ตงฉินยึดอำนาจ

    ตงฉินยึดอำนาจ_89_การเผชิญหน้าของสองสาว

    ฉินรุ่ยเจียเป็นใคร หวังจงซานกับปราศรัย,ปราสัยลี่เต๋อหลินที่เป็นถึงผู้นำอันดับหนึ่งและสองของชางชาน จึงเคยไปยังภูมิภาคจังหวัดและติดต่อกับเหล่าผู้บังคับบัญชาระดับจังหวัดบ่อยครั้ง จึงทำให้พวกเขาได้รู้ว่า สาวงามผู้นี้คือลูกสาวของฉินเมิ่ง รัฐมนตรีช่วยองค์การบริหารส่วนจังหวัด แม้ว่าฉินเมิ่งจะไม่ได้เป็นหัวหน้าคณะกรรมาธิการระดับจังหวัด แต่เขาก็ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าคณะกรรมาธิการระดับจังหวัด มาเจ็ดปีแล้ว คนของเขามีอยู่ทั่วทุกภูมิภาค แม้ในระดับเทศบาลเมืองชางชาน รัฐมนตรีช่วยฉิน แม้ในทางปฏิบัติความสำคัญจะต่ำ แต่ก็ไม่มีใครกล้าดูแคลน ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยไปที่บ้านตระกูลฉิน และได้พบฉินรุ่ยเจีย ซึ่งในเวลานั้นฉินรุ่ยเจียยังคงทำงานช่วยอยู่ในจังหวัด ไม่มีใครคาดคิดว่าฉินรุ่ยเจียจะปรากฏตัวขึ้นในเวลานี้


    โจวไห่เผิง ตอนแรกเห็นว่าทุกคนสนับสนุนโจวเหวินเชาเขาก็ลำพองใจ แต่เมื่อมีเด็กสาวคนหนึ่งลุกขึ้นพูดช่วยเฉาฉูหุ้ย ใบหน้าของเขาก็หม่นหมอง เขามองไปยังฉินรุ่ยเจียแล้วพูดว่า “สาวน้อยคนนี้ คิดให้ดีๆ ก่อนจะพูดอะไร ถ้าคำพูดของเธอเป็นเท็จ เธอจะต้องรับผิดชอบกับคำพูดนะ”


    ฉินรุ่ยเจียยิ้มแล้วพูดว่า “รองเลขาธิการโจว ฉันยินดีรับผิดชอบทุกคำพูดของฉัน ในทำนองเดียวกัน โจวเหวินเชาควรจะรับผิดชอบต่อทุกคำพูดของเขาด้วย ถ้าคำพูดของเขาเป็นถ้อยคำเท็จ เขาก็ควรถูกลงโทษเช่นเดียวกันใช่หรือไม่”


    พอเห็นฉินรุ่ยเจียออกตัวเผชิญกับโจวไห่เผิง เฉาฉูหุ้ยที่สายตาเฉียบแหลมก็มองไปยังฉินรุ่ยเจียแล้วพูดกับหลิวชิงหยู่ว่า “ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร คงไม่ใช่ผู้หญิงของพี่หรอกนะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ


    หลิวชิงหยู่รีบปฏิเสธทันที “ไม่ใช่ๆ เธอเป็นรองเลขาธิการคณะกรรมาธิการพรรคประจำตำบลกวนซาน เป็นเพื่อนร่วมงานฉันเอง”


    ได้ยินคำอธิบายของหลิวชิงหยู่ เฉาฉูหุ้ยไม่เพียงแต่ไม่ยอมเชื่อ เธอยังขมวดคิ้วแน่นอีกด้วย เธอรู้สึกว่าฉินรุ่ยเจียคนนี้ต้องไม่ได้ธรรมดาแน่นอน การเผชิญหน้ากับรองเลขาธิการพรรคประจำเทศบาลเมืองและกล้ายอกย้อนเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่หญิงสาวทั่วไปจะกล้าทำ ยิ่งเห็นว่าฉินรุ่ยเจียเป็นสาวสวยเซ็กซี่และมีโอกาสใกล้ชิดกับหลิวชิงหยู่มากกว่าเธอ จึงทำให้เฉาฉูหุ้ยรู้สึกไม่สบายใจ


