กร็อก~!
ข้อต่อที่ไม่ได้ขยับมาหลายวันส่งเสียงดังออกมาเบาๆหลังจากตงฟางทดสอบขยับแขนของเขาเพื่อทดสอบ วันนี้ย่างเข้าสู่วันที่ 10 ที่เขาใช้ชีวิตอยู่ในประตูแห่งเทพธิดาด้วยการหลบซ่อนรักษาตัว ในที่สุดเขาก็กลับมาขยับตัวได้เต็มที่อีกครั้งหนึ่ง
กร๊อก กร๊อก กร๊อก~!
เสียงข้อต่อดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าจากการลุกขึ้นยืนของตงฟาง หญิงสาวที่นอนอยู่ข้างๆมาตลอด 2 วันเธอได้ลืมตาตื่นมองดูตงฟางเช่นเดียวกัน หลังจากรู้ว่าตงฟางกลับมาขยับตัวได้แล้ว ผิดจากเธอที่ต้องใช้เวลาอีก 5 - 6 วันกว่าที่กระดูกจะกลับมาสมานตัวกัน
ยิ่งเธอระดับพลังวิญญาณสูงขึ้นกระดูกของเธอก็แข็งแกร่งขึ้นเช่นเดียวกัน แม้จะมียาระดับ 6 ใช้รักษาร่างกาย กระดูกของเธอก็ต้องการเวลาสมานตัวเช่นกัน
กร๊อก~!
“ฉันหายดีแล้วนะ เธอเป็นยังไงบ้าง …..คงไม่ตอบอีกสินะ”
ตงฟางพูดด้วยความเหนื่อยใจ หลายวันมานี้เขาใช้โทรจิตพูดคุยกับเธอบ่อยครั้ง พยายามถามเธอทุกครั้งว่าเธอรู้สึกอย่างไรบ้าง เธอกลับไม่ตอบอะไรเขาเลยสักอย่าง ทำเพียงนอนนิ่งๆมองจ้องเขาเป็นพักๆ
“หิวไหม”
ตงฟางพยายามถามพร้อมกับแสดงท่าทางตักข้าวเข้าปาก หญิงสาวกลับไม่ตอบอะไรเขาอีกเช่นเดิม เขากลับไม่ยอม พยายามหาเรื่องมาถามต่อเรื่อยๆจนกว่าเธอจะยอมพูดกับเขา
“อาบน้ำไหม”
“อยากล้างหน้าหรือเปล่า”
“อืม ไม่ทำอะไรสักอย่างสินะ เอางี้ ฉันขอล่วงเกินเธอหน่อยก็แล้วกัน ตลอด 2 วันที่เรานอนอยู่ข้างๆกันฉันไม่ได้ตรวจเธออย่างละเอียด ไม่แน่อาจจะบาดเจ็บหนักเกินกว่าที่ตาฉันเห็น ขอนะ อย่าว่าฉันนะ”
ตงฟางก้าวเท้าเดินเข้าไปนั่งข้างๆ จากนั้นเขาก็ใช้นิ้วชี้จิ้มลงไปกลางหน้าท้องของเธอในจุดตันเถียน เพื่อตรวจหาความเสียหาย ปีศาจอาจจะฝังอะไรใส่ร่างของเธอไว้จนไม่สามารถโต้ตอบกับเขาได้ ทันทีที่นิ้วของเขาจิ้มร่างของเธอพร้อมกับปล่อยพลังจิตเข้าไปข้างใน คิ้วของเขาถึงกลับมีรอยย่นเข้าหากัน
“เธอบ้าหรือเปล่า! ทำไมไม่บอกว่าตันเถียนเสียหาย” ตงฟางดุทันที หากเธอบอกเขาในวันแรกก็อาจจะช่วยเหลือเธอได้ แม้ตอนนี้เธอจะเป็นระดับผันแปรวิญญาณ พลังวิญญาณของเธอกลับแตกซ่าน การจะใช้งานมันแทบจะกลายเป็นดาบสองคมย้อนกลับมาโจมตีเธอด้วยเช่นกัน
“บ้าเอ๊ย! ถ้าการเงียบมันทำให้เธอสบายฉันไม่ว่าหรอก แต่นี่เธอกำลังเพิ่มงานให้ฉันนะรู้ไหม”
