หลังจากนั้นไม่นานเ้าของงานประมูลวันนี้ก็ออกมากล่าวคำสุนทรพจน์เล็กน้อยก่อนจะโยนหน้าที่ให้ผู้ช่วยของเขากล่าวเปิดงานประมูลแทน
“พูดสะดูดีแต่สุดท้ายก็เป็ผู้แพ้อยู่ดีไม่ใช่รึไง”สืออวี่พรึมพรำออกมาแต่ด้วยถังหลินนั่งใกล้ๆเขาจึงได้ยินแต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรเพียงเก็บไว้ในใจเท่านั้น!! และดูเหมือนว่าการประมูลครั้งนี้จะมีอะไรมากมายกว่าที่เขาคิดสะอีก!
“เอาละแขกผู้มีเกียรติทุกท่านเพื่อไม่เป็การเสียวเวลาทางเราขอเริ่มการประมูลชิ้นแรกเลยแล้วกันแต่ก่อนอื่นผมขอพูดอะไรเล็กน้อย…..”เมื่อพิธีกรเริ่มออกมาพูดคุยเรียกความสนใจของแขกเหลือถึงรายการของที่เรามาประมูลทางคร่าวๆรายการส่วนใหญ่เป็วัตถุโบราณที่เป็มรดกทางวัฒนธรรมของประเทศที่มีประวัติยาวนานกว่าร้อยปีขึ้นไปทุกชิ้นมีบางรายการที่เป็ของจากต่างประเทศด้วยแน่นอนว่าของประมูลสะสมเหล่านี้มีคุณค่าในเชิงวัฒนธรรมมหาศาลราคาของมันแต่ละชิ้นหลักล้านขึ้นไปทั้งสิ้น
“นี้ขนาดแค่ของพื้นๆยังหลักล้านขนาดนี้เลยนะเนี่ย”ถังหลินกล่าวพรึมพรำกับตนเอง
“วัตถุโบราณมีคุณค่าเพราะมันเป็หลักฐานบ่งบอกประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในแต่ละยุคสมัยนอกจากการศึกษาแล้วการมีนักสะสมเหมือนกันโอ้อวดฐานะและดึงดูดคนประเภทเดียวกันเพื่อคบค้าสมาคมการหรือบางคนก็มีความเชื่อว่าวัตถุโบราณมักมีพลังแฝงเร้นอยู่ถ้าได้จะทำให้ร่ำรวยเงินทองสุขภาพแข็งแรงอะไรแบบนั้นส่วนใหญ่และคนซื้อก็จะเป็ 2 ประเภทหลัง”สืออวี่กล่าวออกมาเมื่อได้ยินคำพรึมพรำของถังหลิน
“แล้วนายเป็ประเภทไหนละ”ถังหลินกล่าวถามออกมาอย่างสนใจ?
“ฮ่าๆถ้าอย่างนั้นคงต้องมีอีกประเภทแล้วละเพราะว่าผมประมูลเพราะชอบมันแค่นั้นแหละ”สืออวี่หัวเราะเล็กน้อยก่อนกล่าวตอบ
“เอาละชิ้นต่อไปหวังว่าหลายๆท่านจะสนใจผู้เชี่ยวชาญฯ กล่าวว่า จดหมายฉบับนี้มีตัวอักษรทั้งหมด 124 ตัว อายุเก่าแก่กว่า 936 ปี และเคยขายกันในราคา 109 ล้านหยวน เมื่อ 7 ปีก่อน ขณะที่ราคาขายประมูลครั้งแรกนั้นมีราคาเริ่มต้นก็สูงกว่า 100 ล้านหยวน ข้อความในจดหมายนี้ เสิงก่ง เขียนถึงเพื่อนที่อยู่ห่างไกลคนหนึ่ง คือ จู่ซี ตี้ เพื่อแสดงความขอบคุณในความช่วยเหลือในยามที่เขาประสบปัญหาและความตกต่ำในตำแหน่งหน้าที่การงานเพราะฉะนั้นทางเราขอเป็ประมูลที่ 100 ล้านหยวน”หลังจากพิะีกรกล่าวจบในงานก็เงียบลงเล้กน้อยถึงจะบอกว่าของชิ้นนี้มีมูลค่าทาง
ประวัติศาสตร์มากก้เถอะแต่สุดท้ายมันก็แค่ตัวอักษรอยู่ดี!
