***หนุ่มผู้ทลายชะตากรรม [โฮป]
"หน่อย! "
นักรบไร้นามคนนี้แข็งแกร่ง
มีวิชาต่อสู้ที่รวดเร็ว ดุดัน รุนแรงเหมือนไพไรต์
แรงช้างที่อาจจะเทียบเท่าหรือมากกว่าพรุน
แถมยังว่องไวตัวเบายิ่งกว่าไฮเจน
เขาเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ประมือมาในชีวิตนี้
นี่หรือคือระดับ [ขุนพล] ของเผ่ามนุษย์มด
"ฮะ ฮะ ฮะ! เพลงดาบของแม่นางไม่เลวเลยนี่!? ยิ่งทำให้อยากได้มาเป็นภรรยามากยิ่งขึ้นไปอีก! "
"ก็บอกว่าเป็นผู้ชาย! "
ไอเวรนี่ยังคิดจะจับผมไปทำเมียอยู่อีกเรอะ!?
เสียงอากาศดังเชือดเฉือนเสียดแก้วหู
คมกระบี่ปะทะคมง้าวจนเกิดเป็นสะเก็ดไฟประหนึ่งพลุที่สองแสงท่ามกลางหมู่ดาว
ผลจากการปะทะเพลงยุทธ ทำให้แขนทั้งสองข้างถึงกับรู้สึกด้านชาอย่างรุนแรง
ในตอนนั้นเองที่ร่างกายถูกพลักกระเด็นออกมาเพราะไม่อาจรับแรงควายของมันได้
เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่าง เลยรีบม้วนตัวกลิ้งไปกลับพื้น ก่อนจะใช้ขาข้างขวายันตัวเองกลับลุกขึ้นมายืน
ในตอนนั้นเองที่ปลายหางตาจับภาพร่างเงาสีแดงได้
มันวิ่งไล่ตามเข้ามาพร้อมกับง้าวเล่มโตของมัน
ไอนี่มันกำลังใช้ประโยชน์จากร่างกายที่มีถึงสี่แขน เคลื่อนไหวฉีกไปทางซ้ายด้วยความรวดเร็วคล้ายแมลงสาป แล้วเหวี่ยงปลายง้าวเล็งมาที่ส่วนเอว
แย่ละสิ!
เนื่องจากแรงทั้งร่างกายกำลังทุ่มไปกับการยันตัวเองให้ลุกขึ้นยืน เลยทำให้ไม่สามารถเตรียมการตั้งรับได้ทันเวลา
แบบคงต้อง---
*พรึบ! *
“โอ๊ว? หลบทันด้วยหรือนี่? ”
เพราะไม่อาจหลบได้ทัน เลยใช้วิธีโน้มน้ำหนักทั้งตัวไปที่ส่วนบนของร่างกาย พร้อมกับโค้งตัวให้ต่ำลงมากที่สุด เพื่อเพิ่มความเร็วแล้วเสี่ยงดวงมุดลอดผ่านใต้ง้าวของมันไป
คมง้าวของมันวิ่งผ่านปลายวิกผมสีดำในระยะเพียงหนึ่งมิลลิเมตร
รอดมาได้แฮะ...
ผมรีบกลับตัวด้วยการใช้ขาขวายันพื้นหินตรงหน้า
หนึ่งฝ่าเท้าย่างกราย
หนึ่งเพลงดาบเล็งกระหน่ำจุดตาย
มิต้องใช้วรยุทธ หรือสรรหาวิชาและเทคนิคลี้ลับอันใด
ขอเพียงแค่ปลายกระบี่เล่มนี้ทิ่มแทงลงไปในแขนของมัน ชัยชนะก็จักตกเป็นของเรา!
