“ภรรยาของข้าบอกว่าเงินที่บ้านหายไปหลังจากที่นังลูกไม่รักดีแยกบ้านออกมา ข้าเชื่อว่านางขโมยเงินเก็บของเราไปขอรับ” ถังต้าหลางบอกกับถังไช่ด้วยความมั่นใจ เขามั่นใจมากว่าลูกสาวต้องขโมยเงินของพวกเขามาแน่ ไม่เช่นนั้นนางจะเอาเงินจากไหนมาซื้อที่ดินและสร้างบ้าน จะบอกว่านางโชคดีเก็บเห็ดหลินจือมาได้น่ะหรือ เขาไม่มีทางเชื่อ หากบนเขาด้านหลังหมู่บ้านมีของมีค่าเช่นนั้นจริง ชาวบ้านถังเจี่ยยังจะยากจนอยู่เช่นนี้หรือ
“ทำไมเ้าถึงได้มั่นใจนักว่าหลีเอ๋อขโมยเงินของพวกเ้าไป ต้าหลาง...หากเ้ายืนยันว่าหลีเอ๋อขโมยเงินจริง นางต้องถูกขังอยู่ในคุกหรือไม่ก็ถูกส่งไปใช้แรงงานอย่างน้อยสามปี เ้ายอมได้หรือ?” ถังไช่แสร้งถามเพราะไม่เชื่อคำพูดของถังต้าหลางเลยแม้แต่น้อย เงินยี่สิบห้าตำลึงมันน้อยซะเมื่อไหร่ ครอบครัวชาวนาอย่างพวกเขาต้องทำนากี่ปีถึงจะเก็บเงินได้มากมายขนาดนั้น อีกทั้งเมื่อสองปีก่อน อำเภอเสียนหู่เกิดภัยแล้งทั้งอำเภอ อาหารบรรเทาทุกข์ที่ทางการแจกจ่ายก็ไม่เพียงพอ หลายครอบครัวจำเป็ต้องกัดฟันนำเงินเก็บออกมาใช้ ตอนนั้นเขายังจำภาพที่ถังซุนนั่งตีอกชกหัวตัวเองอยู่กับพื้นว่าหิวอย่างน่าสมเพช ถังต้าหลางกับจวงหุยเหนียงจะทนเห็นลูกชายหิวได้อย่างไร พวกเขาล้วงเงินที่มีอยู่ออกมาซื้ออาหารให้ลูกชายคนเล็กได้อยู่ดีกินดีทุกวัน ใช้ชีวิตเช่นนั้นยังจะมีเงินเก็บมาจากไหน
“เป็แค่เื่ในครอบครัวคงไม่ต้องให้ถึงทางการก็ได้ไม่ใช่หรือ?” ถังต้าหลางได้ยินว่าถังหลีอาจจะถูกส่งไปใช้แรงงานหรือไม่นางก็อาจจะถูกขังอยู่ในคุก แม้เขาจะไม่ชอบลูกสาวคนนี้มากนัก แต่เขาก็ไม่อยากให้นางถูกตราหน้าว่าเป็นักโทษและมีคดีติดตัว อีกทั้งหากถังหลีถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง ย่อมส่งผลต่อชื่อเสียงของถังซุนด้วยเช่นกัน “ท่านบอกให้นางนำเงินมาคืนข้าเท่านั้นก็พอแล้วขอรับ”
“ข้านำเงินไปจ่ายค่าซื้อที่ดินและทางอำเภอก็ออกโฉนดเป็ชื่อของหลีเอ๋อเรียบร้อยแล้ว ส่วนเงินที่เหลือข้าก็เอาไปซื้อสิ่งของสำหรับสร้างบ้านและทำรั้วมาหมดแล้วเหมือนกัน”
“ยี่สิบห้าตำลึงท่านใช้หมดแล้ว!” ถังต้าหลางเสียงดังอย่างลืมตัว “เงินนั้นไม่ใช่ของท่านเสียหน่อย ทำไมท่านถึงกล้าใช้มัน”
