ยุทธวิจิตรพิชิตจักรภพ

    บทที่ ๗๘ คนทรยศ (re-edition)

            ทั้งสามออกจากห้องลับใต้ดิน .. คืนนี้เป็นคืนขึ้นสิบห้าค่ำ ดวงจันทร์ดวงกลมโตลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้า ยังห่างเวลาเที่ยงคืนอีกราวชั่วโมงหนึ่ง

            พวกมันปกปิดใบหน้าแต่งกายด้วยชุดสีดำอำพราง เคลื่อนไหวโลดแล่นตามชายคาบ้านเรือน พันสุธานำหน้าพกพาดาบใหญ่เป็นอาวุธมีห่อผ้าบรรจุตราหยกพันไว้กับร่างกายอย่างแน่นหนา ติดตามด้วยพันวายุมีหนึ่งดาบหนึ่งโล่สะพายอยู่กลางหลัง

            อุทัยอยู่รั้งท้ายมันยังหยิบดาบอันย่อมมาเล่มหนึ่ง อาวุธของพวกมันถูกรมควันเป็นสีดำเพื่อปกปิดประกายแสงสะท้อน

            เมืองนพรัตน์มีลักษณะเป็นจัตุรัสยาวด้านละร้อยห้าสิบเส้น ภายในกำแพงเมืองแบ่งเป็นสองชั้น คือเมืองชั้นนอก และเมืองพระราชวัง

            .. เมืองชั้นนอกเป็นส่วนบ้านเรือนที่อยู่อาศัยทั้งของขุนนางและประชาชน ยังมีหน่วยงานทางการ และย่านการค้า

            .. เมืองพระราชวังเป็นที่ตั้งของวังหลวง ยังแบ่งเป็นสองส่วน .. คือเขตวังชั้นนอกเดิมเป็นวังของเชื้อพระวงศ์ใกล้ชิด และสถานที่ราชการ ส่วนเขตวังชั้นในเป็นเขตของเจ้าหลวงผู้ครองแผ่นดิน ปราสาทราชวังในส่วนนี้ก่อสร้างมาตั้งแต่ก่อตั้งราชวงศ์

            .. เป้าหมายของพวกมันคือหอปราสาทโบราณตั้งอยู่ส่วนในสุด และเป็นจุดศูนย์กลางของเมืองพระราชวังแห่งนี้

            เมืองราชธานีทั้งเมืองเงียบสงบ ชาวบ้านถูกคำสั่งห้ามออกจากบ้านเรือน พบเห็นกองทหารลาดตระเวนอยู่ตามท้องถนนขบวนแล้วขบวนเล่า

            พันสุธาและพันวายุมาเยือนเมืองราชธานีบ่อยครั้ง มันทำความเข้าใจกับการจัดตั้งบ้านเรือนมาเป็นอย่างดี เพียงชั่วครู่ก็หลบลอดกองทหารลาดตระเวนมาถึงคูเมืองรอบกำแพงเมืองพระราชวังแล้ว

            .. คูน้ำกว้างสี่วาลึกสามวาล้อมเมืองพระราชวัง ภายในเป็นกำแพงเมืองสูงกว่าสี่วาทั้งสี่ด้าน ด้านบนมีทหารประจำการตรวจตราอย่างแข็งขัน

            พวกมันซุ่มอยู่ด้านทิศใต้ของเมืองราชวัง ซ่อนตัวในมุมมืดของอาคารไม้แถวหนึ่งถัดไปคือถนนเรียบคูน้ำ

            เมื่อได้จังหวะพันสุธาพุ่งกายไปเบื้องหน้าแล้วส่งสัญญาณให้ทั้งหมดติดตามมา .. เงาดำวูบวาบสามสายไหลเรียดลงคูน้ำอย่างแผ่วเบา

            ทั้งสามดำน้ำจนติดพื้น .. พันสุธาพุ่งกายนำไปอีกฝั่งอย่างรวดเร็ว มันนำมือแหวกพืชน้ำออกจนพบเห็นช่องปิดกันด้วยตะแกรงเหล็กกล้า

            พันสุธานำอุปกรณ์ที่จัดเตรียมมางัดจนตะแกรงเหล็กเปิดออก ทั้งหมดขึ้นมาผิวน้ำเพื่อเปลี่ยนลมหายใจ แล้วจึงดำลอดช่องคูน้ำนั้นเข้าไป