*เคร๊ง! *
แต่มันไม่ใช่นักรบที่เคี้ยวง่ายถึงขนาดนั้น
มันใช้ลูกตุ้มตรงปลายง้าว พุ่งเข้ามารับปลายกระบี่ที่แทงใส่
ปลายกระบี่ผิวบางเลื่อนไหลไปตามผิวโค้งมนสีดำของโลหะ ประหนึ่งหยดน้ำที่ไหลกลิ้งไปตามใบบัว
“ชิ! ”
“ฮึม! ”
มันใช้แขนทั้งสี่ควงง้าวอันใหญ่โตเป็นวงกลมประหนึ่งควงแทงไม้กวาดที่เบาหวิว
ลูกตุ้มขนาดเท่าหัวคนกำลังถูกหมุนสวนกลับจากล่างขึ้นบน พร้อมที่จะขยี้ปลายคางของผมให้กลายเป็นเนื้อบด
ถ้าหากหลบลูกตุ้มมาได้ ก็จะพบกับปลายคมมีดของง้าวเป็นการโจมตีระลอกสอง
ไม่ว่าจะเบี่ยงตัวหลบไปทางไหน มือทั้งสี่ของมันก็จะคอยสลับอาวุธ แล้วเปลี่ยนทิศไล่ตามโจมตีกระหน่ำเข้าใส่ได้จากทุกทิศทางอยู่ดี
เหงื่อไหลย้อยท่วมกายทิ่มแทงดวงตาแสนเจ็บปวด แต่กระนั้นก็ไม่อาจพักหายใจหรือทำได้แม้แต่กระพริบเพื่อพักสายตา
เพราะหากผ่อนการระวังลงเพียงเสี้ยววินาที ชีวิตคงได้สูญสิ้น ณ ตรงนี้
ไอบ้านี่เก่งชิบหายเลยว้อย!
***ขุนพลของควีน [นักรบไร้นาม]
เจ้าสตรีเผ่ามนุษย์คนนี้มันคืออะไรกัน?
ข้าไม่เคยเจอใครที่เก่งกาจแบบนี้มาก่อน
ข้านั้นฝึกวิชายุทธ ได้จับง้าวมานับตั้งแต่ที่จำความได้
ข้าฝึกฝนมาตลอดชีวิตร่วม 19 ปี ฝึกฝนทุกวัน ทุกเวลา เพื่อให้ตัวเองกลายเป็นยอดฝีมืออยู่เคียงข้างราชินีของรุ่นถัดไป
นั่นคือภารกิจของข้าผู้ที่เกิดมาในระดับมดองครักษ์ของเผ่า
แล้วข้าก็ได้เจอกับคนที่สมควรค่าแก่การเป็นดาบให้
[ควีน] ลูกของราชินีแฟต สตรีผู้ที่คิดถึงเผ่าของพวกเรายิ่งกว่าใคร
นางผิดกับตัวเต็งอีกคนที่เอาแต่ใช้ชีวิตอยู่ในรั้วโรงเรียน แล้วไม่เคยหันมามองพวกเรา พี่น้องร่วมเผ่าพันธ์ุเลยสักครั้ง
ดังนั้นข้าจึงพยายามอย่างหนักในหนทางของนักสู้เพื่อนาง
ผมทิ้งความสนุกของตัวเอง ไม่อยมเข้าร่วมงานประลองยุทธทุกประเภทก็เพื่อคอยอยู่เคียงข้างปกป้องท่านควีน
และแล้วข้าคนนี้ก็ได้กลายเป็นนักสู้อันดับหนึ่งของเผ่ามนุษย์มดในรุ่นปัจจุบัน
แต่ดูท่าว่าข้าจะเป็นเพียงแค่กบในกะลาเท่านั้น
“ฮึ่ม! พริ้วดีนักนะ! ”
ถึงจะเป็นวิชายุทธที่มีดีแต่ความสวยงามตามตำรา เป็นวิชากระบี่ที่ไร้ซึ่งจิตสังหาร แต่ข้ากลับมองเห็นถึงประสบการณ์ที่สั่งสมอยู่ในกระบวนยุทธ์ของนางได้
ศัตรูของข้านั้นพริ้วไหวดั่งสายน้ำ
มีแววตาที่เคยโกงความตายมาแล้ว
พละกำลังที่มิได้ด้อยไปกว่าตัวข้า
ร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี
แถมแม่นางคนนี้ยังไม่ได้สวมเกราะเสริมพลังเหมือนกับข้าอีกด้วย
รุ่นของพวกเรายังมีคนแบบนี้อยู่ด้วยเช่นนั้นหรือ?
