พิธีพระราชทานรางวัลจบสิ้นลงเหล่าขุนนางเดินทางกลับพระชายาทรงจัดอาหารมื้อกลางวันถวายองค์รัชทายาทเป็การส่วนพระองค์องค์รัชทายาทเมื่อสบโอกาสที่ทุกคนกลับไปหมดแล้ว เรียกองค์หญิงซูหนี่ให้มาเข้าเฝ้า
“เราอยากรู้ว่าเ้าใช้กลศึกเช่นไรถึงเอาชนะข้าศึกนับแสนได้ภายในคืนเดียว”
“ทูลองค์รัชทายาท หม่อมฉันไม่ได้ฉลาดหลักแหลมถึงเพียงนั้นเพคะหม่อมฉันแค่ปฏิบัติตามรับสั่งของเสด็จพี่จื่อเหยาเท่านั้นเพคะ”
องค์รัชทายาททรงหันไปพินิจพิจารณาองค์ชายจื่อเหยาองค์รัชทายาทมีสายพระเนตรที่เฉียบคมทรงตอบตนเองในใจได้ว่าไม่เชื่อเด็ดขาดว่ากลศึกครั้งนี้จะเกิดมาจากพระประสงค์ขององค์ชายจื่อเหยา
แต่ในเมื่อนาง้าให้รับรู้เช่นนั้นพระองค์ก็ไม่ควรคาดคั้น
“ถ้าเป็กลศึกของท่านอ๋องน้อยจริงอย่างที่เ้าว่าเราเองก็ไม่มีข้อสงสัยใดในพระปรีชาของท่านอ๋องน้อย”
แม้จะทรงยอมแพ้เื่กลศึกไปแต่องค์รัชทายาทก็ยังคงรุกต่อด้วยความที่อยากจะเห็นใบหน้าที่ใครๆ ต่างพูดกันว่าองค์หญิงซูหนี่ผู้นี้มีใบหน้างดงามปานเทพธิดา
“จะเป็การเสียมารยาทหรือไม่ถ้าเราจะขอให้เ้าเปิดผ้าคลุมหน้าให้เราได้เห็นโฉมหน้าของเ้า”
ไป๋ลี่จิงไม่ได้แสดงท่าทีใหรือมีพิรุธอะไรให้เป็ที่น่าสงสัยแต่นางกลับใช้มารยาแสดงละครด้วยการบีบน้ำตาให้อีกฝ่ายเกิดความสงสาร
"คิดว่าพระองค์หน้าจะทรงเคยได้ยินว่าหม่อมฉันนั้นมีรูปโฉมงดงามสิ่งที่ได้ยินมานั้นเป็ความจริงเพคะ
แต่หลังจากที่หม่อมฉันออกไปสู้รบก็ได้รับาเ็ที่ใบหน้าเป็แผลน่าเกลียดถ้าพระองค์มีพระประสงค์อยากจะทอดพระเนตรหม่อมฉันก็ไม่อาจขัดรับสั่งได้เพคะ"
องค์รัชทายาทได้ยินน้ำเสียงคล้ายจะป่นสะอื้นเล็กน้อยก็ให้เกิดความเห็นใจขึ้นมาหากนางมีแผลที่ใบหน้าจริงก็คงไม่อยากให้ผู้ใดเห็น
ทำเช่นนี้ดูจะเสียมารยาทกับนางเกินไปไป๋ลี่จิงกำลังค่อยๆยกมือขึ้นกำลังจะเปิดผ้าคลุมหน้าออกองค์รัชทายาทพรรณยกมือขึ้นห้าม
“ไม่ต้อง!เป็เราที่คิดน้อยเกินไป...เราต้องขอโทษเ้าที่ทำตัวเสียมารยาทเราไม่รู้ว่าเ้าได้รับาเ็ตอนสู้รบเราจะให้หมอหลวงมาตรวจดูอาการจะหายาที่ดีที่สุดมารักษาใบหน้าของเ้าให้หายสนิทเช่นเดิม”
“เป็พระมหากรุณาธิคุณเพคะหม่อมฉันมิกล้ารบกวนพระองค์ ตอนนี้เสด็จพี่ทรงส่งหมอที่เก่งที่สุดมารักษาหม่อมฉันแล้วขอพระองค์โปรดคลายกังวลไม่นานใบหน้าหม่อมฉันก็จะหายเป็ปกติเพคะ”