ตงฟางโกรธมากแต่ก็พยายามจิ้มนิ้วไปยังจุดต่างๆบนร่างของเธอ จุดที่เขากำลังจิ้มคือจุดวิญญาณทั้ง 108 จุดเพื่อตรวจสอบความเสียหายของทางเดินพลังวิญญาณ ตอนนี้ร่างกายของเธอเรียกได้ว่าปกติหากไม่นับกระดูกที่หักเธอก็เป็นคนปกติคนหนึ่ง แต่เมื่อเขาสัมผัสจุดพลังวิญญาณของเธอตงฟางกลับกัดฟัน โกรธเธอมากๆที่ไม่ยอมบอกเรื่องพลังวิญญาณได้รับความเสียหาย
ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่กล้าด่ากลัวว่าเธอจะจิตตก การเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณระดับผันแปรวิญญาณ ไม่สามารถใช้พลังได้ถึง 10 % เธอนับว่ากลายเป็นขยะ ในหมู่ผู้ใช้จิตวิญญาณด้วยกัน โลกใบนี้มันโหดร้ายหากเธอป่วยแบบนี้
“ตันเถียนเสียหาย เส้นพลังขาดสะบั้นทั้ง 78 จุด เธอรู้ไหมว่านี่มันหมายถึงอะไร ยัยบ้า”
หญิงสาวมองตงฟางด้วยแววตาปกติเช่นเดิม ไม่รู้สึกเจ็บปวดกับคำพูดของตงฟางเลยสักนิด ทันใดนั้นเขาจึงส่งพลังจิตเข้าไปตรวจสอบเชิงลึกก่อนจะเงยหน้าลืมตาแสดงสีหน้าเจ็บปวด
“นี่ อยากจะรู้ไหมว่าฉันตรวจพบอะไรอีก”
ตงฟางพูดผ่านโทรจิตด้วยน้ำเสียงสิ้นหวังหลังจากตรวจร่างกายเธอทุกระเบียบนิ้วจนพบเข้ากับอาการป่วยทั้งหมดของเธอ
“ฉันขอโทษก่อนก็แล้วกันที่ดุด่า แล้วก็ขอโทษที่ต่อว่าเธอไม่ยอมพูดกับฉัน เอาล่ะ” น้ำเสียงของตงฟางอ่อนลงมามาก หลังจากรู้สาเหตุทุกอย่างที่เธอเงียบ
“ ฉันจะพูดความจริงนะ ตอนนี้เธอตันเถียนเสียหาย เส้นพลังขาดสะบั้น 78 จุด ไม่เพียงเท่านั้น ประสาทด้านการรับเสียงของเธอก็เสียหายเช่นกัน ทำให้เธอไม่ได้ยินเสียง ประสาทด้านการควบคุมการพูดก็เสียหายไม่ต่างกัน แล้วประสาทสัมผัสของเธอมันก็ขาดไปแล้ว เป็นเหตุทำให้เธอไม่รู้ว่าตัวเธอเองเส้นพลังวิญญาณขาดถึง 78 จุด ตอนนี้เธอมีเพียงแค่ตาเท่านั้นที่สามารถมองดูสิ่งต่างๆรอบตัวได้ อย่างน้อยก็ดี ที่เธอยังสามารถมองเห็นใบหน้าของฉันคนที่กำลังจะช่วยเธอ แล้วอีกอย่าง ต่อให้ฉันจะทำให้กระดูกของเธอกลับมาเป็นปกติได้ เธอก็ไม่สามารถขยับตัวได้ เพราะประสาทสั่งการของเธอได้รับความเสียหายจนต้องพักฟื้นเป็นปีๆ ”
ตงฟางถอนหายใจ เขาอยากเดินทางไปยังนิกายโบราณให้เร็วที่สุด แต่หญิงสาวคนนี้เขาก็ไม่สามารถทิ้งได้ การที่เธอมียาระดับ 6 และมีพลังถึงขั้นผันแปรวิญญาณ ทำให้เขาจำเป็นต้องผูกมิตรกับเธอเอาไว้ เพราะเธอน่าจะเป็นคุณหนูจากตระกูลใหญ่ที่มาจากเมืองหลวง
