แผนการอันชั่วร้ายของ 'เงาแห่งหายนะ' ที่หลี่ชิงได้ค้นพบใน 'หุบเขาแห่งความเงียบงัน' นั้นเปรียบเสมือนระฆังเตือนภัยที่ดังก้องอยู่ในใจของเขา การพยายามเปิด 'ประตูแห่งความว่างเปล่า' เพื่อนำพา 'ผู้ทำลาย' มารุกรานโลกนั้น เป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ใครจะรับมือได้เพียงลำพัง แต่หลี่ชิงรู้ดีว่าเขาไม่สามารถรอให้ผู้อื่นมาจัดการได้ เขาสัมผัสได้ว่าตัวเขาเองมีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับภัยคุกคามนี้ โดยเฉพาะ 'เมล็ดพันธุ์แห่งความว่างเปล่า' ที่กล่าวถึงในบันทึกโบราณ
เขาไม่ได้กลับไปยังเมืองหรือสมาคมฮันเตอร์ใดๆ เขาตัดสินใจที่จะออกเดินทางตามหาเบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 'เมล็ดพันธุ์แห่งความว่างเปล่า' ด้วยตัวเอง เขามั่นใจว่าความลับเหล่านี้ รวมถึงต้นกำเนิดที่แท้จริงของคลาส [ดาบ] ของเขา และวิธีการที่จะแข็งแกร่งขึ้นเพื่อต่อสู้กับ 'เงาแห่งหายนะ' นั้น มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับ 'หินสีดำแดง' ที่เขาครอบครองอยู่
วันแล้ววันเล่าที่หลี่ชิงเดินทางไปในดินแดนที่ห่างไกลผู้คน เขาใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในความสันโดษ ศึกษาบันทึกโบราณที่ได้มาจาก 'เมืองใต้ดินแห่งคำสาป' และ 'หอคอยแห่งความทรงจำที่แตกสลาย' พยายามทำความเข้าใจภาษาและสัญลักษณ์ที่คลุมเครือเหล่านั้น
แล้ววันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังพักผ่อนอยู่บนยอดภูเขาสูงแห่งหนึ่ง ท่ามกลางความเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมที่พัดผ่านไปมา หลี่ชิงสัมผัสได้ถึงการสั่นสะเทือนเล็กๆ น้อยๆ จาก 'หินสีดำแดง' ที่เขาเก็บไว้ในมิติเก็บของ มันไม่ใช่การสั่นสะเทือนทางกายภาพ แต่เป็นความรู้สึกคล้ายกับ 'เสียงเรียก' ที่ดังมาจากสถานที่ที่ห่างไกล คล้ายกับเสียงสะท้อนจากก้นบึ้งของเวลาและมิติที่มองไม่เห็น มันเป็นความรู้สึกที่เร้นลับ ดึงดูด และน่าค้นหา
หลี่ชิงหยิบ 'หินสีดำแดง' ออกมาจากมิติเก็บของ มันอยู่ในมือของเขา เปล่งแสงสีดำอมม่วงจางๆ ออกมาอย่างนุ่มนวล การสั่นสะเทือนก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ 'เสียงเรียก' นั้นชัดเจนขึ้น ราวกับว่าหินก้อนนี้กำลังมีชีวิต และกำลังนำทางเขาไปสู่สถานที่แห่งหนึ่งที่รอคอยการมาถึงของมัน
การเดินทางตามรอย 'เสียงเรียก' นั้นแปลกประหลาดและท้าทายอย่างยิ่ง 'หินสีดำแดง' นำพาเขาไปยังสถานที่ที่น้อยคนจะรู้จัก หรือเป็นสถานที่ที่ไม่ควรมีอยู่จริง สถานที่ที่แผนที่ทั่วไปไม่สามารถบันทึกไว้ได้ บางครั้งมันก็พาเขาเข้าไปในดันเจี้ยนที่ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในแผนที่ใดๆ เป็นถ้ำลึกลับหรือซากปรักหักพังที่ไม่มีชื่อ บางครั้งก็พาเขาผ่านพื้นที่ที่เต็มไปด้วยพลังงานที่บิดเบี้ยวและไม่เสถียร อากาศที่นั่นบิดเบี้ยว รูปทรงของต้นไม้และหินดูผิดธรรมชาติ
เขาต้องเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งบางตัวดูเหมือนจะทำจากพลังงานที่บริสุทธิ์ และมีรูปร่างที่บิดเบี้ยวราวกับมาจากฝันร้าย การต่อสู้แต่ละครั้งเป็นบททดสอบที่หนักหน่วงสำหรับพลังของเขา แต่ก็ทำให้เขาได้รับค่าประสบการณ์มหาศาล และเข้าใจถึงพลังงานรูปแบบต่างๆ ที่มีอยู่ในโลกนี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพลังงานที่สะอาด พลังงานที่ปนเปื้อน หรือพลังงานที่มาจากมิติอื่น
ใน 'ป่าแห่งความบิดเบี้ยว' ที่ต้นไม้บิดงอเป็นรูปร่างประหลาดและใบไม้มีสีดำอมม่วง เขาเผชิญหน้ากับ 'อสูรพฤกษาแห่งความว่างเปล่า' มอนสเตอร์ที่มีรูปร่างคล้ายพืช แต่มีหนามแหลมคมและสามารถพุ่งเข้าโจมตีได้อย่างรวดเร็ว