    ในฐานะเพื่อนสมัยเด็กที่เติบโตมาด้วยกัน ในฐานะคู่หมั้นในวัยเด็ก เฉาฉูหุ้ยรู้ดีว่าหลิวชิงหยู่มีเสน่ห์และความสามารถในการดึงดูดสตรีรอบๆตัว ตั้งแต่เล็กจนโตเธอก็ปรารถนาจะได้ใช้ชีวิตร่วมกับหลิวชิงหยู่ ฉะนั้นถ้าเธอรู้สึกถึงภัยคุกคามเธอจะขัดขวางสาวเล็กสาวใหญ่ที่เข้าหาหลิวชิงหยู่ทั้งหมด ในความคิดของเธอคนที่คู่ควรกับหลิวชิงหยู่มีแค่เธอเท่านั้น เฉาฉูหุ้ยจึงมักจะแสดงความหึงหวง ทำตัวเป็นเจ้าของโดยการไล่ตะเพิดหญิงสาวทุกคนที่เข้าหาหลิวชิงหยู่


    พอเห็นฉินรุ่ยเจียมาปรากฏ เธอก็ตระหนักได้ถึงวิกฤติที่อาจเกิดขึ้น เธอจึงเดินไปหาโจวไห่เผิงแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “รองเลขาธิการโจว อาวุโสทั้งสาม ฉันมั่นใจว่าพวกคุณต้องเป็นผู้ใหญ่ของชางชาน แน่นอนว่าพวกคุณต้องให้ความเป็นธรรมกับฝ่ายที่ถูกกระทำ นอกจากนี้พี่สาวใหญ่คนนี้ก็พูดได้ถูกต้อง ถ้าโจวเหวินเชาโกหก เขาก็ควรได้รับโทษเช่นเดียวกัน วิธีตรวจสอบก็ง่ายมาก แค่ให้เจ้าหน้าที่ของโรงแรมส่งบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดมา ปัญหาง่ายๆ ในครั้งนี้ก็จะถูกคลี่คลายในที่สุด”


    กล่าวถึงจุดนี้เฉาฉูหุ้ยก็ยิ้มแล้วพูดกับฉินรุ่ยเจียว่า “พี่สาวใหญ่ ฉันพูดถูกใช่ไหม” เฉาฉูหุ้ยจงใจเรียกว่าพี่สาวใหญ่อย่างชัดเจน หนำซ้ำเธอยังเชิดหน้าใส่ขณะที่ยืนอยู่ด้านหน้าหลิวชิงหยู่เพื่อประกาศความเป็นเจ้าของต่อหน้าฉินรุ่ยเจีย


    ฉินรุ่ยเจียก็ไม่ใช่คนโง่ ที่เธอมาช่วยหลิวชิงหยู่เป็นเพราะ หลิวชิงหยู่คือเพื่อนร่วมงานของเธอ ก่อนหน้านี้ที่เธอถูกหลิวชิงหยู่ปฏิเสธเป็นคู่เต้นรำมันทำให้เธอไม่พอใจ และด้วยความอยากรู้อยากเห็นเธอจึงมาที่นี่ และทันทีที่เฉาฉูหุ้ยปรากฏตัวขึ้น เธอก็รู้สึกเหมือนกำลังสูญเสียสิ่งสำคัญบางอย่างไป แต่เธอก็นับว่าเป็นคนใจเย็นมาก เธอรู้ดีว่าด้านความงดงามคงสู้เฉาฉูหุ้ยไม่ได้ เธอจึงต้องหาหนทางและทบทวนจุดเด่นที่ตนมี เพื่อทวงหลิวชิงหยู่คืนมา


