“ข้ากำลังคิด...ไม่รู้ว่าในการแข่งขันครั้งนี้ชายคนนั้นจะได้เป็นตัวแทนของสถานศึกษาหรือไม่”
คำพูดขององค์ชายเจ็ดทำให้องค์หญิงอิงอิงชะงักไปเล็กน้อยนางพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกที่พุ่งพล่านในใจ แต่ไม่ทันที่นางจะตอบอะไรน้องชายก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แต่ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ข้าก็อยากเจอเขาสักครั้ง” ดวงตาขององค์ชายเจ็ดฉายแววครุ่นคิดลึกซึ้ง
“ชายที่ทำให้พี่สาวข้าเป็นแบบนี้และยังเป็นคนที่ช่วยชีวิตพี่ชายสามไว้ในสงครามครั้งนั้น...เขาเป็นคนแบบไหนกันแน่?”
องค์หญิงอิงอิงหันมามองน้องชายสีหน้าของนางเผยความรู้สึกที่ซับซ้อน ระหว่างความภาคภูมิใจกับความลำบากใจนางจำได้ถึงเรื่องคราวนั้น ความกล้าหาญของเขาสร้างความประทับใจให้ทั้งกองทัพและกลายเป็นเรื่องเล่าขานในหมู่ผู้คนทุกชนชั้น
“น้องเจ็ด...บางทีเจ้าก็ไม่ควรยึดติดกับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว”องค์หญิงอิงอิงเอ่ยเบาๆ แม้คำพูดจะดูสงบนิ่ง แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยคลื่นอารมณ์ที่ซ่อนเร้น
องค์ชายเจ็ดส่ายหน้าเบาๆ
“ข้าไม่ได้ยึดติดแต่ข้าอยากรู้ว่าชายคนนั้นจะไปได้ไกลแค่ไหน!”
คำพูดนั้นเหมือนสะกิดหัวใจขององค์หญิงอิงอิงนางพยายามรักษาสีหน้าให้สงบนิ่ง แต่ไม่อาจซ่อนความสั่นไหวในดวงตาได้นางหันกลับไปมองดวงจันทร์ ปล่อยให้สายลมเย็นพัดผ่านเพื่อปลอบโยนอารมณ์ของตน
“นาฟ...เจ้าจะมาแข่งครั้งนี้หรือไม่?”
คำถามที่ไม่ได้เอ่ยออกมาดังแว่วในใจขององค์หญิงขณะที่เสียงหัวเราะเบาๆ ขององค์ชายเจ็ดดังขึ้นข้างกาย
“ข้าอดใจรอดูการแข่งขันครั้งนี้ไม่ไหวแล้วล่ะ”
องค์ชายเจ็ดเอ่ยพลางยกยิ้มมุมปากราวกับท้าทายโชคชะตาที่กำลังจะเปิดม่านแห่งบทใหม่ในชีวิตพวกเขาทั้งหมด...
สายตามองออกไปยังวิวของอาณานิคมในแสงไฟจากเมืองส่องสว่างราวกับหมู่ดาวที่โปรยปรายลงมาบนแผ่นดิน เสียงลมพัดเบาๆแทรกเข้ามาในความเงียบสงัด
“ถ้าเจ้านั่นได้เจอกับชายผู้นั้น...ผลของการต่อสู้จะเป็นยังไงนะ?”
คำพูดขององค์ชายเจ็ดทำให้องค์หญิงอิงอิงที่ยืนเหม่อลอยอยู่ถึงกับชะงักนางค่อยๆ หันกลับมามองน้องชาย ดวงตาที่เคยสงบนิ่งสะท้อนความตื่นตระหนกเล็กน้อยความคิดที่นางพยายามหลีกเลี่ยงถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง
“อืม....ในสถานศึกษากลาง...ยังมีอัจฉริยะอันดับหนึ่งคนนั้นอยู่...”
นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาแต่แฝงความกังวล
และก้าวเข้ามาใกล้น้องชายมองไปยังเส้นขอบฟ้าที่ค่อยๆ ละลายลงในความมืด
“แล้วเจ้านั้นออกมาจากหอคอยบรรพกาลหรือยัง?”
นางเอ่ยถามน้ำเสียงนิ่งสงบแต่กลับเต็มไปด้วยความหมาย
องค์ชายเจ็ดเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้า
“เท่าที่ข้ารู้ เขายังไม่ออกมาแต่ถ้าเขาตัดสินใจเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้จริง...”