“เงินจำนวนนี้เป็ของหลีเอ๋อ และหลีเอ๋อก็เป็คนขอให้ข้าจัดการธุระเื่นี้ให้ ข้าไม่ได้นำมันมาใช้เป็การส่วนตัว”
“อย่างไรเงินก้อนนี้ก็เป็ของข้า ทำไมท่านไม่ถามข้าก่อน”
“ท่านพ่อ ท่านกำลังพูดถึงเงินอะไรอยู่หรือเ้าคะ” ถังหลีนั่งเกวียนของจ้าวเต๋อกลับจากตัวอำเภอ แต่ยังไม่ถึงปากทางเข้าหมู่บ้านด้วยซ้ำ นางก็มองเห็นพี่ชายกับพี่สะใภ้วิ่งมาหาด้วยท่าทางร้อนใจ เมื่อได้รู้ว่าบิดาไปหาเื่ท่านลุงใหญ่ไช่ นางก็รีบวิ่งตามพี่ชายกับพี่สะใภ้มาที่บ้านหลังใหม่ทันที
ถังต้าหลางได้ยินเสียงลูกสาวก็หันไปจ้องนางเขม็ง “ยังมีหน้ามาถามอีก ก็เงินที่เ้าขโมยมาอย่างไรเล่า”
“ข้าขโมยเงินของท่านมาหรือเ้าคะ?” ถังหลีทำหน้างง “ท่านพ่อกำลังสับสนอะไรอยู่หรือไม่ บ้านเราจะมีเงินมากมายขนาดนั้นได้อย่างไรกัน หรือเป็เงินเก็บที่ถังซุนคัดตำรามาได้ แต่ข้าได้ยินมาว่าตำราที่บัณฑิตใช้เรียน เล่มที่แพงที่สุดก็มีราคาไม่เกินห้าตำลึง แล้วตำราฉบับคัดลอกจะทำเงินได้มากขนาดนั้นได้อย่างไรเ้าคะ หรือว่าถังซุนกับพวกท่านมีรายได้มาจากทางอื่น”
ถังไช่กับถังหย่งเจ๋อหันมาสบตากัน ระยะนี้พวกเขากำลังจับตาดูคนในหมู่บ้านว่าใครมีพฤติกรรมแปลกๆ ด้วยกลัวว่าจะมีโจรปะปนเข้ามา หรือแม้แต่คิดในทางร้ายว่าอาจมีชาวบ้านบางคนเห็นแก่เงินจึงยอมเป็สายให้โจรเข้ามาปล้นหมู่บ้านพวกเขาก็เคยคิด แต่จากคำพูดของถังหลี ครอบครัวของถังต้าหลางก็น่าสงสัยจริงๆ
“ข้าจะได้เงินมาจากไหนก็ไม่เกี่ยวกับเ้า หากเ้าไม่อยากถูกจับไปรับโทษ เ้าก็รีบคืนเงินมา”
“ไม่มีอะไรที่ข้าต้องกลัว” ถังหลีหันไปมองถังไช่ “รบกวนท่านลุงใหญ่และพี่หย่งเจ๋อพาข้ากับท่านพ่อไปที่ที่ว่าการอำเภอได้หรือไม่เ้าคะ”
“เ้าจะให้ข้าไปที่ว่าการทำเภอกับเ้าทำไมกัน” ถังต้าหลางเริ่มใจไม่ดี ‘ข้าแค่ขู่แต่ไม่ได้หมายความว่าข้าอยากไปขึ้นศาลจริงๆ’
“นั่นสิหลีเอ๋อ เ้าจะให้ข้ากับลูกชายพาเ้ากับต้าหลางไปที่ที่ว่าการอำเภอทำไม” ถังไช่แสร้งไม่เข้าใจ ความจริงแล้วเื่นี้ตกลงกันง่ายมาก ขอแค่ถังหลีมีหลักฐานว่าเงินยี่สิบห้าตำลึงนั้นเป็ของนาง เื่นี้ก็ไม่จำเป็ต้องไปขึ้นศาลแล้ว ชื่อเสียงของหมู่บ้านก็จะไม่ด่างพร้อย หากเื่ที่มีขโมยอยู่ในหมู่บ้านกระจายไปทั่ว ภายหน้ายังจะมีใครกล้าส่งบุตรหลานมาแต่งเข้าหมู่บ้านถังเจี่ยกันล่ะ
