บทที่ 28 กลับมาไลฟ์อีกครั้ง
ฉินเหยียนจินกระโดดลงจากต้นโพธิ์และไปอยู่ตรงหน้าเจ้านกตัวเล็กและตัวใหญ่ด้วยสีหน้าจริงจัง
“นี่เป็นการตอบแทนที่ให้อยู่ด้วยงั้นเหรอ? ตัวเองเป็นแขกแท้ ๆ ทำแบบนี้คิดว่ามันสมควรแล้วอย่างนั้นเหรอ?”
เจ้านกตัวโตและตัวเล็กอีกสองที่ยืนอยู่เพียงเอียงหน้ามองอย่างน่ารักอีกครั้ง
“อย่าคิดว่าทำตัวน่ารักแล้วจะรอดไปได้นะ ตั้งแต่วันนี้เราต้องมาทำข้อตกลงกันระหว่างฉันกับพวกแกสามตัว”
ฉินเหยียนจินเมินท่าทางน่ารักของสามแม่ลูก ก่อนจะชี้ไปทางแม่นกฮูกแล้วเอ่ยต่อ “ในฐานะที่แกเป็นแม่ ก็ไม่ควรที่จะสอนลูก ๆ ในทางที่ผิดสิ อีกอย่างตอนนี้แผลก็กำลังจะหายดีแล้ว ไปหาจับหนูที่สวนผักหลังสำนักเป็นอาหารได้ จับไม่ได้ก็ไปหาอย่างอื่นข้างนอกกินแทน อย่ามาจับปลาคาร์ปของฉันอีก ถ้าเห็นว่ามีปลาหายไปอีกแม้แต่ตัวเดียว พวกแกทั้งสามตัวจะต้องออกไปจากที่นี่เข้าใจไหม?”
“แกสองตัว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ต้องรับผิดชอบหน้าที่ช่วยให้อาหารปลา ถ้าปลาคาร์ปของฉันหิว จะต้องช่วยเลี้ยงปลาด้วยเข้าใจไหม?”
นกฮูกทั้งสามเอียงคอมองเช่นเดิม
ฉินเหยียนจินถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ รีบไปช่วยปลาคาร์ปที่กำลังจะขาดใจตายออกมาจากนกฮูก จากนั้นก็ค่อย ๆ เพิ่มปราณวิญญาณให้ปลาตัวนั้น มองดูมันดีขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วก็ยิ้มจาง ๆ ออกมา
เธอปล่อยปลาลงไปในน้ำ แล้วหันไปจ้องดวงตาสีดำเหลือบทองกลมใสสามคู่ที่จ้องมาด้วยความคับข้องใจอยู่
ฉินเหยียนจินไม่สะทกสะท้าน ชี้ไปทางแม่นกแล้วพูดอีก “ตั้งแต่วันนี้แกชื่อถูเฝ่ย แกชื่อต้ายา ส่วนแกคือเอ้อร์ต้าน”
ไม่รู้ว่าเข้าใจกันหรือเปล่า แต่ถูเฝ่ยกระพือปีกอย่างรวดเร็วจนเกือบจะทำให้ต้ายาและเอ้อร์ต้านที่อยู่ข้าง ๆ ปลิวออกไป
ท่าทางเหมือนกำลังประท้วงอย่างไม่พอใจ
ฉินเหยียนจินโบกมืออย่างไม่ยอมเด็ดขาด “ไม่ต้องมาต่อรอง ไปหาอาหารกินเองซะ ฉันก็หิวเหมือนกัน ต้องไปทำอาหารแล้ว”
ระหว่างที่เธอกำลังจะเดินออกไป เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้น
เมื่อเอามาดูก็พบว่าเป็นหลิวจิ่งเหอโทรมา
“อาจารย์ฉินครับ อาจารย์เห็นในเว่ยป๋อหรือยัง? มีเรื่องอีกแล้วเข้าไปดูด่วนเลยครับ เรื่องคอขาดบาดตายเชียว!”
