หลายวันมานี้ิหยวนทำตัวขยันเป็พิเศษเลิกเรียนของทุกวันเขาจะขะมักเขม้นปัดกวาดเช็ดถูสำนักศึกษา แต่อยู่มาวันหนึ่งเขาก็พบคนคุ้นหน้าได้ทำการแอบย่องเข้ามาทางประตูหลังของสำนักศึกษา
“ญาติผู้พี่” ิหยวนยืนถือไม้กวาดค้างเติ่งมองคนผู้นั้นเป็ปี้อวี้ที่กำลังใกับคำเรียกขานของอีกฝ่ายเช่นกันโชคดีที่คนรอบกายคุณชายสามล้วนเป็คนฉลาด นางจึงเข้าใจอย่างรวดเร็วรีบตามน้ำด้วยการเรียกอีกฝ่ายว่าญาติผู้น้องด้วยน้ำเสียงแ่เบา
ิหยวนเดินนำนางเข้าไปข้างในพลางกระซิบ“คุณชายสามเล่าเื่ของเ้าให้ข้าฟังแล้ว ไม่ต้องกลัวคุณชายตงเลี่ยงมีความรู้การแพทย์เป็เลิศ ข้าจะขอร้องให้เขาตรวจดูอาการท่านก่อน”
“ขอบคุณคุณชายยิ่งนัก” ปี้อวี้เม้มปากแน่นท่าทางเต็มไปด้วยความกังวล “เป็ความผิดของข้าเองที่ใจง่าย จนทำให้เกิดปัญหาใหญ่ความช่วยเหลือทั้งหมดที่คุณชายมอบให้ ปี้อวี้จะจดจำไว้จนวันตาย…”
“เอาเถิดๆ พอแล้ว ข้าไม่ใช่คุณชายและข้าก็ไม่้าให้เ้าตอบแทนอะไรข้าทั้งนั้น”ิหยวนรีบพูดแทรกทันทีที่ได้ยินคำพูดเป็ลาง พร้อมกับเตือนสตินาง“คนชั่วผู้นั้นต่างหากที่เป็ต้นเหตุ มันไม่ใช่ความผิดของเ้าชีวิตมนุษย์นั้นต่ำต้อยแต่ก็มีค่า อย่าปล่อยให้จิตใจฟุ้งซ่านผู้ที่คิดจบปัญหาด้วยการปลิดชีพตนสมควรถูกสุนัขกัด”
“หากข้าเข้มแข็งมากกว่านี้บางที…”ปี้อวี้ยังคงโทษตัวเอง ิหยวนส่ายหัว เขาเป็บุรุษจึงไม่รู้จะปลอบใจสตรีอย่างไร“พอแล้วๆ ไม่เป็ไร เดี๋ยวข้าเข้าไปพบท่านอาจารย์ก่อน เ้ารออยู่ที่นี่”
ิหยวนเคาะประตูแล้วย่องเข้ามาตามผนังห้องโหวอิงกำลังเข้าฌานฝึกลมปราณ ไม่มีการใช้ผงห้าศิลา [1] แต่ใช้สายตาไล่อ่านคัมภีร์เกี่ยวกับการฝึกลมปราณของสำนักเต๋า
“ไม่ต้องชงชา ไม่ต้องผ่าฟืน ไม่ต้องฝนหมึกกวาดลานเสร็จแล้วก็กลับไปซะ” ไม่รู้เหตุใด่นี้โหวอิงถึงได้รู้สึกรำคาญิหยวนเป็พิเศษบทเรียนที่คนเป็ศิษย์อ่านไม่เข้าใจ เขาก็ล้วนตอบไปหมดแล้วแค่เื่ขี้หมูราขี้หมาแห้ง [2]อย่างต้องเก็บไข่มาไว้ทำอาหารหรือปล่อยไว้ให้แม่ไก่ฟักยังต้องมาให้เขาตัดสินใจให้อีก
“ท่านอาจารย์ได้โปรดช่วยญาติผู้พี่ของข้าด้วย”ิหยวนไม่ยอมออกไป คุกเข่าลงกับพื้นและบอกจุดประสงค์ทันที
“ญาติผู้พี่ของเ้า?” โหวอิงลืมตามองอีกฝ่ายทันทีคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วปิดตาลงอีกครั้ง “ครอบครัวของเ้าถูกเนรเทศมาจากเจียงเป่ยจู่ๆ ญาติผู้พี่ของเ้าจะโผล่มาได้อย่างไร?”
