ต่งหนาน อาศัยอยู่ในเมืองหลวง เป็บุตรสาวคนเล็กสุดของท่านอำมาตย์ มีพี่สาวสองคนชื่อ ต่งซานกับต่งหนิง น่าเสียดายที่ต่งหนานมีร่างกายอ่อนแอ ป่วยมาั้แ่กำเนิด อำมาตย์พยายามหาหมอทั่วทั้งแคว้น ก็ไม่มีหมอคนใดสามารถรักษาหายได้ เนื่องจากนางกินยาหลายขนานมาก แต่ก็ไม่ช่วยให้นางหายป่วย ั้แ่นั้นมาจึงตั้งปณิธานว่าจะไม่ยอมกินยาอีกแล้ว และตั้งใจว่าจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างคุ้มค่า มีความสุข และสนุกสนานให้มากที่สุด
วันนี้ต่งหนานแอบหนีเที่ยวเข้าไปในเมือง จนกระทั่งได้ยินข่าวว่านางมารไป่หลิง ที่เขาเล่าลือว่าเป็คนโหดร้ายและเืเย็น ได้เดินทางมาถึงเมืองหลวงแล้ว ดังนั้นต่งหนานจึงให้คนรับใช้ไปสืบว่าไป่หลิงพักอยู่ไหนและทำอะไรอยู่ เมื่อรู้แล้วว่าไป่หลิงอยู่ที่โรงน้ำชา ต่งหนานก็รีบไปที่นั่นทันที
“ท่านคือไป่หลิง ใช่หรือไม่” ต่งหนานยังคงยืนถาม
“ใช่ เ้ามีอะไรกับข้างั้นรึ”
“ข้าอยากเป็เพื่อนกับท่าน”
“ข้าไม่คบหาใครเป็เพื่อน เ้าไปซะ” ไป่หลิงปฏิเสธ
ต่งหนานตัดสินใจนั่งร่วมโต๊ะ แล้วถามต่อว่า “ท่านกลัวข้างั้นรึ”
“เหตุใดข้าต้องกลัวเ้าด้วย”
“ก็ท่านไม่กล้าแม้แต่จะคบผู้หญิงธรรมดาเป็เพื่อนน่ะสิ”
ในใจไป่หลิงคิดว่า “ข้ามีศัตรูเยอะ ข้าไม่อยากให้คนใกล้ชิดข้าต้องมารับเคราะห์ไปด้วย” แต่กลับกล่าวว่า “เ้าไปซะเถอะ ก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน”
“งั้นข้าขอท้าท่านพนัน ท่านกล้าหรือไม่”
“หึ หึ น่าสนุกดีนี่ งั้นก็ว่ามา”
“พวกเรามาทายกันว่าคนที่จะเดินออกมาจากร้านอาหารตรงข้ามกับร้านนี้ เขาสวมเสื้อสีอะไร ถ้าข้าชนะ ท่านต้องเป็เพื่อนกับข้า”
“และถ้าข้าชนะล่ะ ข้าจะได้อะไร”
“ข้าจะไม่ยุ่งกับท่านอีกเลย แถมจะมอบอัฐให้ด้วย”
“ได้ ข้าขอทายว่าคนที่จะเดินออกมาเป็ผู้ชายสวมเสื้อผ้าสีดำ” เพราะความจริงแล้วไป่หลิงได้เห็นก่อนหน้านี้แล้วว่าคนที่เข้าไปในร้านเพื่อทานอาหารเป็ชายชุดดำ
“งั้นข้าขอทายว่า คนที่จะออกมาจากร้านเป็ผู้ชายมีเสื้อผ้าสีแดง” ต่งหนานตอบอย่างมั่นใจ
ไป่หลิงนึกขำในใจ “ผู้ชายคนไหนจะใส่ชุดแดง ในเมื่อบริเวณนี้ก็ไม่มีงานมงคลสักหน่อย” แต่ก็พูดว่า “งั้นก็มาดูกัน”