ฉินเหยียนจินเลิกคิ้วแล้วเข้าเว่ยป๋อทันที
และเหมือนเดิม เว่ยป๋อของเธอแทบระเบิดและค้างไปอีกแล้ว!
หญิงสาวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเอาเบอร์มือถือของอาจารย์มาสมัครแอ็กเคานต์ใหม่ในเว่ยป๋อเพื่อเข้าไปดูแทน
มีโพสต์หนึ่งปรากฏอย่างชัดเจนในแถบติดท็อปที่เขียนว่า [อาจารย์ฉินฆ่าคนได้แม้จากระยะไกล] นักพรตสาวอดไม่ได้ที่จะลูบจมูกและเริ่มสงสัยเกี่ยวกับความสามารถของตัวเองขึ้นมา
“นี่ฉันแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยเหรอ? ฆ่าคนที่อยู่ห่างออกไปได้เนี่ยนะ? ไม่เห็นรู้ตัวเลย”
เมื่อเข้าไปอ่านเนื้อหาก็พบว่าเซียวเข่อช็อกตายไปแล้วเพราะความตกใจกลัวอะไรบางอย่าง มีเวลาเสียชีวิตและรูปถ่ายของที่เกิดเหตุ พร้อมกับเขียนระบุไว้ว่าสภาพศพของเธอบ่งบอกว่าก่อนตายดูกลัวมากแค่ไหน
หลังจากนั้นชาวเน็ตก็เริ่มเชื่อมโยงว่าสาเหตุการตายที่แท้จริงอาจจะมีต้นเหตุมาจากโพสต์ก่อนหน้าของฉินเหยียนจิน
แน่นอนว่าทุกคนกลัวว่าจะถูกผลสะท้อนกลับจึงไม่กล้ากล่าวหาฉินเหยียนจินอย่างโจ้งแจ้ง พวกเขายังใช้ชีวิตไม่คุ้มที่จะเอามาเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้และยังไม่ต้องการจะเป็นอย่างในข่าว
ข่าวนี้ทำให้เรื่องของเด็กอัจฉริยะที่ถูกไฟคลอกเมื่อสิบปีก่อนกลับมาเป็นประเด็นร้อนแรงอีกครั้ง
ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม ชาวเน็ตที่หิวกระหายในความใคร่รู้จะพยายามไปสืบประวัติตัวตนของคุณและบรรพบุรุษแปดชั่วโคตรมาจนได้หากเรื่องนั้นกำลังเป็นที่สนใจอยู่
ไม่นานก็เริ่มมีคนเอาเรื่องเมื่อสิบปีก่อนออกมาเล่าบ้างในฐานะผู้อยู่ในเหตุการณ์
[ตอนนั้นผมวางแผนจะไปเดินป่าที่นั่นกับแฟน เราเตรียมทุกอย่างกันแล้วแต่แฟนติดงานด่วน เลยออกไปคุยโทรศัพท์ด้านนอก คืนนั้นผมเบื่อมากเลยกินไวน์อยู่ที่ห้อง แต่จู่ ๆ ก็มีควันเข้ามาจนสำลัก ผมคิดว่าน่าจะมีไฟไหม้เลยรีบออกไปที่ทางเดิน เห็นว่ามาจากห้องตรงข้าม แต่พอไปดูก็เห็นว่าห้องนั้นล็อกอยู่จากข้างนอก คิดว่าคงไม่มีใครอยู่ข้างในเลยรีบหนีออกมาพร้อมกับคนอื่น ๆ บอกตามตรงว่าถ้าผมรู้ว่ามีอยู่ในนั้น คงพังประตูเข้าไปช่วยแล้ว ผมไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นฮีโร่อะไร แต่ฐานะเพื่อนมนุษย์ก็ควรช่วยเหลือกัน]
เมื่อเลื่อนอ่านคอมเมนต์ข้างล่างก็พบกับคำถามที่น่าสนใจมากมาย
[แล้ว… ใครโทรมาหาแฟนคุณกันแน่?]