    แม้ว่าเธอจะอายุมากกว่าหลิวชิงหยู่สามปี แต่เธอก็เชื่อว่าเธอมีเสน่ห์แบบผู้ใหญ่มากกว่าอีกฝ่าย และด้วยเสน่ห์นี้จึงถือเป็นข้อได้เปรียบ นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนร่วมงานกับหลิวชิงหยู่ดังนั้นเธอจึงมีโอกาสทำคะแนนจากความใกล้ชิด ทำให้เธอไม่ลังเลที่จะลุกขึ้นพูดเพื่อช่วยหลิวชิงหยู่


    ตอนที่ฉินรุ่ยเจียได้ยินเฉาฉูหุ้ยเรียกตัวเองว่าพี่สาวใหญ่ เธอก็โกรธมาก เธอรู้ว่าเด็กสาวคนนี้จงใจตั้งตัวเป็นศัตรูกับตัวเองเพื่อเตือนว่าอายุของเธอนั้นเริ่มมากแล้ว ฉินรุ่ยเจียขมวดคิ้วแน่นพลางจ้องไปที่หน้าอกของเฉาฉูหุ้ยก่อนจะตอบกลับว่า “ใช่แล้วน้องสาว’เล็ก’ คนนี้พูดถูก ฉันเองก็แนะนำให้รองเลขาธิการโจวนำบันทึกวิดีโอจากกล้องวงจรปิดมาเปิดเช่นกัน”


    ในระหว่างที่พูด ฉินรุ่ยเจียก็เน้นเสียงและดันหน้าอกขึ้น


    เฉาฉูหุ้ยได้ยินฉินรุ่ยเจียเปรียบเทียบเรื่องหน้าอกก็โกรธ ปัจจุบันเธออายุเพียงยี่สิบปี แม้หน้าอกของเธอจะเติบโตตามวัยได้ขนาดแต่มันก็ยังเล็กกว่าถ้าเทียบกับฉินรุ่ยเจีย ทำให้เธอรู้สึกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้


    ผู้ใหญ่ทั้งสามไม่ใช่คนโง่ พวกเขาสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศในการสนทนาระหว่างฉินรุ่ยเจียและเฉาฉูหุ้ย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหวังจงซาน เขาไม่คิดว่าคุณหนูแห่งตระกูลเฉา กับลูกสาวรัฐมนตรีช่วยต่างหลงรักหลิวชิงหยู่ นี่มันสถานการณ์แบบไหนกัน ทำไมหลิวชิงหยู่ถึงได้มีเสน่ห์ขนาดนี้


    ขณะเดียวกันหลี่เต๋อหลินก็ตกใจ เขารู้จักฉินรุ่ยเจีย ตอนนี้ฉินรุ่ยเจียกำลังอิจฉาเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้า มันจะไม่ทำให้เขาตกใจได้อย่างไร


    แน่นอนคนที่ปวดหัวที่สุดตอนนี้คงหนีไม่พ้นหลิวชิงหยู่


    หลิวชิงหยู่ไม่ใช่คนโง่ นี่คือการเผชิญหน้าระหว่างเฉาฉูหุ้ยกับฉินรุ่ยเจีย เขารู้สึกได้ถึงความหวงแหนจากสายตาในระหว่างที่เธอมองมายังเขา ความจริงแล้วหลิวชิงหยู่ก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่สนใจผู้หญิงสวยๆแต่นั่นต้องไม่มีเฉาฉูหุ้ยอยู่ใกล้ๆ เพราะเมื่อมีเฉาฉูหุ้ยอยู่ใกล้ๆ เขาจะเหมือนตกนรกทันทีหากเผลอไปคุยกับสาวงาม และตอนนี้ฉินรุ่ยเจียกำลังยืนประจันหน้ากับเฉาฉูหุ้ย ซึ่งเขาไม่รู้จะหาวิธีไหนมารับมือแก้ไขสถานการณ์


