“เสี่ยวเซวี่ย ไปกันเถอะ!”
เย่เทียนกระโดดขึ้นหลังของเสี่ยวเซวี่ยและบินขึ้นไปบนท้องฟ้ามุ่งหน้าไปยังฐานทัพทะเลมาร
เพียงไม่นาน
เสี่ยวเซวี่ยก็บินเข้าใกล้ระยะของฐานทะเลมารแต่ก็ไม่ได้เข้าใกล้มากนัก
ตูม!!!
เสียงการต่อสู้ดังมาจากที่ไกลๆ
“ช่างเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดอะไรเช่นนี้!”
รูม่านตาของเย่เทียนหดแคบลงพร้อมความตกใจที่ก่อตัว
ห่างออกไป
สัตว์อสูรจำนวนมากกําลังล้อมฐานทะเลมารไว้ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันยังระดมโจมตีทั้งทางอากาศและบนพื้นดิน
บนฟากฟ้ามีฝูงสัตว์อสูรระดับราชาจำนวนมากที่โจมตีค่ายกลป้องกันอย่างต่อเนื่องในขณะที่บนพื้นดินมีสัตว์อสูรชั้นยอดสัตว์อสูรระดับสูงและสัตว์อสูรระดับกลางกับระดับต่ำอีกนับไม่ถ้วนจนไม่สามารถนับจำนวนของพวกมันได้
หากจะว่ากันตามขนาดกองทัพของพวกมันแล้วกองทัพสัตว์อสูรพวกนี้อย่างน้อยก็มากกว่าฝูงสัตว์อสูรที่ฐานหลินไห่ต้องเผชิญนับร้อยเท่าและแม้แต่ความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรเหล่านี้ก็ยังเหนือกว่ามาก
แต่ในบรรดาพวกมันทั้งหมดมีสัตว์อสูรตัวหนึ่งที่ยังไม่ได้ลงมือ
มันเป็นวานรสีทองร่างกายกำยำที่มีความสูงประมาณ50เมตร กลิ่นอายของมันราวกับจะทะลุผ่านเส้นขอบฟ้าแม้แต่ราชาอสูรทั่วไปก็ยังเป็นเหมือนมดปลวกเมื่ออยู่ต่อหน้ามัน
ทันใดนั้น
วานรตัวนั้นก็เหลือบมองเย่เทียนเพียงแวบเดียวที่มันหันมามองก็ทำให้เย่เทียนรู้สึกหนาวเหน็บไปจนถึงกระดูก
“น่ากลัวไปแล้ว!”
เย่เทียนตระหนักได้ถึงความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรวานรตัวนี้ทันที
เขาอยู่ห่างจากอีกฝ่ายอย่างน้อย100กิโลเมตร และมองอีกฝ่ายจากระดับความสูง 1,000 เมตรเหนือพื้นดินแต่อีกฝ่ายกลับสัมผัสได้ถึงตัวตนของเขา
อย่างไรก็ตามวานรสีทองตัวนี้เพียงแค่ชำเลืองมองมาที่เย่เทียนก่อนจะเลิกให้ความสนใจเขาทันที
“มันคงคิดว่าเราอ่อนแอเกินไป ไม่มีค่าพอให้มันสนใจ”
เย่เทียนพึมพำ
ใช่แล้วระดับการบ่มเพาะของเขาเป็นเพียงปรมาจารย์ที่ปรับแต่งเส้นชีพจรได้เพียงเส้นเดียวเท่านั้นและวานรสีทองก็มองไม่เห็นพรสวรรค์ของเขา ดังนั้นไม่แปลกที่มันจะไม่สนใจเขา
“เข้าไปที่ฐานทัพทะเลมารก่อนแล้วดูสถานการณ์อีกที!”เย่เทียนกวาดตามองการต่อสู้อยู่ระยะหนึ่งก่อนจะตัดสินใจ
จากสถานการณ์ปัจจุบันเหล่าสัตว์อสูรไม่น่าจะให้ความสำคัญกับการโจมตีฐานทัพหลินไห่ที่อ่อนแอต่อให้มันโจมตีฐานหลินไห่ก็คงจะเป็นหลังจากที่พวกมันสามารถทำลายฐานทัพทะเลมารได้แล้ว
ดังนั้นการที่เย่เทียนอยู่ในฐานหลินไห่จึงเป็นเรื่องที่เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์เขาจึงตัดสินใจกลับมายังฐานทะเลมารเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ เมื่อเทียบกันแล้วฐานทะเลมารต้องรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการโจมตีนี้อย่างแน่นอน
ดังนั้น
เย่เทียนจึงมุ่งหน้าไปยังฐานทัพทะเลมารระหว่างทางเขาก็พบกับสัตว์อสูรบินได้จำนวนมากที่มาขวางทางเขาแต่พวกมันก็ถูกสังหารไปอย่างง่ายดาย
ในเวลานี้ประตูค่ายกลทั้งหมดของฐานทะเลมารถูกปิดลงแต่หลังจากที่เย่เทียนหยิบบัตรประประชาชน และเหรียญตราของจอมเวทค่ายกลออกมาเขาก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในทันทีโดยผ่านทางประตูขนาดเล็กที่เปิดได้ชั่วคราว
หลังจากเข้าไปในฐานเย่เทียนก็สัมผัสได้ถึงความหดหู่และความตึงเครียดของผู้คนเนื่องจากมีผู้ฝึกยุทธ์หลายคนที่กำลังต่อสู้อยู่ด้านนอก
เย่เทียนไม่รู้ว่าตอนนี้เยว่หลิงกำลังต่อสู้อยู่ข้างนอกหรือไม่แต่เขาก็ยังคงพยายามติดต่อเยว่หลิง
“เย่เทียน นายกลับมาแล้วหรือ? รอฉันก่อน!”