“ถึงแผลเ้าจะหายเราก็ยังไม่คลายกังวลเกรงว่าแผลนี้จะทิ้งรอยแผลเป็ไว้บนหน้าเ้าเราจะให้หมอหลวงปรุงยารักษาแผลส่งมาให้เ้าเองก็อย่าปฏิเสธน้ำใจเล็กน้อยของเราที่มีต่อเ้าเลยนะ”
“เป็พระมหากรุณาธิคุณเพคะ”
องค์รัชทายาทเกิดความสงสัยใคร่รู้ว่าสตรีผู้นี้เป็ผู้ใดมาจากไหนกันแน่ชาติกำเนิดของนางไม่เป็ที่แน่ชัดเมื่อกลับมาถึงเรือนรับรองพระองค์จึงมีรับสั่งให้องครักษ์จางมือขวาคนสนิทไปสืบมาให้ได้ว่าองค์หญิงซูหนี่องค์นี้มีความเป็มาอย่างไร
องครักษ์จางเข้าไปทำทีท่าตีสนิทเลี้ยงสุราอาหารกับเหล่าทหารในค่ายชายแดนเหนือแล้วหลอกถามถึงที่มาที่ไปขององค์หญิงซูหนี่เมื่อสืบได้ความแล้วองครักษ์จางก็รีบกลับมารายงานองค์รัชทายาท
“ทหารชั้นผู้น้อยพวกนี้ไม่มีผู้ใดรู้ว่าจริงๆแล้วนางเป็ใครมาจากไหนพ่ะย่ะค่ะ รู้แต่เพียงว่าองค์ชายจื่อเหยาเป็คนพานางมาจากเมืองหลวงด้วยพระองค์เอง
บ่าวรับใช้วังหลังพูดกันว่านางได้รับตำแหน่งองค์หญิงเพราะท่านอ๋องกับพระชายา้าให้นางอภิเษกสมรสกับองค์ชายจื่อเหยา"
องค์หญิงซูหนี่ผู้นี้ต้องมีที่มาที่ไปไม่ธรรมดาไม่อย่างนั้นองค์ชายจื่อเหยาจะทรงปิดบังตัวตนที่แท้จริงของนางไปทำไมกัน
“องครักษ์จางเมื่อเดินทางกลับถึงเมืองหลวงเ้าจงไปสืบมาให้ได้ว่านางเป็ลูกหลานตระกูลใด”
“กระหม่อมน้อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”
#เมืองหลวงลั่วอี้
องค์รัชทายาทเสด็จกลับถึงเมืองหลวงขันทีาุโตงกงกงขันทีข้างกายฮ่องเต้เข้ามาขอเข้าเฝ้าที่ตำหนักบูรพา
"ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ่ที่พระองค์เสด็จไปด่านชายแดนเหนือกรมพิธีการฝ่ายในได้ทำการคัดสรรขันทีรับใช้ใหม่มาหลายคนทุกคนล้วนถูกตรวจร่างกายอย่างเข้มงวด
เพื่อเข้าไปรับใช้ฮองเฮาและพระสนมภายในพระราชวังต้องห้าม(วังหลัง)ฮองเฮาหลินทรงมีรับสั่งให้กระหม่อมนำขันทีใหม่จำนวนสิบคนเข้ามาถวายงานรับใช้องค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ"
สายตาขององค์รัชทายาทบ่งบอกว่าไม่ทรงพอพระทัยนัก“เสด็จแม่ส่งมาให้รับใช้เราหรือส่งมาค่อยจับผิดเรากันแน่”
ขันทีเฒ่ารีบคลุกเขาโค้งตัวเอาศีรษะโค้งลงกับพื้น“พระประสงค์ของฮองเฮาหลินกระหม่อมมิกล้าคาดเดาพ่ะย่ะค่ะ”
