เวลาผ่านมาหลายเดือนที่หมอเทวดาหลันหมิงหายตัวไปหลันซิ่วจู อยู่เฝ้าบ้านและรอคอยการกลับมาของบิดา จำใจต้องอำลาหวงเฟิ่งเหยา เพื่อจากไปอยู่ในความดูแลของท่านอาบุญธรรมที่หุบเขาไผ่หอมเป็นการชั่วคราว
หวงกว่างฝูใช้ชีวิตอยู่แต่นอกบ้านเขาเล่นพนันหนักมือ ร่ำสุราคบหาผู้คนจากต่างเมืองที่ถังเจี๋ยแนะนำให้รู้จักจนแทบไม่ได้ย่างกรายเข้าไปในโรงทำน้ำมัน ยังดีว่าแวะไปตรวจบัญชีของร้านหวงเสียงเป่าบ้างยอดขายลดลงกว่าครึ่งเพราะผลงานที่ผิดพลาดของหวงจื่อฉินแต่เดิมอีกทั้งรายงานจากถังเจี๋ยว่ามีร้านขายน้ำมันถั่วเปิดใหม่ แม้เป็นเจ้าเล็กแต่ลูกค้ามาก รสชาติและคุณภาพน้ำมันไม่แพ้กับหวงเสียงเป่า
เมื่อผู้นำบ้านสกุลหวงเอาแต่เสพสุขเมามายหลางรั่วอิ๋งที่รับแม่นมมาดูแลบุตรชายจึงเข้ามาดูแลทุกส่วนในบ้านสกุลหวงไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ่าวไพร่ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างๆ ในเรือนและหลายครั้งหลายหนนางเป็นคนอ่านบัญชีรายรับรายจ่ายของร้านหวงเสียงเป่าด้วยตัวเอง
นางหวางกุ้ยเริ่มรู้สึกว่าตนเองถูกข้ามหน้าข้ามตาไม่มีส่วนรับรู้หรือตัดสินใจใดๆ ในบ้านสกุลหวงอีก จึงคิดจะคุยเรื่องนี้กับหวงกว่างฝูเป็นการส่วนตัวแต่มักถูกสะใภ้กีดกัน วันนี้ก็เช่นกัน นางรู้ว่าบุตรชายไม่สบายแต่หลางรั่วอิ๋งไม่ไม่ให้เข้าไปเยี่ยมในห้อง
“หลีกทางข้าจะเข้าไปเยี่ยมลูกชายข้า”
ก่อนหวงกว่างฝูจะนอนซมมีคนไปพบเขานอนตากยุงตากน้ำค้างอยู่ริมถนน พ่อบ้านจวงถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บเช่นกันเขาบอกว่าถูกปล้นระหว่างทางกลับบ้านหลังออกจากหอคณิกาหลางรั่วอิ๋งไม่ได้แจ้งทางการนางให้เหตุผลว่าเพราะไม่ต้องการให้สกุลหวงเสียชื่อเสียง
“ท่านพี่ไม่สบายต้องการนอนพักมากๆท่านแม่อย่าเพิ่งรบกวนจะดีกว่าเจ้าค่ะ”
“ข้ามาเยี่ยมดูอาการเขาถือเป็นการรบกวนที่ใด”
“ไว้พรุ่งนี้จะดีกว่านะเจ้าคะให้ท่านพี่ไข้ลดลงก่อน ข้าห่วงท่านแม่จะติดไข้ ช่วงนี้อากาศร้อน ดูท่านจะเพลียๆใช่หรือไม่”
“อืม...ข้าก็แก่แล้วจะแข็งแรงแบบพวกคนหนุ่มสาวได้อย่างไร” พักใหญ่แล้วที่บุตรชายไม่ได้ดูแลถามไถ่หลานๆ ก็ออกจากบ้านสกุลหวงไปหมด บ้านสกุลหวงนับวันมีแต่ความเงียบเหงาบ่อยครั้งที่นางอดคิดถึงเมื่อก่อนตอนยังอยู่พร้อมหน้ากันกว่านี้
หลางเชียนอิงเข้ามาประคองแม่สามีแล้วพาเดินออกจากหน้าห้องของหวงกว่างฝู