ในช่วงที่เขาอายุ 20 ปี เขาจำเป็นต้องเดินทางไปสถานที่แห่งนั้น ตงฟางจึงคิดว่าการช่วยเธอเป็นเรื่องดีเช่นกัน หากเธอยอมพูดกับเขาก็อาจจะเป็นเรื่องดี เพราะเธอน่าจะมีข้อมูลมากมายของพื้นที่แห่งนี้ เขาจะได้เดินทางอย่างปลอดภัยด้วยการยอมเสียเวลาสักนิดในการรักษาเธอ
“หลายวันมานี้เธอคงจะสงสัยใช่ไหม ว่าทำไมดึงพลังวิญญาณรอบๆมาฟื้นฟูตัวเองไม่ได้ คำตอบก็อยู่ในอาการป่วยของเธอแล้ว นั่นก็คือเธอถูกทำลายจุดพลังวิญญาณทั้ง 78 จุด ทั้ง 78 จุดนี้เป็นจุดทั้งหมดที่เธอเปิดได้ มันจึงไม่มีเส้นทางส่งพลังเข้าไปในตันเถียนของเธอ แล้วรู้อีกไหมว่าการถูกทำลายทั้ง 78 จุดหมายความว่ายังไง”
ตงฟางยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆทำให้มันดูน่ากลัว แต่หญิงสาวกลับมองเขาด้วยสายตาปกติไม่มีความตื่นกลัวเลยสักนิด เธอยังคงนิ่งและเย็นชา ไม่รับรู้และเจ็บปวด จากคำพูดของตงฟางที่กำลังบอกว่าเธอจะกลายเป็นคนไร้ประโยชน์ เขาจึงขอโทษที่ทำให้กลัวเพราะอยากเห็นสีหน้าต่างๆของเธอ จากนั้นก็เล่าความจริง
“หมายความว่า ตันเถียนของเธอจะไม่มีวันรักษาตัวเองได้ เธอจะกลายเป็นแค่คนที่มีพละกำลังระดับผันแปรวิญญาณเท่านั้น ต้องขอโทษที่บอกแบบนี้ไป ความจริงยังไงก็เป็นความจริง”
จากท่าทางของหญิงสาวตงฟางพอจะเดาได้ว่าเธอรู้แล้วว่าผลจะออกมาเป็นแบบนี้ การใช้พลังของเธอถึงขีดสุดเพื่อปะทะกับปีศาจถึง 5 ตัว เป็นเรื่องเสี่ยงต่อการกลายเป็นคนพิการ หากไม่ตาย
“ อีกอย่าง ฉันไม่คิดจะอยู่ที่นี่แล้วก็ไม่คิดจะทิ้งเธอไว้ที่นี่ ต่อจากนี้ไปเธอต้องไปกับฉัน ให้ตายสิ เกิดมาสวยแล้วมาพบฉัน เธอเป็นคนที่โชคดีมากๆเลยรู้ไหม ถ้าเป็นผู้ชายฉันช่วยแทงมันให้ตายหนีจากความเจ็บปวดไปนานแล้ว”
ตงฟางใช้มือขวาจับไปยังท้องน้อยของหญิงสาวตรงหน้า จากนั้นเขาก็บอกบางอย่างที่เธอจะได้รับจากการสัมผัสท้อง
“ฉันจะใช้พลังต่อกระดูก แต่การต่อของฉันมันมีสิ่งที่ใช้แลกเปลี่ยนนั่นคือกล้ามเนื้อของเธอ ต่อจากนี้ไปน้ำหนักของเธอจะลดราวๆ 10 - 15 กิโลกรัม งั้นเริ่มล่ะนะ”
ตงฟางหลับตาส่งพลังจิตเข้าไปในร่าง จนเขาเห็นเซลล์มากมายเป็นล้านๆในร่างกายของเธอ ทว่าเขาไม่ได้เข้ามาส่องเซลล์เหล่านี้ เขาเข้ามาดูรอยแตกของกระดูก ต่อจากนี้ไปเขาจะใช้พลังจิตจับมันต่อกันด้วยความรวดเร็ว ไม่ใช่รอให้กระดูกสมานตัวเองเหมือนของเขา
“กระดูกนิ้วก้อยหักไป 1 ชิ้น”
กร๊อก!