“ท่านพ่อมั่นใจว่าเงินยี่สิบห้าตำลึงเป็ของเขา และข้าก็มั่นใจว่าเงินจำนวนนี้เป็ของข้า ในเมื่อตกลงกันไม่ได้ก็จำเป็ต้องให้ทางการเป็ผู้ตัดสินเ้าค่ะ”
“พวกเ้าสามารถตกลงกันได้เองกระมัง” ถังไช่ยังไกล่เกลี่ย
“แต่ข้าเห็นด้วยกับหลีเอ๋อขอรับท่านพ่อ” ถังหย่งเจ๋อพูดขึ้น “ชื่อเสียงของหมู่บ้านเป็สิ่งสำคัญ คงไม่มีหมู่บ้านไหนอยากเลี้ยงโจรไว้จริงหรือไม่ขอรับ ให้ทางการช่วยตัดสินว่าเงินยี่สิบห้าตำลึงนี้เป็ของใครจะดีกว่า ทั้งหมดก็เพื่อให้ความเป็ธรรมกับท่านอาต้าหลางและหลีเอ๋อขอรับ”
จวงหุยเหนียงที่ตามถังต้าหลางมาและยืนฟังเหตุการณ์ั้แ่ต้น นางคิดว่าขอแค่สามีออกหน้า ถังหลีที่กลัวบิดาจนเข้าไส้ก็คงจะยอมรับว่าเงินยี่สิบห้าตำลึงนั้นเป็ของที่ขโมยมาเป็แน่ เท่านี้นางก็จะได้ที่ดินและบ้านที่กำลังจะสร้างเสร็จไว้เป็เรือนหอให้ลูกชายแล้ว แต่ไม่คิดว่าถังหลีกลับไม่ยอมรับและยังจะให้ทางการมาช่วยตัดสิน
“ท่านพี่” จวงหุยเหนียงสะกิดแขนสามี หากพิสูจน์ได้ว่าเงินยี่สิบห้าตำลึงไม่ใช่ของนางและสามี นอกจากจะถูกทางการลงโทษข้อหาแจ้งความเท็จแล้ว นางอาจจะถูกสามีหย่าขาดก็ได้ เพราะนางรู้นิสัยของสามีดีว่าเขาเป็คนที่ห่วงหน้าตามากที่สุด “หากเื่นี้ถึงทางการมันจะกระทบกับชื่อเสียงของซุนเอ๋อนะเ้าคะ”
“เ้าจะไปกลัวอะไร ก็ไม่ใช่เ้าหรือที่มาบอกข้าว่าเงินก้อนนั้นเป็เงินที่นางขโมยไป หากให้ทางการช่วยตัดสินย่อมไม่กระทบกับชื่อเสียงของซุนเอ๋อแน่นอน มีแต่นังลูกอกตัญญูที่ต้องรับผิดไปคนเดียว”
จวงหุยเหนียงเห็นว่าสามีไม่ฟัง นางจึงหันไปพยักหน้าให้ลูกชาย ถังซุนรีบก้าวมายืนข้างบิดาทันที “ถึงแม้เื่นี้จะพิสูจน์ได้ว่าเราไม่ผิด แต่การที่ครอบครัวเรามีเื่ขึ้นโรงขึ้นศาลย่อมส่งผลกระทบกับชื่อเสียงของข้าแน่นอน ท่านพ่อ...ครั้งนี้ปล่อยพี่สาวไปเถิดขอรับ”
ถังหลีได้ยินคำพูดน้องชายจึงรีบเรียกเขาไว้ “ถังซุน คำพูดของเ้าไม่ค่อยถูกต้องกระมัง ข้าไม่ได้ทำสิ่งใดผิด และเงินก้อนนี้ก็เป็เงินที่ข้าหามาได้ด้วยตัวเอง ที่เ้าบอกว่าปล่อยข้าไปนั้นหมายความว่าอย่างไร หรือเ้าอยากให้ข้าพูดอะไรออกไปอีกใช่หรือไม่”