“เอาเถอะๆ ท่านไปพาเข้ามาให้เราดูหน้าหน่อยรบกวนท่านไปทูลเสด็จแม่แทนเราด้วยว่าเราจะรับไว้แค่สี่คนเท่านั้น”
ตงกงกงค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อยเพราะหากองค์รัชทายาททรงไม่รับขันทีน้อยไว้เกรงจะทำให้ฮองเฮาทรงกริ้ว
“พวกเ้าเข้ามาได้”
ขันทีน้อยทั้งสิบคนที่กรมวังรับเข้ามาใหม่เดินเรียงหน้าเข้ามายืนตรงหน้าองค์รัชาทายาทพระองค์ค่อยๆ มองขันทีน้อยทีละคนทรงรับสั่งให้ทุกคนเงยหน้าขึ้น
องค์รัชทายาททรงสบตาเข้ากับขันทีน้อยผู้หนึ่งพระองค์พรรณรู้สึกว่าดวงตาคู่นี้เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนทรงรู้สึกถูกชะตาอย่างไม่มีเหตุผล
ทรงชี้พระหัตถ์ไปที่ขันทีตัวบางร่างเล็กผิวพรรณสะอาดตาดวงตาสีน้ำตาลอ่อนรูปหน้าเรียวงามคล้ายสตรีมากกว่าจะเป็ใบหน้าของหนุ่มน้อย
“เ้ามีชื่อแซ่ว่าอะไรมาจากที่ไหนบอกที่มาที่ไปของเ้ามาให้ละเอียด”ขันทีที่ถูกองค์รัชทายาทชี้มือเรียกก็ก้าวออกมาจากแถวคลุกเขาลงโค้งตัวคำนับ
“กระหม่อมแซ่หม่า...นามว่าหม่าลี่จ้งพ่ะย่ะค่ะบ้านเกิดกระหม่อมอยู่ที่เมืองตงไห่บิดาเป็พ่อค้าขายผ้าครอบครัวกระหม่อมหนี้โรคระบาดมาหวังจะมาขอพึ่งใบบุญฝ่าา
แต่ระหว่างทางครอบครัวกระหม่อมโชคร้ายโดนโจรป่าบุกเข้าปล้นมีเพียงกระหม่อมที่หนี้รอดมาได้พ่ะย่ะค่ะ”
องค์รัชทายาทยังไม่หายข้องใจจึงถามต่อไปว่า“เหตุใดเ้าถึงรอดมาได้ในขณะที่ทุกคนโดนโจรฆ่าตายหมด”
“กระหม่อมพอจะมีวิชาต่อสู้ติดตัวมาบ้างทำให้พอจะช่วยเหลือตนเองหนี้เอาชีวิตรอดมาได้พ่ะย่ะค่ะ”
“ดี!เราชอบคนมีฝีมือต่อไปเ้ามาอยู่ค่อยรับใช้เรา”ขันทีหม่าลี่จ้งโค้งคำนับด้วยความดีใจที่องค์รัชทายาทรับตนไว้ให้คอยรับใช้ที่ตำหนักบูรพาตามที่ตนเองและรองแม่ทัพหวังวางแผนไว้“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”
หลังจากที่ไป๋ลี่จ้งเข้าไปปรึกษากับรองแม่ทัพหวังทั้งสองสืบมาได้ว่า่ที่แม่ทัพใหญ่ไป๋ยกทัพไปช่วยด่านชายแดนเหนือฝั่งอัครเสนาบดีหลินแอบมีความเคลื่อนไหวลับๆ
กลุ่มทหารรับใช้ประจำตัวอัครเสนาบดีหลินหายหน้าหายตาไปจากเมืองหลวงไม่มีผู้ใดทราบว่าคนเหล่านี้หายไปที่ใด
