัง
มันต่างกันเงียบคือไม่มีเสียง ระมัดระวังคือมีเสียง แต่เสียงนั้นอยู่นิ่งเหมือนสัตว์ที่หยุดขยับเพราะเห็นอะไรบางอย่าง
หลินลุกขึ้นแตะไหล่เรนที่นอนอยู่ข้างๆ
เรนตื่นทันทีลืมตาแล้วมองหลินก่อนที่จะมองที่อื่น
"ป่ากำลังระวัง"หลินพูดเสียงเบา
เรนฟังสักครู่ แล้วพยักหน้าลุกขึ้นเงียบๆ ไม่ขยับมากกว่าที่จำเป็
"นานแค่ไหนแล้ว?"เขาถาม
"ไม่รู้สิ ฉันเพิ่งสังเกตเห็น"
เรนเดินไปที่ประตูศาลามองออกไปข้างนอก สายตาวิ่งไปตามขอบป่า ตามรอยของแสงที่ยังไม่เข้ามาเต็มแล้วก็ก้มลงมองพื้น
หลินเห็นสีหน้าของเรนเปลี่ยนไป ไม่มาก แต่ก็เปลี่ยน
"เรน"
"มีคนมาถึงที่นี่แล้ว"เขาพูด น้ำเสียงเรียบ แต่มีบางอย่างข้างใต้ที่ดูแบนราบเกินไป "รอยเท้าสองหรือสามคน มาจากทิศตะวันตก"
"เมื่อไหร่?"
"เมื่อคืนที่แล้วก่อนเรามาถึง" เรนพูด ก้มลงใกล้ขึ้นอีก "รอยยังสดแต่ไม่ใช่รอยตอนเช้า"
หลินเดินออกมาข้างนอกมองตามทิศทางที่เรนชี้ ป่าในทิศตะวันตกมีความหนาแน่นที่ต่างออกไปต้นไม้ยังอยู่เหมือนเดิม แต่บางกิ่งอยู่ผิดตำแหน่งเหมือนถูกดันออกแล้วไม่ได้กลับมาที่เดิม
"เข้าไปในศาลาไหม?"เธอถาม
"ต้องตรวจดู"
พวกเขากลับเข้าไปในศาลาเรนตรวจแท่นหิน มองใกล้ กดนิ้วที่ขอบ แล้วก็ยืนตรง
"อักขระถูกแตะ"เขาพูด "ไม่ได้ลบหรือเพิ่ม แต่ถูกแตะ มีคนสำรวจวิธีอ่าน"
หลินมองสังข์ที่ยังอยู่บนแท่นเรืองแสงอ่อนๆ ตามปกติ
"ทำไมไม่เอาไป?"เธอถาม
เรนมองมาที่เธอ
"ฉันหมายความว่าถ้าเขารู้ที่อยู่ของสังข์และมาถึงก่อนเรา ทำไมไม่เอาไป?"
"เพราะเอาไปไม่ได้"เรนพูด ช้าๆ เหมือนคิดพร้อมกับพูด "สังข์้าเสียงเพื่อขยับถ้าคนที่เอาไปไม่มีเสียงที่ถูกต้อง สังข์จะไม่ขยับจากแท่น"
"และเสียงที่ถูกต้องคือ..."
"เสียงของเธอ"
หลินยืนมองสังข์สักครู่สิ่งเล็กๆ บนแท่นหิน งดงามแบบที่ไม่้าพิสูจน์ว่าสวย
"แปลว่าฝ่ายเงารู้ตำแหน่งสังข์มาก่อนเราแต่รอเราอยู่"
"น่าจะ"
"เพราะพวกเขา้าฉันไม่ใช่สังข์อย่างเดียว"
"ใช่"
หลินถอนหายใจ"มีวิธีพูดเื่นี้ให้ฟังดูดีขึ้นไหม?"