เยว่หลิงส่งข้อความกลับมาโดยใช้อุปกรณ์ติดต่อ
หลังจากนั้นไม่นานเย่เทียนก็ได้พบกับเยว่หลิงอีกครั้ง
“คุณบาดเจ็บหรือ?”
เย่เทียนเห็นชัดว่าเยว่หลิงอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ใบหน้าของเธอซีดเผือด และมืออีกข้างก็มีผ้าพันแผลเห็นได้ชัดว่าแขนของเธอได้รับบาดเจ็บมาพอสมควร
“อื้ม ฉันคงไม่สามารถกลับออกไปต่อสู้ได้อีกสักระยะก่อนหน้านี้ฉันออกไปยังสนามรบ แต่สุดท้ายก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสถ้าไม่ใช่เพราะปรมาจารย์ระดับสูงของตระกูลช่วยไว้ฉันคงไม่สามารถกลับมารักษาตัวที่ฐานได้” เยว่หลิงยิ้มอย่างขมขื่น
จากนั้นเธอก็เอ่ยถาม“ที่ฐานหลินไห่เป็นอย่างไรบ้าง?”
เย่เทียนกล่าวตามความจริง“คลื่นสัตว์อสูรส่งผลกระทบไปถึงที่นั่นเช่นกัน แต่พวกมันไม่ได้แข็งแกร่งมากนักผมจึงจัดการพวกมันได้!”
“นายจัดการพวกมันได้หมดแล้ว!”
เยว่หลิงประหลาดใจ
แม้เธอจะไม่รู้ว่าสัตว์อสูรเหล่านั้นอ่อนแอขนาดไหนแต่เธอก็เชื่อว่ามันต้องประกอบไปด้วยสัตว์อสูรชั้นยอดมากมายไม่แน่ว่าอาจจะมีสัตว์อสูรระดับราชาอยู่ด้วยแต่เย่เทียนกลับจัดการฝูงสัตว์อสูรเรียบร้อยแล้ว
หากเป็นคนอื่นพูดเธอคงไม่เชื่ออย่างแน่นอน!
“จริงสิ น้องสาวผมเป็นยังไงบ้าง?”
ก่อนที่เย่เทียนจะจากไปเย่เทียนได้ฝากให้เยว่หลิงดูแลน้องสาวของเขาและยังขอให้เยว่หลิงพาเย่หยูไปยังตระกูลเยว่ชั่วคราว
“น้องสาวนายไม่เป็นไร!” เยว่หลิงกล่าวว่า“น้องสาวของนายเป็นเพียงนักรบชั้นยอดนอกจากนักรบชั้นยอดไม่กี่คนที่อายุมากแล้วและมีศักยภาพไม่มากนักนักรบชั้นยอดคนอื่นๆ ก็ยังอยู่ภายในฐานแต่ถ้าเป็นนักรบผู้เชี่ยวชาญพวกเขาจะถูกบังคับให้เข้าสู่สนามรบ!”
หลังจากฟังจบเย่เทียนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เขาเป็นห่วงความปลอดภัยของเย่หยูมากเพราะเธอเป็นญาติเพียงคนเดียวของเขาในโลกใบนี้
“สถานการณ์การต่อสู้ตอนนี้ดูย่ำแย่มาก คุณรู้หรือไม่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น?”
เย่เทียนถามอีกครั้ง
เยว่หลิงถอนหายใจ“เรื่องมันค่อนข้างซับซ้อนน่ะ ครั้งนี้ภายในรัศมี 100,000 ลี้มีฐานทัพใหญ่สามแห่งที่ถูกโจมตี แต่ละฐานถูกโจมตีโดยสัตว์อสูรจำนวนมากนอกจากนี้กองทัพสัตว์อสูรทั้งสามกลุ่มยังนําโดยราชาสัตว์อสูรไร้เทียมทาน”
“สัตว์อสูรไร้เทียมทาน!”