รองแม่ทัพหวังจนปัญญาที่จะหาหลักฐานหรือพยานบุคคลมาชี้ถูกผิดได้ว่าอัครเสนาบดีหลินมีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกฏแคว้นจ้าวหรือไม่
ไป๋ลี่จ้งจึงเสนอความคิดว่าหากยังไม่พบหลักฐานแน่ชัดว่าใครอยู่เื้ัเื่นี้จะกล่าวหาผู้อื่นลอยๆไม่ได้
ไป๋ลี่จ้งขอความช่วยเหลือจากรองแม่ทัพหวังให้ช่วยหาทางให้เขาสามารถเข้าไปสืบเื่นี้ในวังหลวงรองแม่ทัพหวังไม่เห็นด้วยกับความคิดของไป๋ลี่จ้ง
“มันอันตรายเกินไปวังหลวงไม่ใช่ที่ที่เ้าจะไปเดินเล่นได้ตามใจชอบพลาดพลั้งแค่เพียงก้าวเดียวเ้าอาจตายได้ง่ายๆ”
“ท่านอาไม่ต้องเป็ห่วงข้าจะระวังตัวให้ดี”
ไป๋ลี่จ้งคิดแผนการอันแยบยลออกมาได้ว่าหากเขา้าสืบเื่นี้ให้ชัดเจนเขาจะต้องสามารถเข้านอกออกใดทุกแห่งภายในหวังหลวงแล้วก็มีแค่สถานะเดียวเท่านั้นที่ทำเช่นนั้นได้ก็คือเขาต้องปลอมตัวเป็ขันที
“ท่านอาข้า้าแฝงตัวเข้าไปเป็ขันทีในวังท่านอาพอมีวิธีใดช่วยข้าได้บ้างหรือไม่ขอรับ”
“ไป๋ลี่จ้งเ้าเสียสติไปแล้วหรือ!ปลอมเป็ขันทีเ้าต้องตัด...เ้าจะไม่สามารถแต่งงานมีครอบครัวได้อีกต่อไปิญญาท่านพ่อท่านแม่เ้าต้องกลับมาเอาชีวิตข้าแน่”
“ท่านอาฟังข้าก่อน ข้าหมายถึงเป็ขันทีปลอมๆข้าไม่ได้จะเป็ขันทีจริงๆ ซะหน่อย ท่านอาก็ใไปได้”
“ก็ไม่ได้อยู่ดีเื่นี้เป็เื่ใหญ่หากเ้าถูกจับได้จะโดนข้อหาหลอกลวงเบื้องสูงโทษถึงปะาชีวิตเชียวนะ”
“ขอเพียงท่านอารับปากช่วยข้าข้าสัญญาว่าภายในหนึ่งปีถ้าข้าสืบหาตัวคนร้ายไม่ได้ข้าจะออกจากวังหลวงทันที”
เมื่อเห็นท่าทางวิงวอนขอร้องจากไป๋ลี่จ้งรองแม่ทัพหวังก็อดใจอ่อนไม่ได้ เขาจึงรับปากหลานชายว่าจะรองหาวิธีดู
หลังจากนั้นสามวันรองแม่ทัพหวังก็กลับมาบอกข่าวดีกับไป๋ลี่จ้งว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้ากรมพิธีการฝ่ายในจะมีการขัดเลือกขันทีใหม่เมื่อขัดเลือกเสร็จจะหาคนที่มีรูปร่างหน้าตาใกล้เคียงกับเ้ามาสลับตัวกัน
ไป๋ลี่จ้งเมื่อได้ยินดังนั้นก็รีบกลับจวนไป๋สั่งปิดจวนให้ทุกคนในจวนรับเงินไปคนละก้อนแล้วให้เดินทางกลับบ้านเกิดของตนให้หมด
หากมีผู้ใดมาถามหาไป๋ลี่จ้งให้ตอบไปว่าคุณชายไป๋ทำใจไม่ได้ที่ท่านพ่อมาเสียชีวิตกะทันหันจึงออกเดินทางไกลชื่นชมแม่น้ำูเาแผ่นดินกว้างใหญ่ไม่ได้บอกเอาไว้ว่าจะไปที่ใดและจะกลับจวนเมื่อไหร่
