เทียนพาหนิงกลับบ้าน วันนั้นแม่ดีใจมาก บอกให้เทียนอยู่ด้วยกันอีกหลายวันหน่อย เทียนเลยต้องอยู่ ต่อ ช่วงนี้แม่รู้สึกชีวิตดีมาก
เพราะว่าเดือนที่แล้วเทียนให้หนอนไหมฟ้าให้แม่กิน ตอนนี้แม่ผิวพรรณ เปล่งปลั่ง เวลาไปไหนมาไหนกับน้องหนิงมีแต่คนเรียก พี่สาวหนิง ไม่มีใครเรียกแม่หนิงเลย
ทำให้แม่รู้สึกปลื้มเป็นพิเศษ นี่เทียนยังไม่ได้ให้ไข่มุกเพิ่มอายุให้กิน แม่ยังดีใจขนาดนี้ เทียนก็รู้สึกดี ที่ทั้งแม่ และ น้องต่างก็มีความสุข กันมากในช่วงนี้
วันนี้เทียนเข้าไปที่โรงพยาบาลที่เรือนจำ เพราะไม่ได้ไปมานานแล้ว โทร.บอกหมอฮิม เสร็จแล้ว ก็ให้ อาจง พาไป
“ สวัสดี หมอเทียนไม่ได้เจอกันนาน" หมอฮิมเข้ามาทักทาย
“ ช่วงนี้ไปศึกษาเพิ่มเติม มาน่ะครับ ยังไม่จบ คงต้องรออีกเป็นปี วันนี้ว่างก็เลยมา หากมีอะไร ให้ช่วยก็บอกนะครับ "
ในขณะนั้นผบ. เรือนจำก็รีบเดินหน้าตื่นมาหาทันที
“หมอฮิม ช่วยหน่อย รีบไปดูลูกสาวผมด้วยไ ผบ. เรือนจำรีบพูดทันทีแต่พอเห็นหมอเทียนก็หยุดพูด แล้วดึงหมอฮิมเข้ามาพูดด้วยเป็นการส่วนตัว สักพัก ก็เดินมาหาหมอเทียน
“ หมอเทียน ต้องขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ พอดีมีเรื่องด่วนเลยมาหาหมอฮิมน่ะครับ” ผบ.พูดด้วยความเกรงใจ
“ ไม่เป็นไร หรอกครับ แต่ว่ามีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าครับ” เทียนถามอย่างจริงใจ
“ คืออย่างนี้ครับ เรื่องนี้ต้องขอให้คุณหมอเก็บไว้เป็นความลับด้วยนะครับ" หมอฮิมมองไปที่ผบ.เรือนจำ แล้วผบ.ก็พยักหน้า
"เล่ามาเถอะครับ ผมไม่บอกใครอยู่แล้ว" เทียนพูดจากใจจริง
" ลูกสาวผบ. ป่วยเป็นโรคประหลาด คือ ผิวของลูกสาวผบ. จะมีอาการร้อนผื่นแดงขึ้นทันที เหมือนโดนไฟไหม้ เมื่อถูกแสงแดด แล้ว บริเวณฟัน จะขึ้นเป็นเขี้ยว 2 เขี้ยว ซ้ายขวา ส่วนฟันอื่นๆ ขึ้นไม่ครบ และมีสีอมชมพูเรืองแสงด้วย แล้วจะมีอาการออ่นเพลีย อยู่บ่อยๆ ผมรักษาได้แค่ไปตามอาการ โดยให้น้ำเกลือ แล้ว ให้เลือดเป็นบางครั้งตามอาการที่เกิดขึ้น” หมอฮิมรายงาน
“ เป็นโรคแวมไพร์ ซินโดรมหรือ” เทียนย้อมถามในทันที
“ผมก็ว่าน่าจะใช่ แต่ว่าผบ. คิดว่าลูกเขาเป็นแวมไพร์ไปแล้ว " พูดเสร็จก็มองไปที่ผบ. เทียนมองไปที่ผบ. ด้วย ตอนนี้ก็ยังเห็นวิญญานที่น่ากลัวยืนจ้อง ผบ. เรือนจำ แบบโกรธแค้น อยู่เหมือนเดิม
“ ผมไม่รู้ ว่าลูกผมเป็นอะไร แต่ผมบอกหมอได้ คือผมรักลูกสาวผมมากถึงแม้เขาจะ เป็นแวมไพร์ก็ตาม ผมกลัวว่าถ้าฝ่ายมั่นคงรู้ เขาจะจับลูกสาวผมไปเป็นหนูทดลองแน่ ผมเลยไม่อยากให้ใครรู้มาก แต่วันนี้อาการเธอแย่ลงมาก คุณหมอช่วยลูกผมด้วยครับ" ผบ.อ้อนวอนหมอเทียน
“ ขอผมดูอาการก่อนนะครับ”
แล้วทั้งหมดก็ไปที่บ้าน ผบ.เรือนจำที่อยู่ไม่ไกลนัก ภายในห้อง มีเด็กสาววัย 8 ปี
นอนอยู่ในห้องใหญ่พอควร โดยมี ภรรยา ของผบ.นั่งอยู่ข้างๆ เด็กสาวหน้าตาน่ารักผิวขาวซีดมาก ด้านหลังฝ่ามือมีรอยไหม้ หลับตาพริ้ม รูปร่างผอมผิดรูปไปบ้าง ข้างตัว มีสายน้ำเกลือ ใส่อยู่ เทียนเข้าไปนั่งข้าง ๆ แล้วขออนุญาต ภรรยาผอ. จับชีพจร เด็กสาวทันที....