“200 ล้าน”สืออวี่กล่าวออกมาอย่างนิ่งๆเนื่องจากบทกวีแล้วเขายังสะสมพวกตัวอักษรโบราณไว้มากมายอีกด้วย
“ดูเหมือนนายจะชอบทางนี้จริงนะ”เมิ่งฮ่าวโผล่หน้ามากล่าวกับสืออวี่
“แน่นอน”สืออวี่ตอบไปแค่นั้นและไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติมแม้แต่น้อยยังไงเงินที่ประมูลก็เงินเขาเองทำไมต้องไปแคร์คนอื่นกัน
“เอาละถ้างั้นของชิ้นนี้ก็ตกไปเป็ของคุณชายสือแล้ว”พิธีกรกล่าวออกมาอย่างยินดีเขานึกว่าจะไม่มีคนประมูลแล้วสะอีกก่อนที่เขาจะเริ่มที่ชิ้นต่อไป
"ของชิ้นนี้ก็คงต้องถูกใจคุณชายสืออีกแน่นอนเพราะมันคือสิ่งที่คุณชายสือถามหากับนายท่านข้าทุกวัน ภาพเขียนชื่อ "ว่านซันหงเปี่ยน" ของหลี่ เค่อหรา ซึ่งตั้งชื่อโดยได้รับแรงบันดาลใจจากประโยคในบทกวีของประธานเหมาเจ๋อตง ซึ่งเขียนในฉางซา เมื่อปีพ.ศ. 2468 ที่มีท่อนหนึ่งว่า
“ข้ายืนโดดเดี่ยว กลางใจเหน็บหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
ธาราแม่น้ำเซียงเคลื่อนสายไปทางทิศเหนือ
ข้าเห็นภูผาสีแดงนับพัน ตระหง่านทะมึนราวย้อมทา
สรรพชีวิตดิ้นรนเพื่ออิสรภาพฯ
เฝ้าครุ่นคิดไคร่ครวญ ได้เพียงถามไถ่ฟากฟ้า
ใต้หล้านี้ ใครคือผู้ลิขิตชะตาสรรพสิ่ง”
หลี่ เค่อหรานได้วาดภาพชุดหนึ่งจากบทกวีนี้ซึ่งมีทั้งหมด 7 รูป หลากหลายขนาด โดยนอกจากภาพที่ประมูลในครั้งนี้ อีก 6 ภาพนั้น มี 3 ภาพถูกเก็บรักษาและจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติ, สถาบันจิตรกรรมจีน ครอบครัวของหลี่ ได้เก็บรักษาไว้ 1 ภาพ และอยู่ในความของนักสะสมชาวไต้หวัน 2 ภาพ
สำหรับ ภาพ"ว่านซันหงเปี่ยน" ที่ประมูลครั้งนี้ มีความสูง 1.31 เมตร กว้าง 0.84 เมตร เป็ภาพที่ใหญ่ที่สุดของงานชุดนี้ และเป็ชิ้นเดียวที่เราได้ที่ภาพนี้มีความพิเศษก้เพราะมันสลักบทกวีจากมือของ เหมาเจ๋อตง ไว้ด้วย"พิธีกรกล่าวอธิบายรายละเอียดของภาพออกมา
“500 ล้าน”สื่ออวี่กล่าวออกมาอย่างตื่นเต้นเพราะเขารอคอยวันนี้มานานแสนนานแล้ว!
“สมแล้วที่เขาได้รับฉายาผู้บ้าคลั่งวรรณกรรมจากงานประมูลทุกที่ที่เขาไป”ฉงติ่งกล่าวออกมาเมื่อเห็นการเสนอราคาของสืออวี่ก่อนที่พิธีกรจะกล่าวเปิดราคาสะอีก
พิธีกรได้เพียงแต่ยิ้มเจือนๆเท่านั้นก่อนที่เขาจะกล่าวปอดของประมูลชิ้นนี้ไปเลยเนื่องจากคงไม่อยากมีใครแข่งประมูลกับสืออวีหรอกเพราะมันไรความหมาย!
