อี้เจ๋อเจี้ยน สยบมิติฟ้า ธิดาเทพยุทธ์ (จบ)

    บทที่ 88 ตัวอันตราย

    มู่เชียนตัดสินใจซ้ำเติมให้ถึงที่สุด นางตามหาถ้ำหินปราณที่แคว้นลู่ครอบครองไว้จนพบ ไม่นึกว่าในถ้ำแห่งนี้นอกจากร่องรอยของการขุดค้นแล้วก็ไม่มีคนเหลือแม้แต่คนเดียว


    “นี่พวกเขารวบรวมคนทั้งหมดเพื่อไปรับมือกับพวกเราหรือ ?”


    มู่เชียนนึกทึ่งกับความไม่รอบคอบของลู่อู่หมิง ที่จริงนางเพียงแค่เห็นตัวเองเป็นศูนย์กลาง ต้องการแสดงความยิ่งใหญ่  ดังนั้นเวลาออกโรงจึงต้องดึงคนทั้งหมดให้ตามไปกับนางด้วย แม้แต่คนสังเกตการณ์สักคนก็ไม่เหลือไว้ 


    “เข้าไปกันเถิด !” มู่เชียนเอ่ย


    ด้านในถ้ำแห่งนั้นมีโถงกว้างพร้อมกับร่องรอยของการค้างแรม..   หินปราณกองสูงวางอยู่ข้างผนังฝั่งหนึ่ง ดูแล้วคงเพิ่งถูกขุดค้นจึงยังไม่ทันได้ตรวจนับจัดเก็บ ประเมินคร่าวๆก็มีจำนวนหลายพันก้อน ผนังรอบด้านมีหินปราณวาววับยื่นออกมา รอให้พวกเขากอบโกย


    “รีบจัดการเถิด ขุดทั้งหมดอาจต้องใช้เวลาสักหน่อย.. เอาไปเท่าที่ได้ก็พอ” หนานจื่อชิ่งเอ่ยขึ้น ทว่ามู่เชียนกลับส่ายหน้าปฏิเสธ


    “กวาดไปให้หมดดีกว่า”


    “ได้หรือ ?”  อิงอู่หลานถามอย่างดีใจ ดวงตาเป็นประกายวาววับ


    “เอาจริงหรือ ? หากรวบรวมหินปราณทั้งหมดนี่ใช้เวลาอีกสองอาทิตย์ก็อาจยังไม่หมดนะ”  หนานจื่อชิ่งเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ


    “อืมม..   ข้าคิดว่าท่านก็จำเป็นต้องใช้นะ”


    หนานจื่อชิ่งนิ่งอึ้งไป….    การจะเปิดศึกกับองค์รัชทายาทนั้นต้องใช้ทรัพยากรไม่น้อยจริงๆ   ที่สุดองค์ชายแห่งต้าเยว่จึงพยักหน้าให้สัญญาณเหล่าองครักษ์แยกย้ายกันไป 


    “น่าเสียดายที่ต้องใช้เวลามากในการเอาหินปราณพวกนี้ออกมาโดยไม่ให้เสียหาย”   อิงอู่หลานบ่นพึมพำขณะที่พวกเขาเริ่มต้นกะเทาะเอาหินปราณออกจากผนังหินรอบด้านอย่างระมัดระวัง


    มู่เชียนยิ้ม ก่อนจะดึงเอาอ่างหินสีซีดที่มีขนาดเท่ากับถังน้ำลูกหนึ่งออกมา นางวางตั้งลงกับพื้นท่ามกลางความแปลกใจของหนานจื่อชิ่งและอิงอู่หลาน


    “นั่นอะไรหรือ… ?” อิงอู่หลานเอ่ยถามอย่างแปลกใจ


    “เครื่องมืออำนวยความสะดวกเล็กน้อยเจ้าค่ะ” 


    นี่คืออ่างเป่ากุย หนึ่งในอาวุธเวทย์ระดับฟ้าภายในหออาวุธของมู่เชียน สามารถใช้รวบรวมหินปราณและวัตถุที่มีส่วนประกอบของทองคำ ถือเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยสร้างความร่ำรวยให้เจ้าของได้เป็นอย่างดี