ถังซุนมองพี่สาวอย่างโมโห ทุกคำพูดของพี่สาวล้วนเป็คำเตือนและคำขู่ที่ส่งมาถึงเขาทั้งนั้น พี่สาวรู้ความลับของเขามากมายจริงๆ “ข้าขออภัยพี่สาวด้วยขอรับ ข้าคงใจนพูดผิดไป ความจริงแล้วข้าตั้งใจจะบอกว่าเป็เพราะท่านพ่อกับท่านแม่เข้าใจผิดไปเอง หลายวันมานี้ข้าเห็นกับตาว่าท่านขึ้นเขาไปเก็บของป่ามาขายจริงๆ พี่สาวอย่าเอาเื่ท่านพ่อจะได้หรือไม่ อย่างไรเราก็เป็ครอบครัวเดียวกัน ท่านอยากเห็นคนอื่นมองเราเป็ตัวตลกหรือขอรับ”
ถังหลีคิดอยู่ในใจว่าหากถังซุนไปอยู่ในยุคปัจจุบัน จะมีผู้เสียหายมากมายเท่าใดที่หลงเชื่อกับคำพูดอันแสนปลิ้นปล้อนของเขา ‘กลับคำพูดเก่งยิ่งกว่าตัวพ่อของวงการมิจฉาชีพเสียอีก’
“เื่นี้คงต้องถามท่านพ่อกับท่านแม่แล้วกระมังว่าจะเอาอย่างไร” ถังหลีโยนให้ถังต้าหลางเป็คนตัดสินใจ และไม่ว่าท่านพ่อจะอยากให้เป็คดีหรืออยากให้เื่จบลงที่ตรงนี้ นางก็รับได้ทั้งนั้น
ถังต้าหลางเห็นว่าลูกชายคนเล็กเป็คนออกปากคลี่คลายสถานการณ์ และเมื่อคิดให้ดีเื่นี้ก็ส่งผลต่อชื่อเสียงของลูกชายจริงๆ เขาจะยอมแพ้ให้ลูกสาวอกตัญญูคนนี้สักครั้งก็แล้วกัน “เห็นแก่ที่ซุนเอ๋อขอร้องหรอกนะ ครั้งนี้ข้าจะไม่เอาความกับเ้า แต่หากมีครั้งหน้า ข้าจะลากเ้าไปให้ท่านนายอำเภอเป็คนลงโทษด้วยตัวเอง”
“ถึงตอนนั้นคนที่จะถูกนายอำเภอลงโทษจะเป็ใครก็ยังไม่แน่” ถังหลีบอกกับบิดา จากนั้นนางก็หันไปมองน้องชาย “จริงหรือไม่น้องสาม”
ถังซุนรีบฉุดท่านพ่อกับท่านแม่ให้เดินกลับบ้านอย่างเร็ว หากพวกเขายังอยู่ต่อนานกว่านี้ ไม่รู้ว่าพี่สาวยังจะพูดอะไรออกมาอีก แต่ถังซุนไม่รู้เลยว่าการกระทำของเขาอยู่ในสายตาของถังไช่และถังหย่งเจ๋อทั้งหมดแล้ว
เมื่อเห็นว่าท่านพ่อกับน้องสาวไม่มีเื่ใดแล้ว ถังซานจึงขอตัวกลับ “ข้ากับพี่สะใภ้ของเ้าต้องกลับบ้านก่อน ยังมีงานที่รอให้เราทำอยู่อีกมาก หากมีอะไรให้ช่วย เ้าไปหาข้าได้ตลอดนะ”
“ขอบคุณพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้มากนะเ้าคะที่รีบไปบอกให้ข้ารู้ตัวก่อน ไม่เช่นนั้นข้าคงรับมือกับท่านพ่อไม่ได้แน่” ถังหลีบอกพี่ชายก่อนจะถามเื่อื่น “แล้วเื่ที่พี่สะใภ้ทำร้ายถังซุนเล่าเ้าคะ ท่านพ่อกับแม่เลี้ยงให้พวกท่านรับผิดชอบอะไรหรือไม่”