ข้านึกว่าทุกคน ทุกเผ่าพันธุ์ ต่างได้หลงระเริงในพลังของวิทยาศาสตร์และความสงบสุข จนลืมซึ่งการฝึกฝนร่างกายไปเสียแล้วอีก
“ย๊าก! ”
ในตอนนั้นเองที่นางโจมตีสวนกลับด้วยการเหวี่ยงกระบี่จากล่างขึ้นบนด้วยแขนขวา
เสร็จข้าละ!
“ไฮยะ! ”
ข้าฟันตรงลงไปที่แขนขวาของนาง
ด้วยระยะของง้าวที่ยาวถึงสี่เมตร จึงไม่มีทางกระบี่ของนางจะเอื้อมมาถึงตัวข้าได้
ฉับพลันนั้นเองที่ข้าเห็นแววตาของนางคมกริบประดุจเป็นใบมีด
กระบี่ถูกสับเปลี่ยนมืออย่างรวดเร็วจากข้างขวาไปสู่ข้างซ้าย
เบี่ยงตัวหลบด้วยระยะเพียงปลายจมูก แล้วแทงเข้ามาช่วงรอยต่อระหว่างแขนซ้ายบนกับล่างแทน
“ข้าไม่หมูขนาดนั้นหรอก! ”
ข้ายอมให้นางเฉือนเอาแขนซ้ายทิ้ง แล้วใช้เขี้ยวที่ยื่นยาวหนึ่งเมตรกัดลงไปตรงหัวไหลของนาง
เลือดต้องแลกด้วยเลือด!
เลือดสีเขียวของข้าไหลทะลักนองพื้น ผสมไปกับเลือดสีแดงของนาง
“อึ๊ก…”
นางข่มความเจ็บไม่ยอมปริเสียงให้ลอดผ่านริมฝีปากที่อวบอิ่ม พร้อมกับใช้ขาทั้งสองข้างถีบใส่ข้าเต็มแรงเพื่อสร้างระยะห่าง
...รู้สึกจุกอยู่เหมือนแฮะ นั่นใช่แรงของมนุษย์แน่เรอะ?
การแลกเพลงยุทธระลอกแรกได้จบลง
ทั้งสองฝ่ายต่างเงียบเสียงพร้อมกับเหล่าผู้ชมที่น่าขบขัน
แม่นางคนนี้ช่างเก่งกาจยิ่งนัก
เก่งกาจจนข้ารู้สึกได้ถึงความอ่อนหัดของตัวเอง
สนุก…
เป็นการต่อสู้ที่สนุกจริง ๆ!
ข้าจะต้องเอาชนะนาง และยึดนางมาเป็นของข้าให้ได้คอยดู!
***หนุ่มผู้ทลายชะตากรรม [โฮป]
ไอห่ารากนี่เก่งชิบหาย
หรือว่าผมห่วยแตกเองหรือเปล่า?
เคยคิดว่าตัวต่อสู้เก่งขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ดูท่าจะคิดไปเองมากกว่า
"... แขนซ้าย"
แขนซ้ายที่จมกองแลือดแบบนี้คงใช้งานไม่ได้แล้ว
ผิดกับมันที่ยังเหลือแขนถึงสามข้าง
เขี้ยวที่ยาวหนึ่งเมตรเองก็ไม่ต่างอะไรไปจากดาบกรรไกรที่น่ากลัว
ร่างสูงใหญ่สามเมตร แถมยังมีความว่องไวมากดั่งแมลงสาบ
ความแตกต่างทางเผ่าพันธุ์มีมากจนเกินไป
"... มาต่อยกสองกัน! "
แต่ใช่ว่าจะเอาชนะไม่ได้
แม้แต่ผึ้งก็ยังสามารถล้มช้างเผือกได้
จงอย่าต่อต้านพายุ
จงอย่าต้านทานกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก
จงอย่าโง่เขลาใช้พลังต้านพลัง
ทำตัวเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ และย้อนพลังของศัตรูกลับคืนไปซะ
รวมสมาธิไปที่สัมผัสทั้งห้า