    อาวุธเวทย์ชิ้นนี้นางลอบจดจำไว้ในใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นแล้ว  แต่ไรมาไม่ว่าจะเป็นสมุนไพร เคล็ดวิชา หรืออาวุธเวทย์นางล้วนมีมากกว่าผู้อื่นจนไม่นึกสนใจ…   มีเพียงหินปราณและเงินทองเท่านั้นที่นางขาดแคลนอย่างยิ่ง จึงค่อนข้างสนใจอาวุธเวทย์ชิ้นนี้เป็นพิเศษ


    เด็กสาวถ่ายเทปราณธาตุดินเข้าไปในอ่าง  ครู่หนึ่งพวกเขาทั้งเจ็ดก็เริ่มรู้สึกถึงความสั่นสะเทือนของผนังถ้ำรวมถึงพื้นที่ตนยืนอยู่  หินปราณน้อยใหญ่มากมายค่อยๆผุดออกมาจากผนังหินด้วยตนเองก่อนจะพุ่งเข้าใส่อ่างเป่ากุยอย่างรวดเร็ว  


    ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของพวกเขา หินปราณนับไม่ถ้วนก็พุ่งหายเข้าไปในอ่างหินนั้นอย่างบ้าคลั่ง ทั้งยังไร้วี่แววที่จะหยุดลง… ห้านาที…. สิบนาที….  หนึ่งเค่อ… อ่างเป่ากุยยังคงดูดหินปราณออกมาจากผนังไม่หยุด จนมู่เชียนรู้สึกทึ่งในความสามารถของอ่างหินนี้เช่นกัน 


    “คงต้องใช้เวลาครู่หนึ่ง ไว้เราค่อยมาแบ่งกันนะเจ้าคะ..”  เด็กสาวเอ่ยอย่างง่ายๆ


    “อืมม…” คนที่เหลือมีเพียงเสียงตอบกลับในลำคออย่างไม่รู้ตัว


    ‘นี่…ไปดูทางนั้นหน่อยสิ..’  เสียงเล็กๆของเสี่ยวจิ้งดังขึ้น เมื่อมู่เชียนมองตามไปก็เห็นเวิ้งถ้ำเตี้ยๆแห่งหนึ่งในซอกหิน  ลึกเข้าไปด้านในนั้นมืดสนิท ขนาดของมันเพียงให้คนตัวเล็กๆหนึ่งคนเดินผ่านไปเท่านั้น


    “นั่นคงเป็นทางขุดค้นเก่า ข้าให้องครักษ์ไปสำรวจแล้วล้วนเป็นผนังว่างเปล่า ไม่มีสายแร่หินปราณ”  หนานจื่อชิ่งเอ่ย


    การจะสำรวจว่าที่ใดมีหินปราณนั้น ง่ายดายนัก เพียงใช้ปราณสัมผัสก็รู้แล้ว.. ทว่ามู่เชียนกลับยังคงเดินมุ่งหน้าเข้าไปด้านในนั้น 


    ในเมื่อเสี่ยวจิ้งชี้ทางมาทางนี้ย่อมต้องมีบางอย่างน่าสนใจแน่…  


    เห็นนางยืนกรานเข้าไปหนานจื่อชิ่งก็มิได้ห้ามปรามอีก อย่างไรก็มีเวลาเหลือเฟือ  พวกเขาเพียงรอให้อาวุธเวทย์ชิ้นนี้เก็บรวบรวมหินปราณจนครบเท่านั้น 

    สุดทางเดินมืดมิดเป็นทางตัน  เบื้องหน้าเป็นมีเพียงกำแพงหินว่างเปล่า ไร้หินปราณประดับแม้แต่ก้อนเดียว


    ‘ลองใช้เคล็ดทะลวงมิติเข้าไปสิ’ เสี่ยวจิ้งเอ่ย


    มู่เชียนพยักหน้าแล้วเอื้อมมือเข้าไปควานหาสิ่งน่าสนใจในผนังถ้ำด้านในนั้น สัมผัสอุ่นร้อนเรียบลื่นบางอย่างอย่างปรากฏขึ้นในมือ นางคว้าเอาหินอุ่นก้อนหนึ่งออกมาทันที


    ก้อนหินกลมเกลี้ยง สีใสสุกสว่างปรากฏในมือของนาง ภายในนั้นมีพลังงานชีวิตอัดแน่น


    ‘นี่คืออะไรหรือ ?’  มู่เชียนไม่เคยรู้เรื่องราวเกี่ยวกับหินที่มีลักษณะเช่นนี้มาก่อน  


    ‘หินปราณชีพ..’