“เป็ญาติผู้พี่จากฝั่งบิดาขอรับแต่ถึงอย่างไรท่านอาจารย์ก็ต้องช่วยนางนะขอรับ หากท่านไม่ช่วย นางอาจต้องตายช่วยชีวิตคนผู้หนึ่งเป็กุศลยิ่งกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้นอีกนะขอรับ”ิหยวนฉีกยิ้มพร้อมพูดเข้าประเด็นทันที จู่โจมราวกับะุปืนใหญ่
“เจดีย์? ตำราที่เ้าอ่านถูกสุนัขกิน [3] ไปแล้วหรือ!”โหวอิงหมดคำจะเอื้อนเอ่ย เห็นเขากำลังอ่านคัมภีร์เต๋าจึงทึกทักเอาว่าเขาเป็ชาวพุทธ“เกิดเื่อันใดขึ้นก็ว่ามา”
“นางออกมาทำงานนอกบ้านแต่ถูกใครบางคนข่มเหง คนผู้นั้นไม่คิดแม้แต่จะรับผิดชอบนางตอนนี้พ่อแม่ของนางรับหมั้นจากชายอื่นให้นางแล้ว แต่นางดันตั้งครรภ์แล้วขอรับ!”
โหวอิงเริ่มขมวดคิ้ว“ก็แค่ถอนหมั้นกับอีกคน แล้วเรียกให้คนผู้นั้นมารับผิดชอบแต่งกับนาง”
“คนผู้นั้นไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมรับทั้งยังกล่าวหาว่าญาติผู้พี่ของข้าใส่ร้ายเขา เป็นางที่ไม่รักนวลสงวนตัวรักษาความบริสุทธิ์ของตัวเองเอาไว้ไม่ได้เื่อื้อฉาวนี้ไม่เกี่ยวอันใดกับเขาสักนิด”
ิหยวนโขกหัวลงพื้น “พวกเราฐานะต่ำต้อยไม่สามารถทำให้ผู้ใดขายหน้าได้ ทั้งไม่กล้าไปหาหมอ ท่านอาจารย์ได้โปรดเขียนเทียบยายุติครรภ์ให้ญาติผู้พี่ของข้าด้วย”
โหวอิงยังไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใดิหยวนก็รีบกล่าวเสริม “ข้ารู้ว่ามันอันตรายมาก แต่ญาติผู้พี่ของข้า...เดิมทีนางคิดจะฆ่าตัวตายเพื่อจบปัญหา แต่หลังจากเกลี้ยกล่อมนางได้ทั้งครอบครัวก็เต็มใจที่จะเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็หรือตายก็จะไม่โทษท่านอาจารย์โปรดช่วยนางด้วยขอรับ!”
โหวอิงคิดไม่ตก “ตอนนี้นางอยู่ที่ใด?”
“รออยู่ข้างนอกขอรับ”
โหวอิงจ้องอีกฝ่าย“หากตัดสินใจกันดีแล้ว... ก็ไปเรียกนางเข้ามา”
“ขอบพระคุณท่านอาจารย์ขอรับ!”
