บทที่ 19 คนเก่ง
"อ๊า!"
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นบนถนนใหญ่ ผู้คนที่มุงดูต่างรู้สึกหนาวะเื หลินชี่หยางลงมือโเี้เกินไป จู่ ๆ เขาก็แทงตาอีกฝ่ายจนเือาบไปทั้งสองข้าง
หลินชี่หยางสบัดข้อมือ หัวเราะเยาะ "ไสหัวไป! กลับไปบอกเ้านายแกว่า ที่นี่ฉันจัดการเอง"
"ไอ้เวร แกคอยดู คอยดู!"
พวกนักเลงอีกสองสามคนประคองเพื่อนที่เือาบตาให้ลุกขึ้น เดินโซเซออกไปตามซอยเล็ก
ใครจะคิดว่าชายหนุ่มที่ดูผอมบางและมีใบหน้าเมตตาคนนี้ จะทำในสิ่งที่แม้แต่พวกนักเลงอย่างพวกเขายังไม่กล้าทำ
จ้าวหนิงเยว่กลืนน้ำลายอึกใหญ่ "พี่เขย นายแทงตาเขาจนบอดเลยเหรอ?"
"พวกนั้นสมควรโดนแบบนั้นแหละ กลับไปกินอาหารเถอะ"
ราวกับว่าเื่ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับเขา ตัวเขายังคิดถึงเกี๊ยวทอดแสนอร่อยอยู่เลย
พลันเมื่อหันหลังกลับ เ้าของร้านและครอบครัวจากร้านต่าง ๆ ก็เดินออกมา ล้อมพวกเขาไว้อย่างแ่า
"พวกคุณ..."
จ้าวหนิงซีทำหน้าประหลาดใจ ขบริมฝีปากแดงเรื่อ จ้องมองพวกนั้น
แต่คนพวกนี้ตาแดงก่ำ โดยเฉพาะเ้าของร้านอ้วนคนนั้น ตัวสั่นไปหมด
"หนุ่มน้อย พวกนายรีบไปเถอะ"
"ใช่แล้ว เ้าหนุ่ม ขอบคุณที่ช่วยไล่พวกนั้นไปให้พวกเรา แต่ว่าเ้านายของพวกมัน นายไม่อาจยุ่งด้วยจริง ๆ ยังไงก็รีบไปเถอะ พวกเราจะย้ายไปเอง นายไม่ต้องไปเสียแรงกับพวกนั้นเพื่อพวกเราหรอก"
หมู่คนพูดคุยกันอย่างเซ็งแซ่ ทุกคนมีดวงตาแดงก่ำ ชัดเจนว่าพวกเขากำลังขอบคุณในความช่วยเหลือ แต่พวกเขากลับร้องไห้ พวกเขากำลังเป็ห่วงพวกตนงั้นหรือ? ผู้คนกลุ่มนี้ช่างซื่อบื้อเหลือเกิน หลินชี่หยางมีเพียงความทรงจำของร่างกายนี้ แต่ไม่รู้เลยว่าคนบนถนนสายนี้จะให้ความสำคัญกับความรู้สึกมากขนาดนี้
เ้าของร้านอ้วนเดินเข้ามา จับมือหลินชี่หยางแน่น "น้องชาย ขอบคุณนะ แต่นายไม่ควรไปยุ่งกับพวกมันจริง ๆ รีบไปเถอะ"
หลินชี่หยางขมวดคิ้วเล็กน้อย สักพักเขาก็ยิ้มบาง ๆ "ไม่ต้องหรอกเฮีย เกี๊ยวทอดร้านนี้อร่อยจะตายไป ถ้าปิดร้านแล้วฉันจะไปกินที่ไหนล่ะ? ไปทำเกี๊ยวมาให้ฉันอีกสามที่ ฉันยังกินไม่อิ่มเลย!"
"นี่..."
"พี่ชาย พวกมันต้องกลับมาแน่ ๆ พวกพี่ชายอยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัยหรอก"
ขณะนั้นลูกสาวเ้าของร้านอ้วนเดินเข้ามา ใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตา มองแล้วช่างน่าสงสาร
หลินชี่หยางฟังคำพูดของเธอ ยิ้มน้อย ๆ ใบหน้านั้นมีเหลี่ยมคมชัดเจน หล่อเหลาน่ามอง เมื่อเขายิ้ม กลับทำให้หลายคนใจสงบลงไม่น้อย
"เอาอย่างนี้นะทุกคน! ฟังฉัน หลินชี่หยาง พูดหน่อย วันนี้พวกคุณไม่ต้องค้าขายกันแล้ว ทุกคนเก็บของ ล็อคประตูให้แน่น ฉันฝากภรรยาและน้องสะใภ้ไว้กับพวกคุณ ขอให้ทุกคนไปหลบลมหน่อย พอผ่านวันนี้ไป ฉันรับรองว่าพวกนั้นจะไม่กล้ามารังควานพวกคุณอีก!"