[คำถามเดียวกัน นี่มันน่าสงสัยสุด ๆ]
[พี่ชาย ท่าทางคุณจะมีเขาบนหัวแล้ว!]
[อีกเรื่องคือ เด็กอัจฉริยะคนนั้นต้องถูกฆาตกรรมแน่ ไม่งั้นห้องจะล็อกได้ยังไง]
[จะว่าไปแล้ว ตอนตำรวจไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ จะไม่เห็นเลยเหรอว่าประตูล็อก]
[ต้องมีอะไรลับหลังแน่นอน เบาะแสสำคัญขนาดนี้จะมองข้ามแล้วบอกว่าเป็นอุบัติเหตุได้ไง นี่เจ้าหน้าที่บิดเบือนสำนวนคดีหรือเปล่า?]
ฉินเหยียนจินอ่านคอมเมนต์ที่กำลังตั้งข้อสงสัยและคาดเดาไปต่าง ๆ นานา อย่างสนใจใคร่รู้ ก็รู้สึกว่าชาวเน็ตค่อนข้างจะถูกกระตุ้นได้ง่ายทีเดียว
ในขณะนั้นเองเธอก็เหมือนจะเห็นอะไรบางอย่างที่ประตูสำนักจึงหันไปมอง เพียงครู่หนึ่งหมอกสีดำก็ลอยมาหยุดอยู่ตรงหน้า
ถงโจวโจวดูเหมือนเด็กที่เพิ่งทำผิดมาและเอ่ยอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “อาจารย์ ฉันขอโทษ ฉันทำเรื่องวุ่นวายแล้ว ไม่คิดเลยว่าเซียวเข่อจะขวัญอ่อนขนาดนี้”
เสียงนั้นเบาลงเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็ไม่แน่ใจนักว่าพูดอะไรออกมาอีก
เซียวเข่อคิดว่าถงโจวโจวน่ากลัวมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเพราะมีรังสีแห่งความอาฆาตที่จ้องจะกัดกินเธอตลอดเวลา แต่เมื่อได้พบฉินเหยียนจิน ก็ยิ่งทำให้รู้สึกกลัวไปถึงก้นบึ้งของขั้ววิญญาณมากกว่าเดิม
แรงกดดันมหาศาลทำให้ความรู้สึกกลัวเพิ่มมากขึ้นจนคงสภาพเป็นวิญญาณได้ยาก อดไม่ได้ที่ต้องคู้ตัวเป็นลูกบอลทรงกลม
ฉินเหยียนจินไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับการตายของเซียวเข่อ
เธอเพียงเหลือบมองไปทางวิญญาณดวงน้อยที่หลบอยู่ด้านหลังของถงโจวโจวแล้วเอ่ยอย่างใจเย็น “ฉันจะบอกให้ว่าปรโลกเมตตากว่าที่คุณคิดมากนะคะ นอกจากคุณแล้วไม่มีใครที่จะหลบหนีชะตากรรมครั้งนี้ไปได้เลย การตายไปแบบนี้นับว่าโชคดีที่สุดแล้ว”
ทั้งถงโจวโจวและเซียวเข่อต่างไม่เข้าใจนักว่าหมายความอย่างไร
จนกระทั่งรุ่งเช้ามาถึง ดวงวิญญาณทั้งสองก็เข้าใจถึงความหมายแท้จริงของประโยคที่อาจารย์ฉินบอก และมันยังเป็นสิ่งที่น่าขนลุกจนเย็นวาบไปทั่วร่าง
รุ่งขึ้นเวลา 07.55 น.