    ‘อะไรนะ… ?!’ มู่เชียนหันมองก้อนหินใสเบื้องหน้าด้วยสีหน้าตื่นตะลึง


    อย่างที่รู้กันดีว่าหินปราณนั้นสามารถช่วยเพิ่มปราณธาตุในร่าง สามารถพบได้ไม่ยากจึงนำมาใช้แลกเปลี่ยนแทนเงินตรา ทว่าหินปราณชีพนั้นต่างออกไป พลังชีวิตภายในสามารถช่วยเพิ่มอายุขัยของมนุษย์…   ทั้งมีค่าและหายากอย่างมาก หากจะเทียบการแลกเปลี่ยนแล้ว หินปราณชีพหนึ่งก้อนเท่ากับหินปราณนับหมื่นก้อนทีเดียว


    มู่เชียนรู้สึกยินดีอย่างมาก สองมือเล็กทะลวงมิติเข้าไปเก็บเอาหินปราณชีพออกมาไม่หยุด เนื่องจากมิได้มีส่วนประกอบของทอง และไม่ใช่หินปราณธรรมดา จึงไม่สามารถใช้อ่างเป่ากุยรวบรวมมาได้ ราวครึ่งเค่อต่อมา ภายใต้การทำงานอย่างเงียบเชียบ หินปราณชีพกว่าพันก้อนก็กองอยู่ในมิติกำไลของนางจนหมด


    ‘น่าเสียดาย หากอ่างเป่ากุยสามารถรวบรวมหินปราณชีพได้ อาจได้มามากกว่านี้’ มู่เชียนรู้สึกเสียดายอย่างมาก โอกาสที่นางจะได้พบสายแร่หินปราณชีพเช่นนี้คงไม่มีอีกแล้ว


    ‘ไว้คราวหน้าพาพี่หกมาก็พอ’ เสี่ยวจิ้งเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ 


    ‘พี่หกของเจ้า เทพอสูรธาตุดินหรือ ?’  


    ‘ใช่.. ขอแค่เป็นสมบัติที่อยู่ในดินพี่สาวคนที่หกของข้าเพียงพลิกมือเบาๆก็สามารถนำขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย’ 


    ในบรรดาพี่น้องทั้งหมดเสี่ยวจิ้งสนิทสนมกับพี่สาวผู้นี้มากที่สุดแล้ว นางทั้งจริงใจและเปิดเผย ทั้งยังไม่เคยดุด่าเขาสักครั้ง… ที่จริงนางไม่น่าจะด่าใครเป็นหรอก


    เมื่อมู่เชียนเดินออกมา อ่างเป่ากุยก็เหมือนเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว คนด้านนอกทั้งหมดกำลังเฝ้ารอให้เจ้าของของมันออกมาตรวจนับ


    มู่เชียนสำรวจอ่างเป่ากุยแวบหนึ่งก็ตกตะลึงไปเล็กน้อย   อาวุธนี่ยอดเยี่ยมอย่างมากจริงๆ เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็รวบรวมหินปราณมาได้มากกว่าห้าล้านก้อน  มู่เชียนบอกจำนวนออกไปพวกเขาก็ยินดีอย่างมาก

    “เจ้าลงแรงมากที่สุด ให้เจ้าหกส่วน พวกเราแบ่งกันคนละสองส่วนก็พอ”  หนานจื่อชิ่งหมายถึงอิงอู่หลานและตัวเขา 


    ทว่ามู่เชียนที่มีหินปราณชีพอยู่ด้านในกว่าพันก้อน คิดเป็นหินปราณปกติก็เกินกว่าร้อยล้านก้อน กำลังรู้สึกอิ่มจนจุกอย่างยิ่ง จึงยืนกรานให้พวกเขาทั้งหมดหารสาม เศษที่เหลือจากการหารก็ขอให้แบ่งให้ให้เหล่าองครักษ์ของหนานจื่อชิ่งแทน 