การเข้าพบคนในตระกูลชั้นสูงควรสำรวมกิริยาและรักษามารยาทมากขึ้นแต่คนธรรมดาอย่างปี้อวี้ก็ไม่มีปัญหา เดินเข้ามาคำนับขอบคุณก่อนจะนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าโหวอิงอย่างเรียบร้อย โหวอิงวางผ้าเช็ดหน้าบนข้อมือนางก่อนจะหันไปสั่งให้ิหยวน “เปิดประตูให้กว้างหน่อย”
เมื่อใช้นิ้วมือััชีพจรคิ้วของโหวอิงก็ผูกปมแน่นขึ้นเรื่อยๆทั้งปี้อวี้และิหยวนต่างเป็กังวลขึ้นไปอีกผ่านไปไม่นานโหวอิงก็เก็บผ้าเช็ดหน้า และเริ่มไตร่ตรอง
ปี้อวี้คารวะอีกฝ่ายด้วยความนอบน้อม “ชีวิตนี้ผู้น้อยผ่านเื่เลวร้ายมาจนชินชาหากมีสิ่งใดผิดปกติ ขอคุณชายบอกผู้น้อยมาตามตรงได้เลยเ้าค่ะ”
“ในเมื่อเป็เช่นนี้ข้าคงต้องกล่าวตามจริงว่า” โหวอิงถอนหายใจ “ทารกในครรภ์ไม่สามารถทำแท้งได้ร่างกายใหญ่เกินไปและตำแหน่งอยู่ไกลเกินไป หากฝืนทำจะต้องเสียถึงสองชีวิต”
ปี้อวี้หน้าถอดสี ิหยวนได้แต่ถอนหายใจ
“อีกทั้งอวัยวะภายในของเ้าอ่อนแอฉะนั้นแล้วแม้แต่คลอดบุตรก็อันตรายมาก ข้าพอมีตำรายาสมุนไพรอยู่บ้างเ้าเอายาไปกินก่อน บำรุงเืลม แล้วค่อยมาให้ข้าตรวจดูว่าอาการดีขึ้นหรือไม่”
โหวอิงหันไปสั่งิหยวน“ไปเอาหมึกกับพู่กันมาให้ข้า”
ปี้อวี้ถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังขณะที่ิหยวนคอยรับใช้โหวอิงที่กำลังเขียนเทียบยาข้างในห้องตำรา
“เ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้ารู้วิชาแพทย์?”
“ตำราที่ท่านอาจารย์ให้ยืมมีลายมือท่านเขียนอธิบายประกอบไว้อย่างละเอียดมีทั้งการรักษาาแทั้งภายในและภายนอก โรคที่รักษายากและซับซ้อนแสดงให้เห็นว่าท่านมีความเชี่ยวชาญ ศิษย์เรียนรู้เพียงเล็กน้อยจากตำราของท่านเมื่อไม่กี่วันก่อน เพื่อนบ้านหกล้มจนาเ็ศิษย์ยังเขียนเทียบยาใช้ภายนอกให้เขาด้วย”
“เ้าเขียนเทียบยาเอง! บ้าไปแล้ว!”โหวอิงใกับสิ่งที่ศิษย์ของตนทำลงไป “ยาทุกชนิดย่อมมีพิษสามส่วนเ้าพึ่งอ่านตำราแค่สองเล่ม กล้าสั่งยาให้ผู้อื่นได้อย่างไร!บอกเทียบยาที่เ้าเขียนให้ข้าฟังอย่างละเอียดเดี๋ยวนี้!”
ิหยวนไม่กล้าปิดบังจึงพยายามบอกไปเท่าที่ตนจำได้ โหวอิงลูบเคราพลางครุ่นคิด ยิ่งฟังยิ่งแปลกใจมองหน้าเด็กหนุ่มอย่างไม่เชื่อสายตา เทียบยานั้นถูกต้องและปลอดภัยหากให้เขาเป็คนเขียนเทียบยานี้ ก็คงเขียนออกมาไม่ต่างกันแต่เขากลัวว่าศิษย์จะได้ใจจึงเลี่ยงที่จะเอ่ยชม“โชคดีที่ไม่ได้มีข้อผิดพลาดร้ายแรง! คราวหน้าอย่าทำอีก!ข้าพอมีความรู้เื่ยาสมุนไพรอยู่บ้าง ยาตำรับนี้ฤทธิ์ไม่แรงมากให้ญาติผู้พี่ของเ้าลองกินดูก่อน”
ิหยวนยิ้มแหยๆเข้าใจว่าโหวอิงดูออกว่าเขาบอกไปมั่วๆ กำลังจะเอ่ยอธิบายทันใดนั้นก็มีเสียงดังมาจากข้างนอก
-----------------------------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] ผงห้าศิลา (五石散) หมายถึงสารเสพติดชนิดหนึ่ง ทั้งยังใช้เป็ยารักษาโรคและยาอายุวัฒนะได้
[2] ขี้หมูราขี้หมาแห้ง(乱七八糟)หมายถึง เื่ไร้สาระ ไร้ประโยชน์
[3] ตำราในท้องสุนัข (书读到狗肚子里)หมายถึง แม้จะอ่านหนังสือมากมายแต่ถ้าไม่เข้าใจในสิ่งที่อ่านก็ไร้ประโยชน์