หลังจากนั้นก็มีการประมูลกันมาเรื่อนๆอาทิเช่น เจดีย์อโศกสีทอง ถูกสร้างขึ้นั้แ่สมัยราชวงศ์ถัง) ถึงราชวงศ์ซ่ง จากคำให้การของผู้เชี่ยวชาญ ถูกค้นพบในอำเภอชิงหลง เขตชิงผู่ นครเซี่ยงไฮ้ ก่อนตกมาถึงมือของเ้าของงานประมูลในครั้งนี้ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือแะไรพอถังหลินเห็นของชิ้นนี้รู้สึกถูกชะตาเป็อย่างมากเขาจึงทำการประมูลไว้โดยตัวเลขไปหยุดอยู่ที่ 250 ล้านหยวน!
กับอีกชิ้นที่เขาคิดว่ามันน่าสนใจดีคือเศษแจกันโบราณก่าแก่ั้แ่ 3,000 ปีถึง 15,000 ปี ถูกค้นพบที่ถ้ำโบราณวัตถุหนิวโปตง เมืองกุ้ยหยัง มณฑลกุ้ยโจว ก่อนจะถูกนำมาปะติดปะต่อกลับมาเป็แจกันอีกครั้งด้วยปูนสีขาวจากฝีมือผู้เชี่ยวชาญมากกว่าร้อยคน! ถึงของชิ้นนี้จะมีอายุเก่าแกโบราณนับหมื่นปีแต่มันก็เป็ของที่พังแล้วถุกประกอบขึ้นใหม่จากปูนขาวเท่านั้นราคาจึงหยุดที่ 10 ล้านหยวน..
.
.
"เอาละถึงไฮไลท์ของเราแล้วกับการประมูล คฤหาส์หลังนี้ที่มีพื้นที่ขนาด 72,414 ตารางฟุต (ราว 6,727.48 ตารางเมตร) มี 32 ห้องนอน 32 ห้องน้ำ รวมถึงบ่อน้ำใหญ่ สระว่ายน้ำยาว ห้องเก็บไวน์กว้าง ที่สำคัญมีทัศนียภาพสวยงามของทะเลสาบกลางเรือนมีชื่อว่า "เถาฮว่าหยวน" ซึ่งแปลว่า "วิมาน" เปิดประมูลที่พันล้านหยวน"ถึงแม้ว่าจะตั้งราคาสูงเทียมฟ้าถงพันล้านหยวนแต่ก็ยังมีหลายคนที่กำลังแข่งกันเสนอราคาเพื่อได้คฤหาสน์หลังนี้จนราคาดีดมาถัง 3000พันล้านหวยแล้วค่อยๆหยุดลง
“4000พันล้าน”ถังหลินกล่าวออกมาอย่างนิ่งๆซึ่งแน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ในนี้ไม่ใช่คนโง่พวกเขาเห็นถังหลินสามารถคุยอย่างสนิทสนมกับสืออวี่ได้จึงให้คนของตัวเองไปสือบเสาะมาแล้วว่าเขาคือใครแต่กลับไม่พบแะไรเลยพวกเขายิ่งระมัดระวังตัวมากกว่าเดิมเพราะการที่ปกปิดข้อมูลได้แสดงว่าต้องมีอำนาจในมือมากแน่นอน! บางคนถึงกลับคิดว่าเขาเป็ทายาทลับๆของตระกูลถังเลยด้วยซ้ำ!
“เอาละเมื่อการประมูลเสร็จสินลงแล้วกรุณาเชิญพวกท่านกลับไปด้วยไม่ต้องห่วงของทุกชิ้นที่ท่านประมูลจะถุกส่งถึงมือแน่นอน”พิธีกรกล่าวออกมาอย่างเ็าผิดแผลกกลับตอนแรกลิบลับซึ่งคนในงานบางคนแน่นอนว่าไม่พอใจอย่างยิ่งแต่พวกเขาก้ไม่ได้พูดอะไรก็มีเพียงแต่รอยยิ้มเย้ยหยันที่มมุมปากเพียงเท่านั้น!
