อาจารย์วาสโก้จับจ้องมองไปที่ฟ็อกซ์ด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย จากคำพูดของอามีน่าที่เขาเคยได้ยินว่ารัชทายาทลำดับที่ 10 เหนือกว่ารัชทายาทลำดับที่ 1 ทำให้อาจารย์วาสโก้เองก็สนใจไม่น้อยเช่นกัน หากเป็นในเวลาปกติทั้งฟ็อกซ์และออฟิสจะต้องถูกลงโทษที่ก่อเรื่องทันที ไม่มีโอกาสมาประลองตัดสินเผื่อผ่อนผันโทษแบบนี้แน่นอน
ทว่าด้วยความอยากรู้อยากเห็นของอาจารย์วาสโก้ จึงอยากจะรู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของฟ็อกซ์ ก่อนจะเดินตรงไปตบลงที่บ่าของฟ็อกซ์แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ยากจะคาดเดาอารมณ์
"นี่คือการประลองซ้อมมือเท่านั้น อย่าให้ถึงกับต้องมีใครตายก็แล้วกัน!!"
สิ้นเสียงของอาจารย์วาสโก้นักเรียนแต่ละชั้นปี ถึงกับหันไปมองกันตาปริบๆ เพราะคำพูดนั้นมันควรจะเอ่ยกับรุ่นพี่ปีสองไม่ใช่หรือ จะมีก็แต่นักเรียนชั้นพิเศษปีสองและปีสามเท่านั้น ที่ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรมากนัก เพราะพวกเขาเคยเห็นรุ่นน้องคนนี้ในหอนักเรียนชั้นพิเศษ และนักเรียนที่สามารถเข้าชั้นเรียนพิเศษได้แต่ละคนนั้น ล้วนไม่แตกต่างไปจากอสูรกายในคราบมนุษย์
จะมีก็แต่พวกที่คิดว่าตัวเองอยู่ในห้องระดับ 1-3 ที่ชอบคิดเองเออเองว่า มีความสามารถเทียบเท่ากับชั้นเรียนพิเศษ เพราะนักเรียนชั้นพิเศษไม่ค่อยแสดงความสามารถตนเองออกมาเท่าไหร่นัก ด้วยเหตุผลที่ว่าพวกเขาเรียนหนักกว่านักเรียนชั้นอื่นๆ จึงไม่อยากจะเสียเวลาโดนลงโทษกับเรื่องไร้สาระ
ที่สำคัญพวกเขาต้องเก็บแรงไว้สำหรับลงดันเจี้ยนทุกอาทิตย์ ซึ่งแตกต่างจากนักเรียนชั้นธรรมดาที่สามารถเลือกที่จะพักผ่อน หรือไม่ก็หาภารกิจล่าอสูรรอบนอกเพื่อแลกกับแต้ม ผิดกับนักเรียนชั้นพิเศษที่โดนบังคับล่าอสูรในดันเจี้ยน ที่มีความโหดร้ายมากกว่าหลายเท่าตัว และมีบ่อยครั้งที่นักเรียนชั้นพิเศษบาดเจ็บสาหัส
จนต้องพักฟื้นตัวยาวนาน ทำให้เรียนตามคนอื่นไม่ทันและทำคะแนนได้ไม่ถึงเกณฑ์ จนต้องตกจากห้องเรียนชั้นพิเศษไปสู่ชั้นเรียนธรรมดา เพราะความแตกต่างของนักเรียนชั้นพิเศษที่สามารถจบการศึกษาได้ จะมีอภิสิทธิ์เทียบเท่ากับตัวแทนของราชอาณาจักร อีกทั้งยังได้รับสิทธิ์การไปศึกษาต่อที่เผ่าพันธุ์อื่นๆ ได้อีกด้วย
ซึ่งฟ็อกซ์เองก็พอที่จะเข้าใจในจุดนี้อยู่บ้าง ในตอนแรกจึงได้คิดที่จะหลีกเลี่ยงไม่สนใจ แต่เมื่อถูกอีกฝ่ายพูดจาลามปามถึงมารดาจึงได้ฉุนขาด และเมื่อฟ็อกซ์กับออฟิสเตรียมตัวพร้อม ก็ได้ยินเสียงของอาจารย์วาสโก้ดังขึ้น
"การประลองซ้อมมือเริ่มได้!!"