เวลารอบกายได้เคลื่อนไหวช้าลงไปชั่วขณะ
รับรู้ได้แม้แต่เสียงและจำนวนของหยาดเหงื่อที่หยดไหลย้อยลงมารอบตัวเอง
การเคลื่อนไหวของศัตรูถูกผมจับตามองอย่างสมบูรณ์แบบ
มันกำลังใช้สองเท้ายึดพื้นหินจนแน่น แล้วใช้สามมือที่เหลือง้างง้าวในมือขึ้นสูง
สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาล ประหนึ่งเอาตัวเองไปยืนอยู่หน้าปืนใหญ่ของเรือประจัญบานชั้นไอโอวา
ง้าวขนาดยักษ์ถูกเหวี่ยงลงมาประหนึ่งการสะบัดหางของมังกรทมิฬในตำนาน
เสียงลมระเบิดดั่งกระหึ่มดั่งเสียงของปืนใหญ่
ประกายแสงอันคมกริบถูกวาดเป็นวงพระจันทร์เสี้ยวขึ้นบนอากาศที่ว่างเปล่า
เป้าหมายคือแขนขวาที่กำลังถือกระบี่คู่ใจเล่มนี้
มันเกิดขึ้นเร็วมาก
พริบตาที่กำลังคิดจะใช้ปลายกระบี่เบี่ยงทิศทางโจมตี
พริบตานั้น ภาพวาดพระจันทร์เสี้ยวก็เลือนหายไปกลางคัน
ง้าวขนาดยักษ์ได้หยุดชะงักกลางคันด้วยพลังแขนที่เรียวบางของมัน
กระแสลมถึงกับตีพัดกลับทิศ
พื้นหินอ่อนถึงกับแตกละเอียดกระจายเป็นวงกว้าง
และสิ่งสุดท้ายที่รับรู้ ณ เวลานั้น คือความเจ็บปวดและความร้อนที่แผ่ซ่านออกมาจากเอวข้างซ้ายของตัวเอง
"วิชาอ่อนต้านแข็งนั้นใช้ไม่ได้ผลกับข้าหรอกนะแม่นาง"
กับคำพูดเหยียดหยามของมันเช่นนั้น
***ขุนพลของควีน [นักรบไร้นาม]
ถ้าดูให้ดี จะรู้ได้ทันทีว่าแม่นางกำลังรอให้ข้าโจมตีเข้าไปหา
วิชาอ่อนสยบแข็งเช่นนั้นหรือ?
ของแบบนั้นแก้ทางได้ง่ายมาก!
ว่าแล้วข้าก็ฟันโจมตีหลอก แล้วปิดฉากด้วยการหมุนง้าวกลับด้าน หันไปใช้ลูกตุ้มตรงปลายง้าวกระแทกไปที่เอวของมันแทน
เสียงกระดูกแตกละเอียดดังกึกก้องไปทั่วห้องโถง
ร่างกายของแม่นางลอยขึ้นสูงเหนือพื้นสี่เมตร ก่อนจะร่วงลงมากระแทกพื้นอย่างรุนแรงแล้วนอนแน่นิ่งไป
ข้าชนะแล้ว…
ที่เหลือก็แค่จับแม่นางไปตอนไส้กรอกทิ้ง แล้วจับผ่าตัดสวมอวัยวะของสตรีเพศลงไป
คิดว่าท่านควีนคงยอมให้ข้ามีฮาเร็มได้อยู่ละนะ
เพราะว่าท่านควีนนั้นมีเมตตากับข้ามาก---
"..."
ร่างที่ท่วมไปด้วยเลือดกำลังลุกขึ้นมายืนอีกครั้ง
บาดแผลที่หัวไหลซ้ายของนางหยุดไหลไปแล้ว
มิหนำซ้ำ นางยังลุกขึ้นยืนตัวตรงได้ราวกับการโจมตีเมื่อกี้ไม่เคยเกิดขึ้นจริง
*เปรี๊ยง! *
"เฮ้ย! "
แม่นางถีบตัวพุ่งเข้าประชิดข้าอย่างรวดเร็ว
บะ---บ้าชัด ๆ!
ทำไมเผ่ามนุษย์ที่ถูกบดขยี้กระดูกไปแล้วถึงยังเคลื่อนไหวแบบนี้ได้กันละ!