กระดูกที่หักถูกต่อเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว จากการเร่งพลังจิตส่งไปยังกระดูกที่เสียหายให้มันผสานตัวเข้าด้วยกัน จากนั้นตงฟางก็เริ่มเปลี่ยนตำแหน่งใหม่แล้วทำเหมือนเดิมซ้ำๆ ทุกครั้งที่เขาจับกระดูกต่อกันด้วยพลังจิต เขาจะมองหน้าหญิงสาวที่เขารักษาซ้ำๆ เพื่อดูว่าเธอปกติหรือไม่
การต่อกระดูกของเขาจะต้องดูด้วยว่าเธอ มีพลังงานมากพอต่อการใช้ต่อกระดูก พลังงานที่ใช้ไม่พอจะทำให้ร่างของเธอเกิดผลเสียมากกว่าเกิดประโยชน์
“ยังถือว่าอยู่ในขั้นปกติ ฉันจะทำต่อนะ”
ตงฟางเปลี่ยนมือจับไปยังส่วนต่างๆตามจุดที่เขาสัมผัสได้ถึงกระดูก กระทั่งผ่านไป 6 ชั่วโมงเขาก็ถอยห่างออกมานั่งพิงผนังด้วยเหงื่อที่เปียกไปทั่วร่างกาย
“ให้ตายสิ เปลืองพลังจิตจริงๆด้วย นี่”
ตงฟางส่งโทรจิตไปหาหญิงสาวอีกครั้ง
“กระดูกของเธอกลับมาต่อเข้าด้วยกันแล้วนะ ที่เหลือก็แค่กินอาหารที่ให้พลังงานสูงตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปทุกครั้งที่ท้องย่อยจะต้องกินเข้าใจไหม ส่วนจุดทั้ง 78 ที่เสียหายค่อยว่ากันหลังจากไปเจอค่ายกลวิญญาณ ฉันจะลองใช้พลังวิญญาณของมันรักษา แต่ก็อย่าคาดหวังเกินไป ส่วนเรื่องระบบประสาท คงต้องได้รับการรักษาเรื่อยๆ หากโชคดีภายในสถานที่แห่งนี้คงมีสมุนไพรพอให้ฉันใช้หลอมยารักษาเธอก็ได้ เอาล่ะ อยากลองนั่งไหม นอนมาหลายวันอาจจะเบื่อเพดานห้อง”
ตงฟางเข้าไปอุ้มหญิงสาวชุดฟ้าไปนั่งยังปากทางเข้าห้องเล็กๆที่เขาสร้างบนต้นไม้สูง 100 เมตร ก่อนที่เธอจะมองจ้องไปยังป่าสีขาวเต็มไปด้วยหิมะหนาเตอะ ทันใดนั้นเธอก็พบเข้ากับเสื้อกันหนาวตัวใหญ่ถูกนำมาสวมใส่ทับเสื้อของเธอ ส่วนกระโปรงก็มีผ้าห่มหนาๆช่วยป้องกันลม
“นั่งรอตรงนี้ก่อนนะ ฉันกินเนื้อที่เตรียมไว้หมดแล้ว ตอนนี้เธอต้องการพลังงานมากฉันจะออกไปฆ่าอะไรสักหน่อย แล้วก็ไม่ต้องกลัว ฉันใช้ยันต์ใส่ร่างของเธอไว้แล้ว หากมีอะไรเกิดขึ้นฉันจะรีบมา”
ตงฟางกระโดดออกไปจากบ้านไม้ของเขาพร้อมกับดาบมารโลหิต ตอนนี้เข็มสังหารทั้ง 10 เล่มของเขาพังเสียหายไปแล้ว แม้พี่ซิงเยียนจะเตรียมมีดมาให้ด้วย เขากลับไม่คิดจะใช้ อย่างน้อยๆเก็บไว้เป็นไพ่ตายจะดีกว่า จึงหันมาใช้ดาบมารโลหิตแทน
ตึง~!