ถังซานไม่ตอบ เป็เซียงเหลียนที่ตอบคำถามแทน “ท่านแม่ให้เราหาเงินมาเป็ค่ารักษาให้ซุนเอ๋อสิบตำลึง และระหว่างที่ซุนเอ๋อรักษาตัวอยู่ พวกเราต้องหาอาหารดีๆ มาให้ซุนเอ๋อกินทุกวัน”
“อาหารดีๆ?” ถังหลีหัวเราะเสียงดัง “อาหารดีๆ ที่ว่าคงเป็อาหารจานเนื้อ มีใครไม่รู้บ้างว่าถังซุนชอบกินเนื้อ แล้วถ้าพวกท่านหาเนื้อกับหาเงินสิบตำลึงมาให้ไม่ได้ พวกท่านคิดจะทำอย่างไรต่อไปเ้าคะ”
“หลีเอ๋อ ข้ากับพี่สะใภ้คงต้องมาขอพึ่งพาเ้า” ถังซานพูดเสียงเศร้า เขาเป็พี่ชายแต่กลับปกป้องน้องสาวไม่ได้ ซ้ำยังต้องพาภรรยาแบกหน้ามาพึ่งน้องสาวอีก เขาช่างเป็พี่ชายที่ไม่ได้เื่เลยจริงๆ
“ท่านทั้งสองเป็ญาติเพียงสองคนที่เหลืออยู่ของข้า หากข้าไม่ช่วยพวกท่านแล้วข้าจะไปช่วยใครเ้าคะ” ถังหลีเก็บรอยยิ้มแล้วหันมาพูดกับพี่ชายและพี่สะใภ้ด้วยท่าทางจริงจัง “แต่ครั้งนี้ข้าไม่อยากให้เราแค่แยกบ้าน ข้าอยากให้เราตัดสัมพันธ์กับท่านพ่อด้วยเ้าค่ะ”
“พี่ใหญ่จะเชื่อและทำตามเ้าทุกอย่าง” ถังซานกัดฟันตอบ แม่เลี้ยงเอาอาการาเ็ของน้องสามมาเรียกเงินสิบตำลึงจากเขาและภรรยา บิดายังสนับสนุนความคิดนี้เป็อย่างดี ั้แ่วันนั้นเขาก็หมดหวังกับบิดาไปแล้ว ทั้งวันนี้บิดายังกล่าวหาว่าน้องสาวขโมยเงินและยังจะพานางไปรับโทษที่ที่ว่าการอำเภออีก หากน้องสาวถูกโบยขึ้นมาจริงๆ ร่างกายเล็กๆ อย่างนางยังจะรักษาชีวิตไว้ได้หรือ ตอนนี้เขาเชื่อคำพูดของน้องสาวแล้วว่าท่านพ่อไม่เคยเห็นเขากับนางเป็บุตรมาตั้งนานแล้ว บุตรเพียงคนเดียวของเขาก็คือถังซุน
ถังหลีหันไปมองพี่สะใภ้อย่างแปลกใจ “เหตุใดพี่ใหญ่ถึงเห็นด้วยกับความคิดของข้าเร็วเช่นนี้เ้าคะ”
“หลังจากที่ท่านแม่เรียกเงินสิบตำลึง ท่านพ่อก็ขู่ว่าจะไล่เราสองคนออกจากบ้านหากเราหาเงินมาไม่ได้ อีกทั้งวันนี้ท่านพ่อยังคิดจะส่งเ้าไปรับโทษกับทางการเพราะเชื่อคำพูดของท่านแม่ว่าเ้าเป็คนขโมยเงินของพวกเขามา” เซียงเหลียนยิ้มเศร้า “หลีเอ๋อ ครั้งนี้ท่านพี่คงหมดหวังกับท่านพ่อแล้วจริงๆ”
ถังหลีดีใจที่พี่ชายคิดได้เสียที ดังนั้นเื่การตัดสัมพันธ์คงไม่มีปัญหาอะไร แต่นางกลับนึกถึงปัญหาข้อหนึ่งขึ้นมาได้ นั่นก็คือที่ดินที่นางเพิ่งซื้อต้องถูกท่านพ่อกับแม่เลี้ยงหมายตาไว้แล้วแน่