"ชิ! "
ข้ารีบยกง้าวขึ้นมาตั้งรับเอาไว้
แม่นางฟันกระบี่ใส่ข้าด้วยความรวดเร็วที่ไม่ควรมีในสามมัญสำนึกของเผ่ามนุษย์ตัวจ้อย
หนึ่งกระบี่ฟาดฟัน สิบบทเพลงกระบี้ร่ายรำ
หนึ่งบทเพลงกระบี่ร่ายรำ ฟาดฟันนับสิบคร่า
นั่นคือความว่องไวของนางที่กำลังใช้โจมตีข้าอยู่ ณ ตอนนี้
แม่นางบุกโจมตีใส่ข้าไม่ยั้ง และทิ้งการป้องกันตัวเองไปเสียสิ้น
ถึงแม้จะถูกเขี้ยวของข้าฟันแทงสวนกลับ ถูกปลายง้าวและคมดาบเฉือดเฉือนผิวกายก็มิให้ความสนใจ
"อั๊ก! "
แย่ละ… ข้าเริ่มชักจะรู้สึกแขนชาขึ้นมาเสียแล้วสิ…
การโจมตีของข้าเริ่มเชื่องช้าลง
การตั้งกระบวนท่ารับมือเริ่มไล่ตามความเร็วของนางไม่ทัน
ชุดสูทที่ภาคภูมิใจเริ่มเต็มไปด้วยรอยฉีกขาด
ผิวกายเริ่มถูกแต่งแต้มไปด้วยบาดแผล
และแล้ว… ในท้ายที่สุด…
*เคร้ง! *
ง้าวของข้าก็ถูกปัดทิ้งออกจากมือด้วยกระบี่เล่มเล็กของนาง
ปลายคมกระบี่สังหารถูกนำมาจ่อที่ปลายคางของข้า
สายตาที่คมดุจใบมีดกำลังจับจ้องมาที่ตัวข้า
เสียงลมหายใจอย่างรุนแรงของนาง กำลังดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องโถงที่เงียบกริบ เพราะผลตัดสินของการต่อสู้ได้ถูกกำหนดแล้ว
อ๊า…
ข้ารู้ถึงสาเหตุที่พ่ายแพ้แล้ว
ข้าไม่ได้แพ้ที่วรยุทธหรือความสามารถ
หากแต่พ่ายแพ้ที่ความอึดของนาง
ถ้าหากว่าข้าทนตั้งรับการแลกเพลงดาบกับเมื่อกี้ไปได้อีกสักพัก คงเป็นฝ่ายข้าที่ได้รับชัยชนะ
แต่ข้าแพ้เพราะไม่อาจสู้ความอึดของแม่นางได้
"... เจ้าชนะ"
"ดี"
แม่นางว่าเช่นนั้นแล้วสูดลมหายใจเข้าไปจนเต็มปอด ก่อนจะเก็บกระบี่ลงไปที่สายสะพายข้างเอวอย่างสวยงาม ประหนึ่งนักแสดงชั้นนำที่กำหนดทวงท่ามาอย่างมีศิลป์
"... ทำไมถึงไม่เอาชีวิตของกระผม? "
"เหตุผลเดียวกับที่แกไม่คิดใช้พลังรังสีของอาวุธระหว่างการต่อสู้นั่นละ"
นางสังเกตุเห็นด้วยแฮะ
อาวุธของพวกเราทั้งสองคือปืนรังสีที่อยู่ในรูปของกระบี่กับง้าว
ถ้าพวกเราใช้พลังของอาวุธ ผลลัพธ์ของการต่อสู้คงต่างไปจากนี้
นั่นคือคงมีใครสักคนต้องตาย
" พวกเราล้วนประลองด้วยฝีมือและวรยุทธของตัวเอง ไร้ซึ่งความแค้นหรือศัตรู เหตุใด ใยต้องสังหารกันด้วยเล่า? แกเองก็คิดแบบนั้นไม่ใช่หรือ"
งดงาม…
นางช่างงดงามทั้งรูปกาย ฝีมือและจิตใจ
ข้า… พ่ายแพ้นางอย่างหมดรูปแล้วจริง ๆ