"ไม่มี"
"โอเคขอบคุณที่ไม่พยายาม"
ป่าข้างนอกส่งเสียงแบบที่ระมัดระวังเสียงนกเบาๆ เสียงลมที่หยุดกลางทาง เสียงสัตว์เล็กที่เดินหนึ่งก้าวแล้วหยุด
เรนออกไปตรวจรอบศาลาอีกครั้งทิ้งหลินไว้ข้างในกับสังข์
หลินนั่งลงหน้าแท่นมองสังข์ที่ไม่ขยับ
เธอรู้ว่าต้องหยิบมันออกไปถ้าอยู่ที่ศาลาต่อ เปิดโอกาสให้ฝ่ายเงาล้อมมากกว่าที่เป็อยู่แล้ว แต่ถ้าหยิบออกไปพลังของสังข์จะออกมาพร้อมกับการัั และพลังนั้นอาจออกมาแบบที่ควบคุมไม่ได้
เธอเอื้อมมือออกไป
แล้วหยุด
คิดว่าจะรอเรนก่อน
แต่รู้ว่าเรนจะบอกว่าต้องลองและตัวเธอเองก็รู้แล้วว่าต้องลอง ดังนั้นการรอก็แค่เป็การเลื่อนเวลาออกไปเท่านั้น
หลินหายใจเข้าลึก ปล่อยไหล่ปล่อยคอ แล้วหยิบสังข์ขึ้นมา
พลังงานออกมาทันที
ไม่ใช่แบบที่เจ็บแต่แบบที่รู้สึกว่ามีอะไรหนักๆ ไหลเข้ามาในแขน ขึ้นมาที่อก ขึ้นมาที่คอเหมือนดื่มน้ำเย็นจัดในวันที่ร้อน รู้สึกทั้งดีและใในเวลาเดียวกัน
ป่ารอบศาลาสั่น
ไม่แรงแต่ป่าทั้งส่วนนั้นขยับพร้อมกัน เหมือนถูกลมตีในทิศทางเดียว แล้วก็หยุด
หลินยืนอยู่โดยไม่ขยับรู้สึกว่าสิ่งในมือรับรู้เสียงของเธอ รับรู้การหายใจ รับรู้ชีพจร
"ฉันรู้ว่าเธอฟังอยู่"หลินพูดกับสังข์ เสียงเบา ไม่ใช่คำสั่ง แค่พูด"ฉันจะไม่ใช้เธอถ้าไม่จำเป็"
สังข์ไม่ตอบแต่พลังงานในมือเบาลงนิดหนึ่ง เหมือนบางอย่างฟังและรับรู้
เรนเดินกลับเข้ามาเห็นสังข์ในมือหลิน หน้านิ่งสักครู่
"ไม่รอฉัน"
"ฉันรู้แล้วว่าต้องลอง"หลินพูด "และถ้ารอเธอ เธอก็จะบอกแบบนั้นอยู่ดี"
เรนมองหลิน มองสังข์มองหลินอีกครั้ง "เป็อย่างไรบ้าง?"
"แข็งแกร่งกว่าที่คิด"หลินพูดตรงๆ "รู้สึกว่ามันฟังเสียงฉัน ไม่ใช่แค่ฉันถือมัน"
"ใช่สังข์ผูกกับเสียงที่ถูกต้อง" เรนพูด "ตอนนี้รู้สึกอย่างไร?"
"ยืนได้" หลินพูด"ป่าสั่นนิดหนึ่ง แต่หยุดแล้ว"
"ดี"
เสียงจากระยะไกลเสียงฝีเท้าหลายชุด เสียงกิ่งไม้ที่ถูกดันออกเร็วกว่าที่ลมทำได้
เรนหันมาทันที"จิน"
"จิน?"
"เขาตามมาจากทิศใต้มาพร้อมลูกน้องอย่างน้อยสี่คน" เรนพูด แล้วมองอีกทิศ "และทิศตะวันออกฝ่ายเงา"
"สองฝ่าย"
"พร้อมกัน"
หลินมองสังข์ในมือ มองเรน"ไปไหม?"
เรนพยักหน้า "ไป"
พวกเขาออกจากศาลาทางด้านหลังเส้นทางที่เรนรู้จักและไม่ได้มาจากทิศที่เสียงมา ป่ารอบข้างยังระมัดระวังอยู่ แต่รับรู้ว่าพวกเขาเคลื่อนที่แล้วใบไม้ขยับเปิดทางเล็กน้อย กิ่งไม้งอออกพอให้ผ่านได้โดยไม่ต้องดัน
หลินถือสังข์ไว้แน่นรู้สึกว่ามันสั่นเบาๆ ตอบสนองต่อป่า ตอบสนองต่อเธอ
"มันรู้ว่าเราหนีอยู่"เธอพูด
"รู้" เรนพูดสั้นยังเดินนำอยู่
"มันช่วยได้ไหม?"
"อาจช่วยถ้าเธอรู้จะพูดอะไร"
หลินมองสังข์ มองป่า"ฉันยังไม่รู้"
"งั้นยังไม่ใช้ก่อน"เรนพูด "ถ้าใช้ผิด—"
"ฉันรู้"หลินพูดก่อน "ถ้าใช้ผิดป่าตอบสนองผิดและเราอยู่กลางป่ากับสองฝ่ายที่คอยตามหลังมา"
"ใช่"
"ข้อดีข้อเดียวของสถานการณ์นี้คืออะไร?"
เรนนิ่งครู่หนึ่ง"สองฝ่ายกำลังตามเราจากสองทิศ แต่เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายก็กำลังตามอยู่"
หลินพิจารณาเื่นั้น"แปลว่าเราอาจใช้ฝ่ายหนึ่งขัดขวางอีกฝ่ายได้"
"ก็อาจจะ"
"แต่ยังไม่รู้วิธี"
"ยังไม่รู้"เรนพูด แล้วชี้ไปทางขวา "ทางนี้"
หลินตามไป ป่าข้างหน้าเปิดป่าข้างหลังปิด เหมือนเดินในอุโมงค์ที่ทำจากต้นไม้และแสงที่ยังไม่เต็ม
และสังข์ในมือสั่นเบาๆอย่างสม่ำเสมอ เหมือนหัวใจที่เต้นช้ากว่าของหลินแต่มั่นคงกว่า