คราวนี้เป็นออฟิสที่อาศัยการดีดตัวพุ่งเข้าไปจู่โจมฟ็อกซ์ก่อน ปลายขาตวัดเตะไปยังศีรษะของฟ็อกซ์อย่างรวดเร็ว ทว่าฟ็อกซ์เพียงแค่หรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะกระโดดหมุนตัวใช้มือจับไปที่ปลายขาของออฟิส และเตะสวนกลับในจังหวะเดียวกัน แต่ออฟิสเองก็มีปฏิกริยาตอบสนองดีเยี่ยมจึงได้ยกแขนขึ้นมาป้องกันอย่างทันท่วงที
ฟ็อกซ์ยกยิ้มขึ้นอย่างเย้ยหยันก่อนจะใช้ขาซ้ายถีบไปกลางอกของออฟิส จนทำให้ออฟิสถึงกับเซถลาถอยหลังไปอย่างเสียศูนย์เล็กน้อย ฟ็อกซ์ที่ใช้มือขวาที่จับปลายขาของออฟิสจึงสามารถประคองร่างกลางอากาศได้อย่างดีเยี่ยม ก่อนที่จะกดน้ำหนักลงไปที่มือเพื่อหมุนตัวให้ได้อีกจังหวะนึง และใช้เท้าขวาเจาะลงไปกลางศีรษะของออฟิส
ทำให้ออฟิสที่เสียหลักอยู่แล้วถึงกับหน้าทิ่มลงกับพื้นตามความรุนแรงของการการโจมตีนี้ทันที ส่วนฟ็อกซ์เองก็ลงพื้นอย่างสวยงามเช่นกัน รูปแบบการโจมตีของฟ็อกซ์นั้นเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบมาก ทำให้นักเรียนที่เฝ้ามองอยู่รอบนอกถึงกับตกตะลึงไม่น้อย ทว่าความแข็งแกร่งทางกายภาพของนักเรียนชั้นปีหนึ่งกับปีสองนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้กระบวนท่าของออฟิสจะด้อยกว่าแต่การโจมตีของฟ็อกซ์ก็ถือว่าเบาเกินไปเช่นกัน
อาจารย์วาสโก้ที่เฝ้ามองการประลองซ้อมมือของนักเรียนก็อดทึ่งไม่ได้ ก่อนจะผิวปากอย่างร่าเริงอารมณ์ดี ราวกับว่าไม่ได้สนใจเรื่องที่นักเรียนกำลังตีกันในคาบเรียนของเขาเลยแม้แต่น้อย
สำหรับฟ็อกซ์แล้วในโลกที่เขาจากมาเพราะไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือเหมือนคนอื่นๆ ทำให้เขาใช้เวลาส่วนมากไปการเรียนผ่านเน็ต และเขาก็เป็นคนที่มีเวลาว่างมากกว่าคนปกติทั่วไป ทำให้เขาเริ่มศึกษาการต่อสู้ในทุกแขนงและนำมาผสมผสานจนเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยการลบจุดอ่อนของการต่อสู้ทุกแขนง ในเวลานี้เขาจึงแตกฉานในศิลปะการต่อสู้แบบฉบับของเขานั่นเอง
กลับมาที่ออฟิสหลังจากโดนการโจมตีของฟ็อกซ์เมื่อครู่ ก็ทำให้รู้สึกมึนงงเป็นอย่างมากหรือพูดง่ายๆ ก็คือหากไม่ใช่เพราะศักยภาพด้านร่างกายที่เหนือกว่า คงต้องสลบเหมือดจากการโจมตีเมื่อครู่เป็นแน่ คำสบประมาท คำดูถูกที่เขาเคยพูดกับน้องชายต่างมารดานั้น ได้ย้อนกลับคืนมาสู่ตัวของเขาอย่างสิ้นเชิง แต่ด้วยตำแหน่งรัชทยาทลำดับที่ 1 แล้วออฟิสไม่มีทางยอมรับกับเรื่องแบบนี้แน่นอน
ออฟิสลุกขึ้นอย่างช้าๆ พลันสายตาของเขาก็แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย ในเวลานี้ออฟิสเริ่มได้สติพลางปล่อยออร่าจิตสังหารออกมา ส่วนฟ็อกซ์เองก็ยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ เพราะอย่างน้อยแบบนี้ค่อยเหมาะสมที่จะเป็นคู่ซ้อมมือแก้เบื่อให้เขาได้บ้าง ก่อนจะปรับเปลี่ยนสายตาเป็นเย็นชาพร้อมตั้งท่าเตรียมพร้อมจู่โจม
ในคราวนี้ฟ็อกซ์ที่เห็นออฟิสอยู่ในสภาพเตรียมพร้อม ก็รีบดีดตัวพุ่งเข้าไปก่อนจะเหวี่ยงหมัดซ้ายเข้าใบหน้าของออฟิส แต่ก็ถูกปัดป้องและสวนกลับในจังหวะเดียวกัน ทว่าความเร็วและปฏิกริยาตอบสนองของฟ็อกซ์นั้นเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด จึงได้เอี้ยวตัวหลบเลี่ยงเล็กน้อย