“ส่วนท่านกรุณาตามข้ามาด้วยนายท่านอยากเจอท่านสักหน่อย”พิธีกรคนนั้นเดินมากล่าวชักชวนถังหลิน
“แค่ผมคนเดียว”ถังหลินกล่าวถามเพราะพิธรกรคนนี้เรียกเพียงชื่อเขาเท่านั้น
“ใช่แล้วโปรดตามข้ามาเถอะ”เขากล่าวออกมาอีกครั้งก่อนผายมือเชิญถังหลินไป
“พวกนายไปรอฉันอยุ่รถก็แล้วกัน”ถังหลินกล่าวบอกเพื่อนผมก่อนเดิมตามพิธีกรคนนี้ไป
“พวกนายไม่ต้องห่วงหรอกสุดท้ายเขาก็แพ้แล้วไม่สามารถพลิกอะไรกลับมาได้อีกหรอก”สืออวี่กล่าวออกมาเมื่อเห็นเมิ่งฮ่าวกับฉงติ่งยืนขมวดคิ้วอยู่
“ใครบอกละฉันกังวลว่างานประมูลนี้จะไม่รับการรูดการ์ดปรื๊ดๆของหมอนั้นต่างหากจนต้องมายืมเงินพวกฉันเนี่ย”เมิ่งฮ่าวกล่าวออกมาล้อเล่นรึไงนายไม่รู้เหรอว่าหมอนั้นชกกำแพงแตกเลยนะ? เพราะ่แรกๆที่ร่างกายปรับตัวเข้ากับสุดยอดร่างกายยังไม่ค่อยได้ถังหลินเลยยังควบคุมพละกำลังตัวเองยังไม่ค่อยได้และอยากลองพลังตามที่ระบบบอกเลยลองชกกำแพงบ้านเมิ่งฮ่าวเล่นๆไปแต่กับทำให้กำแพงพังทะลุเป็รอยหมัดโดยมีเมิ่งฮ่าวยืมมองอย่างอึ้งๆอยู่ข้างๆและมาเล่าให้ฉงติ่งฟังแต่ฉงติ่งก็ไม่ฟังจนเมิ่งฮ่าวต้องลากไปดูรูที่ยังอยู่บนกำแพง และนั้นก็เป็อีกเหตุผลที่่แข่งบาสแรกเขาไม่เข้าไปแย่งลุกใครเพราะกูทำอีกฝั่งพิการ! ถ้าเขาตบพลาดไปโดนมือ
“อ..เออไม่ต้องห่วงหรอกการทำธุรกรรมมพันล้านขึ้นไปไม่มีใครเขาใช้เงินสดกันหรอก”สืออวี่กล่าวออกมาเบาๆ
..
.
“เชิญนายท่านรอท่านอยู่ข้างในแล้ว”พิธีกรผายมือเชิญถังหลินไปยังประตูหนึ่ง
ถังหลินพยักหน้าตกลงก่อนที่เขาจะผลักประตูและเดินเข้าไปที่โต๊ะตอนนี้มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังนั่งรอเขาอยุ่พลางยิ้มมาให้ถังหลินก่อนที่เขาจะกล่าวว่า
“เชิญได้เลยตามสบาย”
“คุณเชิญผมมามีอะไรรึเปล่า”ถังหลินกล่าวถามออกไปตรงๆ
ชายที่นั่งข้างหน้าถังหลินเลิกคิ้วขึ้นเล้กน้อยอย่างแปลกใจก่อนที่ยิ้มและกล่าวออกมา
“ดีในเมื่อนายเป็คนตรงๆแบบนี้ฉันก็ขอตรงเขาประเด็นเลยละกันนายใช่คนที่พี่รองส่งมารึเปล่า”ถึงแม้ว่าชายข้างหน้าเขาจะยังมีรอยยิ้มประดับอยุ่บนรอยหน้าแต่ถังหลินกับรับรู้ได้โดยทันทีว่ารอยยิ้มนั้นซ่อนคมไว้มากแค่ไหนเพราะเขาััมันได้จากสัญชาติญานของร่างกายที่ก้าวข้ามมนุษย์ไปแล้ว!