ท้องฟ้าสว่างสดใสวันนี้อากาศอบอุ่นขึ้นหลังผ่านพ้นฤดูหนาวย่างเข้าสู่ฤดูร้อนที่แสนอบอ้าวองค์รัชทายาททรงพระเกษมสำราญที่ได้ออกมาฝึกขี่ม้ายิงธนู
เมื่อกลับมาถึงตำหนักบูรพาก็ทรงเรียกหาขันทีหม่าลี่จ้งพระองค์ชอบพูดคุยเื่ต่างๆทั้งเื่ทั่วไปในวังและเื่ที่พระองค์เข้าประชุมที่ท้องพระโรง
เพราะทุกครั้งไม่ว่าเื่ใดพระองค์จะได้รับคำตอบที่น่าพอใจอยู่เสมอขันทีหม่าลี่จ้งจึงกลายเป็คนที่พระองค์โปรดปรานและเป็ที่ไว้วางพระราชหฤทัย
ถึงขนาดทรงอนุญาตให้เข้ามาปรนนิบัติในห้องบรรทมปรึกษาพูดคุยข้อราชการงานเมืองหรือไม่ก็เล่นหมากล้อมกันจนดึกดื่นแทบทุกค่ำคืนขันทีหม่าลี่จ้งกิริยาเรียบร้อยรู้มารยาทในการวางตัวเป็อย่างดี
ทั้งยังเอาใจเก่งรู้ใจองค์รัชทายาทไปเสียทุกเื่ขันทีหม่าลี่จ้งไม่เคยถือตัวว่าตนเป็คนโปรดยิ่งทำให้องค์รัชทายาททรงรักใคร่เอ็นดูเป็ที่สุด
หากใครมาพูดจาลบหลู่ขันทีหม่าลี่จ้งพระองค์จะทรงมีรับสั่งลงโทษทันทีต่อให้เป็พระสนมของเสด็จพ่อพระองค์ก็ไม่ทรงละเว้น
เื่นี้เป็ที่นินทากันไปทั่วในหมู่นางกำนัลขันทีรวมไปถึงพระสนมภายในวังหลังว่าองค์รัชทายาททรงไม่โปรดสาวงามแต่พระองค์กลับทรงโปรดปรานบุรุษแทน
ข่าวซุบซิบนินทานี้ล่วงรู้ไปถึงหูฮองเฮาหลินพระนางทรงไม่อาจอยู่เฉยมีรับสั่งให้อัครเสนาบดีหลินผู้เป็บิดามาเข้าเฝ้าด่วนเพื่อปรึกษาหารือว่าจะแก้ไขข่าวลือเหลวไหลนี้ขององค์รัชทายาทเช่นไรดี
อัครเสนาบดีหลินเมื่อได้ทราบข่าวก็รีบเข้าวังมาพบฮองเฮาหลินจือหลิงบุตรีของตนด้วยความร้อนใจอย่างไรเสียองค์รัชทายาทก็ขึ้นชื่อว่าเป็หลานชายของตนเื่เสื่อมเสียเช่นนี้จะปล่อยเอาไว้ไม่ได้เด็ดขาด
ผู้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากอย่างอัครเสนาบดีหลินย่อมมีทางรับมือหาทางออกให้เกิดผลประโยชน์กับตนเองอยู่เสมอ
ข่าวลือนี้ใช่ว่าจะไม่ดีเสียทีเดียวอาจใช้บีบบังคับให้องค์รัชทายาทยอมรับหลินไป่ลุ่ยหลายสาวห่างๆของตนและฮองเฮาหลินเป็พระชายาเพื่อลบล้างข่าวลือน่ารังเกียจนี้ให้จบสิ้นไป
องค์รัชทายาทจะยอมอ่อนข้อรับหลินไป่ลุ่ยมาเป็พระชายาหรือเปล่านะ
อ่านแล้วชอบช่วยกดหัวใจ เป็กำลังให้นักเขียนด้วยนะจ๊ะ ขอบคุณคะ นามปากกา K.P.STOM
ebook วางจำหน่ายแล้วนะคะ https://www.mebmarket.com/ebook-239246-