“รั่วเอ๋อร์จะไปส่งท่านแม่ที่ห้องไว้พรุ่งนี้ท่านพี่อาการดีขึ้นข้าจะรีบให้ซานไฉไปเรียก ท่านพักผ่อนให้มากรั่วเอ๋อร์จะทำอาหารและยาบำรุงไปให้นะเจ้าคะ”
พอสะใภ้เอาอกเอาใจจิตใจที่ฟุ้งซ่านของนางหวางกุ้ยก็สงบลง นางได้เยี่ยมอาการป่วยของลูกชายในวันต่อมาอาการเขายังไม่ดีขึ้นเท่าไร นางจึงไม่คุยเรื่องที่จะทำให้เขาปวดหัวแต่หลังจากนั้นหญิงชราก็ไม่เคยได้พูดกับบุตรชายถึงเรื่องสิทธิ์ในการดูแลบ้านสกุลหวงอีกเลย
อาหารและยาบำรุงถ้วยแล้วถ้วยเล่าที่นางหวางกุ้ยได้รับจากหลางรั่วอิ๋งทำให้หญิงชรารู้สึกอ่อนเพลีย วันๆ เอาแต่นอนอยู่ในห้องสำรับอาหารที่เคยร่วมกินกับบุตรชายและสะใภ้ถูกแยกมาให้บ่าวคอยปรนนิบัติสามสี่วันหวงกว่างฝูจะมาเยี่ยมมารดาหนึ่งหน แต่เข้ามาครั้งใดนางก็นอนหลับหลางรั่วอิ๋งให้เหตุผลกับสามีว่า เทียบยาที่จัดให้หญิงชรานั้นจะช่วยคลายความกังวลทำให้นอนหลับลึกปีกว่ามานี้มีเรื่องมากมายเกิดขึ้นในบ้านสกุลหวงจึงทำให้นางสะสมความกังวลจนส่งผลต่อสุขภาพร่างกายในที่สุด
หญิงสาวอาสาดูแลแม่สามีด้วยความเอาใจใส่นางบอกมิให้หวงกว่างฝูต้องเป็นห่วงใดๆ ให้สามีใช้ชีวิตอย่างมีความสุข จะดื่มกินหรือเที่ยวที่ไหนก็ตามแต่ใจนางจะคอยดูแลบ้านให้ทุกสิ่งเข้าทางคนอย่างหวงกว่างฝูที่แต่ไหนแต่ไรก็ไม่ใช่คนเอาการเอางานมุ่งมั่นเท่าไร
หลังจากหวงกว่างฝูถูกพบนอนสลบอยู่ข้างถนนหลางรั่วอิ๋งก็พาหมอคนเดิมมาตรวจสุขภาพเขาและมารดาอยู่บ่อยครั้ง เขาคือจ้าวหลี่ฝานหมอจ้าวแนะนำอาหารและยาบำรุงที่จะทำให้หวงกว่างฝูอ้วนท้วนสมบูรณ์สวนทางกับอาหารการกินของนางหวางกุ้ยที่อัตคัดลงเรื่อยๆ
เพราะบ้านอยู่ในความดูแลของหลางรั่วอิ๋งแม้หวงเฟิ่งเหยาไม่อดอยากเพราะสืออวิ๋นกับมารดายังคงลอบนำอาหารมาส่งในทุกๆ วันแต่ด้วยความผิดหวังจากติงเฉิงคุน ทำให้นางกินข้าวปลาไม่ลงร่างกายที่เคยบอบบางอยู่แล้วยิ่งผ่ายผอมหนังแทบหุ้มกระดูก ใบหน้าไร้รอยยิ้มแต่ละวันที่ผ่านไปนางใช้เวลาเกินครึ่งวันนั่งเหม่อลอยอยู่ในศาลาเล็กหน้าเรือน
จนกระทั่งวันหนึ่งที่ติงเฉิงคุนพาภรรยากลับมาเยี่ยมบ้านชายหนุ่มแอบมาพบหวงเฟิ่งเหยา หะแรกเด็กสาวรู้สึกดีใจทั้งประหลาดใจที่พบหน้าเขากะทันหันแต่เมื่อคิดได้ว่าเขาเคยทรยศนาง จึงลุกเพื่อจะเดินหนีแต่ชายหนุ่มตรงเข้ามายื้อยุดแขนของนางไว้ครั้นกุมข้อมือเด็กสาวแล้วเขาก็รู้สึกใจหายกับความเล็กบางราวกับจะแตกหักของข้อมือนาง
