บทนำ
หนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีกำลังทำการกราบไหว้ฟ้าดินเนื่องจากเป็การแต่งงานของชาวบ้านธรรมดาอีกทั้งฐานะของทั้งสองยากจนจึงมีพิธีแต่งงานแบบง่ายง่ายเพียงเท่านั้นอย่าว่าแต่จัดงานเลี้ยงเลยแม้แต่ผ้าคลุมหน้าเ้าสาวยังหาไม่ได้
เซี่ยอันผิงเป็สาวแก่วัยยี่สิบที่ยังไม่ออกเรือนเนื่องจากบิดามารดาจากไปเร็วนางที่อยู่ในการดูแลของผู้เป็ป้าจึงออกเรือนล้าช้าเนื่องจากนางเป็เพียงผู้ที่อาศัยเรือนคนอื่นทำให้นางตัดสินใจออกเรือนกับเซียวถิงต้วนบุรุษหนุ่มวัยยี่สิบสามปีที่อยู่ข้างบ้าน
เซียวถิงต้วนเป็บุรุษรูปร่างใหญ่ไม่ชอบพูดจาใบหน้าที่ทำราวกับว่าใครติดหนี้เขาอยู่ร้อยชาตินั้นทำให้ไม่มีคนอยากเข้าใกล้อีกทั้งเขายังเป็คนที่ยากจนที่สุดในบรรดากลุ่มที่มาสู่ขอนาง
แต่ท่านป้าของนางกลับเลือกเขาเหตุผลนะหรือเพราะเขาอยู่ตัวคนเดียวไร้ผู้าุโท่านป้าของนางคิดว่านอกจากเซียวถิงต้วนแล้วนางไม่จำเป็ต้องปรนนิบัติใครอีก
สินสอดที่เขามอบให้นั้นเป็พียงหมูป่าหนึ่งตัวและข้าวสาลีหนึ่งกระสอบแต่เมื่อเทียบกับสินเดิมของนางที่เป็น้องชายวัยเจ็ดขวบแล้วจะมีอะไรดีไปมากกว่านี้อีกสำหรับอันผิงแล้วของเพียงแค่เขารับน้องชายของนางด้วยอีกคนถือว่าพอแล้ว
หลังจากที่ทำพิธีกราบไหวฟ้านดินแล้วนางและเซียวถิงต้วนก็พร้อมใจกันยกน้ำชาให้กับญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวของนางคือท่านป้านั้น
นางเห็นท่านป้าของนางแอบยกมือขึ้นเช็ดที่หางตาเล็กน้อยไม่ต้องเดาก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังร้องไห้แต่อันผิงนั้นถึงแม้ว่าจะเศร้าใจนางก็มีความโลงใจอยู่บ้าง
ที่ออกเรือนมีครอบครัวเป็ของตนเองนับจากนี้ไปท่านป้าก็ไม่ต้องกังวลใจเื่ของนางอีกทั้งนางก็ไม่ต้องคอยหลบลุงเขยที่ค่อยแต่จะปีนหน้าต่างห้องของนางอีกด้วย
ตามธรรมเนียมเ้าบ่าวต้องอยู่ต้อนรับดื่มเหล่ากับแขกแต่ในเมื่อไม่มีงานเลี้ยงย่อมไม่มีแขกทั้งสองจึงพร้อมใจจับจูงมือกับไปที่ห้องหอบ้านหลังเล็กที่ทำจากดินหลังคามุงด้วยหญ้าสานในจาก
ในห้องมีเพียงแคร่ที่ทำจากไม้ไผ่ตัวเดียวเท่านั้นมีหมอนใบเก่าเพียงใบเดียวและผ้าห่มที่ไม่ต่างอะไรกับผ้าเช็ดเท้าถูกพับเอาไว้อย่างเป็ระเบียบ
อันผิงหาใช้คนที่กลัวความยากลำบากเดิมที่นางไม่ใช้คนที่นี่แต่จะบอกว่าไม่ใช้คนที่นี่ก็ไม่ได้เพราะนางเกิดที่นี่เพียงแต่ความทรงจำนางชาติก่อนติดตัวมาด้วยเท่านั้นเอง