    องครักษ์ทั้งสามได้รับรางวัลอย่างไม่คาดหมาย ทั้งยังเป็นจำนวนมากมายเกินกว่าเบี้ยหวัดทั้งชีวิตของพวกเขา ..  ดวงตาสามคู่ที่มองมู่เชียนยามนี้จึงทั้งเคารพและยกย่อง  ราวกับว่าขาดอีกเพียงนิดเดียวก็จะทำให้พวกเขามองนางเป็นนายคนหนึ่งได้แล้ว


    “องครักษ์ของท่านซื้อตัวง่ายไปหน่อยไหม ?” อิงอู่หลานเอ่ยล้อหนานจื่อชิ่งอย่างสนุกสนาน  ทว่าหนานจื่อชิ่งกลับมองนางด้วยสายตารักใคร่ ไม่คิดถือสาคนเหล่านั้นแม้แต่น้อย


    หากว่าองครักษ์คนสนิทเหล่านี้ถูกซื้อตัวได้ง่ายจริง … คงถูกหนานจือเยว่ซื้อตัวไปนานแล้ว


    มู่เชียนมองส่วนแบ่งกองพะเนินที่อยู่ในมิติของตนเองอย่างยินดี…  เสี่ยวจือจือที่เป็นสัตว์อสูรย่อมไม่ต้องการหินปราณ   ส่วนมู่เฉิงหลินที่เอาแต่กินแรงฝึกวิชาอยู่ด้านในนั้น …ให้เขากอดเบาะรองฝึกต่อไปก็แล้วกัน !!



    “ใกล้ๆนี้มีหอสูงที่มีเคล็ดวิชาอยู่ภายใน ถือว่าเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของเทือกเขาหู่ลี่  พวกเราควรต้องเข้าไปสำรวจสักหน่อยหรือไม่ ?” องครักษ์ผู้หนึ่งเสนอขึ้นอย่างกระตือรือร้น


    “ข้าได้ยินมาว่ามีคนร้ายกาจหมายตาที่นั่น” มู่เชียนกล่าวขึ้นลอยๆ  แม้มิได้เกรงกลัวคนเหล่านั้น ทว่าส่วนลึกแล้วนางยังคงไม่ชื่นชอบการต่อสู้เช่นเดิม 


    หนานจื่อชิ่งได้ยินมู่เชียนเอ่ยเตือนก็นิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาว


    “ที่แห่งนั้นแต่ไรมาก็ล้วนเป็นสถานที่ที่ทุกคนหมายตา…  ได้ยินว่าบางครั้งถึงกับมีเคล็ดวิชาระดับฟ้า หรือวิชาระดับเทพปรากฏขึ้น..  แคว้นของเรายังล้าหลังแคว้นอื่นมาก สมควรต้องพยายามให้มากสักหน่อย”


    ย้อนนึกถึงสำนักของตนที่มีเพียงวิชาระดับดินไม่กี่ตู้แล้ว  มู่เชียนก็รู้สึกว่าสมควรหาเคล็ดวิชาระดับฟ้ากลับไปเป็นของกำนัลให้เหล่าอาจารย์สักหน่อย จะได้ไม่เสียทีที่พวกเขาเลือกนางมา


    เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ.. เมื่อตัดสินใจได้คนทั้งหกก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่หอสูงที่มองเห็นได้แต่ไกลทันที


    ที่เรียกว่าหอสูงนั้น แท้จริงแล้วคือโพรงไม้กลวงเปล่าชิ้นหนี่งที่ยืนต้นตายอยู่อย่างโดดเด่น  ดูจากลักษณะลำต้นแล้ว นี่น่าจะเป็นร่างของภูติพฤกษาต้นหนึ่ง… 


    ภายนอกหอสูงนั้น ยามนี้องครักษ์ราวยี่สิบคนล้มกองอยู่กับพื้น ร่างสูงของชายหนุ่มผู้หนึ่งวัยประมาณยี่สิบต้นในชุดสีขาวขลิบทองยืนอยู่เบื้องหลังท่ามกลางการคุ้มกันขององครักษ์อีกสี่คน