“นี้คือเหตุผลที่คุณเชิญผมมาสินะและถ้าให้ผมเดาคุณคงเป็นายน้อยสักคนที่แพ้ศึกแย่งชิงบัลลังค์ของผู้นำตระกูลเลยระแวงไปแต่บอกตรงๆชั่วชีวิตนี้ฉันไม่ก้มหัวให้ใครนอกจากพ่อและแม่หรอก”ถังหลินกล่าวออกมานิ่งๆเพราะเขาพอจะจับใจความได้แล้วว่าเื่มันเป็มายังไงเมื่อรวมการเทขายและจัดประมูลนี้ขึ้นและคำพูดของสื่ออวี่ที่บอกว่าเขาแพ้แล้ว!แต่แค่ถังหลินยังไม่รู้ว่าคนที่นั่งตรงหน้าเขาเป็คนตระกูลไหน
“งั้นเหรอน่าเสียดายนะงั้นนายก็ไปเถอะ”เขากล่าวออกมาโดยไม่ไว้หน้าถังหลินเลยแม้แต่น้อยแต่ถังหลินก็เข้าใจได้แต่เขากลับยังมีเื่คาใจและต้องถามก่อน
“ว่าแต่คุณรับรูดการ์ดไหมพอดีฉันไม่มีเงินสดขนาดนั้น”
“…..”ชายคนนั้นเงียบไปสักพักก่อนส่งสายตาแปลกๆมาทางถังหลินก่อนยิ้มและกล่าวออกมาว่า
“ผมเริ่มเชื่อแล้วละว่าคุณไม่ใช่คนของพี่รองจริงๆเอาละไม่ต้องห่วงเรารับอยู่แล้วเพราะปกติการทำธุรกรรมมากกว่าพันล้านไม่นิยมใช้เงินสดกันหรอกและพรุ่งนี้จะมีคนไปทำเื่สัญญาต่างๆกับคุณเองไม่ต้องห่วง”
“อืมงั้นก็ดีเหมือนกัน”ถังหลินกล่าวตอบก่อนที่เ้าตัวจะลุกขึ้นและเดินออกไป
หลังจากถังหลินเดินออกไปแล้วทางด้านหลังของชายหนุ่มที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ก็มีคนเดินออกมาจากเงามืดและกล่าวออกมาว่า
“นายน้อยให้ผมจัดการเขาเลยไหม”ชายชุดดำกล่าว
เขาวางชาลงก่อนจะกล่าวออกมาว่า
“ไม่ต้องหรอกยังไงเขาก็แซ่ถังเหมือนกับฉันและอีกอย่างเขาก็ไม่มีทางเป็คนของพี่รองหรอกเพราะถ้าเป็คนของพี่รองคงไม่ซื่อตรงแะลมีความทะเยอะทะยานมากขนาดนี้ไม่คิดเลยว่าฉันจะได้เห็นสายตาแบบอีก”คุณชายถังกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มเพราะถึงแม้ว่าถังหลินจะเก็บสีหน้าได้ดีแค่ไหนแต่ความไม่พอใจและความทะเยอทะยานในสายตาของเขาไม่สามารถรอดเล็ดจากการสังเกตุของเขาไปได้เลยแม้แต่น้อย
“แต่เขาก็น่าสนใจนิดหน่อยเหมือนกันเพราะฉันก็มองไม่ออกมาความทะเยอทะยานของเขาคืออะไรเอาละตอนนี้เราก็ควรไปได้แล้วเพราะว่าตอนนี้เราคือผู้แพ้ละนะ"คุณชายถังกล่าวออกมาอย่างสบายๆเหมือนกับเขาไม่ได้แพ้ในศึกชิงต่ำแหน่งผู้นำตระกูลเลยแม้แต่น้อย!!
..
.