เสียงเหมือนวัตถุขนาดใหญ่กระแทกกันสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วป่า หญิงสาวที่ขยับได้เพียงแค่ตาได้มองจ้องไปยังจุดที่เธอเห็นควันลอยออกมาจากหมู่หิมะ ควันที่ลอยขึ้นมาเธอรู้ได้ในทันทีเลยว่าชายที่กระโดดออกไปเมื่อครู่ กำลังปะทะกับสัตว์อสูรที่เธอไม่รู้ว่ามันระดับไหน การใช้พลังวิญญาณไม่ได้ ทำให้เธอไม่สามารถตรวจสอบจุดต่อสู้ นอกจากดูเธอทำอะไรไม่ได้เลย
บรึ้ม ตู้ม ปึง บรึ้ม ตู้ม!
“ไอ้บ้านี่ ยอมตายดีๆก็จะไม่เจ็บตัวแล้ว”
ตงฟางมองไปยังร่างของลิงสีขาวตัวใหญ่ ขนทั่วร่างของมันหนามากแทบไม่สามารถฟันทะลวงเข้าไปได้ แล้วมันยังเป็นระดับ 5 อีก นับได้ว่าเป็นสัตว์อสูรที่ระดับสูงกว่าเขา ทั้งด้านพลังวิญญาณและด้านพลังจิต ถึงอย่างนั้นมันก็ตายด้วยคำว่าพิษเช่นเดิม แม้ตงฟางจะพลังน้อยกว่า เขากลับรู้วิธีการฆ่าสัตว์อสูรระดับสูงกว่า ด้วยการรมพิษมัน จากนั้นค่อยเข้าไปฆ่าจนกว่ามันจะตาย
“กลับมาแล้ว เข้าไปข้างในก่อนนะ จะทำซุปร้อนๆให้แล้วจะเดินทางต่อ”
ตงฟางนำหม้อออกมาตุ๋นเนื้อของสัตว์อสูรระดับ 5 สำหรับเขาที่เป็นระดับผสานวิญญาณ เนื้อของมันมอบพลังงานให้เขาสูงมากๆ กินไม่กี่กิโลกรัมก็สามารถอดอาหารได้ 2 - 3 วัน สำหรับหญิงสาวที่เขาอุ้มกลับเข้ามาในโพรงไม้นั้น เนื้อสัตว์อสูรระดับ 5 ยังถือได้ว่าให้พลังงานน้อย สำหรับเธอต้องกินเนื้อสัตว์อสูรระดับ 6 เพื่อฟื้นพลังงานที่สูญเสียไปจากการต่อกระดูก แต่การฆ่าสัตว์อสูรระดับ 6 ไม่ใช่สิ่งที่ตงฟางทำได้ แม้เขาจะใช้พิษ หากมันไม่มีบาดแผลแล้วไม่มีคนล่อให้มันเปิดช่องว่าง เป็นเขาเองที่ตกตายถ้าเขายังคิดจะฆ่ามัน
“เสร็จแล้ว เธอรู้ไหมว่าเธอเป็นคนที่ 5 เลยนะที่ได้กินข้าวฝีมือฉัน แม้จะน่าเสียดายไปหน่อยที่เธอไม่สามารถสัมผัสรสชาติของมันได้ ยังไงฉันก็ยังจะทำให้มันอร่อยที่สุดให้เธอกินทุกๆมื้ออยู่ดี อ้าปากเร็วเข้าฉันจะป้อนแล้ว อ้าม…..”