“อภัยให้ข้าเถอะนะเฟิ่งเอ๋อร์”เพราะไม่ได้รักหลางเชียนอิงวันคืนที่ผ่านมาของคู่แต่งงานใหม่จึงไม่อาจเรียกว่ามีความสุขอย่างแท้จริง
หวงเฟิ่งเหยาสะบัดแขนไม่ยอมให้เขาแตะต้องตัวนาง
“ข้ายกโทษให้ท่านกลับไปเถอะ เราไม่มีสิ่งใดติดค้างกันอีก อย่ามาพบข้าอีก”
“ข้าทำอย่างนั้นไม่ได้ข้าอยากพบเจ้า ผ่านไปไม่กี่วันยิ่งทำให้รู้ตัวว่าข้ารักเจ้ามากแค่ไหน” ติงเฉิงคุนหวังว่านางจะใจอ่อนลงบ้าง
“ท่านจะพูดให้ได้อะไรขึ้นมาอีก”คนทรยศไม่ควรได้รับโอกาสเป็นครั้งที่สอง
“ข้าจะขอร้องท่านพ่อท่านแม่เรื่องแต่งงานกับเจ้าอีกครั้ง”
“ท่านเลอะเลือนหรือไร”นางจ้องตาเขาแทบถลน แต่งไปตอนนี้เท่ากับนางกลายเป็นเมียน้อยนางไม่ได้รักเขามากขนาดจะลดศักดิ์ศรีตัวเองไปเป็นเมียน้อยเขา
“ข้าไม่ได้เลอะเลือนขอโอกาสให้ข้าพยายามเพื่อเราอีกครั้งนะเฟิ่งเอ๋อร์” ติงเฉิงคุนดึงเจ้าของร่างผอมบางเข้ามากอดแนบอก
เด็กสาวขัดขืนเต็มที่นึกถึงว่าเขาใช้อ้อมกอดนี้กอดหลางเชียนอิง เคยแนบชิดสานสัมพันธ์ทางกายต่อกันนางร้องไห้มาพอแล้ว จะไม่ยอมให้เขาหลอกลวงความรู้สึกของนางได้อีก
หลางเชียนอิงหลังจากคุยกับพี่สาวได้ครู่ใหญ่พบว่าสามีหายไปจากสายตาจึงรีบรุดตามหา ก็พบภาพบาดตาบาดใจเข้าอย่างจัง
“ท่านพี่!” นางเรียกเสียงแหลม ตรงเข้ามากระชากแขนชายหนุ่มเงื้อฝ่ามือหมายจะตบหน้าผู้หญิงที่เขารักและคิดถึงอยู่ตลอดเวลา
หวงเฟิ่งเหยาผลักมือนั้นออกติงเฉิงคุนอึ้งกับการกระทำอันป่าเถื่อนของหลางเชียนอิงจึงห้ามปรามเสียงหลง
“หยุด...หยุดเดี๋ยวนี้!”
“อย่ามาห้ามข้านะท่านพี่แต่งกับเชียนเอ๋อร์ ไยลอบมาพลอดรักกับนางไม่อายฟ้าดินท่านพี่ไม่ควรพบหน้านางอีก เว้นแต่นางจะคลานเข่ายกน้ำชาขอเป็นนางบำเรอของท่าน”นางกล่าววาจาดูแคลนอีกฝ่าย สายตาที่มองสบมีแต่แววมุ่งร้าย
“ความคิดต่ำช้ำคงมีเพียงเจ้ากระมังที่ยอมทอดร่างเป็นนางบำเรอให้ผู้ชายแล้วใช้แผนบีบบังคับให้เขาแต่งงานด้วย”หวงเฟิ่งเหยาเถียงกลับ พร้อมสู้กับหลางเชียนอิงนี่ไม่ใช่เรื่องแย่งชิงผู้ชาย แต่นางสู้เพื่อเรียกศักดิ์ศรีของตัวเองคืน
“ยังจะปากดีอีกหรือ”สตรีผู้เคยกระทำเรื่องไร้ยางอายคิดใช้ความรุนแรงตัดสินปัญหานางพุ่งตัวจะเข้าตบตีเด็กสาว แต่ถูกสามีรวบตัวไว้แล้วฉุดร่างไปอย่างไม่ปรานีปราศรัย
“กลับบ้าน!ถ้าเจ้าเสร็จธุระกับพี่สาวเจ้าแล้วก็กลับบ้าน!”