ทันทีที่ฉินเหยียนจินล็อกอินเข้าไปในแอ็กเคานต์ไลฟ์สด แฟน ๆ ก็ได้รับแจ้งเตือนว่าเธอกำลังจะเริ่มไลฟ์ พวกเขารีบเข้ามาอย่างรวดเร็วเพราะนี่ก็เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนต่างรอคอยเช่นกัน
และยังมีอีกไม่น้อยที่เข้ามารอหน้าห้องไลฟ์ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ เมื่อเห็นอวาต้าห้องไลฟ์สว่างขึ้นก็รีบส่งของขวัญเข้ามารัว ๆ ราวกับว่าจะไม่ต้องใช้เงินอีกแล้ว
คนที่ดูไลฟ์อยู่คราวนี้มีทั้งแฟน ๆ ที่ติดตามฉินเหยียนจินอยู่ และบรรดาคนที่ถูกผลสะท้อนกลับเล่นงานก็มาดูด้วย พวกเขาพากันส่งของขวัญให้เพราะคิดว่าจะเป็นการขอโทษอาจารย์ทางอ้อมเผื่อชีวิตจะดีขึ้น
ฉินเหยียนจินเห็นว่ามีผู้ติดตามมากขึ้นกว่าห้าแสนคนในสามวันที่ผ่านมาก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเช่นกัน
ในตอนนั้นเองแอ็กเคานต์ที่ชื่อ [ไข่มุกสดใส] ก็มอบของวัญเป็นแผนที่สมบัติสองใบแก่เธอ ทำเอาคนในห้องไลฟ์โห่ร้องเหมือนเจอเศรษฐี
[หัวหน้า สุดยอดมากครับ!]
[ขอให้หัวหน้าการงานเจริญก้าวหน้านะคะ]
[ขอให้ทั้งครอบครัวของหัวหน้ามีความสุข ลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง!]
ฉินเหยียนจินเลิกคิ้วก่อนที่จะรู้ว่านี่คือกวนหมิงจู
เธอดูเวลาก่อนที่จะเอ่ยกับผู้ชมที่ดูในช่องไลฟ์ตอนนี้
“เหลือเวลาอีกสองนาที เราจะเริ่มต่อสายกับคนที่อยู่ในเหตุการณ์เพลิงไหม้เมื่อสิบปีก่อนกันนะคะ คนอื่นอาจจะไม่รู้แต่คุณรู้ตัวคุณเองดีนะคะ อย่าพยายามขัดขืน หลี่ชิงจู๋ ไป๋หลี หลินชิวซิน เหยาอวี๋จิ่น ฉันรู้ว่าพวกคุณอยู่ในห้องไลฟ์นี้ ฉันขอเตือนว่าถ้าปฏิเสธการร่วมไลฟ์กับฉัน คนคนนั้นจะไปหาคุณอีกแน่นอน”
เมื่อได้ยินแบบนั้นชาวเน็ตก็เริ่มจินตนาการกันขึ้นมาอีกครั้ง
[อาจารย์หมายความว่าไงเนี่ย ใครไปไหน?]
[มาคิดดูแล้ว อาจารย์เป็นนักพรตหญิง นั่นแสดงว่านักพรตเต๋าสามารถติดต่อกับวิญญาณและปราบพวกผีปีศาจได้ด้วยงั้นเหรอ?]
[เม้นต์บน ถึงอาจารย์จะเป็นนักพรตเต๋า แต่ลืมไปแล้วเหรอว่าที่หน้าแรกของอาจารย์เขียนไว้ว่า ทำนายอนาคต ต่อชะตาเสริมโชคลาภ ปัดเป่าปีศาจและวิญญาณร้าย ขจัดเสนียดจัญไรและภัยพิบัติน่ะ]
[ท่าทางว่าเซียวเข่อจะจับไข้หัวโกร๋นตายหรือเปล่า]
[เสียวสันหลังขึ้นมาเลย]
[อย่าเพิ่งเพ้อเจ้อได้ไหมเนี่ย เดากันไปเรื่อย หลักฐานยังไม่มีเลย]
[ตายแล้วประธานหู่ แบบนี้จะล้มละลายไหมเนี่ย?]
[เรื่องทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องปกติในโลกมนุษย์เหรอเนี่ย?]