            ช่องคูน้ำนั้นเพียงพอให้ลอดผ่านครั้งละคน พันสุธาดำดิ่งหายไปในความมืด พันวายุส่งสัญญาณให้อุทัยเข้าไปก่อน ส่วนมันรั้งอยู่ด้านท้ายติดตามมา ท่อน้ำคับแคบนำพวกมันเข้าสู่ภายในเมืองพระราชวัง

            พันมีชื่อทั้งสองต่างมีพลังยุทธ์ในระดับ ‘อัคระปราณ’ ช่วงปลาย พวกมันสามารถกลั้นหายใจโดยไม่ต้องขึ้นมาหายใจนานนับชั่วโมง

            .. พรวดดด! อุทัยโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำสูดอากาศเข้าไปเต็มปอด หากท่อน้ำนั้นทอดยาวกว่านี้มันคงต้องหมดลมจมน้ำตายอย่างแน่นอน

            .. พรวด! พันวายุโผล่ตามติด ปลายทางเป็นบ่อศิลาเล็กๆ บ่อหนึ่ง รอบข้างมืดมิดเห็นพันสุธาเกาะขอบบ่อด้อมๆ มองๆ

            ท่อน้ำสายนั้นนำมาสู่บริเวณโรงครัวของเมืองพระราชวัง พันสุธาเคลื่อนไหวนำทางต่ออย่างรวดเร็ว

            เส้นทางภายในทั้งมืดและลดเลี้ยว .. ไม่รู้พันสุธาจดจำเส้นทางได้อย่างไร หากอุทัยมาด้วยตัวเองคงหลงทางแล้ว

            พวกมันผ่านประตูเหล็กบานแล้วบานเล่า .. ที่น่าแปลกใจคือประตูเหล่านั้นมิได้ลั่นกุญแจไว้ ทำให้พวกมันเคลื่อนที่ล้วงลึกจนเข้าถึงเขตวังชั้นในโดยง่ายดาย

            ภายในเขตวังชั้นในมีทหารยามอยู่ไม่ถึงพันคน กำลังพลโดยส่วนใหญ่ถูกกระจายไปยังกำแพงเมืองราชธานีชั้นนอกสุด

            ทั้งสามใช้เงามืดและหลืบเงาของอาคารปกปิดกำบัง บางทีต้องหมอบซุ่มรอคอยจนทหารลาดตระเวนเดินผ่านไป

            อุทัยติดตามพันสุธาและพันวายุมุดออกจากมุขหลังคาที่ใช้ซ่อนตัว ภาพที่พบเห็นทำสายตาของมันกระจ่างจ้า ตกตะลึงกับสิ่งปลูกสร้างสุดอลังการที่ตรงหน้า

            ใต้แสงจันทร์วันเพ็ญคือปราสาทสีขาวขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านสูงเด่นอยู่เบื้องหน้า นั่นคือปราสาทบนปราสาทสัณฐานจัตุรัสมีสามชั้นลดหลั่นกันไป ตัวปราสาทถูกสร้างด้วยศิลาสีขาวบริสุทธิ์

            .. ปราสาทหงส์ทะยาน!

            หลังคาทำด้วยทองแดงรมดำประดับตกแต่งด้วยทองคำ โดดเด่นด้วยยอดปราสาทลักษณะเป็นบุษบกทำด้วยทองคำมี ๓๗ ยอด ตรงยอดยังประดับรูปหงส์ทองคำอันงามสง่า

            ชั้นล่างสุดมียอดบุษบกทองคำ ๒๔ ยอด วางเรียงบนหลังคาปราสาท หากมองจากด้านหนึ่งจะเห็นยอดบุษบกด้านละเจ็ดยอด ชั้นที่สองมียอดบุษบกทองคำอีกจำนวน ๑๒ ยอด วางเรียงบนหลังคาจัตุรัสลักษณะเช่นเดียวกัน

            ชั้นบนสุดคือปราสาทจตุรมุขประธาน สูงเด่นด้วยบุษบกทองคำยอดหนึ่ง ปลายยอดเป็นฉัตรมีหงส์ทองคำเกาะอยู่ด้านบน ตัวหงส์มีอัญมณีส่งประกายวิบวับอยู่ภายใน

            .. สิ่งนี้คือ .. ศิลปะสถาปัตยกรรมอันงามวิจิตร .. ดุจปราสาทราชวังขององค์เทวะ

            นอกจากตื่นตะลึงความงดงามอลังการแล้ว .. อุทัยยังรู้สึกขนลุกซู่เมื่อเห็นประกายสะท้อนมาจากภายในหงส์ทองคำตัวนั้น

            "ไอ้หนุ่ม! รีบด่วน .." พันวายุหันมาเร่งให้อุทัยรีบติดตามมา

            อุทัยละสายตาจากยอดปราสาทแล้วจึงกระโดดตามพันวายุไป .. ส่วนพันสุธาล่วงหน้าหายเข้าประตูประสาทหงส์ทะยานไปแล้ว ..