หลี่ชิงใช้ [เขตแดนแห่งดาบ] ควบคุมสนามรบ ทำให้การเคลื่อนไหวของอสูรพฤกษาช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะใช้ [ดาบตัดมิติ] โจมตีเข้าที่แก่นพลังงานของมันอย่างรวดเร็ว การต่อสู้แต่ละครั้งในสถานที่เหล่านี้สอนให้เขาเข้าใจถึงการประยุกต์ใช้สกิลของตนเองกับศัตรูที่มีคุณสมบัติแปลกประหลาด
'เสียงเรียก' จากหินสีดำแดงนำพาเขาไปยังทิศทางตะวันตกเฉียงเหนือของทวีป ซึ่งเป็นเขตแดนที่เต็มไปด้วยภูเขาสูงเสียดฟ้าที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะตลอดกาล และป่าไม้ที่หนาทึบยิ่งกว่าป่าต้องสาปแห่งวิญญาณหลายเท่า อากาศที่นี่หนาวเหน็บและเบาบาง ยิ่งเข้าใกล้สถานที่ปลายทาง 'เสียงเรียก' ก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าสถานที่นั้นกำลังส่งคลื่นพลังงานออกมาเพื่อดึงดูดหินก้อนนี้ให้กลับไป
ในระหว่างการเดินทาง เขาพบกับสิ่งประหลาดหลายอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยตรรกะทั่วไป เช่น ก้อนหินที่ลอยอยู่กลางอากาศและหมุนวนอย่างช้าๆ พืชที่เปล่งแสงสีดำอมม่วงที่ไม่มีแหล่งกำเนิดแสง สัตว์ที่ดูเหมือนจะทำจากเงาบริสุทธิ์ที่เคลื่อนไหวไปมาในความมืด และโครงสร้างหินโบราณที่ตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยวกลางหุบเหว
เขาต้องเผชิญหน้ากับ 'ผู้เฝ้าทาง' มอนสเตอร์ที่ดูคล้ายรูปปั้นหินโบราณเลเวล 87-88 แต่กลับมีชีวิตและแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ พวกมันไม่ได้โจมตีอย่างรวดเร็ว แต่ทุกการโจมตีของพวกมันเต็มไปด้วยพลังที่สามารถทำลายล้างภูเขาทั้งลูกได้ หลี่ชิงต้องอาศัยความคล่องแคล่วของ [ดาบเงาลวงตา] และความสามารถในการป้องกันของชุดเกราะใหม่ เพื่อหลบหลีกการโจมตีของพวกมัน พร้อมกับใช้ [ดาบตัดมิติ] หาจังหวะโจมตีจุดอ่อนที่ซ่อนอยู่
เมื่อเข้าใกล้สถานที่ปลายทาง หลี่ชิงสัมผัสได้ถึงพลังงานที่กดดันอย่างรุนแรง พลังงานนั้นไม่ใช่แค่พลังงานจากมอนสเตอร์ แต่เป็นพลังงานที่เก่าแก่และมหาศาล ราวกับพลังงานจากยุคโบราณที่ถูกผนึกไว้ใต้พื้นดิน มันให้ความรู้สึกที่ทั้งคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน คล้ายกับพลังงานจาก 'หินสีดำแดง' แต่มีความเข้มข้นและบริสุทธิ์กว่าหลายเท่า
ในที่สุด 'หินสีดำแดง' ก็พาเขามาถึงหน้าปากถ้ำขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังน้ำตกที่แข็งตัวเป็นน้ำแข็ง ถ้ำแห่งนั้นดูมืดมิดและลึกลับ ปากทางเข้าถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์ที่แข็งตัวและสัญลักษณ์ที่แปลกตาที่เรืองแสงสีดำอมม่วงจางๆ สัญลักษณ์เหล่านี้ดูเหมือนจะมีการเคลื่อนไหวภายในตัวเอง แผ่ออร่าที่น่าสะพรึงกลัวและกดดันออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน
'เสียงเรียก' จากหินสีดำแดงดังที่สุดเมื่อเขามายืนอยู่หน้าปากถ้ำแห่งนี้ มันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงในมือของเขา เปล่งแสงสีดำอมม่วงที่เข้มข้นกว่าเดิม ราวกับว่ามันกำลังบอกว่า... นี่แหละคือสถานที่ที่เขาต้องไป มันคือจุดหมายปลายทางของ 'เสียงเรียก' นี้
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะค้นหาความจริงเบื้องหลังคลาส [ดาบ] และภัยคุกคามจาก 'เงาแห่งหายนะ' หลี่ชิงก้าวเข้าสู่ถ้ำที่มืดมิดนั้นอย่างไม่ลังเล โดยมี 'หินสีดำแดง' อยู่ในมือ มันเปล่งแสงสีดำอมม่วงนำทางเขาเข้าไปในความมืดที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด ความมืดที่นี่แตกต่างจากความมืดทั่วไป มันให้ความรู้สึกว่างเปล่าและเย็นเยือกถึงกระดูก
ติ๊ง!
[คุณได้รับค่าประสบการณ์จำนวนมหาศาล!]
[เลเวลอัพ! คุณบรรลุเลเวล 88!]