"ขอให้ทุกคนเชื่อใจพี่เขยของฉัน พี่เขยของฉันมีฝีมือเยี่ยมยอด แค่หัวหน้าคนเดียวเอง ทุกคนไม่ต้องกังวล!"
จ้าวหนิงเยว่เดินไปที่กลางฝูงชนอย่างชัดถ้อยชัดคำ
"ใช่แล้ว สามีของฉันต้องช่วยทุกคนได้แน่ ขอให้ทุกคนวางใจเถอะ"
พอสองสาวเปิดปากพูด ทั้งถนนก็เงียบกริบในทันที
สักพัก เ้าของร้านอ้วนส่ายหัว "น้องชาย ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่เชื่อใจนายนะ เฮ้อ พวกเรามีคนมากขนาดนี้ยังสู้ไม่ได้เลย นายคนเดียวจะรับมือได้ยังไง"
"ใช่แล้ว น้องชาย นายรีบไปเถอะ อย่ายุ่งเื่คนอื่นเลย ถนนสายนี้ของพวกเราตายแล้ว"
"ฉันบอกว่าไม่เป็ไรก็คือไม่เป็ไรน่า!"
ทันใดนั้นเสียงของหลินชี่หยางก็เปลี่ยนเป็เยือกเย็น มวลอากาศข้นหนืดขึ้นมาในพริบตา ผู้คนกลุ่มหนึ่งกลับมีเหงื่อเย็นผุดขึ้นมาอย่างประหลาด
"เฮียเ้าของร้าน คุณวางใจได้เลย ฉันกับพี่เขยยังรอกินเกี๊ยวทอดของคุณอยู่ ไปกันเถอะ นี่สาวน้อย ไปด้วยกันนะ เดี๋ยวฉันจะพาไปหาอะไรสนุก ๆ ทำจะได้ผ่อนคลายกันหน่อย!"
จ้าวหนิงเยว่มองกลุ่มคนเหล่านี้ด้วยรอยยิ้ม จับมือเ้าของร้านอ้วนแล้วดันพวกเขาให้เดินตามเธอ หันหลังกลับไปขยิบตาให้หลินชี่หยาง
หลังจากที่ฝูงชนจากไป จ้าวหนิงซีก็กล่าวเบา ๆ "หลินชี่หยาง ระวังตัวด้วยนะ"
พูดจบ เธอก็ลุกขึ้นเดินจากไปด้วย
คำพูดเมื่อครู่ของจ้าวหนิงซีทำให้ใจของหลินชี่หยางอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด ผู้หญิงคนนี้ยังห่วงใยเขาจริง ๆ
ดี! ผู้หญิงคนนี้เขาจะปกป้องเธอเอาไว้ให้ได้!
บนถนนกว้างใหญ่ ตอนนี้เหลือเพียงหลินชี่หยางเพียงผู้เดียวแล้ว เขาขนเก้าอี้ตัวหนึ่งออกมาจากร้านที่ถูกทุบ หยิบพัดกระดาษขึ้นมา สาละวนอาบแดดอย่างเอร็ดอร่อย
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป...
สองชั่วโมงผ่านไป...
ยิ่งเวลาผ่านไปเนิ่นนาน หนังตาก็เริ่มคล้อยหย่อนลงจนเกือบจะหลับไปแล้ว
ไม่ใช่ว่าพอลูกน้องไปฟ้องจะต้องรีบมาเหรอ? ทำไมนานขนาดนี้แล้วยังไม่มา?
เอี๊ยด!