    “องค์ชาย.. พวกเราถอยก่อนเถิด”


    “ที่แห่งนี้ไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์ยึดครอง เผ่าวิญญาณของพวกเจ้าทำเกินไปแล้ว”  ผู้เป็นนายเอ่ยเสียงเกรี้ยวกราด 


    “หึหึ.. แล้วอย่างไร วันนี้ต่อให้แคว้นฉินมาเองพวกข้าก็ไม่คิดถอย” ชายในชุดคลุมดำผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น ข้างกายของพวกเขายังคงคนแต่งกายเช่นเดียวกันยืนอยู่อีกราวยี่สิบคน รายล้อมขวางทางเข้าหอสูงไว้จนมิด


    ด้านในนี้มีของสำคัญที่พวกเขาต้องได้มา ไม่ว่าผู้ใดก็อย่าหวังช่วงชิงได้เลย !! 


    กลุ่มของมู่เชียนมองเห็นภาพการขัดแย้งนี้แต่ไกล  สีหน้าของแต่ละคนดูวิตกกังวลอย่างมาก ด้วยเผ่าวิถีวิญญาณนั้นเป็นชนเผ่าลึกลับที่รับมือได้ยาก ทั้งยังโหดร้ายอย่างยิ่ง จากท่าทีที่พวกเขายึดครองหอสูงแห่งนี้เอาไว้ การจะไล่ไปนั้นคงไม่ง่ายจริงๆ  ที่สุดแล้วมู่เชียนก็เห็นองครักษ์กว่ายี่สิบนาย และชายหนุ่มชุดขาวผู้นั้นพากันเดินจากมาอย่างไม่พอใจ


    “ดูเหมือนเป็นองครักษ์จากแคว้นฉู่  ชายหนุ่มด้านหลังนั่นคงเป็นตัวแทนจากราชวงศ์ฉู่.. ฉู่หมิงฮ่าว” หนานจื่อชิ่งเอ่ยเบาๆ


    ฉู่หมิงฮ่าวเดินออกจากบริเวณหอสูงอย่างหงุดหงิดและผิดหวัง เห็นเบื้องหน้าเป็นคนกลุ่มใหญ่ในชุดองครักษ์ก็ยินดีอย่างมากรีบปรี่มาหา ต่อเมื่อเข้าใกล้แล้วจึงพบว่าพวกเขาเป็นชาวต้าหนาน… ใบหน้าหล่อเหลาก็เผยความผิดหวังออกมา


    หากเป็นแคว้นลู่ แคว้นเยี่ยน หรือแคว้นฉินยังอาจยังพอมีโอกาส


    แม้จะเป็นเช่นนี้ฉู่หมิงฮ่าวก็ยังคงมีมารยาท ชายหนุ่มประสานมือทักทายหนานจื่อชิ่งอย่างสุภาพครั้งหนึ่ง พร้อมกับพยักหน้าให้


    “พวกท่านรีบไปเถิด  เผ่าวิญญาณเข้ายึดครองที่นี่ คงได้แต่หาโอกาสอื่นแล้ว…” ฉู่หมิงฮ่าวส่ายหน้า แล้วเอ่ยเตือนอย่างหวังดีก่อนจะก้าวเดินจากไป 


    “หอสูงนี้ดีอย่างไรหรือ พวกเขาจึงยึดครองไว้ไม่ปล่อย ” 


    ได้ยินเสียงหวานใสเอ่ยถาม…  ฉู่หมิงฮ่าวจึงหันไปมอง  เขาพบหญิงสาววัย 16-17 ปี สวมชุดสีเขียว  แม้ใบหน้าดูเรียบง่ายทว่าเสียงของนางกลับไพเราะอย่างมาก 


    …ไม่รู้เหตุใดมองรอยยิ้มของนางแล้วความรู้สึกหงุดหงิดในใจเขาก็บรรเทาลงไป องค์ชายเลือดร้อนเอาแต่ใจผู้หนึ่ง ถึงกับเปิดปากอธิบายสถานการณ์ให้นางฟังอย่างหาได้ยาก