            เพียงชั่วครู่พันวายุและอุทัยวิ่งก็ขึ้นบันไดไปยังชั้นแรกของปราสาทหงส์ทะยาน ผ่านประตูสีชาดขนาดใหญ่ที่ถูกเปิดแง้มไว้ ภายในปราสาทมืดสลัวมีเพียงแสงสว่างรำไรสาดส่องเข้ามาจากช่องแนวระบายอากาศ

            .. ทั้งสองเข้ามาเพียงสิบก้าวต่างต้องหยุดโดยกะทันหัน

            .. ห่างไปไกลลิบมองเห็นเงาหลังของพันสุธาหยุดยืนแน่นิ่งตามไปด้วย

            .. พันวายุเหลียวมองซ้ายขวาหนึ่งดาบหนึ่งโล่ที่กลางหลังถูกปลดลงกระชับถือเตรียมพร้อม

            พันวายุฉุกคิดภายในใจ 'มีบางสิ่งไม่ถูกต้อง!!! '

            ง่ายดายเกินไป .. ทุกสิ่งง่ายเกินไป .. มันหลงกลแล้ว ..

            .. พรึบบ! พรึบบ! พรึบบ! เกิดแสงสว่างโดยฉับพลัน กระถางคบเพลิงที่วางเรียงรายนับสิบๆ กระถางต่างถูกจุด เปลวเพลิงส่องสว่างไปทั้งห้องวิหารภายใต้ปราสาท

            ความมืดถูกทดแทนด้วยแสงสว่าง .. มองเห็นภายในห้องวิหารเป็นเส้นสายศิลปะตกแต่งอันประณีตงดงาม ทั้งภาพวาดอันวิจิตรบนฝาผนังแสดงเรื่องราวครั้งโบราณกาล

            .. แต่พันวายุและอุทัยไม่มีกะจิตกะใจจะชื่นชมความงดงามเหล่านั้น

            เงาดำไหววาบผลุบโผล่ .. มือสังหารภูตทมิฬกว่าห้าสิบตนโอบล้อมไปทั่วทั้งบริเวณ

            พลังปราณสังหารจากเหล่าภูตทมิฬกดดันไปยังทั้งสอง .. พันวายุ .. และ อุทัย ..

            แต่ .. พันวายุหาใส่ใจเหล่าภูตทมิฬทั้งหลายไม่ .. คิ้วของมันกระตุก .. ใบหน้าเหยเก .. มือสั่นระริกยกดาบในมือชี้ใส่ร่างร่างหนึ่ง

            "ทะ ทะ ท่าน .. เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ .." เสียงอันสั่นเครือของพันวายุ มันกำลังกล่าวกับพันสุธาศิษย์ผู้พี่ของมัน

            ฮึ ฮึ ฮึ .. เสียงหัวเราะอันเย็นยะเยือกจากพันสุธา มันค่อยๆ หันร่างกลับมาแล้วกล่าวว่า ".. วายุ .. น้องรักของพี่"

            พันสุธาปลดผ้าดำที่ปิดบังใบหน้าออก ดวงตาของมันถมึงทึงเปล่งประกายยิ้มเยาะอย่างชั่วช้า ราวกับเป็นคนละคนกับศิษย์พี่ที่พันวายุคุ้นเคย

            พันสุธากล่าว "เจ้าโง่เขลาเกินไป .. เรื่องราวบนโลกยากเกินความเข้าใจของเจ้า .."

            "หุบปาก!!! " พันวายุตวาดลั่น มันด่าต่อ "เจ้า .. ไอ้นรกขายชาติ .. เสียแรงที่เป็นพี่น้องร่วมสำนัก .."

