กลิ่นคาวเลือดและฝุ่นควันจากการต่อสู้ยังคงคละคลุ้งอยู่ในโถงถ้ำที่บัดนี้กลับคืนสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง ร่างมหึมาไร้ชีวิตของอสูรเกล็ดศิลาหนามผลึก (晶刺岩甲兽) นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นศิลา เป็นเครื่องยืนยันถึงการปะทะอันดุเดือดที่เพิ่งจบลง
เหมิงเหยียน (孟言) ยืนหอบหายใจอยู่ครู่ใหญ่ สัมผัสได้ถึงความเหนื่อยล้าอย่างแท้จริงที่แล่นริ้วไปทั่วทุกอณูของร่างกาย กล้ามเนื้อหลายส่วนยังคงสั่นระริกจากการใช้พลังเกินขีดจำกัดไปชั่วขณะ แม้ชัยชนะจะหอมหวาน แต่ราคาก็ใช่ว่าจะถูก ดาบคู่ "จักรวาลบรรจบ" (滙宇) และ "จิตห้าลักษณ์" (五相心) ในมือยังคงทอประกายเงินยวงจางๆ หลังจากความตึงเครียดเริ่มคลาย ความรู้สึกถึงพลังอันเต็มเปี่ยมที่หล่อหลอมขึ้นใหม่ในขอบเขตสร้างรากฐาน (築基境) ขั้นต้น และความมั่นใจในวิถีดาบที่ผสานกับหลักห้าจักรวาลก็ค่อยๆ เข้ามาแทนที่
'วิชานีเท็น อิชิริว (二天一流) ผสานกับหลักห้าจักรวาล...นี่คือพลังที่แท้จริงของข้าในโลกนี้' เขานึกอย่างพึงพอใจระคนประเมิน 'แม้จะเพิ่งเริ่มต้น แต่ก็เพียงพอจะรับมือกับอสูรระดับนี้ได้อย่างเด็ดขาด...หากไม่ประมาท' เขาค่อยๆ ลดดาบคู่ลง ก่อนจะสอดกลับเข้าฝักอย่างนุ่มนวล เสียง "คลิก" เบาๆ ดังขึ้นเป็นจังหวะที่คุ้นเคย จิตวิญญาณของนักดาบกลับคืนสู่ความสงบหลังพายุคลั่ง
สายตาของเหมิงเหยียนกวาดมองไปยังจุดที่เขาวางเจ้าไก่ปีกหักลง เจ้าตัวเล็กยังคงนั่งขดตัวอยู่ใกล้ผนังถ้ำ ไม่ได้วิ่งหนีไปไหน ดวงตาสีทองอำพันของมันจับจ้องมายังซากอสูรเกล็ดศิลาด้วยแววตาที่ซับซ้อน ทั้งความหวาดหวั่นที่หลงเหลืออยู่ และความใคร่รู้...รวมถึงประกายชื่นชมจางๆ ที่ยากจะเชื่อว่ามาจากสิ่งมีชีวิตระดับต่ำ
เหมิงเหยียนเดินเข้าไปหาเจ้าไก่อย่างช้าๆ 'ดูเหมือนเจ้าจะรอดตายไปได้อีกครานะเจ้าตัวเล็ก...แต่ก็เพราะความเก่งกาจของข้าไม่ใช่เพราะโชคชะตาเสียทั้งหมดหรอก' เขานึกในใจ เมื่อเขาเข้าใกล้ เจ้าไก่กลับไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวเหมือนตอนแรก แต่มันค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเขา ขยับปีกที่บาดเจ็บเล็กน้อย แล้วส่งเสียงร้อง "จิ๊บ... กุ๊ก" เบาๆ คล้ายเป็นการทักทาย หรืออาจจะแค่ร้องด้วยความเจ็บปวด
เหมิงเหยียนย่อตัวลงช้าๆ เอื้อมมือไปช้อนร่างเล็กๆ นั้นขึ้นมาอย่างเบามือ เจ้าไก่ไม่ได้ดิ้นรนขัดขืน แต่กลับซุกหน้าเข้ากับอ้อมแขนของเขาอย่างสนิทใจกว่าเดิมเล็กน้อย ราวกับว่าความกลัวก่อนหน้านี้ได้ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกปลอดภัย หรือ...ความผูกพันบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้น
'ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดเสียจริง...' เขานึกพลางสำรวจบาดแผลที่ปีกของมัน 'ยังคงบาดเจ็บอยู่มาก หากทิ้งไว้ก็คงไม่รอด การพาไปด้วย...ก็ยังไม่รู้ว่าจะดูแลมันได้อย่างไรในสภาพเช่นนี้' เขามองเจ้าไก่ในมือ แววตาครุ่นคิด 'หรือบางที...การมี "เสบียงสำรองที่มีชีวิต" ติดตัวไป ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายนัก เผื่อในยามคับขันจริงๆ อย่างน้อยก็มีอะไรให้ประทังชีวิต...แต่ถ้ามันมีประโยชน์มากกว่านั้น อย่างที่ข้าหวัง การลงทุนเล็กน้อยด้วยการแบกภาระนี้ไป ก็อาจจะคุ้มค่า'
เมื่ออุ้มเจ้าไก่ขึ้นมาแล้ว เหมิงเหยียนก็หันไปสำรวจซากอสูรเกล็ดศิลา 'อสูรระดับสร้างรากฐานขั้นกลาง...ส่วนที่น่าจะเป็นแก่นพลังของมันคงจะอยู่ภายใน' เขาเดินไปที่ซากอสูร ใช้ปลายเท้าเขี่ยดูครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้ดาบสั้น "จิตห้าลักษณ์" ผ่าไปที่บริเวณหน้าอกของมันอย่างแม่นยำและรวดเร็ว
ภายในร่างของอสูรเกล็ดศิลา ปรากฏแก่นผลึกขนาดเท่ากำปั้นเด็กก้อนหนึ่ง สีเหลืองขุ่นคล้ายผลึกบนหลังของมัน แผ่กลิ่นอายพลังงานธาตุดินที่เข้มข้นและดูจะบริสุทธิ์ออกมาอย่างชัดเจน เหมิงเหยียนใช้ดาบสั้นเขี่ยแก่นผลึกนั้นออกมา สัมผัสได้ถึงพลังงานที่อัดแน่นอยู่ภายใน
'แก่นผลึกนี่...แผ่พลังงานธาตุดินออกมาอย่างเข้มข้นนัก คงจะเป็นหัวใจหรือแหล่งรวมพลังงานของเจ้าอสูรตัวนี้เป็นแน่' เหมิงเหยียนพิจารณาอย่างละเอียด 'วัตถุที่เกิดจากอสูรระดับนี้ ย่อมไม่ธรรมดา แม้ยังไม่รู้ว่าจะนำไปใช้ประโยชน์อันใดได้ในทันที หรือมีวิธีดูดซับพลังงานแบบใดในโลกนี้ แต่การเก็บไว้ศึกษาย่อมไม่เสียหาย บางทีตำราโบราณเล่มนั้นอาจจะมีคำตอบ' เขามั่นใจในสัญชาตญาณว่ามันคือของมีค่า เขาใช้เศษผ้าที่พอหาได้ห่อมันไว้อย่างดี
นอกจากแก่นผลึกแล้ว เขาก็เก็บเกี่ยวเขี้ยวและเกล็ดผลึกบางส่วนที่ดูแข็งแรงและมีพลังงานตกค้างอยู่ 'สิ่งเหล่านี้ แม้จะไม่ใช่แก่นแท้ แต่ก็น่าจะนำไปศึกษาหรือใช้ประโยชน์อื่นใดได้ในภายภาคหน้า ไม่ควรทิ้งขว้าง'
เมื่อจัดการกับซากอสูรเสร็จแล้ว เหมิงเหยียนก็หันไปมองยังซอกหินแคบๆ ที่มีเถาวัลย์ผลึกปกคลุมอยู่ สถานที่ที่เจ้าไก่เคยแสดงท่าทีตื่นเต้นอย่างมาก และเป็นจุดที่เขา "สงสัย" ว่าอาจจะมีของดีซ่อนอยู่
เขาเดินเข้าไปใกล้ซอกหินนั้นอย่างระมัดระวัง เจ้าไก่ในอ้อมแขนพลันส่งเสียงร้อง "กุ๊กๆ กุ๊กๆ!" ถี่ขึ้นอีกครั้ง! มันพยายามยืดคอออกไปมองยังด้านในซอกหินด้วยความกระตือรือร้นอย่างเห็นได้ชัด!