สักพักคนที่เดินออกมาจากร้านก็เป็ชายชุดดำจริงๆ ไป่หลิงกำลังจะพูดเยาะเย้ย แต่แล้วอยู่ดีๆ ก็มีเด็กผู้ชายสองคนถือถังน้ำสีแดง (น้ำสีแดงจากรากต้นข่า เขาเอาไว้ย้อมผ้า) สาดไปที่ผู้ชายคนนั้นทันที ทำให้เสื้อผ้าเปื้อนกลายเป็สีแดงเกือบทั้งตัว ผู้ชายคนนั้นโมโหเด็กมากที่มาแกล้งแบบนี้ จึงรีบวิ่งตามเด็กพวกนั้นเพื่อจับมาสั่งสอน
ไป่หลิงโมโหเลยจับและบีบข้อมือของต่งหนานทันที แล้วตะคอกว่า “เ้ากล้าดียังไง มาเล่นตลกกับข้าแบบนี้” แต่เนื่องจากไป่หลิงมีวิชาแพทย์ที่สืบทอดมาจากหมอเทวดาซึ่งเป็พ่อของตน ระหว่างที่จับข้อมือต่งหนานก็สามารถจับชีพจรของนางได้ด้วย จึงรู้ว่านางป่วยเป็โรคร้าย หากไม่รีบรักษา อีกไม่นานก็จะตาย
ตอนนี้ต่งหนานตัวสั่นเพราะกลัวมาก ตัวเองซนมากเกินไปจึงลืมนึกว่าตอนนี้เล่นอยู่กับนางมารลือชื่อ แต่แล้วก็ต้องแปลกใจที่อยู่ดีๆ ไป่หลิงยอมปล่อยมือ และได้ยินเธอกล่าวว่า
“ข้ายอมรับก็ได้ว่าเ้าเป็ฝ่ายชนะ ข้ายอมเป็เพื่อนกับเ้าก็ได้ แต่ข้ามีข้อแม้ ทุกครั้งที่เ้ามาเจอข้า เ้าจะต้องดื่มยาพิษที่ข้าเตรียมไว้ทุกครั้ง เป็ไงล่ะ ยังกล้าจะเป็เพื่อนกับข้าอยู่มั้ย”
ต่งหนานคิดหนัก แต่เพราะตัวเองปลงชีวิตแล้ว ยังไงก็อยู่ได้ไม่นานเลยว่า “ข้ายอมกินยาพิษของท่าน ตอนนี้เราเป็เพื่อนกันแล้ว วันพรุ่งนี้ข้าจะมาหาท่านใหม่”
ไป่หลิงแปลกใจว่าทำไมต่งหนานยอมทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้คบตนเป็เพื่อน แม้กระทั่งยอมดื่มยาพิษ แต่ก็กล่าวว่า “งั้นทุกวันเ้ามาพบข้าที่นี่ เวลาเดิม ตอนนี้ข้าไปทำธุระก่อน ลาก่อน”
*********************************
วันถัดมา ต่งหนานมาพบไป่หลิงอีกที่โรงน้ำชา ต่งหนานยอมดื่มยาขมของไป่หลิงจนหมดถ้วย ทั้งๆ ที่ต่งหนานเกลียดการกินยาขมอย่างมาก ยาที่ไป่หลิงให้กินนั้น จริงๆ แล้วเป็ยารักษาอาการป่วยของต่งหนานซึ่งต้องทานติดต่อกัน ในใจไป่หลิงคิดว่า “ไม่รู้ว่าเ้าจะยอมมาหาข้าทุกวันหรือเปล่านะ งั้นก็ปล่อยให้เป็ไปตามชะตาของเ้าเถอะ ถ้าเ้ากินทุกวันเ้าก็จะหาย”
ในวันนี้หญิงสาวทั้งสองคนเล่นหมากรุกแข่งกัน หากใครเป็ฝ่ายชนะ สามารถสั่งให้อีกฝ่ายยอมทำตามได้ทุกอย่าง