            พันสุธายิ้มกระหยิ่ม ปากพร่ำวาจา "เช่นนั้นหรือ .. นกดีต้องเลือกคบไม้ใหญ่ทำรัง .. ใช่หรือไม่ ฮึ ฮึ" พร้อมทั้งแผ่พลังปราณสังหารอย่างรุนแรง

            .. อุทัยได้แต่ยืนมองศิษย์พี่น้องทั้งสองด่าทอกัน .. แต่ที่แน่แท้คือมันถูกพันสุธาผู้นี้หลอกมาขายทิ้ง พันสุธาแปรพักตร์เข้าร่วมกับฝ่ายมหาการีย์เสียแล้ว

            .. ปั๊ววว! พันสุธาดีดนิ้วส่งสัญญาณครั้งหนึ่ง มันยังกล่าวต่อว่า ".. รู้ตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว .. ศิษย์น้องของข้า .. ฮ่า ฮ่า"

            มือสังหารภูตทมิฬบีบกระชับวงล้อมเข้ามาโดยฉับพลัน .. เงาดาบประกายกระบี่วูบวาบหมายสังหารพันวายุและอุทัย

            อุทัยรีบกล่าวกับพันวายุ "ท่านไปชิงตราหยกมา .. ข้าจะระวังหลังให้ .."

            พันวายุได้สติ .. มันกล้ำกลืนระงับโทสะ .. เป้าหมายของมันคือต้องนำตราหยกกลับมา .. หากรอให้เหล่าภูตทมิฬห้อมล้อมโอกาสที่จะถึงตัวพันสุธาเท่ากับศูนย์ในสิบส่วน

            .. พันวายุเคลื่อนไหวในทันใด .. พลังปราณที่เก็บซ่อนระเบิดออก .. ร่างของมันทะยานเข้าหาพันสุธาในบัดดล

            การเคลื่อนไหวของทั้งสองเหนือความคาดหมายของพันสุธาและเหล่าภูตทมิฬ .. พันวายุพุ่งเข้ามาประดุจลมพายุอยู่ห่างจากพันสุธาเพียงสิบก้าว ..

            .. ฟับบ .. ฟับบ .. ฟับบ .. ดาบในมือฟาดฟันออกสามดาบ กลายเป็นปราณดาบสังหารพุ่งเข้าหาพันสุธาอย่างรวดเร็ว

            พันสุธากระชับดาบใหญ่ในมือ มันกวัดแกว่งดาบนั้นราวใบพัดเหล็กเข้าต้านทาน

            .. แคล๊งง! แคล๊งง! แคล๊งง! ปราณดาบสังหารจากพันวายุถูกกระแทกจนแหลกสลาย

            แต่ปราณดาบที่ส่งออกเป็นเพียงแค่กระบวนท่าลวงเท่านั้น พันวายุกระโดดตัวลอยมือขวาที่กำด้ามดาบถูกง้างขึ้นเต็มเหนี่ยว .. ท่าสังหารที่แท้จริงคือหมัดๆ นี้ ...

            .. หมัดยอดมงกุฎเจิดจำรัส!

            "!!!" พันสุธาถึงกับอ้าปากหวอ มันคือศิษย์ผู้พี่มีการฝึกปรือวิชายุทธ์สูงล้ำกว่า แต่กับท่าหมัดที่พันวายุกำลังแสดงออกทำพันสุธาถึงกับตกตะลึง

            กระบวนท่ายอดมงกุฎเจิดจำรัสของสำนักมีอานุภาพสุดรุนแรงแต่ก็ต้องสิ้นเปลืองพลังปราณเป็นอย่างมาก .. โดยปกติด้วยพลังยุทธ์ในระดับของพวกมันทั้งสอง ยังไม่สามารถใช้ออกได้ทรงพลังขนาดนี้

            พันสุธาไม่เชื่อว่าพันวายุจะเก่งกาจได้ปานนั้น มันเหวี่ยงดาบใหญ่ในมือเข้าปะทะโดยตรง

            .. เปรี้ยงงงง! หมัดของพันวายุปะทะกับประกายดาบคมกริบ

            เกิดพลังปะทะสุดรุนแรง .. หมัดเปล่าๆ ของพันวายุกระแทกจนดาบบิดเบี้ยว พันวายุยังมีท่าตามต่อมันยกขาซ้ายงอพับแล้วจึงถีบส่งอย่างรุนแรง

            .. บาทายอดมงกุฎเจิดจำรัส!