'ดูเหมือนว่าเจ้าตัวเล็กนี่จะยืนยันความสงสัยของข้า และสัญชาตญาณของมันก็ไม่เลวเลยทีเดียว' เหมิงเหยียนคิดพลางใช้ปลายดาบยาว "จักรวาลบรรจบ" เขี่ยเถาวัลย์ผลึกที่ปกคลุมออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นโพรงเล็กๆ ด้านใน และภายในนั้น...ดอกบัวผลึกสีฟ้าอมม่วงขนาดเท่าศีรษะเด็กดอกหนึ่ง กำลังเบ่งบานอย่างงดงาม กลีบดอกโปร่งแสงราวกับทำจากแก้ว และมีหยาดน้ำค้างผลึกเกาะพราว ส่งกลิ่นหอมเย็นชื่นใจและกลิ่นอายพลังงานอันบริสุทธิ์เข้มข้นออกมาอย่างน่าทึ่ง!
'ดอกบัวผลึก...งดงามและส่งกลิ่นหอมเย็นเยือกถึงเพียงนี้ ทั้งยังแผ่ไอพลังงานที่บริสุทธิ์อย่างน่าประหลาดออกมาอย่างต่อเนื่อง ดูท่าจะเป็นพืชวิญญาณหายากชนิดหนึ่งเป็นแน่' หัวใจของเหมิงเหยียนเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย 'แม้จะไม่รู้สรรพคุณที่แท้จริงของมันในตอนนี้ หรือวิธีการนำไปใช้ แต่ด้วยพลังงานที่สัมผัสได้ นี่คือ "โอกาส" (机缘) ที่หาได้ยากยิ่ง ไม่ควรปล่อยให้หลุดมือไป'
เขาใช้ดาบสั้นตัดดอกบัวผลึกอย่างระมัดระวัง แล้วใช้ผ้าที่เตรียมไว้ห่อมันไว้อย่างดี เก็บรวมไว้กับแก่นผลึกและของอื่นๆ ในห่อสัมภาระเล็กๆ ของตนเอง
เมื่อเก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากการต่อสู้เสร็จสิ้น เหมิงเหยียนก็หันกลับมามองทางเดินที่อยู่ลึกเข้าไปในถ้ำ เส้นทางที่อสูรผลึกคชสาร (晶化巨象) จากไป
'การต่อสู้กับเจ้าเกล็ดศิลานี่ เป็นบททดสอบที่ดี และได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า แต่เป้าหมายหลักของข้า...ยังอยู่ลึกเข้าไป' เขานึกถึงร่องรอยของอสูรคชสาร และความลับที่ยังไม่ได้ไขในส่วนลึกของถ้ำแห่งนี้ 'ยังมีอะไรอีกมากมายที่ต้องค้นพบ...และยังมี "หนี้แค้นเล็กน้อยที่ยังไม่ได้สะสาง" ' ความคิดนั้นแวบขึ้นมา พร้อมกับภาพความพ่ายแพ้ในอดีต เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย 'เจ้าช้างผลึกตัวนั้น...หวังว่ามันคงยังไม่ตายไปเพราะทนพิษบาดแผลเก่าไม่ไหวเสียก่อนล่ะ...ข้าไม่ชอบการสะสางบัญชีกับสิ่งที่ไร้วิญญาณไปแล้ว มันออกจะ...ไร้รสชาติไปหน่อย'
เขากระชับห่อสัมภาระและอุ้มเจ้าไก่ไว้ในอ้อมแขนข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างถือดาบคู่ที่สอดฝักเรียบร้อยแล้ว เขาหันหน้าเข้าสู่ความมืดมิดของทางเดินที่อยู่ลึกเข้าไป พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่จะเข้ามา
'ก้าวต่อไป...คือหนทางเดียว'
(จบตอนที่ 33 )