แต่ก่อนบิดามารดาของนางเป็ชาวนามีที่ดินอยู่สามสิบหมู่เมื่อทั้งสองตายไปทิ้งน้องชายวัยสามเดือนให้นางเลี้ยงท่านป้าอดสงสารไม่ได้เลยพานางมาอยู่ด้วยครอบครัวของท่านลุงเขยไม่อย่างมีภาระ
ทุกวันก็มักจะพูดจาถากถางให้ท่านป้าปวดใจนางจึงตัดสินใจขายทรัพย์สินทั้งหมดที่มีแล้วนำเงินนี้ให้ท่านป้าและท่านลุงเขยนั้นถึงทำให้พวกเขาหยุดพูด
หากถามว่าทำไม่นางไม่ใช้ความรู้ที่ติดตัวมานะหรือ ทำไมนางจะไม่เคยใช้ละนางเคยใช้แต่ทุกครั้งที่ใช้ผลที่ตามมายากจะคาดเดาก่อนมาเกิดนางเป็ิญญาสำรวจดินแดนแห่งนี้นานกว่าสามเดือนของดีอยู่ที่ไหนนางรู้หมดแต่ท่านเทพที่ส่งนางมาเกิดบอกว่านางจะใช้ความสามารถของตนไม่ได้จนกว่านางจะชดใช้กรรมเก่าให้หมด
คราแรกนางไม่เชื่อพาพี่ชายไปขุดโสมร้อยปีขายหลังจากมีเงินสร้างบ้านนางต้องสูญเสียพี่ชายไปครั้งที่สองนางทนความยากจนไม่ไหวหาวิธีจนได้ที่ดินมาทำกิน นางได้สูญเสียน้องชายไปยามที่ท่านแม่ตั้งครรภ์น้องชายคนเล็กตอนนั้นครอบครัวของนางแทบจะกินรากไม้แทนข้าวนางจึงลองทำการค้าด้วยการปลูก
ผลที่ตามมาคือมารดาของนางเสียชีวิตตอนคลอดน้องชายเพราะสิ้นมารดาน้องชายพึ่งเกิดไม่มีนมให้เขานางฝืนโชคชะตาอีกครั้งจับน้องชายใส่ตะกร้าแล้วชวนบิดาไปขุดโสมเพื่อหาเงินซื้อนมแพะให้น้องชายผลที่ตามมานะหรือหลังจากนั้นสามเดือนนางเสียบิดาไปตอนนั้นนางอายุสิบสามเพราะเหลือน้องชายเพียงคนเดียว
นางจึงไม่ใช้ความรู้ที่ติดตัวมาแม้แต่อักษรนางยังไม่ยอมอ่านหรือมองมันความสามารถทั้งหลายถูกเก็บพับเอาไว้รอจนวันที่นางจะใช้มันได้รอจนวันที่กรรมของนางจะหมด
“ ดื่มสุรามงคลเถอะ “
เสียงทุ่มมีความแหบเล็กน้อยกล่าวขึ้นดึงให้สติของเซี่ยอันผิงกลับมาอยู่ในสถานการณ์ปัจจุบันนางหันไปยิ้มให้กับคนที่ร่วมกราบไหว้ฟ้าดินกับนางพร้อมกับยื่นมือไปรับถ้วยที่ใส่สุรา
ถึงแม้ว่านางมาจากโลกเทคโนโลยีแต่เมื่อนางมาใช้ชีวิตอยู่บนโลกแห่งนี้ทำให้นางได้รู้อีกอย่างคือไม่ว่าจะคนหรือสัตว์หากว่าเป็เป็สิ่งที่มีชีวิตล้วนหมุนเวียนไปตามกรรมและมีชะตาฟ้าเป็ตัวกำหนด
เซี่ยอันผิงรู้สึกใไม่น้อยที่นางก็โดนจับกดลงบนแคร่ไม้ไผ่นางหาได้มีความเขินอายอย่างที่ควรจะเป็นางเพียงแค่ส่งสายตาเป็คำถามว่าจะเข้าหอกันตอนนี้หรือตะวันยังไม่ทันได้ตกดินเลยนะ
คิดได้ดังนั้นเดิมที่ที่ไม่มีความเขินอายแต่ใบหน้าของนางก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีจะไม่ให้นางอายได้อย่างไรหากเข้าหอกันเวลานี้จริงพรุ่งนี้นางจะไม่ต้องหาปีบคลุมหัวก่อนออกจากบ้านหรือไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่ามนุษย์ป้าข้างบ้านอีกแล้ว