            ตีนซ้ายของพันวายุประทับบนใบหน้าของพันสุธาอย่างจัง .. ส่งร่างของพันสุธากระเด้งถอยหลังไปกว่าสิบก้าว

            แคล๊งงง! พันสุธาโยนดาบที่กลายสภาพเป็นเศษโลหะลงพื้น .. ปากสั่นกระตุก .. ใบหน้าของมันยังมีรอยแดงเป็นรูปฝ่าตีน .. การถูกตีนถีบหน้านับเป็นการเสียเชิงยุทธ์ยิ่งนัก ..

            "ถุยยย .." มันถ่มโลหิตลงพื้น แล้วยังกล่าว "ไอ้สารเลว .."

            "ข้ายังไม่ปักใจเชื่อ .. ว่าเจ้าจอมตรีภูตจะตายอย่างอนาถ ด้วยน้ำมือสถุลเช่นเจ้า .."

            "ข้ารู้แล้ว .. ว่าเจ้าเล่นลวดลายอันใด .. ถึงกับยอมสละชีวิตใช้เคล็ดวิชาบัดซบนั้น .. ฮึ ฮึ"

            พันวายุกล่าว "จะพร่ำหาอันใด .. ไอ้เนรคุณ .." แล้วจึงพุ่งทะยานเข้าหาพันสุธาอีกครั้ง

            พันสุธาโมโหตาโปน กล่าวว่า "เคล็ดมงกุฎประสานชีวา .. มีดีเพียงเท่านี้หรือ .." แล้วจึงกระโจนเข้าหา มันระเบิดพลังปราณออกจากตะกรุดที่ฝังเอาไว้ทั่วร่างเช่นเดียวกับพันวายุ

            .. ยี่สิบสี่มงกุฎยอดคงกระพัน!

            วิชา 'มงกุฎยอดคงกระพัน' ของพันสุธาสูงกว่าพันวายุสองขั้น ตอนนี้ตะกรุดเหล่านั้นสั่นสะท้านอย่างรุนแรงปลดปล่อยพลังปราณศักดิ์สิทธิ์ไปทั่วร่างกาย

            .. เปรี้ยงงงง! หมัดของพันสุธาชกออกถูกโล่โลหะที่พันวายุนำมารับไว้ โล่โลหะนั้นถึงกับแตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อย

            .. ผั๊ว! พันสุธาเตะข้อมือของพันวายุจนดาบร่วงกระเด็น

            .. ผลั๊ก! พันวายุตอบโต้กลับกำหมัดขวาชกใส่ใบหน้าพันสุธาอย่างจัง .. แต่หนังหน้าของพันสุธาแข็งแกร่งอย่างยิ่ง ปรากฏรอยแดงจางๆ เป็นรูปหมัดเพิ่มขึ้นมา

            .. ผั๊ว! ผั๊ว! พันสุธาใช้ท่อนแขนกระแทกใส่หน้าพันวายุจนหน้าหงาย

            .. ผลั๊ก! ผลั๊ก! พันวายุกระชากเสื้อของพันสุธา แล้วสาวหมัดใส่ติดๆ กันสองหมัด

            ทั้งสองประเคนหมัดใส่กันไม่ยั้ง พันวายุกระชากยื้อยุดจนเสื้อผ้าพันสุธาขาดวิ่น พันสุธาน้ำลายไหลยืดดังสุนัขบ้า มันร่ำร้องเสียงดังลั่น

            "ภักดีอันใด .." .. ผลั๊กก! พันสุธาปล่อยหมัดซ้ายใส่ใบหน้าพันวายุ

            "แล้วข้าได้อะไรบ้าง .." .. ผลั๊กก! พันสุธาซัดหมัดขวาใส่ใบหน้าพันวายุอีก

            "ชีวิตอันยากลำบาก .." .. ผลั๊กก! พันสุธาเสยหมัดซ้ายใส่ปลายคางพันวายุ

            "ข้าไม่ต้องการ .." .. ตู้มมมม!!! พันสุธาระเบิดหมัดขวาใส่หน้าอกพันวายุอย่างแรง ร่างของพันวายุกระเด็นกระดอนกลิ้งหลายตลบลงไปนอนกองอยู่บนพื้น

            อั๊กกก! พันวายุตัวคุดคู้กระอักโลหิตคำหนึ่ง มันทำท่าจะยันตัวลุกขึ้นปรากฏเงาดำวาบพุ่งเข้ามาหาจากสี่ทิศทาง ภูตทมิฬสี่ตนรุมล้อมส่งปราณดาบคมกล้าพุ่งเข้าใส่ร่างของพันวายุอย่างราดเร็ว