เลือดไหลเวียนไม่สม่ำเสมอ จุดปราณเปิดไม่ถึง 100 จุด หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
เทียนสัมผัสผิวเด็กน้อย แห้งกว่าคนทั่วไป เด็กน้อยเริ่มรู้สึกตัว เริ่มไอ
“ ปวดท้อง ปวดท้องจังเลย” น้องเจน เริ่มส่งเสียงออกมา
เทียนเริ่มหยิบ เข็ม ขึ้นมาแล้วเริ่มฝังเข็มไป 10 กว่าจุดตั้งแต่ศรีษะลงมาถึงหน้าท้องเพิ่อลดอาการปวดชั่วคราว
ฝังเข็มเสร็จแล้ว อาการปวดก็ค่อยๆ ลดลง เทียนลุกขึ้นมาคุยกับหมอฮิมต่อ
“ หมอฮิม ให้เลือดน้องเจนอีกได้ไหม " แม่น้องเจน ขอร้อง
“ เดี๋ยวก่อนครับ ผมเพิ่งให้ไปเมื่อวาน เกรงว่าให้มากไป มันจะไม่ได้นะครับ” หมอฮิมบอก
“ หมอเทียน อาการลูกสาวผมเป็นอย่างไรบ้าง" ผบ. ถาม
“ ตอนนี้ มีอาการเริ่มติดเชื้อในกระแสเลือดแล้ว” เทียนบอกตามตรง
ทั้งหมดตกใจรีบถามหมอเทียนต่อทันที " แล้วจะทำอย่างไรดี"
“ ผมว่าส่งไปโรงพยาบาล ให้เอาเลือดไปตรวจหาเชื้อให้ได้ก่อนจะดีกว่านะครับ” เทียนบอกออกไป
“ ไม่ได้ ถ้าไปคนทั่วไปต้องรู้แน่ ว่าน้องเจนเป็นอะไร” ผบ. พูดเสียงแข็ง เทียนถอนหายใจ
“ หมอฮิมเอาผลเลือดแล้วไปส่งที่โรงพยาบาลให้เขาตรวจหาเชื้อโดยด่วนนะครับ” เทียนบอกหมอฮิม หมอฮิมพยักหน้าแล้วรีบจัดการทันที
เทียนเริ่มเข้ามานั่งข้างน้องเจน แล้วเห็นน้องเจนลืมตาแล้ว จึงชวนคุยขณะจับชีพจร แล้วปล่อยลมปราณบริสุทธิ์เข้าไปให้เลือดลมหมุนเวียนดีขึ้น
“ พี่ชื่อ หมอเทียน นะ น้องเจนไม่ต้องกลัว พี่หมอเทียนจะรักษาน้องเจนให้หายนะ”
เทียนพูดไป แล้วปล่อยลมปราณเข้าไป เสร็จแล้วจึงเอาเข็มออกไปจนหมด
“ พี่หมอเทียน พูดจริงๆ นะ เจนอยากไปเล่นที่สนามหน้าบ้านแต่คุณแม่ไม่ยอมให้ไป” น้องเจนบอกแล้วทำหน้าเศร้า แต่สีหน้าตอนนี้ เริ่มเปลี่ยนไปทีละนิด
แก้มเริ่มแดง มีเลือดฝาด ขาแขน เริ่มพอมีแรงมากขึ้น
แม่สังเกตุเห็นลูกดีขึ้นก็รีบเข้าจับใบหน้าลูกสาวทันที
“ โอ้ลูกแม่ ดีขึ้นแล้วใช่ไหมลูก” แม่ถามลูกสาวทันที น้องเจนเริ่มจะขยับนั่งได้
“ ดีขึ้นแล้วค่ะ เจนจะหายแล้วใช่ไหมคะ พี่หมอเทียน” เด็กสาวหันมองหน้าเทียน
“ ใกล้แล้วจ๊ะ ตอนนี้พักผ่อนให้มากนะ เดี๋ยวพี่หมอจะมาดูใหม่” เทียนบอกแล้วเดินออกไปข้างนอก
“ ตอนนี้แค่อาการดีขึ้นชั่วคราว ผมจะรอผลเลือดก่อน แล้วค่อยว่ากัน” เทียนบอกผบ.เรือนจำ