ยังไม่ทันได้หายใเลยใบหน้าของคนเป็สามีก็ก้มลงต่ำแต่ที่เซี่ยอันผิงััได้คือกายของเขาหรือแม้แต่กลิ่นลมหายใจไม่ได้มีกลิ่นสาบแม้แต่น้อยแต่กลับมีกลิ่นหอมอ่อนมันเป็กลิ่นของเยื่อไผ่แม้แต่หมอนที่รองศีรษะของนางในตอนนี้ไม่ต่างกันถึงแม้ว่าสภาพมันจะเกิดเยียวยาแต่ว่ามันไม่มีกลิ่นเหม็นหื่นเลยสักนิด
ในขณะที่ถิงต้วนเองก็จ้องมองคนร่างเล็กที่ถูกเขารวบกอดเอาไว้ไม่นานก่อนหน้านั้นเขาพึ่งทำการกราบไหว้ฟ้าดินกับนางเขามองนางจ้องมองลงไปในดวงตากลมราวกับผลเหอเถาริมฝีปากของนางแดงระเรื่อถึงแม้ว่าจะไร้การแต่งแต้มก็ตามใบหน้าของนางมีเค้าความงามอยู่แต่น่าเสียดาย
นางนั้นผอมมากเกินไปจนเขาคิดว่าหากเขาแตะต้องหรือจับนางแรงเกินไปกระดูกของนางอาจแตกหักได้เขารู้จักนางเมื่อห้าปีก่อนในตอนนั้นเขาตัวคนเดียวเดินทางอย่างไรจุดหมาย
ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ครั้งแรกที่เขามาที่นี่เขาไม่มีบ้านต้องอาศัยนอนใต้ร่มไม้เสื้อผ้าเก่าอีกทั้งใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราผมไร้ซึ่งการจัดดูแล้วสภาพในตอนนั้นนับว่าเป็ขอทานดีดีนี้เอง
เขาได้พบกับอันผิงเป็ครั้งแรกคือนางมายืนอยู่ตรงหน้าเขาพร้อมกับยื่นหมั่นโถวให้ลูกหนึ่งถึงแม้ว่าเขาจะไม่พูดอะไรอีกทั้งยังไม่อยากรับหมั่นโถวของนางเลยด้วยซ้ำแต่นางก็ยังจ้องมองเขาที่เต็มไปด้วยเศษดินแล้วยัดหมั่นโถวลูกนั้นให้กับเขา
ตอนนั้นนางอายุสิบห้ามีเด็กชายวัยสองขวบติดตามมาด้วยเขาคิดว่าเด็กคนนั้นเป็ลูกของนางเสียอีกวันต่อมาเขานั่งอยู่ที่ริมแม่น้ำบริเวณใกล้หมู่บ้านเขาก็ได้พบกับนางอีกครั้งนางมาพร้อมกับตะกร้าที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าใบใหญ่วันนั้นนางไม่มีหมั่นโถวให้เขาอย่างที่เคยแต่นางก็ยังมีใจจับปลามาย่างให้เขา
แม้ว่าเขาและนางต่างก็ไม่ได้พูดออกมาแม้แต่คำเดียวแต่เขาก็ยอมรับน้ำใจของนางอย่างว่าง่าย
“ พี่ชายท่านาเ็หรือ “
นี้เป็ประโยคแรกที่เขาได้ยินจากนางสายตาที่นางมองเขาหาได้รังเกียจอย่างคนอื่นและก็ไม่ได้สงสารเช่นกันแต่ในแววตาของนางนั้นมีเพียงแต่ความจริงใจที่มอบให้กับเขา
เขาไม่กล่าวตอบอันใดแต่ใครจะคาดคิดว่านางจะจับเขาถอดเสื้อแล้วทำแผลให้เขาแผลที่หลังของเขาในตอนนั้นเริ่มได้รับการติดเชื้ออีกทั้งเนื้อบริเวณรอบแผลเริ่มส่งกลิ่น
ตอนนั้นนางไม่มียาทำได้แค่เอาผ้าชุบน้ำสะอาดมาล้างแผลให้เขาจากนั้นนางก็เดินเข้าในป่า ทิ้งเพียงเด็กน้อยวัยสอบขวบให้นั่งจ้องมองเขาไม่นานนางก็มาพร้อมกับใบไม้หอบใหญ่