            .. แต่มีเงาร่างหนึ่ง .. รวดเร็วยิ่งกว่ารวดเร็ว .. อุทัยเคลื่อนไหววูบวาบราวภาพหลอนมายา

            .. ป๊าบบบบ!!! หนึ่งหมัดชกเข้าเบ้าตาภูตทมิฬจนตาแตก

            .. ปุ๊กกกก!!! หนึ่งเข่ากระแทกชายโครงภูตทมิฬจนกระดูกหักดังลั่น

            .. ปั๊กกกก!!! หนึ่งศอกกระทุ้งใส่คอภูตทมิฬจนลูกกระเดือกแหลกเหลว

            .. เปรี๊ยงงง!!! หนึ่งตีนประทับใส่ร่างภูตทมิฬจนปลิวกระเด็นราวถูกคชสารถีบใส่

            เพียงไม่ทันกะพริบตาอุทัยจัดการภูตทมิฬไปสี่ตน มันเร่งรีบเข้าไปดูพันวายุที่กำลังก้มคุดคู้

            "ท่านเป็นเช่นไร .." อุทัยกล่าว

            "!!!" พันวายุถึงกับตกใจ เมื่อเงยหน้าขึ้นพบเห็นภูตทมิฬนอนกองอยู่เต็มพื้น

            "ข้าไม่เป็นไร .." พันวายุกล่าว แล้วจึงชันตัวลุกพร้อมยื่นของสิ่งหนึ่งมาให้ .. มันกล่าวต่อ "เจ้าจงนำตราหยกนี่ .. ไปยังชั้นสามของปราสาท .."

            สิ่งนั้นคือตราหยกนพเทพกำลังถูกประคองส่งให้อุทัย พันวายุเข้าไปยั่วยุพันสุธาใช้การต่อสู้ติดพันประชิดพัน นำร่างกายเป็นเป้าให้พันสุธาชกต่อย แล้วจึงฉวยโอกาสช่วงชิงตราหยกวิเศษกลับคืนมา

            "อ่า .." อุทัยอุทาน มันรับตราหยกเอาไว้

            พันวายุค่อยๆ ยืดตัวขึ้น กล่าวว่า "จะมีแท่นที่บรรจุได้พอดี .. จงประทับตราหยกแล้วกดลงไป .. ถือเป็นการเสร็จสิ้นภารกิจของเรา .."

            .. อุทัยพยักหน้ารับตราหยกวิเศษมาถือไว้กับมือ

            "ฮา ฮา ฮ่า ฮ่า .." เสียงหัวเราะดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้องวิหาร เป็นเสียงหัวเราะของพันสุธา

            พันสุธายังกล่าวเยาะเย้ยว่า "น้องพี่! เจ้านี้ช่างพยายาม .." มันกล่าวต่อ "ยอมถูกชกต่อยจนหน้าบวม .. เพื่อแย่งชิงสิ่งของกลับคืน .. ฮา"

            อุทัยหันมามองพันสุธา .. มองเห็นบันไดวนทำด้วยศิลาสีขาวเป็นทางขึ้นของปราสาทอยู่ที่ด้านหลัง ส่วนเหล่าภูตทมิฬยังไม่กล้าวู่วาม .. ทำการกระชับวงล้อมเข้าหาอย่างเงียบๆ

            พันสุธายังกล่าวไม่หยุด ".. แถมยัง .. หลอกลวงผู้อื่นให้มาตายอีกด้วย .. ฮา ฮา ฮ่า ฮ่า .."

            "หุบปากสุนัขของเจ้า!" พันวายุตวาดลั่น อุทัยหยุดกึกต้องหันมามองพันวายุ

            "ฮา ฮา ฮ่า ฮ่า .." พันสุธายังหัวเราะต่อ แล้วกล่าวกับอุทัยว่า "เจ้าหนุ่ม .. เจ้าพร้อมสละชีวิต .. เพื่อผู้ที่สังหารบิดาของเจ้าแล้วหรือไม่ ฮา .."

            อุทัยครุ่นคิด 'ผู้ที่สังหารบิดาของข้า ..' คำพูดของพันสุธาก้องอยู่ในโสต มันค่อยๆ ก้าวเดินเข้าหาอย่างลืมตัว .. แล้วกล่าวถามว่า "เจ้า .. หมายความว่าอย่างไร .."

    คล้ายกับเรื่องยุทธวิจิตรพิชิตจักรภพ ที่คุณอ่าน