    “ที่จริงก็ไม่มีอันใดต้องแก่งแย่ง แต่ไรมาหอสูงแห่งนี้ก็เลือกคนอย่างยิ่ง ทุกคนมีสิทธิ์เข้าไปเพียงครั้งเดียว ได้รับวิชาหรือไม่ ล้วนแล้วแต่ความสามารถ  น่าเสียดายที่ดูเหมือนคนเหล่านั้นจะหมายตาในวิชาบางอย่างแต่ยังไม่ได้มา  … จึงได้แต่คอยเฝ้าเอาไว้ไม่ให้ผู้อื่นเข้าไปครอบครอง”


    “อืมม.. วิชาอะไรกันนะที่พวกเขาอยากได้นักหนา…” มู่เชียนมองไปที่หอสูงอย่างสนใจ.. 


    “เรื่องนั้นข้าก็ไม่รู้แล้ว.. แม่นางน้อยพวกเจ้ารีบไปเถิด… ที่แห่งนี้ทุกคนล้วนต้องมาเยี่ยมชมสักครั้ง…  หากแคว้นอื่นมาเห็นเข้าเจ้าอาจกลายเป็นเป้าหมายโจมตีให้พวกเขาโขมยยันต์หู่ลี่แทน” 


    ทั้งที่จะชิงยันต์ของนางก็ได้แต่กลับไม่รู้สึกอยากทำ ทั้งยังเอ่ยเตือน.. ฉู่หมิงฮ่าวรู้สึกแปลกใจตนเองไม่น้อย


    ‘ช่างเถิด… อย่างไรหุบเขาแห่งนี้ก็ยังมีเป้าหมายที่น่าตายอีกมาก นางมากับแคว้นหนาน ถือว่าให้เกียรติเพื่อนบ้านก็แล้วกัน’ 


    หลังหาเหตุผลให้การกระทำของตนเองได้ องค์ชายแคว้นฉู่ก็เผยรอยยิ้มสุภาพ พร้อมผงกศีรษะให้นางเป็นเชิงอำลา


    ความรู้สึกดีผุดขึ้นในใจของมู่เชียน  ในหุบเขาแห่งนี้เขาถือเป็นคนแปลกหน้าคนแรกที่มิได้หันดาบใส่นาง … ทำให้นางตัดสินใจช่วยเหลือเขาสักครั้ง ..​.


    “ท่านรอตรงนี้สักครู่.. ข้าขอลองดูหน่อย” 


    กล่าวจบมู่เชียนก็ยิ้มให้เขาทีหนึ่งแล้วเดินตรงเข้าไปยังหอสูงด้วยฝีเท้าเบาสบาย ราวกับมองไม่เห็นเผ่าวิถีวิญญาณกว่ายี่สิบคนที่ยืนเฝ้าอยู่รอบหอสูงนั่นเลย  เสี่ยวจือจือในร่างสาวใช้ตัวน้อยกำลังวิ่งเหยาะๆตามไปนายสาวไปอย่างน่ารัก


    ฉู่หมิงฮ่าวมองภาพนั้นอย่างงุนงง คิดจะเอ่ยห้าม แต่กลับเห็นสมาชิกจากแคว้นต้าหนานที่เหลือต่างยืนนิ่ง  มิได้มีทีท่าวิตกกับการที่เด็กสาวสองคนวิ่งออกไปโดยลำพังเช่นนั้นเลย


    “พวกท่านมิใช่พวกเดียวกันหรอกหรือ ?”


    “แน่นอนว่าใช่..!  ​นางเป็นศิษย์น้องคนโปรดของข้าเชียวนะ”  อิงอู่หลานสะบัดเสียงใส่ ราวกับเขาไม่น่าถามคำถามเช่นนี้ออกมา ทว่าฉู่หมิงฮ่าวยังคงเอียงศีรษะถามต่อไปอย่างงุนงง


    “แล้วเหตุใดพวกเจ้าปล่อยนางวิ่งไปหาอันตรายเช่นนั้น ?”


    “เฮอะ.. ในเทือกเขาแห่งนี้ยังจะมีสิ่งใดอันตรายกว่าเด็กสองคนนั่นอีก..​ !!”


    คล้ายกับเรื่องอี้เจ๋อเจี้ยน สยบมิติฟ้า ธิดาเทพยุทธ์ (จบ) ที่คุณอ่าน

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373