ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

ตอนที่ 276 อัจฉริยะห้าสถาบัน

“ข้ากำลังคิด...ไม่รู้ว่าในการแข่งขันครั้งนี้ชายคนนั้นจะได้เป็นตัวแทนของสถานศึกษาหรือไม่”

คำพูดขององค์ชายเจ็ดทำให้องค์หญิงอิงอิงชะงักไปเล็กน้อยนางพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกที่พุ่งพล่านในใจ แต่ไม่ทันที่นางจะตอบอะไรน้องชายก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“แต่ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ข้าก็อยากเจอเขาสักครั้ง” ดวงตาขององค์ชายเจ็ดฉายแววครุ่นคิดลึกซึ้ง

“ชายที่ทำให้พี่สาวข้าเป็นแบบนี้และยังเป็นคนที่ช่วยชีวิตพี่ชายสามไว้ในสงครามครั้งนั้น...เขาเป็นคนแบบไหนกันแน่?”

องค์หญิงอิงอิงหันมามองน้องชายสีหน้าของนางเผยความรู้สึกที่ซับซ้อน ระหว่างความภาคภูมิใจกับความลำบากใจนางจำได้ถึงเรื่องคราวนั้น ความกล้าหาญของเขาสร้างความประทับใจให้ทั้งกองทัพและกลายเป็นเรื่องเล่าขานในหมู่ผู้คนทุกชนชั้น

“น้องเจ็ด...บางทีเจ้าก็ไม่ควรยึดติดกับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว”องค์หญิงอิงอิงเอ่ยเบาๆ แม้คำพูดจะดูสงบนิ่ง แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยคลื่นอารมณ์ที่ซ่อนเร้น

องค์ชายเจ็ดส่ายหน้าเบาๆ

“ข้าไม่ได้ยึดติดแต่ข้าอยากรู้ว่าชายคนนั้นจะไปได้ไกลแค่ไหน!”

คำพูดนั้นเหมือนสะกิดหัวใจขององค์หญิงอิงอิงนางพยายามรักษาสีหน้าให้สงบนิ่ง แต่ไม่อาจซ่อนความสั่นไหวในดวงตาได้นางหันกลับไปมองดวงจันทร์ ปล่อยให้สายลมเย็นพัดผ่านเพื่อปลอบโยนอารมณ์ของตน

“นาฟ...เจ้าจะมาแข่งครั้งนี้หรือไม่?”

คำถามที่ไม่ได้เอ่ยออกมาดังแว่วในใจขององค์หญิงขณะที่เสียงหัวเราะเบาๆ ขององค์ชายเจ็ดดังขึ้นข้างกาย

“ข้าอดใจรอดูการแข่งขันครั้งนี้ไม่ไหวแล้วล่ะ”

องค์ชายเจ็ดเอ่ยพลางยกยิ้มมุมปากราวกับท้าทายโชคชะตาที่กำลังจะเปิดม่านแห่งบทใหม่ในชีวิตพวกเขาทั้งหมด...

สายตามองออกไปยังวิวของอาณานิคมในแสงไฟจากเมืองส่องสว่างราวกับหมู่ดาวที่โปรยปรายลงมาบนแผ่นดิน เสียงลมพัดเบาๆแทรกเข้ามาในความเงียบสงัด

“ถ้าเจ้านั่นได้เจอกับชายผู้นั้น...ผลของการต่อสู้จะเป็นยังไงนะ?”

คำพูดขององค์ชายเจ็ดทำให้องค์หญิงอิงอิงที่ยืนเหม่อลอยอยู่ถึงกับชะงักนางค่อยๆ หันกลับมามองน้องชาย ดวงตาที่เคยสงบนิ่งสะท้อนความตื่นตระหนกเล็กน้อยความคิดที่นางพยายามหลีกเลี่ยงถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง

“อืม....ในสถานศึกษากลาง...ยังมีอัจฉริยะอันดับหนึ่งคนนั้นอยู่...”

นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาแต่แฝงความกังวล

และก้าวเข้ามาใกล้น้องชายมองไปยังเส้นขอบฟ้าที่ค่อยๆ ละลายลงในความมืด

“แล้วเจ้านั้นออกมาจากหอคอยบรรพกาลหรือยัง?”

นางเอ่ยถามน้ำเสียงนิ่งสงบแต่กลับเต็มไปด้วยความหมาย

องค์ชายเจ็ดเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้า

“เท่าที่ข้ารู้ เขายังไม่ออกมาแต่ถ้าเขาตัดสินใจเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้จริง...”