เย่เทียนนึกถึงวานรสีทองตัวนั้นมันน่าจะเป็นราชาไร้เทียมทาน
สัตว์อสูรราชาไร้เทียมทานก็เหมือนกับราชาไร้เทียมทานในหมู่มนุษย์มันเกือบจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารความแข็งแกร่งของมันน่ากลัวมากแม้แต่ราชาที่แข็งแกร่งมากก็ยังเป็นเพียงมดปลวกเมื่ออยู่ต่อหน้าระดับราชาไร้เทียมทาน
เช่นเดียวกับเขาเขาสามารถเรียกตัวเองได้ว่าเป็นปรมาจารย์ไร้เทียมทาน
ส่วนคำที่เรียกขานว่าราชาไร้เทียมทานหรือสัตว์อสูรราชาไร้เทียมทานนั้นเพราะตัวตนเหล่านั้นมีความสามารถมากพอที่จะสังหารตัวตนที่อยู่ในระดับสูงกว่าได้
“ฐานทัพทะเลมารมีวิธีจัดการกับราชาไร้เทียมทานตัวนั้นหรือไม่?”
เย่เทียนไม่รู้ว่าฐานทัพทะเลมารมีราชาไร้เทียมทานหรือไม่หากไม่มีนี่ก็คงเป็นเรื่องลําบากแล้ว
“ไม่!” เยว่หลิงส่ายหัว “ฐานทะเลมารไม่มีระดับราชาไร้เทียมทานเดิมทีมีบรรพบุรุษตระกูลหยุนอยู่คนหนึ่งแต่ตอนนี้ท่านผู้นั้นออกไปสำรวจโลกภายนอกมานานแล้วทางฐานทัพตอนนี้กําลังพยายามติดต่อเขาอยู่ อย่างไรก็ตามตระกูลหยุนได้กระตุ้นสิ่งของที่เขาทิ้งไว้ และมันก็ปลดปล่อยกลิ่นอายของราชาไร้เทียมทานออกมาทำให้อสูรราชาไร้เทียมทานที่อยู่ด้านนอกฐานหวาดกลัวมันคิดว่ามีราชาไร้เทียมทานอยู่ในฐาน ดังนั้นมันจึงยังไม่กล้าที่จะลงมือไม่เช่นนั้นแล้ว หากเจ้านั่นลงมือเกรงว่าค่ายกลป้องกันของฐานทัพทะเลมารคงไม่สามารถต้านทานได้นานนัก!แต่เมื่อเวลาผ่านไปมันจะต้องรู้ความจริงแน่นอน พวกเราทำได้เพียงหวังว่าบรรพบุรุษตระกูลหยุนจะกลับมาได้ทันเวลา”
เย่เทียนขมวดคิ้วเขาไม่คาดคิดว่าสถานการณ์จะรุนแรงขนาดนี้ ตอนนี้มันยืดเยื้อไปมากแล้ว!เกรงว่าอีกไม่นานสัตว์อสูรตนนั้นก็จะรู้ตัว
เย่เทียนเป็นจอมเวทค่ายกลดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องออกไปต่อสู้
แต่นี่ก็เฉพาะตอนนี้เท่านั้นเมื่อสถานการณ์มาถึงวิกฤติอย่างแท้จริง อย่าว่าแต่จอมเวทค่ายกลเลยแม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์อายุ 15 ปีก็ยังต้องเข้าสู่สนามรบไม่นานเย่เทียนก็ถูกสมาคมค่ายกลเรียกตัวไปเพื่อสร้างแผ่นจานค่ายกลมอบให้กับเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ในสนามรบ
ทุกครั้งที่พวกเขาสร้างแผ่นจานค่ายกลขึ้นมาอีกแผ่นหนึ่งพวกเขาก็จะสามารถฆ่าสัตว์อสูรได้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นภารกิจของจอมเวทค่ายกลจึงสำคัญมาก
ภารกิจของเย่เทียนคือการสร้างแผ่นจานค่ายกลระดับเริ่มต้นวันละ50แผ่น ภารกิจนี้ไม่ได้ยากสำหรับเขาหากสร้างเสร็จก็มีเวลาเหลือเฟือในการฝึกฝน
แน่นอนว่าการสร้างจานค่ายกลระดับเริ่มต้นจะได้รับรางวัลเป็นคะแนนแต่คะแนนของสมาคมค่ายกลตอนนี้ไม่มีประโยชน์ต่อเย่เทียนยิ่งไปกว่านั้นแผ่นจานค่ายกลระดับต่ำไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในตอนนี้ได้เย่เทียนจึงไม่เสียเวลาในการหลอมแผ่นจานค่ายกลมากนัก
ดังนั้นเย่เทียนจึงใช้เวลาที่เหลือในการฝึกฝน
สงครามยังคงดําเนินต่อไป
ผ่านไปอีกห้าวันเย่เทียนไม่ได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือจากฐานหลินไห่เห็นได้ชัดว่าตอนนี้ฐานหลินไห่นั้นปลอดภัยชั่วคราว
“ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเราอยู่ที่ 13 ช้างแล้วน่าเสียดายที่แม้ว่าเราจะมีพรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับลึกลับและทักษะดาบฟาดฟันวายุครามแต่พลังของเราก็สามารถต่อกรกับสัตว์อสูรระดับราชาที่อ่อนแอได้เท่านั้น”
เย่เทียนพึมพำ
แต่ในตอนนั้นเองเขาก็ได้รับข่าวดีจากเยว่หลิง