เขาเงียบไปครู่หนึ่งราวกับพยายามเรียบเรียงความคิดในหัว
“นั่นอาจเป็นศึกที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของสุดยอดสถาบัน”
คำพูดขององค์ชายเจ็ดทำให้องค์หญิงอิงอิงรู้สึกถึงน้ำหนักที่ถาโถมเข้ามาในใจสถานศึกษากลางในฐานะเจ้าภาพ ย่อมเต็มไปด้วยอัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดและชายคนนั้น...บุคคลที่ถูกกล่าวขานว่าเป็น
“ผู้สืบทอดแห่งหอคอยบรรพกาล” ก็เป็นหนึ่งในนั้น
“ถ้านาฟต้องเผชิญหน้ากับเขาจริงๆ...”
องค์หญิงอิงอิงพึมพำในใจความคิดวนเวียนเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้
บรรยากาศก่อนการแข่งขันหนึ่งวัน สนามแข่งขันที่ถูกสร้างขึ้นใจกลางอาณานิคมในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ดึงดูดสายตาของผู้คนจากทุกสารทิศโครงสร้างอันอลังการถูกออกแบบอย่างประณีต ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมโบราณและเทคโนโลยีล้ำสมัยสนามแห่งนี้มีขนาดมหึมา ล้อมรอบด้วยกำแพงพลังงานโปร่งใสที่เปล่งแสงสีน้ำเงินอ่อนซึ่งช่วยให้ผู้ชมสามารถมองเห็นการต่อสู้ได้ทุกมุม
บรรยากาศของการลงทะเบียน
ลานด้านหน้าของสนามถูกจัดเป็นพื้นที่ลงทะเบียนนักศึกษาจาก ห้าสถาบัน ทยอยเดินทางมาพร้อมกับผู้แทนและเจ้าหน้าที่ประจำสถาบันของตนบรรยากาศคึกคักเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและการจับตามองจากผู้คนที่มาร่วมชมการแข่งขันในครั้งนี้
แต่ละสถาบันได้ส่งนักศึกษาระดับหัวกะทิมาเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 20 คน ต่อสถาบัน โดยมีการคัดเลือกอย่างเข้มงวดจากผู้ที่เก่งกาจที่สุดของแต่ละแห่ง
กลุ่มนักศึกษาที่โดดเด่นที่สุด
ตัวแทนนักศึกษาแต่ละคนล้วนแล้วแต่มีความเก่งกาจหรือแม้แต่ต่อสู้ข้ามระดับได้เลยทีเดียว แม้จะมีนักศึกษาเข้าร่วมมากมายแต่สิ่งที่ผู้คนต่างจับจ้องที่สุดกลับเป็น อัจฉริยะอันดับต้นๆ ของแต่ละสถาบันผู้ที่ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นตัวเต็งในการแข่งขันครั้งนี้
สถานศึกษานอร์ทเทิรน์ อัจฉริยะรุ่นใหม่ผู้สง่างาม ผู้กลับมากอบกู้ศรัทธาของตระกลูลากูนตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฝั่งเหนือ ลาเวส ชายหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ด้านพลังสายเลือดความสามารถชีวิตจำแลงและ ชายหนุ่มรูปงามซาราฟิม กับ สาวแสนสวยอีช่า แห่งแดนเหนือทั้งสามได้ก้าวข้ามพลังระดับ 3 ตั้งแต่ยังเยาว์
สถานศึกษาอีสเทิรน์ก็มีผู้ก้าวข้ามพลังระดับ 3 อยู่สองคน
จินหยาง และ ปู้เทียนสองอัจฉริยะรุ่นใหม่แห่งฝั่งตะวันออก
ส่วนสถาศึกษาเซาท์เทิรน์ ถึงจะมีผู้ก้าวข้ามพลังระดับ3 เพียงคนเดียว นามของเขาคือ ‘รัสการ์’ชายร่างสูงใหญ่กำยำ ผิวของเขามีสีแทนดุจทองแดงท่าทางดุดันดั่งนักรบโบราณหนวดเคราที่เขาปล่อยให้ยาวสะท้อนถึงความน่าเกรงขามยิ่งกว่าอายุจริงซึ่งยังอยู่ในวัยหนุ่ม
ว่ากันว่า รัสการ์ อาจเป็นถึงผู้ใช้พลังระดับ 4 ขั้นกลางแล้วด้วย
สถานศึกษาเวสเทิรน์ นำทีมมาโดย หม่าเหลี่ยง ชายผมแดงอัจฉริยะรุ่นเยาว์คนเดียว ที่ข้ามผ่านระดับ 3 แล้ว
สถานศึกษากลาง: ตัวแทนเจ้าภาพ ซึ่งผู้คนต่างกล่าวขานถึงว่าแข็งแกร่งที่สุด ไม่ว่าจะเป็น องค์ชายเจ็ดหลงฉง,ซูฮวา , แรมซี่ , กวานโจ และเต็มไปด้วยอัจฉริยะที่ยังไม่ได้เปิดเผยตัว