เขาเงียบไปครู่หนึ่งราวกับพยายามเรียบเรียงความคิดในหัว

“นั่นอาจเป็นศึกที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของสุดยอดสถาบัน”

คำพูดขององค์ชายเจ็ดทำให้องค์หญิงอิงอิงรู้สึกถึงน้ำหนักที่ถาโถมเข้ามาในใจสถานศึกษากลางในฐานะเจ้าภาพ ย่อมเต็มไปด้วยอัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดและชายคนนั้น...บุคคลที่ถูกกล่าวขานว่าเป็น

“ผู้สืบทอดแห่งหอคอยบรรพกาล” ก็เป็นหนึ่งในนั้น

“ถ้านาฟต้องเผชิญหน้ากับเขาจริงๆ...”

องค์หญิงอิงอิงพึมพำในใจความคิดวนเวียนเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้

 

 

บรรยากาศก่อนการแข่งขันหนึ่งวัน สนามแข่งขันที่ถูกสร้างขึ้นใจกลางอาณานิคมในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ดึงดูดสายตาของผู้คนจากทุกสารทิศโครงสร้างอันอลังการถูกออกแบบอย่างประณีต ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมโบราณและเทคโนโลยีล้ำสมัยสนามแห่งนี้มีขนาดมหึมา ล้อมรอบด้วยกำแพงพลังงานโปร่งใสที่เปล่งแสงสีน้ำเงินอ่อนซึ่งช่วยให้ผู้ชมสามารถมองเห็นการต่อสู้ได้ทุกมุม

บรรยากาศของการลงทะเบียน

ลานด้านหน้าของสนามถูกจัดเป็นพื้นที่ลงทะเบียนนักศึกษาจาก ห้าสถาบัน ทยอยเดินทางมาพร้อมกับผู้แทนและเจ้าหน้าที่ประจำสถาบันของตนบรรยากาศคึกคักเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและการจับตามองจากผู้คนที่มาร่วมชมการแข่งขันในครั้งนี้

แต่ละสถาบันได้ส่งนักศึกษาระดับหัวกะทิมาเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 20 คน ต่อสถาบัน โดยมีการคัดเลือกอย่างเข้มงวดจากผู้ที่เก่งกาจที่สุดของแต่ละแห่ง

กลุ่มนักศึกษาที่โดดเด่นที่สุด

ตัวแทนนักศึกษาแต่ละคนล้วนแล้วแต่มีความเก่งกาจหรือแม้แต่ต่อสู้ข้ามระดับได้เลยทีเดียว แม้จะมีนักศึกษาเข้าร่วมมากมายแต่สิ่งที่ผู้คนต่างจับจ้องที่สุดกลับเป็น อัจฉริยะอันดับต้นๆ ของแต่ละสถาบันผู้ที่ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นตัวเต็งในการแข่งขันครั้งนี้

สถานศึกษานอร์ทเทิรน์  อัจฉริยะรุ่นใหม่ผู้สง่างาม ผู้กลับมากอบกู้ศรัทธาของตระกลูลากูนตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฝั่งเหนือ ลาเวส ชายหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ด้านพลังสายเลือดความสามารถชีวิตจำแลงและ ชายหนุ่มรูปงามซาราฟิม กับ สาวแสนสวยอีช่า แห่งแดนเหนือทั้งสามได้ก้าวข้ามพลังระดับ 3 ตั้งแต่ยังเยาว์

สถานศึกษาอีสเทิรน์ก็มีผู้ก้าวข้ามพลังระดับ 3 อยู่สองคน

จินหยาง และ ปู้เทียนสองอัจฉริยะรุ่นใหม่แห่งฝั่งตะวันออก

ส่วนสถาศึกษาเซาท์เทิรน์  ถึงจะมีผู้ก้าวข้ามพลังระดับ3 เพียงคนเดียว นามของเขาคือ ‘รัสการ์’ชายร่างสูงใหญ่กำยำ ผิวของเขามีสีแทนดุจทองแดงท่าทางดุดันดั่งนักรบโบราณหนวดเคราที่เขาปล่อยให้ยาวสะท้อนถึงความน่าเกรงขามยิ่งกว่าอายุจริงซึ่งยังอยู่ในวัยหนุ่ม

ว่ากันว่า รัสการ์ อาจเป็นถึงผู้ใช้พลังระดับ 4 ขั้นกลางแล้วด้วย

สถานศึกษาเวสเทิรน์  นำทีมมาโดย หม่าเหลี่ยง ชายผมแดงอัจฉริยะรุ่นเยาว์คนเดียว ที่ข้ามผ่านระดับ 3 แล้ว

สถานศึกษากลาง: ตัวแทนเจ้าภาพ ซึ่งผู้คนต่างกล่าวขานถึงว่าแข็งแกร่งที่สุด ไม่ว่าจะเป็น องค์ชายเจ็ดหลงฉง,ซูฮวา , แรมซี่ , กวานโจ และเต็มไปด้วยอัจฉริยะที่ยังไม่ได้เปิดเผยตัว

 


คล้ายกับเรื่องทลายสวรรค์ กลืนพิภพ ที่คุณอ่าน