เทียนออกมาจากห้องน้องเจน แล้วเดินมาข้างนอก แล้วหลับตาทำสมาธิ แล้วส่งจิตวิญญานออกไป
“ คุณเป็นใคร ทำไมต้องติดตามผบ. เรือนจำตลอดขนาดนี้” เทียนถามวิญญานที่ตามผบ. มาตั้งนานไม่ยอมไปไหน
“ คุณติตต่อผมได้” วิญญานตนนี้ตะลึงด้วยความดีใจ
“ บอกมาต้องการอะไร คนตายไปแล้วจะไปยุ่งเกี่ยวกับมนุษย์อีกทำไม “ เทียนจี้ถามต่ออีก
“ ผมเป็นพ่อของ ผบ. เรือนจำ” วิญญานตนนี้กล่าว
“ อะไรนะ แล้วทำไมต้องทำท่าโกรธเคือง เขาขนาดนี้” เทียนถามทันที
“ ตอนที่ผมมีชีวิตอยู่ ผมรู้ว่า ย่า ผมก็เป็นโรคที่ น้องเจนเป็นมาก่อน ตอนนั้น
ย่าคลอดพ่อได้ไม่นานก็ตายด้วยอายุเพียง 16 ปี แล้วก็ต่อมาน้องสาวผมก็เป็น
พ่อเก็บเป็นความลับ มีแต่ผมที่รู้ น้องสาวผมก็ตาย ในวัยเพียง 14 ปี
ตอนนี้มาเป็นที่ หลานสาวผมอีก ผมจึงอยากให้เขาได้รับการรักษาที่ทันสมัยไม่ใช่ถูกขังไว้แต่ในบ้าน เพราะผมก็เป็นหมอเหมือนกัน ผมรู้ว่าโรคนี้ ถึงแม้ไม่สามารถรักษาหายได้ทันที แต่ถ้าได้รักษาที่โรงพยาบาลใหญ่ โอกาสที่หายดี น่าจะมีมากกว่า ไม่ใช้เก็บไว้ในบ้านแบบนี้ ที่ติดตามเพราะโกรธแค้นมันที่ไม่ยอมพาหลานไปรักษาที่โรงพยาบาล ใหญ่ เท่านั้นเอง “ พูดเสร็จก็ถอนใจ
“ คุณตายไปแล้ว ยังมีห่วงขนาดนี้ แล้วจะมีความสุขได้อย่างไร เรื่องของคน บุญหรือกรรม ก็เป็นเรื่องของคน คุณตายไปแล้วน่าจะไปสู่ภพภูมิ ที่เหมาะ่สมกับคุณ มากกว่า ปล่อยวางเถอะ” เทียนบอก
“ ผมรักและห่วงหลานสาวคนนี้มาก ผมไม่รู้จะช่วยได้ยังไง จิตใจก็ได้แต่คิดแต่เรื่องนี้ คิดไปคิดมาก็แค้นเจ้าลูกชายไม่รักดี ไม่ยอมพาไปรักษา ในโรงพยาบาลใหญ่ ถ้าพาไปสุดท้ายเกิดอะไรขึ้น ผมก็ไม่ติดใจอะไร “ พ่อผบ.เรือนจำกล่าวอย่างอัดอั้นตันใจ
“ เอาเถอะตอนนี้รักษาไปตามการไปก่อน รอผลเลือดแล้วค่อยว่ากันอีกที” เทียนกล่าว เทียนคิดว่าที่ผ่านเขารักษาโรคมากมาย แต่โรคที่เกิดจากเลือดพิษ
หรือถูกพิษ เขาไม่เคยรักษาเลย กลับไปคราวนี้คงต้องไปเรียนที่สำนักเทพโอสถเพิ่ม ไม่นานนักทางหมอฮิมแจ้งมาว่า รู้แล้วว่าเป็นเชื้ออะไร แล้วเตรียมยาฆ่าเชื้อมาแล้ว ไม่นานก็จะมีคนนำมาส่ง เทียนพยักหน้าแล้วขอตัวกลับก่อน บอกว่าจะหาทางรักษาน้องเจนให้หายให้ได้...