ไม่คาดคิด ขณะที่เขาเริ่มจะหงุดหงิดจากการรอ เสียงล้อรถไถไปกับพื้นถนนก็ดังขึ้น
เมื่อลืมตาตื่น หลินชี่หยางเงยหน้าขึ้นมองไปข้างหน้าอย่างเฉื่อยชา
ตอนนี้ มีชายชุดดำสิบกว่าคนก้าวลงมาจากรถ ต่างจากพวกนักเลงเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง คนเหล่านี้มีออร่าที่เข้มแข็ง พอก้าวลงมา ร่างกายก็ตรงเป๊ะ
ชายคนหนึ่งโค้งตัวเดินไปที่หน้ารถโรลส์รอยซ์คันหน้าสุด แล้วเปิดประตูรถ
พลันเมื่อประตูรถเปิดออก ชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็ก้าวลงมาจากรถ เขามีศีรษะโล้น ใบหน้าเหลี่ยม และมีรอยยิ้มเจิดจ้าประดับอยู่บนใบหน้า ดวงตาของเขาหรี่เป็เส้น
ทางประตูด้านผู้โดยสาร ผู้หญิงอายุราว 30 ปีก็ก้าวลงมาจากรถเช่นกัน เธอสวมชุดสีแดงทั้งตัว ซึ่งดูสะดุดตาภายใต้แสงแดด
นอกจากคนเหล่านี้แล้ว ยังมีผู้ชายอีกคนก้าวลงมาจากรถคันหลัง แต่เมื่อเทียบกับบอดี้การ์ดกลุ่มนี้แล้ว ชายคนนั้นดูต่ำต้อยและน่ารังเกียจ
เ้าคนที่อยู่ข้างอันธพาลนั่นใครน่ะ?
เมื่อเห็นพวกเขาก้าวลงมา หลินชี่หยางก็ขบกรามและยังคงมีท่าทางเกียจคร้าน ี้เีแม้แต่จะลุกขึ้น
ชายหนุ่มหาวและพูดเบา ๆ "พวกนายมีบรรพบุรุษเป็หอยทากหรือยังไงน่ะ? ชักช้าชะมัด"
เขากำลังพูดถึงชายวัยกลางคนอย่างชัดเจน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคน ๆ นี้คือเ้านายของพวกนักเลงพวกนั้น ท่าทางของเขาดูเหมือนนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาก
ผู้หญิงข้างกายเขาเกาะแขนชายคนนั้นทันทีที่ลงจากรถ
เธอมีรูปร่างหน้าตาดีอยู่บ้าง แต่ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามที่มีต่อ หลินชี่หยาง เธอเบ้ปากอย่างไม่พอใจ "พักนี้พวกบ้าบิ่นไม่กลัวตายผุดขึ้นมาเยอะจังเลยที่รัก เฮ้อ ให้ตายเถอะ จัดการตรงนี้เสร็จแล้ว อืม…ฉันอยาก เอ่อ... ไปโรงแรมคู่รักกันดีกว่า ฉันชอบที่นั่น"
"อ๊วก..."
หลินชี่หยางฟังแล้วแทบจะอ้วกออกมา ทำไมถึงรู้สึกขนลุกซู่ไปหมดเลยล่ะ? มันน่าขยะแขยงชะมัด ใช่ไหมล่ะ?
แต่เ้านายคนนั้นกลับดูเพลิดเพลินมาก มือของเขาไม่อยู่นิ่ง ล้วงเข้าไปในคอเสื้อของเธอ บีบอย่างแรงก่อนจะหัวเราะอย่างโลภมาก "ได้ ได้สิ!"
หลังจากหัวเราะเสร็จ เขาหันไปมองที่หลินชี่หยาง "เ้าหนุ่ม แกเป็คนที่มีเื่กับลูกน้องฉันเหรอ?"
หลินชี่หยางเงยหน้าขึ้นมองเขาเล็กน้อย หัวเราะเ็า และยังคงหรี่ตาโบกพัด ทำเป็ไม่ได้ยินคำพูดของเขา
"หืม?"
ชายวัยกลางคนหรี่ตาเล็กน้อย เขาทำธุรกิจมาหลายปีแล้ว ด้วยวิธีการอันต่ำช้าบางอย่าง ธุรกิจของเขาก็ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่มีใครกล้าพูดคำว่า "ไม่" กับเขา ทว่าตอนนี้กลับถูกเด็กหนุ่มคนนี้ดูถูกเหยียดหยาม
อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้า สีหน้าเ้าเล่ห์ของเขาก็หายไป เขาเป็คนที่ชอบคนมีความสามารถ!
คนจนเหรอ?
สายตาของหลินชี่หยางยิ่งเ็าขึ้นเรื่อย ๆ เขาเกลียดสองคำนี้