ติงเฉิงคุนมองหวงเฟิ่งเหยาอย่างจนด้วยคำพูดแก้ตัวใดๆทั้งสิ้น
ส่วนเด็กสาวนั้นได้แต่กระทืบเท้าแค้นใจที่ไม่ได้ตบหลางเชียนอิงสักหนึ่งฝ่ามือเพื่อไถ่ความแค้นในอดีต
หลางเชียนอิงนั้นแม้ถูกลากกลับบ้านแต่ความหวาดระแวงว่าสักวันติงเฉิงคุนจะต้องกลับไปหาหวงเฟิ่งเหยายังสุมอยู่เต็มอกให้ทำอย่างไรก็ไม่อาจปัดเป่าความรู้สึกกังวลจะถูกแย่งของรักนางจึงยุยงให้พี่สาวช่วยอีกแรง ทำอย่างไรก็ได้ให้หวงเฟิ่งเหยาเสียชื่อเสียงจนไม่อาจสู้หน้าติงเฉิงคุนหรือผู้คนในถูหยางได้อีก
หลางรั่วอิ๋งสนองความต้องการของน้องสาวในทันใดคนงานชายบ้านสกุลหวง นอกจากพ่อบ้านจวงกับสืออวิ๋นแล้วในตอนนี้เป็นคนของถังเจี๋ยทั้งหมด ไม่เป็นการยากเลยสักนิดที่จะทำให้ชื่อเสียงอิสตรีเหม็นโฉ่เพราะพัวพันกับชายหนุ่ม
ในศาลาหน้าเรือนหวงเฟิ่งเหยานั่งอ่านหนังสือเรื่องเล่าอยู่คนเดียวรู้สึกเหมือนมีคนมายืนอยู่ข้างหลัง และเงาร่างหนึ่งเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้นางรีบหันไปมอง
“เจ้าเป็นใคร” ชายผู้นี้นางไม่คุ้นหน้ายิ่ง
“ข้าทำงานที่นี่ขอรับเดินผ่านมาเห็นคุณหนูนั่งเหม่อดูท่าจะเหงา จึงอยากมาคุยเป็นเพื่อน” เขาขยับเท้าเข้ามาใกล้ เด็กสาวจึงลุกขึ้น
“ไม่ต้องไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเจ้า หน้าที่บ่าวเป็นอย่างไรเจ้าน่าจะรู้” บ่าวชายผู้นี้นางไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน คาดว่าคงจะเป็นคนงานที่หลางรั่วอิ๋งรับเข้ามาอยู่ใหม่นับวันผู้คนในบ้านสกุลหวงล้วนแปลกหน้าสำหรับนาง
หน้าที่ข้าก็คือการให้ความสุขคุณหนูอย่างไรเล่า...เขาคิดขณะกำลังยื่นมือหมายจะคว้ามือเด็กสาวแล้วลากเข้าห้องคุณหนูเฟิ่งเหยานั้นหน้าตาสะสวยถูกใจเขายิ่งนัก แม้รูปร่างมองดูแล้วผอมแห้งไปหน่อยแต่ผิวขาวผ่องเกลี้ยงเกลา ใบหน้าจิ้มลิ้ม ริมฝีปากรูปกระจับเสียงเล็กแฝงความเกรี้ยวกราดดึงดูดความสนใจและเร่งเร้าความปรารถนาหมายจะครอบครองนางเสียเหลือเกินเขาอยากจับอยากจูบไปตามผิวเนื้อของเด็กสาวลูกหลานผู้ดีว่าจะนุ่มเนียนดั่งแพรไหมชั้นดีตามคำเล่าลือหรือไม่
ก่อนที่หวงเฟิ่งเหยาจะทันถูกชายฉุดคร่าก็พอดีที่ซู่หงยกถาดอาหารมายังเรือนของหวงเฟิ่งเหยา
“เจ้าจะทำอะไรคุณหนู!”ซู่หงตวาด เพราะท่าทางบ่าวชายคนนี้ไม่น่าไว้ใจอีกทั้งสีหน้าของคุณหนูเฟิ่งเหยาก็แลดูตื่นตระหนกนางคลับคล้ายคลับคลาว่าเขาชื่อหลงต้า
หลงต้าชะงักมือที่คิดจะล่วงเกินสาวน้อยมันหันมากระชากเสียงใส่สาวใช้ที่สอดมือแส่ไม่ถูกเวลา
“เจ้ายุ่งอะไรด้วยข้ากับคุณหนูมีเรื่องปรับความเข้าใจกัน”
“ข้าไม่รู้จักเขาไล่ออกไปพ้นๆ หน้าข้าที” หวงเฟิ่งเหยาออกคำสั่งผ่านซู่หง
“เขตเรือนคุณหนูผู้ชายไม่ควรเข้ามาวุ่นวาย ข้าจะเรียนนายท่านให้โบยเจ้า” สาวใช้ที่อยู่มาก่อนขู่เสียงเย็นเยียบ
ไอ้นายท่านขี้เมานั่นน่ะเหรอจะมาสนใจ...เขาทำงานให้ถังเจี๋ยไม่กลัวจะถูกหวงกว่างฝูสั่งโบยอยู่แล้วแต่เมื่อมีคนนอกมาเห็นเรื่องจะลวนลามเด็กสาว ชายหนุ่มจึงยอมรามือแต่ยังคิดวางแผนว่าครั้งหน้าจะรวบหัวรวบหางยกฐานะตนเองเป็นหลานเขยสกุลหวงให้ได้