นางยัดใบไม้เ่าั้เข้าปากแล้วคายออกมาจากนั้นก็นำมาใส่แผลที่หลังเขาเพียงแค่มองการกระทำอันแสนประหลาดอย่างเงียบๆ
ไม่นานนางก็จากไปเขายังคงอาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำเช่นเดิมนางหายไปกว่าสองวันก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับสุราไห่เล็กและเสื้อผ้าชุดใหม่ถึงแม้ว่าเนื้อผ้าจะหยาบกระด้างแต่ก็ดีกว่าเสื้อขาดที่เขาใส่ในตอนนี้
เขาคิดว่านางจะนำสุรามาให้เขาดื่มเสียอีกแต่นางกลับใช้สุรานั้นราดลงบนแผลที่แผนหลังของเขาจากนั้นนางก็ใช้มีดเล็มเล็กไปขางไฟจนร้อนแล้วเริ่มขูดเนื้อที่เริ่มเน่าที่หลังของเขาออกแล้วราดสุราลงไปอีกครั้งถึงแม้ว่าจะรู้สึกเจ็บมากเพียงไรแต่เขาก็ไม่ร้องออกมา
นางไม่ถามว่าทำไมเขาถึงได้รับาเ็แผลที่หลังของเขานั้นเป็แผลที่ถูกดาบฟันมาอย่างชัดเจนหลังจากนั้นทุกวันเขาก็เห็นอีกฝ่ายมาหาเขาพร้อมกับสุราขวดเล็ก
สำหรับชาวบ้านธรรมดาจะหาซื้อสุราไม่ใช้เื่ง่ายแม้ว่าจะสงสัยว่านางนำมาจากที่ใดไม่เอ่ยปากถามนางนางมาหาเขาทุกวันพร้อมอาหารจนาแที่หลังของเขาหายดี
“ ใกล้จะเข้าฤดูฝนแล้วพี่ชายท่านควรจะหาบ้านสักหลัง “
หลังจากนั้นปิ่นทองชิ้นสุดท้ายของเขาที่เขาเก็บเอาไว้อย่างดีก็ถูกนำออกมาเขานำมันไปขายโดยไม่คิดเสียดายสักนิดเขาซื้อบ้านที่ใกล้กับบ้านที่นางอยู่สร้างบ้านหลังเล็กเขาคอยเฝ้ามองนางยื่นมือเข้าช่วยนางบ้างบางครั้งในยามที่ลุงเขยชั่วนั้นปีนหน้าต่างห้องนาง
บางครั้งเขาก็ต้องขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังคาบ้านคนอื่นเพื่อมั่นใจว่านางนั้นปลอดภัย และในทุกวันนางมักจะนำอาหารเล็กน้อยมาให้เขาเขาเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่าสำหรับนางแล้วเขาคิดอะไรกับนางที่ค่อยดูแลนางห่างๆ
อาจเป็เพราะเขานั้นคิดว่านางมีบุญคุณกับเขาต้องทดแทนแต่ยามใดที่มีแม่สื่อมาที่เรือนของนางนั้นทำให้เขาหงุดหงิดใจไม่ได้แต่บุรุษเ่าั้ก็หายไปเพราะไม่มีใครสามารถรับสินเดิมที่เป็น้องชายของนางได้
เวลาผ่านไปห้าปีจนนางเป็สาวแก่ที่ไม่ออกเรือนครอบครัวของลุงเขยเริ่มขับไล่นางเพราะนางและน้องชายอาศัยอยู่นานเกินไปท่านป้าของนางเองก็เป็สะใภ้จะกล่าวอันใดได้
ในที่สุดนางก็เดินมาแล้วบอกว่าอยากแต่งงานกับเขาสินสอดก็แล้วแต่เขาจะหาได้ขอเพียงแค่เขารับน้องชายนางมาอยู่ด้วยอีกคนในเมื่อนางเอ่ยปากเช่นนั้นมีหรือที่เขาจะไม่ยินดี