ก่อนจะถอยหลังครึ่งก้าวพร้อมกับย่อตัวเล็กน้อย แล้วดีดตัวเสริมกำลังพุ่งเข้าปล่อยหมัดขวาเข้าที่ชายโครงของออฟิส ในคราวนี้ออฟิสไม่สามารถป้องกันได้และด้วยการเสริมกำลังโดยการดีดตัวของฟ็อกซ์ ก็ทำให้เจ็บแปลบที่ชายโครงไม่น้อย แต่ออฟิสก็สามารถต่อยสวนได้หนึ่งหมัดเช่นกัน แม้จะถูกฟ็อกซ์ป้องกันไว้ได้แต่ก็ส่งผลให้ถอยร่นไปได้เล็กน้อยเหมือนกัน
ในเวลานี้ออฟิสเริ่มกระวนกระวายไม่น้อย เพราะถ้าฟ็อกซ์เริ่มฝึกฝนการเสริมแกร่งร่างกายตามหลักสูตรแล้วล่ะก็ ตัวมันเองคงไม่อาจมีชัยเหนือไปกว่าน้องชายต่างมารดาของมันเป็นแน่ ทั้งที่ตอนนี้ระดับความแข็งแกร่งทางกายภาพของมันเหนือกว่า แต่ก็ยังไม่อาจช่วงชิงความได้เปรียบขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย
ฟ็อกซ์ยังคงทำการโจมตีอย่างต่อเนื่องแถมยังเน้นไปที่ชายโครงจุดเดิมตลอดเวลา และก็ไม่เคยพลาดเป้าเลยสักครั้ง แม้จะถูกออฟิสโจมตีสวนกลับมาบ้างแต่ด้วยความที่ฟ็อกซ์เข้าถึงศาสตร์แห่งการต่อสู้มากกว่า ทำให้ถึงครั้งที่โดนสวนกลับเขาจะคอยสลับเท้าและกระโดดออกเพื่อผ่อนแรงโจมตีของออฟิส ทำให้เขาแทบจะไม่ได้รับความเสียหายจากออฟิสเลยด้วยซ้ำ
ผิดกับออฟิสหลังจากที่ฟ็อกซ์จู่โจมไปที่จุดเดิมครั้งที่ห้า ร่างของออฟิสก็ร่วงลงอยู่ในท่านั่งชันเข่า พร้อมกับกระอักเลือดออกมาเล็กน้อย และเมื่อออฟิสพยายามจะลุกขึ้น กลับพบว่าร่างกายของมันนั้นเจ็บปวดแสนสาหัส ราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ก่อนจะร่วงลงไปนอนกับพื้นโดยไม่อาจขยับร่างกายได้อีก
เหล่านักเรียนที่เฝ้ามองการประลองซ้อมมือของทั้งสอง ถึงกับมึนงงไปไม่น้อยเพราะพวกเขาเห็นออฟิส ถูกต่อยแค่ห้าครั้งเท่านั้น แต่กลับอยู่ในบาดเจ็บสาหัสและนอนฟุบไปกับพื้น จะมีก็แต่รุ่นพี่ชั้นเรียนพิเศษปีสองและปีสามเท่านั้น ที่สามารถดูออกว่าเป็นเพราะอะไร
ในความเป็นจริงแล้วศักยภาพด้านร่างของออฟิสนั้นเหนือกว่าก็จริง แต่ฟ็อกซ์อาศัยการดีดตัวในระยะใกล้เพื่อเสริมกำลัง และจงใจโจมตีจุดเดิมซ้ำๆ เป้าหมายก็เพื่อทำลายกระดูกชายโครงของออฟิส แต่เพราะฟ็อกซ์นั้นศึกษาเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์มาอย่างดีเยี่ยม จึงเลือกทำลายชายโครงซี่ที่สิบที่เชื่อมต่อกับกระดูกสันหลัง ซึ่งเป็นจุดเดียวที่ทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้อีก
"อย่าฝืนเลยนายแพ้แล้ว!!" ฟ็อกซ์เอ่ยอย่างเย็นชาโดยไม่สนออฟิสอีก
ก่อนที่อาจารย์วาสโก้จะประกาศยุติการประลองซ้อมมือ แล้วบอกให้นักเรียนชั้นปีสองที่อยู่ในห้องเดียวกับออฟิส พาตัวไปรักษาที่ห้องพยายาลอย่างเร่งด่วน พร้อมกำชับไล่หลังว่าเมื่อรักษาเสร็จเตรียมรับการฝึกสุดหฤโหดด้วย ทำเอาออฟิสถึงกับมีใบหน้าซีดเผือดก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการบาดเจ็บ หรือเพราะได้ยินคำว่าการฝึกหฤโหดกันแน่ จากนั้นอาจารย์วาสโก้ก็หันไปเอ่ยกับฟ็อกซ์
"ถือว่าเจ้ารอดพ้นกรลงโทษครั้งนี้ไปได้ แต่อาจารย์กำชับไว้ไม่ใช่หรือว่าอย่าให้ถึงตายน่ะ!!"
"ก็ไม่ได้กะเอาตายนี่ครับ!!" ฟ็อกซ์เอ่ยอย่างไม่สนใจ
"เหอะ!! หากรักษาไม่ทันการณ์ก็คงเลือดตกในตายอยู่ดีนั่นแหละ" อาจารย์วาสโก้แขวะเล็กน้อย
"ก็มันช่วยไม่ได้นี่ครับ เพราะระดับมันแตกต่างกันเกินไป และนี่ก็เป็นวิธีชนะง่ายที่สุดละ!!" ฟ็อกซ์พูดราวกับว่ามันก็เป็นเพียงแค่เรื่องปกติเท่านั้น ส่วนอาจารย์วาสโก้ได้แต่หัวเราะอย่างถูกอกถูกใจ ก่อนจะสั่งให้นักเรียนทั้งหมดแยกย้ายกันไปฝึกฝนต่อ