    ทุกคนเงียบไป สุดท้ายก็เป็นหวังจงซานที่ทำลายความงียบ


    หวังจงซานกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มว่า “ฉันคิดว่าถึงเวลาที่เราควรจะเริ่มเปิดพิธี ทุกคนปล่อยวางเรื่องนี้เถอะ เพื่อให้งานดำเนินไปตามกำหนดการ”


    หลี่เต๋อหลินพยักหน้าเห็นพ้อง ระหว่างพูดขึ้นทันทีว่า “ดีๆ ผมเองก็เห็นด้วยกับความคิดนี้ เราไม่ควรปล่อยให้เวลาเสียเปล่า"


    และเมื่อโจวไห่เผิงเห็นหลี่ปราศรัย,ปราสัยหลินเห็นด้วยกับคำพูดของหวังจงซานเขาก็ตกตะลึง และเขารู้ดีว่าหากหลี่เต๋อหลินเห็นด้วยกับอีกฝ่าย เขาย่อมไม่สามารถทำอะไรต่อได้ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเพิกเฉยต่อเรื่องของลูกชาย ก่อนจะพูดว่า “โอเค เรามาเริ่มงานกันเลยก็แล้วกัน เหวินเชาช่วยพาต่งเทียนปาออกไปก่อน”


    เมื่อผู้ใหญ่ทั้งสามตัดสินใจเช่นนี้จึงไม่มีใครคัดค้าน โจวเหวินเชาจึงพาตัวต่งเทียนปาออกไป


    และแล้วพิธีเปิดก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ หลังจากผู้ใหญ่ทั้งสามกล่าวปราศรัยจบก็แยกย้ายกันไป


    ในขณะที่เดินออกไป โจวไห่เผิงเข้าไปหาหลี่เต๋อหลินแล้วถามด้วยความคาใจว่า “นายกหลี่ทำไมคุณถึงเปลี่ยนใจกะทันหันล่ะ”


    หลี่เต๋อหลินพูดด้วยใบหน้าเศร้าหมองว่า “เหล่าโจว ถ้าคุณปรารถนาที่จะเติบโตบนเส้นทางการเมือง อย่ามองแค่เทศบาลเมืองชางชานและอย่าปกป้องโจวเหวินเชาจนเกินไป คุณรู้ไหมหญิงสาวชุดม่วงคนนั้นเป็นลูกสาวคนเดียวของฉินเมิ่ง รัฐมนตรีช่วยองค์การบริหารส่วนจังหวัด เธอเป็นเหมือนแก้วตาดวงใจของเขา และฉันคิดว่าสาวสวยข้างๆ หลิวชิงหยู่ก็ไม่ใช่คนธรรมดา มิฉะนั้นหวังจงซานคงไม่ตกใจเมื่อได้เห็นหญิงสาวคนนั้นและแสดงจุดยืนเข้าข้างเธอ ฉันไม่รู้ว่าต่งเทียนปาทำอะไรลงไปแต่นั่นเป็นปัญหาของเขา เพื่อไม่ให้เส้นทางของเราในอนาคตมีปัญหา เราต้องหยุดเรื่องนี้ไว้ถ้าไม่ทำแบบนี้ฉันกลัวว่าจะเกิดปัญหาตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉันที่กำลังจะออกจากชางชาน ทำให้ตำแหน่งนายกมีการแข่งขันดุเดือดอย่างมาก ถ้าคุณทำให้รองหัวหน้าฉินขุ่นเคือง สถานการณ์จะไม่เอื้ออำนวยต่อการแข่งขันชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีของคุณ”


    เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่เต๋อหลิน โจวไห่เผิงก็ตระหนักได้ถึงเบื้องหลังสาเหตุ ก่อนจะพูดขอบคุณหลี่เต๋อหลินอย่างรวดเร็ว


    อย่างไรก็ตามหลังจากที่โจวเหวินเชากับต่งเทียนปาที่รู้สึกอับอายที่สุดในวันนี้เดินออกมา พวกเขาก็เริ่มวางแผนทันที

    คล้ายกับเรื่องตงฉินยึดอำนาจ ที่คุณอ่าน